ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 788 การรู้แจ้ง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 788 การรู้แจ้ง
ตอนที่ 788 การรู้แจ้ง
เมื่อเห็นการทำนายด้วยกระจกวิเศษสิ้นสุดลง ลูเมี่ยนก็หันมาทางอ็องโตนี
“เรือนิวอินส์คงหนีไปแล้วแน่ คุณไปเดินสำรวจตามท้องถนน สืบข่าวจากโจรสลัดว่าพวกตัวเป้งของเรือนิวอินส์ อย่างฉลามยักษ์ ได้ขึ้นเรือทันหรือไม่ ถ้าไม่ทัน ตอนนี้อยู่ที่ใด”
“ตกลง” อ็องโตนีเข้าใจความหมายของลูเมี่ยน ว่าต้องการให้รีบสืบหาที่อยู่ของฉลามยักษ์ยอร์กกับพรรคพวก ดูว่าจะมีโอกาส ‘เยี่ยมเยียน’ เรือนิวอินส์ผ่านคนเหล่านั้นได้อีกครั้งหรือไม่ เพื่อสืบถามจากฮาล·คอนสแตนตินเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเผ่าเอลฟ์ รวมถึงประเด็นที่ว่า แท้จริงแล้ว ‘นิวอินส์ที่สาบสูญ’ เป็นของอารยธรรมใด
ในเรื่องนี้ ลูเมี่ยนไม่อาจออกหน้าเองได้เป็นแน่ พวกโจรสลัดเห็นเขาต่างก็หลบเลี่ยง แม้จะถูกบังคับให้บอกความจริง ก็จะทำให้ฉลามยักษ์ยอร์กและพวกที่อาจยังคงอยู่ในเมืองท่าบานาโม ระแวดระวังตัว ย้ายที่ซ่อน หลบลึกยิ่งกว่าเดิม และหากจะแปลงกายเป็นผู้อื่น พวกโจรสลัดก็จะไม่สนิทสนมกับลูเมี่ยน ไม่บอกเรื่องราวมากมายถึงเพียงนั้น
หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับฟรังก้าเช่นกัน
ในยามปัจจุบัน มีเพียงอ็องโตนีที่คบหาเป็นมิตรกับโจรสลัด จึงจะได้ข่าวที่ต้องการมาอย่างเป็นธรรมชาติ
หลังจากมองส่งอ็องโตนีออกจากห้องไป ฟรังก้าก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะหนังสือ พลางถอนหายใจยาว
“การข้ามเวลานี่ ทำไมยิ่งลึกลับซับซ้อนขึ้นทุกที?”
“เป็นคุณต่างหากที่คิดว่ามันง่ายเกินไปแต่แรก” ลูเมี่ยนแค่นหัวเราะตอบ
ฟรังก้าไม่ได้โต้แย้ง นั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด
“โอสถ ‘สุขสม’ ของฉันย่อยสมบูรณ์แล้ว กลับไปพักสักสองสามวัน ก็จะพร้อมทดสอบพิธีเลื่อนลำดับเป็น ‘ทุกข์ระทม’ แล้ว”
“พูดตามตรง ยังกับฝันไปเลย แค่นี้ก็ย่อยเสร็จแล้วหรือ?”
เห็นได้ชัดว่าเธอยังรู้สึกขาดความเป็นจริงอยู่บ้าง
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“แล้วจะให้มันเป็นแบบไหน?”
“หากพลเรือเอกทะเลลึกรู้ว่า จุดประสงค์หลักของพวกเราคือช่วยคุณย่อยโอสถ ‘สุขสม’ เขาคงคิดว่าโลกนี้ช่างเหลวไหลสิ้นดี คิดว่าจำเป็นด้วยหรือ ด้วยสถานะของนางมารสุขสม หากไปหาถึงที่ตรงๆ พร้อมสัญญารับรองที่ผูกมัดการกระทำของทั้งสองฝ่าย ระบุว่าห้ามทำร้ายกัน เขาก็คงยินดียิ่งที่จะช่วยเหลือ”
“สำคัญคือ ฉันผ่านด่านในใจตัวเองไม่ได้…” ฟรังก้าพึมพำเสียงอ่อย “อีกอย่าง ฉันเข้าใจความหมายของคุณ ในโลกของพวกเรา ก็มีคนมากมายที่จะพูดว่า ‘การช่วยนางมารสุขสมย่อยโอสถช่างชั่วร้ายเหลือเกิน โปรดให้ผมช่วยด้วยเถิด’ แต่พวกนี้ล้วนเป็นความสุขสมผิวเผิน เป็นการย่อยคุณภาพต่ำ ไม่ได้แสดงถึงความสุขสมในความทุกข์ระทม จมดิ่งในความสุขสม ต้องใช้ปริมาณมหาศาลมาชดเชย ตรงกันข้าม ความสุขสมแปลกประหลาดที่มุ่งเป้าไปที่โมรัน·อาวินี รวมถึงฮาล·คอนสแตนติน กลับใกล้เคียงธรรมชาติแท้ของเส้นทางนางมารมากกว่า”
ลูเมี่ยนแค่ตั้งใจพูดเล่น จึงไม่ได้สานต่อหัวข้อนี้อีก
ฟรังก้านิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง มองลูเมี่ยนแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยอย่างระวังปาก
“แผนการแพร่โรคระบาดในโจรสลัดของเมืองท่าบานาโมที่คุณเสนอมา ฉันคิดว่าไม่ดี ไม่ควรนำมาพิจารณา”
“ทำไมล่ะ?” ลูเมี่ยนเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ถามอย่างขบขัน
ฟรังก้านั่งหลังตรง สบตาไม่หลบเลี่ยง กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ตามความเห็นของฉัน พวกเราไม่สามารถแยกโจรสลัดสมควรตายกับผู้บริสุทธิ์ออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด โรคระบาดต้องลุกลามไปถึงคนพวกหลังแน่ จนพวกเขาต้องตายอย่างสิ้นหวัง”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“ผมก็แค่เสนอแนวคิดและทิศทาง ส่วนจะทำได้หรือไม่นั้น ค่อยพิจารณาตอนปรับปรุงแผนและลงรายละเอียด หากมีวิธีหลีกเลี่ยงปัญหาที่คุณว่า ก็ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ค่อยล้มเลิก จะมาจำกัดความคิดตั้งแต่แรก ถึงขั้นแค่คิดก็คิดไม่ได้ แบบนั้นหรือ?”
“อย่างเช่น ถึงตอนนั้น ฉันอาจกลายเป็นครึ่งเทพแล้ว และหาของทดแทนขวดเสกสรรในระดับสูงได้ จนสามารถนำเมืองท่าบานาโมใส่ลงในขวด แล้วตั้งเงื่อนไขให้มีเพียงโจรสลัดเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้าออก”
“ไม่ได้” ฟรังก้าส่ายหน้า “ที่นี่ยังมีนักผจญภัยที่เป็นโจรสลัดไปด้วย พวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้ก่อความผิดที่สมควรแก่โทษประหาร”
ลูเมี่ยนยิ้มพลางถอนหายใจ
“งั้นก็ร่วมมือกับชุมนุมแสงเหนือ หรือหาของวิเศษที่เกิดจาก ‘คนกลาง’ ลำดับ 5 มาคัดกรองว่าใครมีความผิด ใครไม่มี”
ฟรังก้าคิดตามอย่างจริงจัง
“นี่ก็ไม่ได้เหมือนกัน พวกเราเองก็มีความผิด นักผจญภัยที่ฆ่าโจรสลัดมาหลายคน จะนับว่าไม่มีความผิดได้อย่างไร?”
ลูเมี่ยนอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะ
“คุณเหมาะจะเปลี่ยนมาเป็นนักยั่วยุจริงๆ”
“ผมก็แค่ยกตัวอย่าง เพื่อชี้ให้เห็นว่าเรื่องหนึ่งหรือแผนการหนึ่ง ไม่ควรปฏิเสธตั้งแต่แรก ต้องวิเคราะห์ความเป็นไปได้อย่างละเอียด พิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคต”
“อืม” ฟรังก้าเมื่อได้แสดงความเห็นแล้ว ก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ด้วยหลักการที่ว่า ระหว่างพี่น้องต้องเตือนสติกัน ไม่ควรมัวเกรงใจกัน จึงพูดกับลูเมี่ยนอย่างตรงไปตรงมา
“ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่คุณได้ค้นพบแผนวังวน การกระทำก็เริ่มกลับมารุนแรงอีกครั้ง เหมือนได้ย้อนกลับไปช่วงที่เพิ่งมาถึงกรุงทรีอาร์ หรือว่า ‘เสียงกระซิบของปีศาจ’ ของฮิโซกะ จะทำให้ความอาฆาตของคุณพลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา? อา…บางที ‘กระเป๋านักเดินทาง’ อาจทำได้แค่ลดผลกระทบลง ไม่ใช่ขจัดผลร้ายทั้งหมด”
ลูเมี่ยนยิ้มเยาะตนเองพลางกล่าว
“มันคงผสมๆ จากอย่างอื่นด้วย”
เด็กหนุ่มรีบเก็บรอยยิ้ม แล้วกล่าวกับฟรังก้าอย่างจริงจัง
“แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ผมได้เข้าใจบางสิ่งแล้ว”
“สิ่งใดหรือ?” ฟรังก้าถามด้วยความสงสัย
ลูเมี่ยนพยักหน้า
“ช่างประจวบเหมาะ ผมเองก็อยากจะเตือนคุณเช่นกัน เป็นนางมารมาก็นานแล้ว คุณไม่สังเกตถึงธาตุแท้ของเส้นทางนี้บ้างหรือ?”
ฟรังก้านิ่งเงียบไป
ลูเมี่ยนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เฉกเช่นเส้นทางนักล่า พวกเราถูกลิขิตให้นำมาซึ่งหายนะและภัยพิบัติ ถูกลิขิตให้อยู่ในความมืด เป็นตัวแทนของการทำลายล้าง”
“คุณลองคิดดู ผู้วิเศษทั้งหลายประเมิน ‘นักล่า’ และ ‘นางมาร’ เช่นไร? คือภัยอันตราย ‘นักล่า’ คือภัยแห่งโลหิต ‘นางมาร’ คือภัยแห่งความชั่ว พวกเราไม่อาจหวังว่าตัวเองจะหลุดพ้นจากภาพลักษณ์เช่นนี้ได้ อีกทั้งยังไม่มีทางหลุดพ้น”
“โอสถที่ต้องดื่มต่อไป รวมถึงพิธีกรรมเลื่อนลำดับ จะผลักดันให้พวกเราดำดิ่งสู่ความมืด เว้นแต่คุณจะยอมละทิ้งการไต่ลำดับ เลือกที่จะหยุดอยู่กับที่ตลอดไป หากไปแล้ว พวกเราล้วนต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะทรมานจิตใจตัวเองเสมอ”
“คุณอาจพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางก็ได้ แน่นอน ตัวเลือกเดียวของคุณคือเส้นทางนักล่า”
เห็นฟรังก้าสีหน้าเปลี่ยนไป แต่ยังคงไม่เอ่ยปาก ลูเมี่ยนพลันหัวเราะออกมาเสียงหนึ่ง
“สิ่งที่ผมอยากบอกคือ จงละทิ้งความรังเกียจ ไม่ใช่พอได้ยินเรื่องชั่วร้ายมืดมน ก็คิดจะหลบเลี่ยง คิดจะตีจาก พวกเราจำต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้บ้าง มีเพียงหนทางนี้เท่านั้น พวกเราจึงจะค้นพบวิธีหลีกเลี่ยงความชั่วร้าย พบประกายแสงในความมืดมิดได้”
“พวกเราล้วนต้องถูกย้อมด้วยสีดำ จึงทำได้เพียงพยายามไม่ตกต่ำ ไม่ละทิ้งความยึดมั่นในใจ”
ฟรังก้านิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว
“‘ทุกข์ระทม’ กับ ‘สิ้นหวัง’ ต่างก็ฟังดูเป็นลางไม่ดีเอาเสียเลย…การเดินในความมืด แสวงหาแสงสว่างในความมืด พวกเราจะไม่ถูกมลทินครอบงำทีละนิด จนท้ายที่สุดก็จมดิ่งลงไปเต็มตัวหรือ?”
ลูเมี่ยนหัวเราะ
“พวกเรายังมีทางเลือกหรือ? ต่างก็ทำได้เพียงต่อสู้กับความชั่วร้าย ต่อสู้กับความมืดในตัวเองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสิ้นลม”
ฟรังก้า ‘อืม’ ออกมาเสียงหนึ่ง แล้วพูดด้วยความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน
“ผู้วิเศษทุกคนล้วนเป็นเช่นนี้ เส้นทางแห่งเทพถูกลิขิตให้อันตราย ต้องคลุ้มคลั่งอย่างแน่แท้ เพียงแต่ ‘นักล่า’ กับ ‘นางมาร’ แสดงออกชัดเจนตรงไปตรงมายิ่งกว่า”
เธอถึงกับไม่กล้าจินตนาการว่า หากตนเลือกเส้นทาง ‘ปีศาจ’ แต่แรก จะต้องดิ้นรนทุกข์ทรมานเพียงใด และบัดนี้จะเป็นเช่นไร
ครั้นผลร้ายจากเข็มกลัด ‘มีหน้ามีตา’ บนตัวจินนาจางหายไป อ็องโตนีก็กลับมายังโรงแรม แจ้งสถานการณ์ปัจจุบัน ณ เมืองท่าบานาโมแก่พวกลูเมี่ยน
“เรือ ‘นิวอินส์’ หนีไปจริงๆ ส่วน ‘ฉลามยักษ์’ ยอร์กกับพรรคพวกขึ้นเรือไม่ทัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าหนีไปไหนแล้ว”
สองวันต่อมา ลูเมี่ยนและคณะต่างปลอมตัว ออกตามหารองกัปตัน ผู้ช่วยกัปตัน และพวกลูกเรืออาวุโสของเรือ ‘นิวอินส์’ ที่เมืองท่าบานาโม แต่ไม่ว่าจะสืบสวนในทางสังคม หรือติดตามในแง่ศาสตร์เร้นลับ ก็ล้วนไร้ผลเป็นชิ้นเป็นอัน ซ้ำยังค้นพบว่า บุคคลที่พวกตนกำลังสงสัยว่าทำงานให้ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ ก็ได้หายตัวไป
ลูเมี่ยนจึงเชื่อว่า ‘ฉลามยักษ์’ ยอร์กกับพรรคพวก คงหนีออกจากเมืองท่าบานาโมผ่านช่องทางพิเศษไปแล้ว ส่วนจะกลับไปถึงเรือ ‘นิวอินส์’ หรือไม่ ยังไม่อาจทราบได้ในยามนี้
…………
ณ อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตหอรำลึก เมืองทรีอาร์
อ็องกูแลม·เดอ·ฟรองซัวจัดเตรียมพิธีกรรมเสร็จสิ้น อัญเชิญผู้ส่งสารของ ‘เจ็ดถ้วย’ ออกมา
เขาเห็นวิญญาณรูปกระต่ายเดินออกจากแสงไฟเทียนไข แต่งกายแปลกประหลาดยิ่งนัก
ระหว่างหูทั้งสองสวมหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงใบจิ๋ว บนสันจมูกคาดแว่นตาขอบทองขนาดจิ๋วเช่นกัน บนเรือนร่างสวมเสื้อคลุมสีดำที่เห็นได้ชัดว่าไม่ควรเป็นของกระต่าย ในมือถือปืนลูกโม่สีดำสนิทที่มีลำกล้องใหญ่ แต่ขนาดโดยรวมเล็กพอให้กระต่ายตัวใหญ่ใช้งานได้…
ผู้ส่งสารของ ‘ดาบซ่อนแขน’ นี่ช่าง…ช่างน่ารักจริงๆ…มีเอกลักษณ์มาก…ไม่อยากเชื่อว่าจะแต่งตัวให้ผู้ส่งสารแบบนี้…อ็องกูแลมหยิบจดหมายที่เขียนเตรียมไว้แล้ว ยื่นให้ผู้ส่งสารกระต่ายที่เขารู้สึกว่าน่ารักเหลือเกิน
กระต่ายพลันเหลือบมองเขาครู่หนึ่ง ด้วยดวงตาเย็นเยียบและคมกริบ
อึก…อ็องกูแลมขอถอนคำประเมินเมื่อครู่คืน
…………
ภายในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งลูเมี่ยนกับพรรคพวกเช่าอยู่ในเมืองท่าบานาโม
ฟรังก้าอ่านจดหมายของอ็องกูแลมจบ แล้วกล่าวด้วยความลำบากใจ
“007 มีเบาะแสเกี่ยวกับ ‘คนในกระจก’ ต้องการให้พวกเราไปสืบ แต่เรายังตามหา ‘ฉลามยักษ์’ ยอร์กกับพวกไม่พบเลย”
เมื่อเทียบกับ ‘คนในกระจก’ เธออยากรู้ความลับของเผ่าเอลฟ์มากกว่า
ลูเมี่ยนเอนพิงพนักเก้าอี้ กล่าวด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างยิ่ง
“สถานการณ์เลวร้ายที่สุดก็คือ ‘ฉลามยักษ์’ ยอร์กกับพรรคพวกกลับไปถึงเรือ ‘นิวอินส์’ ผ่านช่องทางลับแล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเราอยู่ที่นี่นานไปก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด”
“ในกรณีดังกล่าว พวกเราลองถอนตัวออกไปก่อนดีไหม? รอดูว่าหลังสัญญาณเตือนถูกยกเลิก พวกนั้นจะโผล่ออกมาอีกหรือไม่ ระหว่างนั้นก็วางแผนระยะยาว จัดคนเฝ้าดูเมืองท่าบานาโมไว้ บางทีอีกสักระยะ เรือ ‘นิวอินส์’ อาจกลับมาเติมเสบียงก็ได้?”
“ตกลง” ฟรังก้ายอมรับความเป็นจริง
ทันใดนั้นเอง จินนาสังเกตเห็นปัญหาหนึ่ง
กระต่ายเซียโซยังคงอยู่ในห้อง
เธอยังมิได้มอบค่าตอบแทนการส่งสารครั้งนี้
……………………………………………………..