ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 780 หน้าที่หลัก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 780 หน้าที่หลัก
ตอนที่ 780 หน้าที่หลัก
ขณะที่ลูเมี่ยนกำลังฟังบาร์เทนเดอร์เล่าเรื่องความรักความแค้นของนายพลโจรสลัด เหล่าโจรสลัดที่อยู่ด้านหลังเด็กหนุ่มต่างรู้สึกกระสับกระส่าย
พวกเขาต่างหวังให้มีใครสักคนใจกล้าบ้าบิ่น ลุกขึ้นมาเป็นคนแรก แล้วยิงหรือชักดาบใส่นักผจญภัยที่ยโสโอหังรายนี้ จากนั้นคนที่เหลือจะได้กรูเข้าไปผสมโรง
แต่ภายใต้การข่มขวัญของลูกไฟสีแดงเกือบขาวที่ลอยอยู่เป็นกลุ่ม เหล่าโจรสลัดต่างมองหน้ากันไปมา กลับไม่มีใครกล้าล้ำเก้าอี้ตัวที่ลูเมี่ยนกำหนดไว้
พวกเขาต่างคิดว่า การที่คนเราจะยโสโอหังถึงเพียงนี้ได้ ย่อมต้องมีฝีมือไม่ใช่น้อย กอปรกับการที่บาร์คะนองเป็นบาร์ระดับล่าง ไม่มีโจรสลัดใหญ่แวะมาดื่มกิน ตอนนี้จึงได้แต่ภาวนาให้คนที่เพิ่งแอบหนีไปเมื่อสักครู่ ไปตามกำลังเสริมเจ๋งๆ กลับมาสนับสนุน
สิบกว่านาทีผ่านไป โจรสลัดที่แอบหนีออกจากบาร์ไปก่อนหน้านี้ ได้ผลักประตูไม้หนักเปิดออก
ด้านหลังเขาคือชายวัยกลางคน สวมหมวกสามเหลี่ยม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีน้ำเงินเข้ม
เหล่าโจรสลัดในบาร์ต่างยืดตัวตรงกันทันที กลั้นหายใจ บรรยากาศที่อึกทึกครึกครื้นกลับกลายเป็นความเงียบสงัดกะทันหัน
พวกเขาบางส่วนรู้จักชายวัยกลางคนรายนั้น รู้ว่าอีกฝ่ายคือกัปตันเรือโรสแมรี่ ฟลายอิ้งฮาร์ดมาร์ค หนึ่งในโจรสลัดใหญ่ที่โด่งดังรองจากเหล่านายพลโจรสลัด และได้ออกปฏิบัติการในห้าห้วงสมุทรมาสิบกว่าปีแล้ว
โจรสลัดที่ผลักประตูไม้หนักเผยรอยยิ้มประจบ ชี้ไปทางเงาด้านหลังของลูเมี่ยนพลางพูดว่า
“กัปตัน นั่นไงนักผจญภัยที่ผมเล่าให้ฟัง!”
“เขากล้าท้าทายโจรสลัดทั้งบาร์ที่ท่าเรือบานาโมเลยล่ะ!”
ฮาร์ดมาร์คมีผมค่อนข้างหยาบและสีเข้ม ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลัง เขามองเงาด้านหลังของลูเมี่ยนอยู่สองสามวินาที เงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถาม
“เขารักษาลูกไฟพวกนั้นไว้นานแค่ไหนแล้ว?”
“ไม่ทราบครับ ตอนผมออกจากบาร์นี้มันก็มีอยู่แล้ว แต่ช่วงกลางๆ อาจจะไม่ได้รักษาไว้” โจรสลัดที่ผลักประตูไม้หนัก คว้าคอโจรสลัดหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างประตู ชี้ไปทางลูเมี่ยนแล้วเอ่ยถามอย่างดุดัน “ลูกไฟของเขาอยู่มานานแค่ไหนแล้ว?”
“ก…เกือบสิบห้านาทีแล้วครับ”
สิบห้านาที? ดวงตาของ ‘ฟลายอิ้งฮาร์ดมาร์ค’ สั่นระริกทันที พลางเผยสีหน้าเหมือนนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
เขารีบด่ากราดลูกเรือของตนทันที
“แกลืมไปหรือว่าพวกเรายังมีการค้าสำคัญที่ท่าเรืออยู่?”
“ไอ้โง่ ในหัวแกมีแต่เหล้า ผู้หญิง และหน้าตาเท่านั้นหรือไง?”
‘ฟลายอิ้งฮาร์ดมาร์ค’ ด่าไปพลางหมุนตัวเดินออกไปนอกบาร์คะนอง
ลูกเรือของเขาถูกด่าจนงงงวย แต่ก็ยังตามไปโดยสัญชาตญาณ
กัปตันพูดอะไรก็ถูกหมด!
ความเงียบในบาร์คะนองยังคงดำเนินต่อไป ในตอนนี้ ลูเมี่ยนดื่มแลงติร้อนแรงที่เหลือจนหมด แล้วจึงลุกขึ้นยืน
เด็กหนุ่มพร้อมกับลูกไฟสีแดงเกือบขาวสิบกว่าดวง ซึ่งไม่มีทีท่าจะอ่อนกำลังลง กวาดตามองเหล่าโจรสลัดในบาร์อีกครั้ง
วินาทีถัดมา เขาก็ยิ้ม นำนิ้วชี้และนิ้วกลางขวามาชิดกัน ยกขึ้นจ่อริมฝีปาก แล้วพ่นลมเป่าแผ่วเบา
ท่าทางราวกับกำลังเป่าควันปืนที่ลอยโชย หลังจากได้สังหารโจรสลัดทุกคนในบาร์
ขณะที่สีหน้าแววตาของเหล่าโจรสลัดกำลังแปรเปลี่ยน ลูเมี่ยนก็เดินอย่างผ่อนคลายไปทางประตู มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋า ดูสบายใจอย่างผิดวิสัย
โจรสลัดทีละคนต่างหลบทางให้โดยไม่รู้ตัว
บางคนอึดอัดคับข้องใจ บางคนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน บางคนก็ปลอบใจตัวเองว่า ‘นี่ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นเพราะลูกไฟพวกนั้นแสบตาต่างหาก!’
ลูเมี่ยนทำราวกับไม่เกรงกลัวการถูกโจมตีจากด้านหลังเลย ยังคงเดินออกจากบาร์คะนองผ่านเส้นทางกว้างๆ ที่เหล่าโจรสลัดแหวกให้ ประหนึ่งกำลังรับการสรรเสริญเชิดชูจากพวกเขา
…………
กลางดึกสงัด ในห้องหนึ่งของโรงแรมที่ไม่โดดเด่นแห่งหนึ่ง ณ ท่าเรือบานาโม
“คุณแปลงโฉมแล้วหาคนสักสองสามคน ไปเล่าเรื่องที่นักผจญภัยนิรนามคนหนึ่ง ท้าทายโจรสลัดทั้งบาร์ โดยบอกว่านักผจญภัยคนดังกล่าว มองโจรสลัดทุกคนเป็นพวกขี้ขลาด ไม่มียอดฝีมือตัวจริงเลยสักคน เขาสามารถเหยียบหัวโจรสลัดคนใดก็ได้ ให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าอย่างง่ายดาย”
มุมปากของฟรังก้ากระตุกแผ่วเบา
“วางเบ็ดแล้วหรือ?”
“คุณเชี่ยวชาญการวางเบ็ดจริงๆ…”
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“จากข้อมูลที่รวบรวมได้ในปัจจุบัน เนื่องจาก ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ มีสายเลือดของสัตว์ประหลาดทะเล จึงไม่ค่อยชอบปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน ต่อให้มาถึงท่าเรือบานาโมแล้ว ก็น่าจะอยู่บนเรือธงของเขา นิวอินส์ ถ้าอยากได้ผู้หญิงหรืออาหารอร่อย ก็จะมีคนพาส่งไปถึงบนเรือ”
“ในสถานการณ์แบบนี้ พวกเราทำได้แค่เสี่ยงแอบเข้าไปในเรือนิวอินส์ ซึ่งสร้างจากวิชาแปรธาตุที่ได้จากซากปรักหักพังแห่งหนึ่ง พวกเราไม่รู้เลยว่าบนนั้นจะมีกลไกและกับดักหรือไม่ เหนือสิ่งอื่นใด บนเรือคงมีโจรสลัดผู้วิเศษอยู่ไม่น้อย สำหรับ ‘นักล่า’ แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในถิ่นของคนอื่นให้มากที่สุด”
“ที่ผมตั้งใจท้าทายโจรสลัดในเมืองท่าบานาโม ก็เพราะมั่นใจว่าตอนนี้ไม่มีนายพลโจรสลัดคนใดอยู่บนเกาะ ส่วนโจรสลัดใหญ่หรือโจรสลัดดังคนอื่น ผมมั่นใจว่าตัวเองจัดการได้ ซึ่งพวกเขาเองก็น่าจะรู้เรื่องนี้ได้เร็ว…ทั้งยังไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะรวมหัวมาจัดการผม โจรสลัดน่ะร่วมมือกันไม่ง่ายนักหรอก พวกเขาไม่ไว้ใจกันขนาดนั้น ปล้นใครก็ถือเป็นการปล้นเหมือนกันทั้งนั้น ไม่ใช่หรือ?”
“ผมไม่คิดว่าพวกโจรสลัดจะหวงศักดิ์ศรีอะไรนัก แต่อย่างน้อยลึกๆ แล้วก็ต้องอยากแสดงฝีมือ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ขจรไกล เพื่อให้ได้รับคำสรรเสริญ เพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่เหล่าโจรสลัด ดังนั้น พวกโจรสลัดที่เมืองท่าบานาโม ก็คงกำลังรอให้โจรสลัดสักคน ซึ่งมั่นใจว่าจะจัดการผมได้ นำเรือเข้ามาเทียบท่า…ถ้าเกิดว่านิวอินส์เทียบท่า ถ้าเกิดว่า ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ มาเยือนเมืองท่าบานาโม พวกคุณลองจินตนาการดูสิ ว่าจะอะไรเกิดขึ้นบ้าง?”
จินนาเข้าใจในทันที
“ถ้าพลเรือเอกทะเลลึกลงจากนิวอินส์ เพื่อลงมือด้วยตัวเอง นั่นคงเป็นผลลัพธ์ในอุดมคติ เราจะได้ต่อสู้ในทุ่งสังหารที่วางแผนไว้ แม้ว่าพลเรือเอกทะเลลึกจะไม่สนใจ ลูกน้องคนสนิทของเขาก็คงไม่พลาดเรื่องนี้ พวกเขามีพลเรือเอกทะเลลึกเป็นไพ่ตาย จึงไม่กลัวความล้มเหลว และจะกล้าท้าทายมากกว่าโจรสลัดใหญ่กลุ่มอื่น เมื่อถึงตอนนั้น จำนวนผู้วิเศษบนเรือนิวอินส์จะลดลงพอสมควร ซึ่งนั่นจะกลายเป็นโอกาสของพวกเรา”
“วิเคราะห์เก่งเหมือนกันนี่” ลูเมี่ยนเอ่ยชมอย่างเสียดสี
จินนาชายตามองเด็กหนุ่ม
“นักแสดงละครที่ดี ต้องเก่งเรื่องการอ่านใจคน”
“แล้วก็มาแสดงให้ผู้ชมดูสินะ?” ลูเมี่ยนถือโอกาสพูดติดตลก
ทางด้านอ็องโตนียังคงไม่เปลี่ยนสีหน้า
ฟรังก้าแค่นเสียง ‘เฮอะ’
“แล้วถ้ากองเรือของราชาโจรสลัดคนใดคนหนึ่ง มาถึงก่อนนิวอินส์ล่ะ?”
ลูเมี่ยนยักไหล่พลางกล่าว
“ก็บอกแล้วไงว่าเป็นนักผจญภัยนิรนามที่มาท้าทายโจรสลัดที่เมืองท่าบานาโม ข้อดีของการไม่มีชื่อเสียงก็คือ หายตัวไปก็ไม่มีใครหาเจอ แล้วก็เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนรูปลักษณ์ ก็สามารถดำเนินแผนอื่นต่อได้”
“นักวางแผนนี่มีแผนซ้อนแผนจริงๆ…” ฟรังก้าพึมพำ “งั้นก็ตกลงตามนี้”
ลูเมี่ยนเปลี่ยนเรื่องคุย โดยกล่าวว่า หากไม่มีทางเลือก อาจพิจารณาก่อโรคระบาดครั้งใหญ่ที่ท่าเรือบานาโม และเน้นย้ำว่าเงื่อนไขก็คือ ต้องให้ชนพื้นเมืองของเกาะแอบดื่มยาป้องกันไว้ก่อน
ฟรังก้าฟังจนอึ้งไป
เธอเงียบไปหลายอึดใจ ก่อนที่สุดท้ายจะเอ่ยว่า
“คุณคิดได้ขนาดนี้เลยหรือ…งั้นเรามาหุ้นกันเปิดบริษัทยารักษาโรคระบาดกันไหม? ล้อเล่นน่ะ…เรื่องนี้ก็อาจนำไปทำจริงได้ แต่ในยุคปัจจุบันจะไปหาวัคซีน เอ่อ…ยาป้องกันการติดเชื้อได้จากไหนล่ะ?”
“ปกติก็ไม่มีหรอก แต่เราขอความช่วยเหลือจากศาสตร์เร้นลับได้” ลูเมี่ยนคิดทิศทางที่เป็นไปได้ไว้แล้ว “เส้นทางนักปรุงยาถนัดทำเรื่องแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ? แค่ส่งผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งให้พวกเขาล่วงหน้า ให้ลองสังเกต ไตร่ตรอง และทดลอง ก็น่าจะปรุงยาป้องกันหรือยารักษาดีๆ ออกมาได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะหานักปรุงยาไม่ได้ เรามีบริษัทยาเดอะฟูลอยู่ ไม่ขาดแคลนนักปรุงยาหรอก”
ลูเมี่ยนได้ทราบจากมาดามเมจิกเชี่ยนแล้วว่า บริษัทยาเดอะฟูลมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับชุมนุมทาโรต์
จินนาเริ่มคำนวณโดยไม่รู้ตัว
“ยาที่มีผลทางศาสตร์เร้นลับขวดหนึ่งอย่างน้อยก็ต้อง 100 เฟลคิน เมืองท่าบานาโมคงมีประชากรที่ไม่ใช่โจรสลัดราวๆ หมื่นคน พวกเราต้องเตรียมเงินอย่างน้อย 1 ล้านเฟลคิน จะให้พวกนักปรุงยาของบริษัทยาเดอะฟูลไม่รับค่าตอบแทนกับค่าวัสดุก็คงไม่ได้”
1 ล้านเฟลคินไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย แม้แต่ตะกอนพลังลำดับ 5 ก็มีราคาแค่ราว 2 แสนเฟลคิน
“เสียเงิน 1 ล้านเฟลคินแล้วได้เป็นครึ่งเทพ นั่นคุ้มค่ามาก” ลูเมี่ยนหัวเราะทันที “1 ล้านเฟลคินก็แค่เท่ากับพลเรือเอกทะเลลึกคนเดียว ถึงฆ่าเขาไม่ได้ พวกหัวหน้าหน่วยใต้บังคับบัญชาของเขา ก็มีค่าหัวสูงเอาเรื่องอยู่”
ฟรังก้าถอนหายใจพลางกล่าว
“คุณชักจะทำตัวเหมือนเกอร์มัน·สแปร์โรว์เข้าไปทุกวันแล้วนะ ต่างกันตรงที่ เกอร์มัน·สแปร์โรว์มองโจรสลัดเป็นกระปุกออมสิน มักจะลงมือเฉพาะพวกที่มีค่าหัวสูงเท่านั้น ส่วนคุณน่ะ คิดจะถอนรากถอนโคนพวกโจรสลัดให้เหี้ยนเตียน!”
ถ้าจะก่อโรคระบาดครั้งใหญ่ขนาดนั้น ก็คงมีโจรสลัดได้รับผลกระทบเกือบหมื่นคน
ไม่ทันที่ลูเมี่ยนจะตอบ ฟรังก้าก็ชิงกล่าวต่อ
“พลเรือเอกทะเลลึกก็ช่างโชคร้าย นั่งอยู่ในเรือธงดีๆ ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ก็โดนพวกเราหมายตาเสียแล้ว”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ แล้วกล่าวอย่างรู้แจ้ง
“ไม่ต้องรู้สึกอะไรหรอก งานหลักของนักล่าก็คือ สร้างความวุ่นวายและความขัดแย้ง”
“และคุณ นางมารคนหนึ่ง งานหลักคือนำมาซึ่งภัยพิบัติและความทุกข์ระทม”
“การมอบสิ่งเหล่านี้ให้โจรสลัด ก็ยังดีกว่าไปส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์”
ฟรังก้าเงียบไปชั่วขณะ เช่นเดียวกับจินนา
…………
ฮัดเช้ย!
ณ เมืองท่าบานาโม เมสันที่นั่งดื่มเบียร์ข้าวไรย์ พลางรับลมทะเลที่ท่าเทียบเรือ จู่ๆ ก็จามขึ้นมา
เขานึกถึงพิธีอัญเชิญผู้ส่งสารที่ตนทำเสร็จไปตอนบ่าย นึกถึงผู้ส่งสารที่ทำให้สัญชาตญาณของตนรู้สึกกระสับกระส่าย จึงอดพึมพำกับตัวเองไม่ได้
“การจามเมื่อกี้นี้ คงไม่ใช่คำเตือนจากพลังวิญญาณที่เขาลือกันหรอกนะ?”
“หรือว่าเราจะกลายเป็นตัวละครหลักในเหตุการณ์ทางศาสตร์เร้นลับบางอย่าง กลายเป็นไอ้โง่ที่ทำข้อผิดพลาดจนนำมาซึ่งเทพมารและปีศาจ?”
“พิธีที่เราทำลงไป จะนำหายนะบางอย่างมาสู่ท่าเรือบานาโมจริงๆ หรือ?”
“ภัยแฝงและปัญหาได้หยั่งรากลงเรียบร้อยแล้ว โดยกำลังแพร่กระจายอย่างเงียบเชียบจากมุมมืดของบานาโมหรือ?”
อึก! เมสันดื่มเบียร์อึกใหญ่ ปลอบใจตัวเองว่า เขากำลังคิดมากเกินเหตุ
ตั้งแต่บ่ายจนถึงตอนนี้ ยังไม่ปรากฏลางร้ายใดๆ ทั้งนั้น!
ทั้งยังไม่ได้ยินว่า มีเหตุการณ์ผิดปกติใดเกิดขึ้นด้วย!
แค่อัญเชิญผู้ส่งสารคนหนึ่งเท่านั้นเอง คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกน่า!
……………………………………………………..