ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 787 คำตอบจากกระจกวิเศษ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 787 คำตอบจากกระจกวิเศษ
ตอนที่ 787 คำตอบจากกระจกวิเศษ
เมื่อ ‘ฉลามยักษ์’ ยอร์กกับพรรคพวกวิ่งมาถึงท่าเรือ จุดที่เรือ ‘นิวอินส์’ เคยจอดทอดสมออยู่กลับว่างเปล่า มีเพียงระลอกคลื่นสีครามที่กำลังเอื่อยไหวในม่านหมอกจางๆ
ในชั่วขณะดังกล่าว เหล่าโจรสลัดใหญ่อย่างยอร์กต่างตะลึงงัน ราวกับได้เห็นภาพสีน้ำมันที่เหนือความคาดหมาย
ไม่นานนัก พวกเขาก็เกิดความหวาดหวั่นอย่างใหญ่หลวง
“พลเรือเอกทะเลลึกหนีไปกับเรือนิวอินส์แล้ว พวกเราจะทำอย่างไรดี?”
“นักผจญภัยนิรนามคนนั้น ล่าพลเรือเอกไม่สำเร็จ ปล่อยให้เขาหนีไปได้ ทีนี้จะหันมาเล่นงานพวกเราเพื่อระบายแค้นแทนหรือไม่?”
“เขาใช้ภาพลวงตาหลอกพวกเรา ที่แท้ก็มาล่าพลเรือเอกจริงๆ…”
ท่ามกลางกระแสความคิด ‘ฉลามยักษ์’ ยอร์กกับพรรคพวก พากันหันหลังวิ่งหนี ออกจากเขตท่าเรือไป
พวกเขาจะไปตามหาเหล่าผู้ประสานงานในท่าเรือบานาโม เพื่ออาศัยความรู้ความเข้าใจในท้องถิ่นของคนเหล่านั้น หาที่ปกปิดซ่อนตัว แล้วจึงค่อยติดต่อกับ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ เพื่อยืนยันว่าควรทำอย่างไรต่อไป
…………
ภายในห้องกัปตันของนิวอินส์
ฮาล·คอนสแตนติน ผู้สวมหน้ากากปลาหมึกโปร่งแสงอีกครั้ง เพ่งมองผ่านกระจกหนาออกไปยังมวลน้ำทะเลที่เอื่อยไหวแทบไร้แสง ขณะรับรู้ถึงบาดแผลทั้งภายนอกและภายในที่บรรจงสมานเข้าด้วยกัน โดยอาศัยความช่วยเหลือของยารักษา
เขาอดไม่ได้ที่จะหวนระลึกถึงประสบการณ์เมื่อครู่ แม้จะทุกข์ระทมยิ่งนัก แต่กลับทำให้เขาได้สัมผัสถึงสุขสมอันสุดขีด ซึ่งไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน จนกระทั่งดวงวิญญาณแทบจะว่างเปล่า
เทียบกับความสุขที่ได้จากหญิงสาวซึ่งถูกส่งมาบนเรือแล้ว มันรุนแรงกว่าหลายสิบเท่า ถึงขนาดที่ฮาล·คอนสแตนตินอยากจะลองสัมผัสอีกครั้ง
ฟู่ว…ฮาล·คอนสแตนตินถอนหายใจ รู้สึกโล่งอกที่ตนเปิดระบบป้องกันของนิวอินส์ได้ทันเวลา หากไม่แล้ว เขาที่กำลังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความสุขสมอันล้นเหลือ คงถูกสังหารได้อย่างง่ายดายในวินาทีถัดมา
เขาเชื่อว่าเหล่านักลอบสังหารต่างรับรู้ได้ถึงความอันตรายอย่างยิ่งยวดของเรือ ‘นิวอินส์’ จึงเลือกที่จะล่าถอย ไม่ไล่ตาม และรีบถอนตัวออกจากเรือแห่งวิทยาการลำนี้ไปเสียก่อน
เขาไม่เสียใจที่ไม่ได้เปิดระบบป้องกันตั้งแต่แรก เพราะในยามที่ถูกโจมตีอย่างฉับพลัน ตนไม่มีโอกาสว่างพอจะทำเช่นนั้นได้เลย
สิ่งที่ฮาล·คอนสแตนตินสงสัยอยู่ในตอนนี้คือ ตนถูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขสมไว้ตั้งแต่เมื่อใด ถึงได้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงทันทีที่ได้เห็นโฉมงามของ ‘นางมาร’ ผู้นั้น
เขาพึมพำกับตัวเอง
“นี่คือเหตุผลที่นักลอบสังหารชายไม่ยอมลงมือหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากโจมตีเรา แต่เป็นเพราะทำไม่ได้ ต้องรอให้เมล็ดพันธุ์แห่งความสุขสมฝังลึกลงในจิตใจเสียก่อนหรือ?”
“พวกเขาหวังผลอะไรกันแน่ นอกจากลอบสังหารเรา ยังวางแผนอะไรอีก? เป้าหมายที่แท้จริงคือความลับของเรือนิวอินส์ กับนิวอินส์ที่สาบสูญหรือ?”
‘พลเรือเอกทะเลลึก’ ฮาล·คอนสแตนตินขาดเบาะแสที่เกี่ยวข้อง ยากที่จะวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ จึงได้แต่ข่มอารมณ์ไว้ชั่วคราว โดยตั้งใจว่าจะรอให้ร่างกายและจิตใจฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์เสียก่อน แล้วจึงค่อยติดต่อผู้ใต้บังคับบัญชาในเมืองท่าบานาโม สอบถามว่าพวกเขาสังเกตเห็นความผิดปกติใดหรือไม่
เขาหวนคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วยสัญชาตญาณ หวังจะค้นพบรายละเอียดที่อาจนำไปสืบสวนได้ แต่กลับพบว่าหากตัดจุดประสงค์ที่แท้จริงของกลุ่มนักสังหารออกไป เรื่องราวทั้งหมดก็ดูราวกับว่า ‘นางมาร’ สองนาง กับสหายของพวกเธอ ตั้งใจมามอบความสุขสมอันล้ำค่าให้แก่เขาโดยเฉพาะ ส่วนการเกือบเอาชีวิตไม่รอดในห้วงแห่งความสุข ก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะสำหรับโลกนี้ มนุษย์หลายคนต้องม้วยมรณาในอ้อมกอดเพศตรงข้าม ทั้งที่มิได้ถูกทำร้ายแต่อย่างใด
ครุ่นคิดได้สักพัก ฮาล·คอนสแตนตินกวาดสายตาไปพบเหรียญลูอิดอร์วาววับหน้าประตูห้องกัปตัน
นั่นคือสิ่งที่ ‘นางมาร’ ทิ้งไว้
มองดูเหรียญลูอิดอร์ที่ถูกกระแสน้ำพัดมาอยู่หน้าประตู ซึ่งเห็นได้ชัดว่าผ่านการลบร่องรอยจนไม่อาจใช้สืบหาต้นตอได้ ฮาล·คอนสแตนตินพลันเกิดความคิดประหลาดขึ้นมา จมดิ่งอยู่ในความเงียบอันยากจะพรรณนา
…………
ณ โรงแรมในเมืองท่าบานาโม ในห้องที่ลูเมี่ยนและคณะเช่าพัก
จินนารีบถอดเข็มกลัด ‘มีหน้ามีตา’ รูปดอกสก็อตบรูม แล้วหย่อนมันลงในกระติกสนามสีอะลูมิเนียมที่ลูเมี่ยนมอบให้
แทบจะในทันที จินนารู้สึกได้ว่าสายตาของลูเมี่ยน ฟรังก้า และอ็องโตนี เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
แววตาของพวกเขาเผยความรังเกียจ เดียดฉันท์ และอาฆาตมาดร้ายที่ไม่อาจปกปิด
จินนาเคยสัมผัสความอาฆาตจากผู้คนรอบข้างมาก่อน ตามบาร์และคาบาเร่ต์ในเขตตลาดบนถนนปลาสเตอร์ของกรุงทรีอาร์ แต่ความอาฆาตเหล่านั้น มักเจือปนด้วยตัณหาและแรงกระหายบางอย่าง ไม่เหมือนครั้งนี้ที่มีแต่ความเกลียดชังและความเคียดแค้นเป็นหลัก
แน่นอน จินนายังสังเกตเห็นว่าในความรังเกียจเดียดฉันท์ของฟรังก้านั้น มีส่วนผสมของแรงกระหายอยู่บ้าง ราวกับต้องการได้รับความพึงพอใจจากการทารุณและรังแก
ลูเมี่ยนแม้จะมีแววตาเปลี่ยนไป แต่สีหน้ายังคงปกติอยู่
นี่เป็นผลมาจากความอดกลั้นของ ‘นักพรต’
เด็กหนุ่มพยักหน้าให้จินนาพลางเอ่ยปาก
“ผลด้านลบของเข็มกลัด ‘มีหน้ามีตา’ เริ่มออกฤทธิ์แล้ว เธอไปพักในห้องข้างๆ สักหนึ่งชั่วโมงเถอะ”
“ก็ได้” จินนาชำเลืองมองลูเมี่ยนครู่หนึ่ง นึกย้อนถึงเหตุการณ์ครั้งก่อน
ตอนนั้น เธอมีหน้าที่คุ้มครองลูเมี่ยนที่กำลังอยู่ภายใต้ผลด้านลบของเข็มกลัด ‘มีหน้ามีตา’ ซึ่งเธอเองก็นึกอยากจะซ้อมเขาสักยกเช่นกัน
หลังจากนั้น เธอเสียดายอยู่เสมอ ว่าเหตุใดจึงไม่ฉวยโอกาสวาดขี้หมาไว้บนหน้าของลูเมี่ยนเสียหน่อย
นึกถึงเรื่องในอดีต จินนาอมยิ้มเดินออกจากห้อง ไปรอให้ผลด้านลบสิ้นสุดลงในห้องข้างๆ ที่เช่าเตรียมไว้เช่นกัน
“ฟู่ว…ผลข้างเคียงเชิงลบของเข็มกลัด ‘มีหน้ามีตา’ รุนแรงจริงๆ…” ฟรังก้าพูดจากใจจริง
ลูเมี่ยนชำเลืองมองเธอครู่หนึ่ง หัวเราะในลำคอพลางกล่าว
“จากที่ผมเห็น คุณดูไม่เคียดแค้นหรือรังเกียจสักเท่าไร”
ฟรังก้ารู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที จึงหัวเราะแหะๆ พลางเอ่ยตอบ
“บางครั้ง ความเกลียดชังและรังเกียจ ก็สามารถปลุกเร้าแรงกระหายได้เช่นกัน”
“หากไม่เชื่อ คุณลองถามอ็องโตนีดูก็ได้!”
ยังไม่ทันที่ลูเมี่ยนจะหันไปมอง อ็องโตนีก็กล่าวขึ้นเอง
“จริงตามนั้น ดวงวิญญาณและสมองของมนุษย์คือสิ่งที่น่าพิศวง ผู้คนต่างกันอาจเกิดแรงกระหายเดียวกัน จากสิ่งเร้าที่ต่างกัน”
“บ้างก็ได้สุขสมจากความเจ็บปวด บ้างก็จากความริษยา บ้างก็จากการล่วงละเมิดข้อห้าม บ้างก็จากการถูกดุด่า บ้างก็จากการทารุณผู้อื่น บ้างก็จากการที่ตนแบ่งปันแล้วได้รับความรักจากผู้อื่น มีหลากหลายเหลือคณานับ เกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้”
“กล่าวโดยสรุปก็คือ โลกนี้มีพวกวิปริตอยู่มากมายสินะ?” ลูเมี่ยนถือโอกาสเย้ยหยันฟรังก้า
ฟรังก้ามิได้หลงกลคำยั่วยุ เพียงขมวดคิ้วด้วยสีหน้าครุ่นคิด
หลังจากหลุดพ้นจากผลด้านลบของเข็มกลัด ‘มีหน้ามีตา’ เธอก็นึกถึงภาพที่เพิ่งได้เห็น
จึงเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง
“พวกคุณรู้สึกหรือไม่ว่า โฉมหน้าที่แท้จริงของพลเรือเอกทะเลลึก ดูคล้ายแฮร์ริสันจากเกาะแห่งการคืนชีพอยู่บ้าง?”
ลูเมี่ยนรำลึกครู่หนึ่งแล้วเอ่ยตอบ
“คุณกำลังจะบอกว่า ทั้งคู่ต่างก็มีเค้าโครงแบบชาวตะวันออกสินะ?”
เด็กหนุ่มได้เห็นภาพวาดของแฮร์ริสันของฟรังก้าแล้ว
“ใช่ แต่ดูคล้ายกับเป็นลูกครึ่ง ระหว่างผู้คนอย่างแฮร์ริสัน กับชาวอินทิสหรือชาวทวีปเหนือมากกว่า” ฟรังก้ากล่าวอย่างรอบคอบ
เนื่องจากอ็องโตนีอยู่ด้วย เธอจึงมิได้พูดถึงเรื่องการข้ามมิติ แต่พยายามชี้นำไปทางเกาะแห่งการคืนชีพแทน
ลูเมี่ยนผงกศีรษะรับกล่าวว่า
“คุณวาดภาพของฮาล·คอนสแตนตินออกมา พวกเราจะได้เขียนจดหมายสอบถามไพ่อาร์คาน่าใหญ่”
“ยังไม่ต้องถามมาดามจัดจ์เมนต์กับมาดามเมจิกเชี่ยนหรอก ฉันจะลองทำนายด้วยกระจกวิเศษดูก่อน” ฟรังก้าตอบรับในทันที
เธอเริ่มจัดเตรียมพิธีกรรมในห้อง วาดรูปฮาล·คอนสแตนตินตามที่จำได้ออกมา ซึ่งรวมถึงโฉมหน้าที่คล้ายชาวเกาะแห่งการคืนชีพ ใบหูที่แหลมเล็กน้อย เส้นผมสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำที่หยาบหนา และเส้นเลือดสีเข้มคล้ายหนวดปลาหมึก ซึ่งปูดนูนขึ้นมาบนหลังมือยามกุมตรีศูลศิลาดำ
บางส่วนเป็นรายละเอียดที่ฟรังก้ามิได้สังเกตระหว่างการต่อสู้ แต่ก็จับติดตาไว้ บัดนี้ผ่านพิธีกรรม เธอจึงคัดลอกมันออกมาจากความทรงจำได้
ลูเมี่ยนหยิบภาพวาดขึ้นมา พินิจอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“มีเค้าโครงแบบชาวตะวันออกจริงๆ”
ฟรังก้าส่งเสียง ‘อืม’ แล้วมุ่งมั่นวุ่นวายอยู่กับการทำนายด้วยกระจกวิเศษ
ไม่นานนัก กระจกบนโต๊ะก็มืดสลัวลง ภายในราวกับมีเสียงน้ำไหลกระเพื่อมสะท้อนก้องแผ่วเบา
ฟรังก้าหยิบภาพวาดของพลเรือเอกทะเลลึกขึ้นมา ถามไปยังเป้าหมายของการทำนายด้วยกระจกวิเศษ
“โฉมหน้าแบบนี้ หมายถึงอะไร?”
เธอมิได้ถามถึงที่มาหรือบ้านเกิดของฮาล·คอนสแตนติน เกรงว่าจะเป็นสิ่งที่เป้าหมายของการทำนายด้วยกระจกวิเศษไม่อาจตอบได้
เสียงแหบแห้งชราภาพดังออกมาจากภายในกระจก
“นี่คือเอลฟ์ผู้หนึ่ง”
เอลฟ์หรือ? เส้นเลือดที่ขมับของลูเมี่ยนกระตุกวูบ
นี่คือเผ่าพันธุ์เหนือธรรมชาติในตำนาน!
แต่เดิมลูเมี่ยนเพียงรู้ว่า เอลฟ์เป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะนิวอินส์ที่สาบสูญในทะเลโซเนียเมื่อยุคบรรพกาล ภายหลังเมื่อได้อ่านตำนานกำเนิดโลกของพวกเขาที่เมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ จึงพบว่าเผ่าเอลฟ์เคยทรงอำนาจยิ่งนัก ราชาของพวกเขาคือซอนญาธริม หนึ่งในเทพบรรพกาลทั้งแปด ผู้ปกครองทั้งนภาและมหาสมุทร
ในโลกความจริง นับแต่ยุคที่ห้าเริ่มต้น การพบเอลฟ์แท้เป็นเรื่องหาได้ยากยิ่ง มีเพียงทายาทเอลฟ์ที่สายเลือดเจือจางจนแทบมองไม่เห็น เผยตัวออกมาบ้างเป็นครั้งคราว
ฟรังก้าตกตะลึงเช่นกัน เผลอถามออกไปว่า
“เป็นเอลฟ์ หรือว่าเป็นลูกครึ่งเอลฟ์กับมนุษย์กันแน่?”
“ลูกครึ่ง” เสียงแหบแห้งชราภาพตอบกลับมา
แม้จะเป็นลูกครึ่ง แต่จากลักษณะภายนอกของฮาล·คอนสแตนติน สายเลือดเอลฟ์ของเขายังเข้มข้นอยู่มาก…ตามทฤษฎีแล้ว ลำดับ 5 ‘ผู้ขับขานสมุทร’ ไม่น่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากถึงเพียงนี้…ลูกครึ่งเอลฟ์กับมนุษย์? หรือว่าบรรพบุรุษของเผ่าเอลฟ์คือผู้ข้ามมิติ แล้วสืบเผ่าพันธุ์ในโลกนี้? ตำนานเอลฟ์ล้วนเป็นเรื่องราวในยุคที่สอง…ฟรังก้ายิ่งคิดยิ่งหนักใจ จนแทบลืมถามคำถามที่สาม
เธอระงับความว้าวุ่น ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยออกไป
“นิวอินส์ที่สาบสูญ คือซากอารยธรรมที่เอลฟ์โบราณทิ้งไว้ใช่หรือไม่?”
แม้ในยุคบรรพกาล เอลฟ์จะอาศัยรวมกันอยู่บนเกาะนิวอินส์ แต่เมื่อครั้งปกครองมหาสมุทร การทิ้งร่องรอยอารยธรรมไว้ในทะเลอื่นก็เป็นเรื่องปกติ
อา…หากฮาล·คอนสแตนตินเป็นทายาทเอลฟ์ที่มีสายเลือดค่อนข้างบริสุทธิ์ การที่เขาสวมหน้ากาก ปลอมตัวเป็นลูกหลานสัตว์ประหลาดทะเล ทุกอย่างก็จะลงล็อก กล่าวกันว่าศาสนจักรวายุสลาตันเกลียดชังเอลฟ์และทายาทเอลฟ์เลือดบริสุทธิ์อย่างยิ่ง…
เสียงชราภาพในกระจกตอบคำถามที่สามของฟรังก้า
“ไม่ทราบ”
“ช่างเถอะ…” ฟรังก้ายุติการทำนายด้วยกระจกวิเศษ จมอยู่ในความเงียบยาวนาน
เธอพลันรู้สึกเสียดายที่ครั้งนี้ พวกตนเพียงแค่ใช้พลเรือเอกทะเลลึก ฮาล·คอนสแตนตินเป็นเหยื่อในการย่อย ‘สุขสม’ หากรู้เช่นนี้แต่แรก คงไม่ต้องฝึกฝนทีม ไม่ต้องเปลี่ยนชะตา แต่ปล่อยให้ลูเมี่ยนลงมือเต็มกำลัง โดยมีพวกเธอคอยสนับสนุนเป็นลูกหาบ แล้วดูว่าจะจับเอลฟ์ผู้นั้นแบบเป็นๆ ได้หรือไม่
……………………………………………………..