ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 805 ทดสอบ
ตอนที่ 805 ทดสอบ
เลสไม่ได้ถามถึงเหตุผล เพียงเดินขึ้นชั้นสอง หาผ้าแดงมาผืนหนึ่ง แล้วแขวนไว้หน้าประตูบาร์ ‘สัตว์กินเนื้อ’
ลูเมี่ยนนั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่สร้างขึ้นใหม่ เพลิดเพลินกับเนื้อวัวย่างหมักเครื่องเทศกับขนมปังนุ่ม
เวลาผ่านไป ลูกค้าที่เข้ามาในบาร์ ‘สัตว์กินเนื้อ’ ก็มากขึ้นตามลำดับ สืบเนื่องจากเลสทำแท่นไม้ ติดรายการอาหารและราคาใหม่ วางไว้ริมถนน
แน่นอน นี่ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้ลูกค้าเข้ามา
เหตุผลสำคัญที่สุดคือ ราคาอาหารในเมนูถูกเกินคาด เพราะไม่มีเถ้าแก่คิดส่วนต่างกำไร
ลูกค้าต่างมาด้วยท่าทีลองของ ไม่ค่อยมั่นใจในบาร์ ‘สัตว์กินเนื้อ’ ที่เปลี่ยนเถ้าแก่ พวกเขาตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าราคานี้จริงหรือไม่ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ และปริมาณกับคุณภาพของอาหารจะรับประกันได้หรือไม่
นี่เป็นประสบการณ์อันเกิดจากการถูกพ่อค้าในโมโรลาเล่นตุกติกมานับครั้งไม่ถ้วน
พวกพ่อค้าขี้โกงเหล่านั้นก็มีข้ออ้าง พวกเราล้วนถูกเนรเทศมาที่โมโรลาเพราะทำผิดกฎหมายร้ายแรง ยังจะหวังให้ทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์อีกหรือ? ในเมื่อกฎระเบียบของผู้อยู่อาศัยในโมโรลาก็ไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องการตั้งราคาเกินจริง หรือการใช้ของเลวแทนของดี และพวกผู้บังคับใช้กฎหมายก็ไม่มาตรวจสุขอนามัยในครัวด้วย
ลูกค้าส่วนใหญ่โกรธแต่ไม่กล้าพูดอะไร พ่อค้าขี้โกงที่พวกเขาสั่งสอนได้ ก็ถูกเชือดทิ้งไปหมดแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นพวกที่พวกเขาไม่กล้าแตะต้อง
พวกเขามักเสียใจ คิดว่าน่าจะเหลือพ่อค้าขี้โกงไว้สักไม่กี่คนที่พอจะควบคุมได้ เพื่อรับประกันคุณภาพอาหารและความสมเหตุสมผลของราคา ผ่านการตรวจสอบในชีวิตประจำวัน
หลายครั้งหลายครา การฆ่าคนไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
“ถ้าฉันเข้าใจหลักการนี้ ก็คงไม่ถูกเนรเทศมาที่โมโรลาหรอก!” ผู้ถูกเนรเทศวัยสี่สิบกว่าๆ ถือเบียร์ที่มีฟองสีขาวลอย แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
สายตาของเขาเคลื่อนไปมาบนร่างของจูลี่ ผู้ทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ชั่วคราว หวังจะใช้คำพูดและการแสดงออกของตัวเอง ดึงดูดความสนใจของสาวงามรายนี้
ราคาถูกคือเหตุผลที่พวกเขาเข้ามา และบาร์เทนเดอร์สวยคือเหตุผลที่พวกเขาไม่อยากจากไป จึงสั่งเหล้าเพิ่มอีกแก้ว
ลูเมี่ยนจิ้มเนื้อวัวย่างที่นอกกรอบในนุ่มชิ้นหนึ่ง ลิ้มรสความอร่อยที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเครื่องปรุงลับเฉพาะของเลส กับเนื้ออันแสนนุ่มฉ่ำ
เด็กหนุ่มเริ่มคิดว่า หลังออกจากโมโรลาแล้ว ควรให้ลุดวิกไปเป็นหัวหน้าคนครัวดีหรือไม่
จะปล่อยให้พรสวรรค์ของ ‘คนครัว’ สูญเปล่าไม่ได้!
หลังรับประทานอาหารกลางวัน ลูเมี่ยนถือเหล้ากลั่นแก้วหนึ่ง เดินวนรอบห้องโถงในฐานะเถ้าแก่บาร์ ปะติดปะต่อสภาพปัจจุบันของโมโรลาจากปากลูกค้าต่างๆ
ไม่นานหลังจากเมืองเนรเทศถูกก่อตั้งขึ้น ผู้อยู่อาศัยก็เกิดการแบ่งชนชั้น โดยมาตรฐานหลักในการแบ่งคือพละกำลัง
มาจนถึงวันนี้ ผู้วิเศษได้ครอบครองตำแหน่งสำคัญต่างๆ ในโมโรลาอย่างมั่นคง ควบคุมทรัพยากรมากมาย อาทิ ธัญพืช เนื้อสัตว์ ผัก ผลิตภัณฑ์นม แร่ธาตุ สินค้าจากโรงงาน ช่องทางการขาย ร้านค้าริมถนน อาชญากรธรรมดาที่ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติได้แต่เลือกที่จะรับใช้พวกเขา ทำงานในฟาร์ม เหมือง ทุ่งเลี้ยงสัตว์ โรงงาน พวกที่สถานการณ์ดีหน่อยก็ถือว่าเป็นลูกจ้าง ส่วนที่แย่กว่านั้นก็เกือบเท่ากับเป็นทาส
สำหรับอาชญากรธรรมดาเหล่านี้ ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การได้รับความไว้วางใจจากผู้วิเศษทรงพลัง เมื่ออีกฝ่ายชนะการต่อสู้ ตนก็จะได้รับตะกอนพลังที่อีกฝ่ายไม่ต้องการเป็นรางวัล
“นี่มันสวรรค์ในจินตนาการของ ‘ชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก’ ชัดๆ” ลูเมี่ยนนั่งกลับที่เคาน์เตอร์บาร์แล้วพูดอย่างขบขันปนรำพึง
ในฐานะอดีตสมาชิกของ ‘ชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก’ แม้เขาจะแอบเยาะเย้ย ‘การเทศนา’ และ ‘พิธีกรรม’ ที่น่าอึดอัดใจอยู่เสมอ แต่ก็ได้เข้าใจแนวคิดหลักของ ‘ชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก’ ผ่านสิ่งเหล่านี้
องค์กรนี้ต้องการสร้างประเทศที่ผู้วิเศษไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป โดยจะได้มาซึ่งตำแหน่งด้วยพละกำลัง
โมโรลาในตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น
ลูเมี่ยนกำลังจะดื่มเหล้ากลั่นที่เหลือในแก้วให้หมด แล้วขึ้นไปหาที่เงียบๆ อ่านหนังสือชั้นบน แต่ทันใดนั้นก็เห็นกูซิน เจ้าของมาดสุภาพบุรุษ เดินเข้ามาในบาร์
ถือว่ามาเร็ว…มีคนจับตาที่นี่ตลอดเลยหรือ? ลูเมี่ยนเล่นแก้วเหล้าในมือ
กูซินนั่งลงข้างเขา ถอดหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงบนศีรษะ พูดกับจูลี่ที่สวมเสื้อเชิ้ตขาว เสื้อกั๊กดำ ผูกเนกไทสีเข้ม ดูมีเสน่ห์เป็นพิเศษ
“แลงติร้อนแรงหนึ่งแก้ว”
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโมโรลามีไม่กี่ชนิด เบียร์ข้าวไรย์ แลงติร้อนแรง และไวน์แดงซึ่งได้รับความนิยมสูงสุด
ลูเมี่ยนหยิบกระดาษและปากกาออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้วเริ่มขีดเขียนบนพื้นผิวเคาน์เตอร์บาร์
กูซินรอจนกระทั่งจูลี่นำแลงติร้อนแรงมาให้ จิบอึกหนึ่ง แล้วจึงมองตรงไปข้างหน้า พลางยิ้มแล้วพูดว่า
“คุณตัดสินใจเร็วกว่าที่ผมคิดไว้”
“ผมก็ไม่อยากถูกผูกมัดแบบนี้เหมือนกัน” ลูเมี่ยนตอบอย่างมีนัย
ความหมายจริงของเขาคือ ตนไม่อยากอยู่ในโมโรลานานเกินไป แต่พอเข้าหูกูซินกลับเป็นว่า เขาไม่อยากอยู่ภายใต้การปกครองของศาสนจักรความรู้อีกต่อไป
“นี่คือทางเลือกร่วมกันของเหล่าผู้แข็งแกร่ง เหยี่ยวย่อมไม่คบค้าสมาคมกับนกกระจอก” กูซินชม
ลูเมี่ยนยังคงร่างภาพอยู่ พลางหัวเราะในลำคอ
“ตอนนี้คุณต้องโน้มน้าวผม ให้ผมรู้ว่าพวกคุณมีอนาคตและความหวัง ผมจะไม่ยืนอยู่เคียงข้างผู้แพ้เป็นอันขาด”
“ผมก่อการจลาจลมาแล้วหลายสิบครั้ง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ถูกศาสนจักรความรู้จับได้ นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ดีที่สุดหรอกหรือ?” กูซินจิบแลงติร้อนแรงอีกครั้ง
ลูเมี่ยนส่ายหน้า
“ในบ้านเกิดของผม มีสุภาษิตบทหนึ่งว่า ‘นกนางแอ่นเพียงตัวเดียว ใช่ว่าจะฤดูร้อนเสมอไป’ หมายความว่าอะไรน่ะหรือ? นกนางแอ่นบางตัวมาเร็ว ไม่ได้พิสูจน์ว่าฤดูกาลมาถึงแล้ว การด่วนตัดสินและสรุปจากปรากฏการณ์เดี่ยวๆ เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดอย่างยิ่ง”
“คุณต้องการให้ผมโน้มน้าวในแง่ไหนล่ะ?” กูซินเอียงศีรษะ
ลูเมี่ยนยิ้ม
“ผ่านการทดสอบของผม”
กูซินชะงักไปสองสามวินาที พูดอย่างขบขัน
“ปกติไม่ใช่ควรเป็นองค์กรอย่างพวกเราที่ทดสอบผู้เข้าร่วมใหม่ ดูว่าจะผ่านเกณฑ์หรือไม่หรอกหรือ? มาถึงคุณ ทำไมกลับกลายเป็นผู้เข้าร่วมใหม่ทดสอบองค์กรล่ะ?”
“นั่นขึ้นอยู่กับฝีมือและความสำคัญของผู้เข้าร่วมใหม่ ไม่ใช่ประสบการณ์ในอดีต” ลูเมี่ยนแสดงสีหน้าประหนึ่งว่า ‘ฉันก็ไม่จำเป็นต้องไปก่อจลาจลกับแมลงอย่างพวกแกหรอก เพราะทางนี้สามารถจัดตั้งทีมของตัวเองได้’
กูซินจิบแลงติร้อนแรง เว้นช่วงครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยปาก
“คุณต้องการให้พวกเราทำอะไร?”
ลูเมี่ยนยิ้มแต่ไม่พูด จนกระทั่งวาดภาพร่างเสร็จ จึงผลักกระดาษตรงหน้าให้กูซิน
“หาคนคนนี้”
ในภาพคืออัลบัส·เมดีซี
ทักษะการวาดภาพร่างของลูเมี่ยนไม่ได้สูงนัก แต่ด้วยการควบคุมข้อมือและนิ้วมืออันแม่นยำของ‘นักล่า’ รวมถึงความทรงจำอันลึกซึ้งต่อรูปลักษณ์ของสิ่งของ และความสามารถในการฟื้นคืนภาพในสมอง เด็กหนุ่มก็ยังวาดอัลบัส·เมดีซีได้สมจริงอยู่ บุคลิกที่ฉายแววก้าวร้าวและน่ารังเกียจถูกถ่ายทอดบนกระดาษอย่างชัดเจน
“เขาหรือ?” กูซินหยิบกระดาษขึ้นมา ถามเพื่อยืนยัน
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“ชื่อจริงคืออัลบัส·เมดีซี ส่วนในโมโรลาจะใช้ชื่อปลอมหรือไม่ ผมไม่ทราบ”
“เมดีซี…” กูซินทวนนามสกุลนี้เบาๆ
เขาพับกระดาษ ยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วยกแลงติร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง
“คุณสามารถทดสอบพวกเรา แต่พวกเราก็ต้องทดสอบคุณเช่นกัน”
“รากฐานการปกครองโมโรลาของศาสนจักรความรู้ คือสิ่งของบางอย่างในอนุสาวรีย์บรรจุศพใต้สุสาน เป้าหมายสุดท้ายของพวกเราคือ การบุกเข้าไปที่นั่น และครอบครองสิ่งของนั้น”
“มันอันตรายมาก พวกเราได้พบสถานที่คล้ายกันเพื่อฝึกฝนสมาชิกของเรา การทดสอบสำหรับคุณก็คือ ลงไปยังใต้ดินซึ่งปกคลุมด้วยหมอกแห่งสงคราม คอยเอาชนะอุปสรรคระหว่างทาง ไปให้ถึงจุดที่พวกเราทำเครื่องหมายไว้”
ยังคงเพ่งเล็ง 0-01 อยู่หรือ? ลูเมี่ยนครุ่นคิดสองสามวินาทีแล้วพูด
“ได้ เริ่มเมื่อไรล่ะ?”
“คืนนี้” กูซินดื่มแลงติร้อนแรงที่เหลือ จ่ายค่าเหล้า ลุกขึ้นเดินออกจากบาร์ ‘สัตว์กินเนื้อ’
ลูเมี่ยนชำเลืองมองจูลี่ พบว่า ‘นางมาร’ รายนี้ก้มหน้าก้มตา คอยรับมือกับการจีบและการรบกวนของลูกค้าในบาร์อย่างว่าง่ายและระมัดระวัง ดูเหมือนไม่ได้สนใจการสนทนาระหว่างเขากับกูซินเลย
หึ…ลูเมี่ยนหัวเราะแผ่วเบาในใจ แล้ววางแก้วเหล้าลง เดินขึ้นชั้นสอง
…………
ทรีอาร์ เขตหอรำลึก ถนนโอโรเซ บ้านเลขที่ 9 อพาร์ตเมนต์ 702
“จินนาน่าจะกลับมาพรุ่งนี้มะรืนนี้แล้วสินะ?” ฟรังก้ายืนอยู่ข้างหน้าต่างในห้องนั่งเล่น พึมพำกับตัวเองด้วยอารมณ์หม่นหมองระคนหวาดกลัว
ใต้ความมืดลึกของราตรีกาล ท่ามกลางแสงไฟดวงแล้วดวงเล่าที่สะท้อนจากภายนอก ใบหน้าของเธอสว่างๆ มืดๆ รางๆ ชัดๆ ดั่งความฝันที่ทำให้คนหลงใหล
ทันใดนั้น เธอเห็น ‘ผู้สำนึกบาป’ บายินเฟล ในชุดคลุมยาวสีดำของนักบวช ดูราวกับศพที่ถูกเผาจนไหม้ เดินออกมาจากความว่างเปล่า ในมือถือจดหมายฉบับหนึ่ง
จดหมาย? ใครส่งถึงลูเมี่ยนกัน? อา…การที่บายินเฟลมาหาเรา ก็เท่ากับว่าเหล่าผู้ส่งสารไม่สามารถระบุตำแหน่งในโมโรลาได้จริงๆ แม้จะมีพันธสัญญาพิเศษก็ตาม…ฟรังก้ารับจดหมายมา อมยิ้มอย่างสุภาพพลางกล่าว
“ขอบคุณค่ะ”
บายินเฟลพยักหน้ารับหนึ่งที หันหลังกลับ หายไปในความมืดของราตรีที่แทรกซึมเข้ามาทางหน้าต่าง
ฟรังก้าร้อง ‘เอ๊ะ’ ขึ้นทันที แล้วจึงพึมพำว่า
“ฉันอยากจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณ รบกวนช่วยแนะนำผู้ส่งสารให้สักคน…”
ขณะพูด เธอยกมือขวาขึ้น ได้กลิ่นอันซับซ้อนของแป้ง น้ำหอม ผสมกับหญ้าเขียว ดอกไม้ และเครื่องเทศจากจดหมายฉบับนั้น
จดหมายจากสตรีคนใดกัน? ฟรังก้าผู้ได้รับมอบอำนาจเต็มจากลูเมี่ยน พึมพำขณะแกะจดหมายเพื่ออ่านเนื้อหาด้านใน
“ไม่รู้ว่าควรเรียกคุณว่ามิสเตอร์หลุยส์·แบรี หรือมิสเตอร์ลูเมี่ยน·ลีดี”
“ช่วงนี้ฉันได้สัมผัสกับแวดวงศาสตร์เร้นลับของรัฐมาตานีอย่างแท้จริงผ่านทางเรียห์ ได้ศึกษาหาความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับมากมาย และได้ทราบว่าจริงๆ แล้ว ดิฉันไม่ได้อ่อนแอ แค่ก่อนหน้านี้ขาดประสบการณ์…จริงๆ นะ”
“แน่นอน ฉันก็รู้แล้วเช่นกันว่าช่องว่างระหว่างฉันกับคุณนั้นใหญ่แค่ไหน รู้แล้วว่านอกรัฐมาตานีนั้นยังมีโลกกว้างใหญ่อีกเพียงใด”
“ฉันคิดว่า…ฉันเต็มใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนคนนั้นของคุณ และหวังว่าคุณจะรักษาคำสัญญาของคุณด้วย”
“อมันดีน”
……………………………………………………..