ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 783 ขึ้นเรือ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 783 ขึ้นเรือ
ตอนที่ 783 ขึ้นเรือ
บนถนนสายหนึ่งใกล้กับท่าเทียบเรือบานาโม
จินนาซ่อนตัวอยู่ในเงามืด มองดูอ็องโตนีที่กำลังปะปนอยู่กับฝูงชน กลมกลืนไปกับพวกโจรสลัด
เธอไม่ได้ตั้งใจสะกดรอยตามพวกโจรสลัดชื่อดัง ซึ่งมากับเรือ ‘นิวอินส์’ ที่เพิ่งเข้าเทียบท่า เพื่อยืนยันร่องรอยของพวกเขา ส่วนหนึ่งเพราะกังวลว่า หากถูกสังเกตเห็นพฤติกรรมเช่นนี้ จะทำให้ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ จะเพิ่มความระแวง หรือเชื่อว่ามีกับดักรออยู่ในเมืองท่าบานาโม อีกส่วนหนึ่งก็เพราะ แม้ไม่ต้องสะกดรอย ก็สามารถรับรู้ข้อมูลล่าสุดของรองกัปตัน ผู้ช่วยกัปตัน และหัวหน้าลูกเรือของเรือ ‘นิวอินส์’ ได้ในทันที
เหล่าโจรสลัดที่เมืองท่าบานาโมต่างรอคอยที่จะเห็น ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ หรือลูกน้องคนสนิทของเขา มาสั่งสอนนักผจญภัยนิรนามคนดังบนเกาะ พวกเขาจึงคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา และส่งต่อข่าวสารให้กับพรรคพวกและเพื่อนฝูง!
หรือก็คือ ในสถานการณ์ที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โจรสลัดส่วนใหญ่ที่เมืองท่าบานาโมต่างกลายเป็นผู้สื่อข่าวโดยปริยาย ไม่ว่าลูกน้องคนสนิทของ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ จะไปที่ใด ก็จะถูกสังเกตเห็นและถูกเล่าลือกันอย่างกว้างขวาง
ถ้าพวกเขาใช้พลังเพื่อย่องเบา หรือเข้าสู่สภาวะล่องหน ก็อาจหลบหลีกพวกช่างสอดรู้ที่กระจายอยู่ทุกซอกทุกมุมของเมืองท่าบานาโมได้ แต่ปัญหาคือตอนนี้พวกเขากำลังรวบรวมเสบียงและเติมพัสดุ ด้วยข้าวของกองใหญ่ขนาดนั้น เกรงว่าจะซ่อนอย่างไรก็คงไม่มิด
จากนั้น ข่าวสารก็ทยอยลอยเข้าหูอ็องโตนีอย่างต่อเนื่อง
“‘ฉลามยักษ์’ ไปที่ห้างฟิสแล้ว”
“‘จอมพังเรือ’ กำลังมุ่งหน้าไปทางบาร์คะนอง!”
“โอ้ พายุเอ๋ย…พวกนั้นมารวมตัวกันที่จัตุรัสศิลาดำแล้ว!”
“อีกแค่ถนนเดียวพวกเขาก็จะถึงบาร์คะนองแล้ว!”
“พวกเขาหยุดชั่วคราว กำลังปรึกษากันอยู่!”
“ดูเหมือนพวกเขาจะไปซื้อเบียร์อ่อนถังใหญ่ที่ร้านเฒ่าเดนต์ก่อน!”
“…”
อ็องโตนีรู้สึกถึงความวุ่นวายของเหล่าโจรสลัด เห็นพวกเขาทยอยออกจากถนนปัจจุบัน แล้วกรูกันไปที่บาร์คะนอง
เขาเองก็ลุกขึ้นยืนด้วย เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตาเกินไป
ในระหว่างนั้น เขาส่ง ‘สัญญาณตา’ ไปทางเงามืดที่จินนาซ่อนตัวอยู่
จินนาเข้าใจความหมายทันที จึงรีบอาศัยเงามืดสองข้างถนนเคลื่อนตัวไปทางบาร์คะนอง ผ่านถนนที่กำลังคับคั่งขึ้นทุกขณะ
…………
ลูเมี่ยนถือแลงติร้อนแรงสีอำพันที่เพิ่งรินใหม่ พลางพยักหน้าอย่างเคลิบเคลิ้มกับตัวเอง
จากนั้น เด็กหนุ่มหันไปมองบาร์เทนเดอร์หลังเคาน์เตอร์ แล้วพูดยิ้มๆ
“ขอแนะนำให้พวกคุณขนเหล้ากับของมีค่าออกไปก่อนชั่วคราว คนก็ไม่ควรอยู่ด้วย”
บาร์เทนเดอร์ชะงักไปชั่วขณะ ผ่านไปสองสามวินาทีจึงรีบตอบว่า
“ครับ!”
ไม่มีใครส่งข่าวมาบอกบาร์เทนเดอร์ เพราะกลัวจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น แต่เขาก็พอเดาได้จากการรวมตัวกันของโจรสลัดด้านนอกบาร์ ว่ากำลังมีบางสิ่งก่อตัวขึ้น และใกล้อุบัติขึ้นเต็มทีแล้ว
เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นระคนกังวลใจ เพราะสถานที่ซึ่งกำลังจะเกิดเรื่องคือบาร์คะนอง และตนคือผู้อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง!
เมื่อเห็นบาร์เทนเดอร์สั่งให้คนรับใช้ขนของมีค่าออกทางประตูหลัง ลูเมี่ยนก็หยิบสมุดวาดภาพเปล่า รวมถึงปากกาหมึกซึมออกมา พลางเขียนๆ วาดๆ แล้วถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
“บาร์ของพวกคุณมีมูลค่าประมาณเท่าไร? รวมตึกสองชั้นนี้ด้วย”
“เอ่อ…” บาร์เทนเดอร์อึ้งไปอีกครั้ง
นี่หมายความว่าอะไร?
หมายความว่าการปะทะที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจทำให้บาร์พังเสียหาย จนตึกทั้งหลังถล่มลงมาเลยหรือ?
เมื่อนึกถึงลูกไฟสีแดงเกือบขาวที่เปี่ยมด้วยพลังเหล่านั้น บาร์เทนเดอร์ก็สั่นเทาขึ้นมาทันที จึงฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า
“คุณจะชดเชยให้หรือ? ค…คุณจะให้เท่าไหร่ก็ได้ครับ หรือจะให้ผู้แพ้เป็นคนชดเชย…”
“ตึกนี้เป็นอาคารชั่วคราวที่ชาวบ้านในท้องถิ่นสร้าง มันคงไม่แพงนักหรอก บาร์ของพวกคุณก็รับลูกค้าโจรสลัดระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งหรือโต๊ะเก้าอี้ ก็ล้วนใช้ของถูกที่สุด…” ลูเมี่ยนประเมินโดยไม่เงยหน้ามอง พลางวาดบางสิ่งบางอย่างในสมุดเปล่าต่อไป
“ครับ ใช่ครับ” บาร์เทนเดอร์รีบพยักหน้าหงึกหงักเป็นนัยเห็นด้วย
ลูเมี่ยนเงยหน้ามอง ส่ายหน้าพลางยิ้ม
“ฉันพูดอะไรไป คุณก็เอาแต่ตอบว่าครับหรือใช่ครับ แบบนั้นมันน่าอึดอัดนะ”
“…” บาร์เทนเดอร์หุบปาก ไม่รู้จะตอบอย่างไรแล้ว
ลูเมี่ยนก้มหน้าลงอีกครั้ง
“2,000 เฟลคินเป็นไง?”
“ได้ครับ” บาร์เทนเดอร์เปลี่ยนมาใช้คำอื่น โดยไม่มีทีท่าจะต่อรองราคาแต่อย่างใด
ลูเมี่ยนถือปากกาหมึกซึมไม่หยุดมือ กล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า
“จะจ่ายหลังจากตรวจสอบความเสียหายที่แท้จริงก่อน หรือถ้าโจรสลัดใหญ่ที่กำลังจะมา เต็มใจช่วยชดเชยให้ ทางฉันก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ”
“ได้ครับ” บาร์เทนเดอร์รีบตอบรับทันที
เขาเหลียวซ้ายแลขวา แทบอยากจะงอกปีกบินออกจากบาร์คะนองเดี๋ยวนี้เลย
จากบทสนทนาเมื่อครู่ เขากังวลว่าถ้าอยู่ในที่เกิดเหตุต่อไป อาจได้กลายเป็นศพที่ไม่ครบสภาพ
ผ่านไปสองสามนาที พวกคนรับใช้ก็ขนของมีค่าที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นออกไป ทิ้งเฉพาะของราคาถูกไว้ในบาร์
บาร์เทนเดอร์ออกทางประตูหลังตามไป ส่วนพวกโจรสลัดทั้งของจริงและของปลอม รวมทั้งเมสัน ก็รีบออกจากบาร์คะนองไปรอมุงอยู่ข้างนอก
พวกเขาไม่กล้าอยู่ใน ‘สนามรบ’ แห่งนี้ต่อ
มันคือบทสรุปจากประสบการณ์
ลูเมี่ยนวาดอยู่พักหนึ่ง หยุดปากกาในมือ แล้วจิบแลงติร้อนแรงสีอำพันที่เหลืออยู่ไม่มากอย่างเชื่องช้า
รออีกสองสามนาที ฟรังก้าก็ย่องมาที่เงามืดข้างเคาน์เตอร์บาร์ กระซิบกระซาบว่า
“พลเรือเอกทะเลลึกไม่ได้มา แต่รองกัปตันของเขา ‘ฉลามยักษ์’ และกับพรรคพวก กำลังจะมาถึงละแวกนี้ อีกสักประมาณสองนาทีได้”
ลูเมี่ยนจับปากกาหมึกซึมอีกครั้ง วาดต่อบนหน้ากระดาษของสมุดวาดภาพ
เด็กหนุ่มหัวเราะในลำคอพลางเอ่ยตอบ
“อย่าลืมเตรียมค่าชดเชย 2,000 เฟลคินด้วยล่ะ และหลังจากกลับไปแล้ว ก็คืนเงินรางวัล 1,000 เฟลคินจากภารกิจอัญเชิญผู้ส่งสารให้ผมด้วย”
“หา?” ฟรังก้าแปลกใจเล็กน้อย
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“นี่เป็นค่าช่วยคุณย่อย ‘สุขสม’ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด แน่นอนว่าต้องเป็นคุณจ่าย รวมถึงของวิเศษที่ใช้ไปด้วย”
“ไม่มีปัญหา” ฟรังก้าเมื่อครู่ไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแต่แค่ไม่คิดว่าลูเมี่ยนจะเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
ขณะเดียวกัน เธอเห็นว่าลูเมี่ยนใกล้จะวาดรูปเสร็จแล้ว จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ทำไมไม่เอา ‘ชุดเกราะอหังการ’ ออกมาแทนล่ะ? สวมเสื้อคลุมให้มัน ปลอมตัวเป็นคน แล้วให้มันนั่งบนเก้าอี้ตัวนี้ หันหลังให้โจรสลัดที่กำลังจะเข้ามา”
อย่างไรเสีย ในสถานการณ์ที่มีลูเมี่ยนอยู่ ก็ไม่มีทางใช้ ‘ชุดเกราะอหังการ’ ได้อยู่แล้ว ยังไงก็เอามันมาวางตรงนี้ให้มีประโยชน์บ้างดีกว่า
“คุณอยากให้ตึกหลังนี้ถูกทำลายจริงๆ หรือไง?” ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ “อีกอย่าง ‘ชุดเกราะอหังการ’ ใช้ ‘คำลวง’ ไม่ได้ ปลอมตัวเป็นผมไม่ได้ พวกลูกน้องของ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ ย่อมต้องสังเกตเห็นปัญหาตั้งแต่ยังไม่ก้าวเข้าประตูมา”
ขณะเอ่ยปาก ลูเมี่ยนก็วาดเส้นสุดท้ายเสร็จพอดี
มันคือภาพร่าง วาดด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้ม ในภาพคือตัวลูเมี่ยนเอง
กระดาษค่อยๆ เลือนรางลง ลูเมี่ยนในภาพเริ่มขยับตัว พองกายขึ้นอย่างรวดเร็วดุจดังลูกโป่งที่ถูกสูบลม
เพียงชั่วพริบตา ลูเมี่ยนที่มีสีหน้าเรียบเฉย ได้ปรากฏขึ้นด้านหน้าเคาน์เตอร์บาร์ โดยถูกบังอยู่ด้านหลังลูเมี่ยนตัวจริง
มันมีสัญชาตญาณในการต่อสู้ได้สักไม่กี่นาที และมีพลังบางส่วนของลูเมี่ยน อีกทั้งจะเชื่อฟังคำสั่งของผู้วาด
ขณะที่จัดให้ลูเมี่ยนในภาพนั่งหันหลังให้ประตูบาร์ ลูเมี่ยนตัวจริงก็จำแลงกายเป็นสิ่งมีชีวิตเงา หายตัวไปจากด้านหน้าเคาน์เตอร์บาร์
ไม่นานนัก ยอร์ก รองกัปตันเรือ ‘นิวอินส์’ เจ้าของฉายา ‘ฉลามยักษ์’ พร้อมกับพรรคพวกที่มีพลังใกล้เคียงกันอีกไม่กี่คน ได้มาถึงบาร์คะนองท่ามกลางการมุงดูของเหล่าโจรสลัด
‘ฉลามยักษ์’ ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ศีรษะล้าน มองนักผจญภัยไม่ทราบชื่อที่นั่งอย่างสงบหน้าเคาน์เตอร์บาร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือนำพรรคพวกเดินผ่านประตูเข้าไป
เมื่อเหล่าผู้วิเศษจากเรือ ‘นิวอินส์’ เข้ามาในบาร์คะนองกันหมดแล้ว ลูเมี่ยนที่แปลงโฉมไปจนจำไม่ได้ โดยกำลังแทรกตัวอยู่ริมหน้าต่างเพื่อสังเกตการณ์ ได้วางมือขวาลงบนกระจก
รอยประทับสีดำที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าของเขาเรืองแสงขึ้นมา
ขวดเสกสรร!
เด็กหนุ่มบรรจุบาร์คะนองเข้าไปใน ‘ขวดเสกสรร’ โดยมีเงื่อนไขว่า ‘ผู้ที่ไม่ใช่ผู้วิเศษ’ เท่านั้นจึงจะเข้าออกได้
ถัดมา ลูเมี่ยนหันตัวกลับ แทรกตัวออกจากฝูงชนที่กำลังเอะอะมะเทิ่ง เนื่องจากทิวทัศน์เบื้องหน้าได้เลือนหายไปอย่างกะทันหัน จนกระทั่งมาถึงตรอกใกล้เคียง แล้วจึงพาฟรังก้าเทเลพอร์ตไปที่ท่าเรือในคราวเดียว
ทั้งสองคนได้พบกับจินนาและอ็องโตนีที่จุดนัดพบ โดยอาศัยเงาและล่องหนทางใจ ลอบขึ้นไปบนเรือวิเศษนามว่า ‘นิวอินส์’
เมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งมาถึง โจรสลัดบนเรือลำนี้ลดจำนวนลงมาก เพียงพอสำหรับการเฝ้ายามขั้นต่ำสุดเท่านั้น
ลูเมี่ยนไม่กังวลว่า การเคลื่อนไหวของพวกตนจะทำให้ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ เกิดลางสังหรณ์อันตราย เพราะจากข้อมูลที่รวบรวมมาจากทุกด้าน ฮาล·คอนสแตนตินไม่ใช่ผู้วิเศษเส้นทาง ‘ปีศาจ’ ไม่มีพลังรับรู้ความชั่วร้าย สิ่งที่เขาแสดงออกมาก่อนหน้านี้ ใกล้เคียงกับลำดับ 5 ‘ผู้ขับขานสมุทร’ ในเส้นทาง ‘วายุ’ มากกว่า และตามข้อมูลตอบกลับจากชุมนุมทาโรต์ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับองค์วายุสลาตัน
ดังนั้น ลูเมี่ยนจึงให้จินนาตรวจสอบจนแน่ใจว่า เรือ ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ ได้เทียบท่าที่บานาโมพร้อมกับเรือ ‘นิวอินส์’ ด้วยหรือไม่ เพราะกัปตันเรือ ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ โรเลอร์ ‘จอมฉีกกระดูก’ เป็น ‘ปีศาจ’
เนื่องด้วยกังวลว่า เมื่อข่าวคราวความคืบหน้าที่บาร์คะนองส่งกลับไปถึงเรือ ‘นิวอินส์’ อาจทำให้ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ เพิ่มความระมัดระวังตัว ลูเมี่ยนกับพรรคพวกจึงไม่รอช้า รีบแทรกซึมเข้าไปในห้องใต้ดาดฟ้าทันที
ไม่ถึงหนึ่งนาที พวกเขาก็พบโจรสลัดคนหนึ่ง อยู่ในห้องใกล้กับโถงทางเดินตามลำพัง
ฟรังก้าตรวจสอบว่าอุปกรณ์กลไกโดยรอบมีระบบเตือนภัยหรือไม่ ผ่านไปหลายอึดใจจึงกระซิบบอกลูเมี่ยนที่อยู่ในสภาพสิ่งมีชีวิตเงาว่า
“ลงมือได้”
ลูเมี่ยนแทรกเข้าไปในห้องนั้นทันที ลอยไปด้านหลังของโจรสลัดที่อยู่ตามลำพัง โผล่ตัวขึ้นมา แล้วส่งเสียง ‘ฮึ่ม’
แสงสีขาวสองสายสว่างขึ้นแล้วหายไป ส่งผลให้โจรสลัดคนดังกล่าวสลบเหมือด
อ็องโตนีเข้ามาในห้อง แล้วรีบลงมือสะกดจิตทันที
จินนากับฟรังก้าเฝ้าอยู่ในเงามืดนอกประตู ไม่นานก็ได้ยินเสียงสนทนาอย่างเป็นมิตรดังออกมาจากด้านใน
“พลเรือเอกอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ในห้องกัปตัน”
“การที่พลเรือเอกกลายเป็นหนึ่งในโจรสลัดที่โด่งดังที่สุดได้ คงต้องมีกลุ่มอิทธิพลสักกลุ่มคอยหนุนหลังอยู่สินะ?”
“ฉันไม่รู้ แต่พลเรือเอกก็ค่อนข้างลึกลับจริงๆ”
“…”
หลังจากสอบถามเบื้องต้น อ็องโตนีก็ทำให้โจรสลัดคนนั้นลืมเรื่องที่มีเพื่อนคนหนึ่งขึ้นเรือมา
พวกเขารีบย่องขึ้นไปยังห้องใต้ดาดฟ้า แล้วหยุดอยู่นอกประตูใหญ่ของห้องกัปตัน
ขณะจ้องมองประตูห้องโลหะสีเงินขาว เปลือกตาของลูเมี่ยนก็พลันกระตุก
นั่นเพราะเขากำลังนึกถึงเส้นทางและลำดับที่เป็นไปได้ของ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’
บนเรือวิเศษลำนี้ ‘ผู้ขับขานสมุทร’ อาจสำแดงพลังได้ไม่แพ้ตอนอยู่ในทะเลลึกและบนฟ้า!
ขณะที่ความคิดมากมายผุดขึ้นในห้วงคำนึงของลูเมี่ยน โจรสลัดสองคนก็เข็นรถอาหารมาถึงนอกห้องกัปตัน โดยใช้ลิฟต์กลไก
……………………………………………………..