ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 810 งานอดิเรกคือการเรียนรู้
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 810 งานอดิเรกคือการเรียนรู้
ตอนที่ 810 งานอดิเรกคือการเรียนรู้
เมื่อลองนึกว่า หากเป็นข้อเรียกร้องที่อันตรายเกินไป ชนิดที่ตัวเองช่วยไม่ได้ มาดามจัดจ์เมนต์จะต้องช่วยบอกปัดให้อยู่แล้ว ฟรังก้าจึงดึงกระดาษขาวสะอาดแผ่นหนึ่งออกมา แล้วเขียนจดหมายตอบกลับทันที
“เรียน มาดามจัดจ์เมนต์”
“หากข้อเรียกร้องของมิสเตอร์สตาร์อยู่ในขอบเขตที่สมเหตุสมผล ดิฉันไม่มีปัญหา”
เขียนข้อความนี้เสร็จ ฟรังก้าจึงอ่านเนื้อหาที่เหลือในจดหมายของมาดามจัดจ์เมนต์ต่อ
“คำบรรยายและการคาดคะเนของนางมารดำ เกี่ยวกับสภาวะของนางมารต้นกำเนิด ตรงกับมุมมองกระแสหลักในนิกายนางมาร แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เรื่องราวคงไม่ซับซ้อนเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”
“ยิ่งกว่านั้น นางมารระดับสูงจำนวนมากเชื่อว่า โลกในกระจกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเส้นทาง ‘นางมาร’ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่ในฐานะที่แนวคิดของมันอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับ ‘ประตู’ โลกในกระจกดูเหมือนจะยังรับบทบาทนี้ไม่ไหว”
“เรื่องเหล่านี้ล้วนต้องทำความเข้าใจในภายหลัง”
“สองถ้วย ฉันทราบดีว่านี่อาจจะโหดร้ายสำหรับคุณสักหน่อย แต่คุณจำเป็นต้องแฝงตัวอยู่ในนิกายนางมารต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะคุณคือคนของชุมนุมทาโรต์ที่มีตำแหน่งสูงสุดในนิกายนางมารแล้ว”
“ความพิเศษของเส้นทางนางมารทำให้พวกเราไม่สามารถพัฒนานักลอบสังหารชายได้ดีนัก และพวกที่มีอยู่แต่เดิมในนิกายนางมาร จิตใจล้วนบิดเบี้ยว โหยหาที่จะเข้าใกล้ต้นกำเนิด พวกเราได้แต่รอคอยและค้นหา บุคคลที่หลงเข้าสู่เส้นทางนักลอบสังหารโดยไม่เต็มใจ…”
นี่เรากลายเป็นคนสำคัญไปแล้วสินะ…ฟรังก้าพึมพำออกมาประโยคหนึ่ง ถอนหายใจ แล้วเขียนจดหมายตอบต่อ
เธอก็ไม่ได้ผิดหวังมากนัก ตัวเธอเองก็ยังหวังจะได้วัตถุดิบหลักของนางมารสิ้นหวังจากนิกายนางมาร แน่นอน นั่นต้องอยู่บนเงื่อนไขว่า ได้พบวิธีหลีกเลี่ยงเงื่อนไขอันโหดร้ายของพิธีเลื่อนลำดับเสียก่อน
หลังส่งจดหมายตอบกลับ ฟรังก้าเอนพิงพนักเก้าอี้ มองออกไปยังราตรีกาลภายนอกหน้าต่าง เหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย
ทันใดนั้น หญิงสาวพบว่าเบื้องหน้าของตน แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิด กะโหลกศีรษะเงินบริสุทธิ์ของมาดามเฮล่า ลอยล่องออกมาจากความว่างเปล่า ในปากคาบจดหมายฉบับหนึ่ง
จดหมายอีกแล้ว? คราวนี้เรื่องอะไร? ฟรังก้ายื่นมือรับ กล่าวคำขอบคุณไปหนึ่งประโยค
รอจนผู้ส่งสารของมาดามเฮล่าจากไป นางมารทุกข์ระทมที่เพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่จึงคลี่กระดาษจดหมาย พลางได้กลิ่นหอมจางๆ ที่ติดแน่น
“เรียนมักเกิ้ลที่รัก”
“คุณยังจำคำเชิญก่อนหน้านี้ได้ไหม?”
“พวกเราจะจัดการชุมนุมออฟไลน์ ณ กรุงทรีอาร์ในคืนวันเสาร์นี้ เวลาสี่ทุ่มตรง คุณยังอยากเข้าร่วมไหม? ถ้าอยาก กรุณาตอบกลับโดยเร็ว ฉันจะแจ้งสถานที่และวิธีการเข้าร่วมอย่างละเอียดให้”
“ศาสตราจารย์”
การชุมนุมออฟไลน์ของกลุ่มวิทยาลัย? ลูเมี่ยนมีกิจกรรมเยอะไปไหม? เราเพิ่งเป็นตัวแทนเขาได้ไม่กี่วัน ก็รู้สึกงานยุ่งขึ้นมาแล้ว สารพัดเรื่องจริงๆ…หมอนี่ต่างหากที่ควรใช้ฉายา ‘007’ ตัวจริง… 007 ยังต้องนอน แต่เขาไม่ต้อง! ฟรังก้าอดรำพันในใจไม่ได้
ก่อนหน้านี้เธอก็รู้สึกว่า ทุกที่ที่ลูเมี่ยนผ่านไป หายนะที่ซ่อนอยู่ก็มีอันต้องระเบิดออกมาทีละเรื่อง แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังไม่ใช่ลูเมี่ยน เพียงแต่คอยช่วยเหลือในบางเหตุการณ์ ไม่ได้มีส่วนร่วมทั้งหมด จึงยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่พอมาเป็นผู้ประสานงานให้ลูเมี่ยน ก็ได้สัมผัสถึงมันอย่างชัดเจนแล้ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฟรังก้าถอนหายใจครวญคราง
ต้องใช้เครื่องรางน้ำแข็งติดต่อกับลูเมี่ยนอีกครั้งแล้ว!
หลังจากได้สิ่งของชิ้นนี้มาจากนางมารดำ เธอยังไม่เคยใช้มันเพื่อสืบหาคนในกระจกเลย แต่ล้วนหมดไปในเรื่องที่เกี่ยวกับลูเมี่ยน!
เธอต้องถามลูเมี่ยนว่า จะเข้าร่วมการชุมนุมออฟไลน์ของกลุ่มวิทยาลัยที่อาจมีสมาชิกนิกายมอสส์อยู่หรือไม่ ถ้าจะเข้าร่วม ขอให้ระบุตัวแทน แล้วพยายามส่งต่างหูคำลวงออกมา
ฟรังก้ารีบเขียนจดหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ห่อเหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญ ผงวิญญาณอาฆาตเล็กน้อย รวมถึงสร้อยคอเบียทริซที่ปัจจุบันเธอแทบไม่ได้ใช้แล้วไว้ในกระดาษจดหมาย
ครั้งก่อนเธอสังเกตเห็นว่า จดหมายที่ลูเมี่ยนเขียนหลังผ่านตราผนึกของโมโรลาแล้ว สูญเสียกายเนื้อไปทั้งหมด เหลือเพียงข้อมูลล้วนๆ ดังนั้น เธอต้องวางแผนล่วงหน้า ช่วยลูเมี่ยนทดลองว่าวัตถุทั่วไป วัตถุแฝงพลังวิญญาณแรงกล้า และวัตถุวิเศษ จะสามารถทะลุผ่านตราผนึกได้หรือไม่ ถ้าได้ หลังจากทะลุผ่านไปแล้วจะคงอยู่ในสภาพใด
ผลการทดลองจะเป็นตัวตัดสินว่า จะสามารถส่งต่างหูคำลวงออกมาหรือไม่
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าสมบัติวิเศษแต่ละชิ้นล้วนมีค่า แต่ละชิ้นล้วนมีประโยชน์ ฟรังก้าก็อยากจะเพิ่มของที่มีตะกอนพลังเข้าไปในการทดลองครั้งนี้ด้วย
หลังจากทำการ ‘ห่อ’ เล็กๆ เสร็จ ฟรังก้าเดินไปทางกระจกเงาเต็มตัวในห้องนั่งเล่น พร้อมกับหยิบเครื่องรางน้ำแข็งออกมาสวมใส่
พร้อมกับแสงวาววับเย็นเยียบ ฟรังก้ากดห่อในมือลงไปในผิวกระจก
…………
ยามดึกสงัดในโมโรลา
ณ ชั้น 2 ของบาร์สัตว์กินเนื้อ
ลูเมี่ยนมีลูกไฟสีขาวสว่างจ้าลอยอยู่เหนือศีรษะ กำลังอ่านหนังสือเรื่อง ‘ตัวอย่างการสร้างอนุสาวรีย์บรรจุศพใต้ดิน’ อย่างตั้งใจ
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่มีเส้นเลือดฝอยแดงๆ จับจ้องไปยังกระจกในห้อง
ผิวกระจกแปรเปลี่ยนเป็นดำสนิท ภายในราวกับมีระลอกแสงกำลังเคลื่อนไหว
ลูเมี่ยนถอนหายใจแผ่วเบา วางหนังสือในมือลงอย่างอาลัยอาวรณ์ เดินไปยังหน้ากระจก แล้ววางฝ่ามือขวาลงไป
เขาเห็นคำศัพท์ภาษาอินทิสปรากฏบนผิวกระจกทันที เรียงกันเป็นแถวแล้วแถวเล่า เบียดเสียดแน่นขนัด
“คำเชิญของ ‘ศาสตราจารย์’…การชุมนุมออฟไลน์ของกลุ่ม ‘วิทยาลัย’…การทดลองส่งมอบของ…”
ความคิดของลูเมี่ยนเริ่มว่องไว อาศัยช่วงที่ผลของ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ยังดำรงอยู่ ล้วงมือเข้าไปในกระจก หยิบของสิ่งหนึ่งออกมา
มันคือสร้อยคอเพชรเส้นหนึ่ง
สร้อยคอของเบียทริซ!
แต่เหรียญทองแดงหนึ่งริกต์ รวมถึงผงวิญญาณอาฆาตที่ฟรังก้าพูดถึงในจดหมาย กลับไม่พบเห็นแต่อย่างใด
ลูเมี่ยนมองกลับไปยังผิวกระจกอีกครั้ง แลเห็นภาพเหรียญทองแดงอยู่บนสุด รอบๆ คำศัพท์ที่แน่นขนัดมีผงฝุ่นกระจัดกระจายอยู่
พวกมันค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับคำศัพท์ ตามการเสื่อมถอยของพลังจาก ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’
มีเพียงข้อมูลอันบริสุทธิ์ กับวัตถุแฝงพลังวิเศษเท่านั้นหรือ ที่สามารถส่งผ่านโลกในกระจกพิเศษ ทะลุผ่านตราผนึกมาถึงที่นี่ได้? อา…แม้แต่วัตถุแฝงเทวบารมีก็คงใช้ไม่ได้ ต้องหาทางผลิตภายในโมโรลาเท่านั้น…ลูเมี่ยนเล่น ‘สร้อยคอเบียทริซ’ ในมือ ฉวยจังหวะที่พลังของ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ยังไม่จางหายไปหมด อาศัยมันตอบฟรังก้ากลับไปสั้นๆ สองคำ
“สร้อยคอ ได้”
คลื่นน้ำในกระจกจางหายไปอย่างรวดเร็ว ความมืดดำบนผิวกระจกค่อยๆ กลับสู่สภาพปกติ
ไม่นานนัก กระจกบานนี้ก็มีความผิดปกติอีกครั้ง
คราวนี้ ฟรังก้าส่ง ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ เข้ามา
นี่เป็นการช่วยประหยัดจำนวนครั้งการใช้ ‘กระดุมกระจก’ ของลูเมี่ยน — ซึ่งเหลืออีกเพียงสองครั้ง
ลูเมี่ยนถือเครื่องรางที่ดูราวกับก่อตัวจากน้ำแข็ง แล้วเริ่มเขียนจดหมายตอบ
เด็กหนุ่มเกริ่นด้วยการเล่าผลการทดลองอย่างละเอียด รวมถึงกระบวนการส่งของที่เขาสังเกตเห็นก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงบอกฟรังก้าให้เธอแทนที่เขา เข้าร่วมการชุมนุมออฟไลน์ของกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ ณ ทรีอาร์ในฐานะ ‘มักเกิ้ล’
หลังพับกระดาษจดหมาย ใส่ต่างหู ‘คำลวง’ และ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ เข้าไปด้วย ลูเมี่ยนกระตุ้นพลังของเครื่องรางน้ำแข็ง กดพวกมันลงบนผิวกระจก ส่งไปยังกระจกเงาบานเต็มตัวในอพาร์ตเมนต์ของฟรังก้า
หลังจากได้รับของ ฟรังก้าอ่านจดหมายของลูเมี่ยนอย่างละเอียด พูดกับตัวเองด้วยความรู้สึกทั้งตื่นเต้น กังวล และลำบากใจไม่เบา
“จะต้องปลอมตัวเป็น ‘มักเกิ้ล’ จริงหรือ?”
“เฮ้อ…‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ เหลือส่งข้อมูลได้อีกแค่เก้าครั้งเท่านั้น…”
อีกด้านหนึ่ง ลูเมี่ยนเดินกลับไปที่โต๊ะ แล้วอ่าน ‘ตัวอย่างการสร้างอนุสาวรีย์บรรจุศพใต้ดิน’ ต่อ
เด็กหนุ่มรู้สึกเสียดายที่จะต้องพักผ่อน หนังสือพวกนี้ยิ่งอ่านยิ่งน่าสนใจ
แน่นอน ลูเมี่ยนก็รู้ว่านี่เป็นอาการเล็กๆ น้อยๆ ของมลทิน
ทันใดนั้นเอง เขาได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
มันมาจากไม่กี่ช่วงถนนออกไป!
ระเบิด? ลูเมี่ยนอาศัยน้ำอดน้ำทนของ ‘นักพรต’ สลัดความดึงดูดนั้นออก ดับลูกไฟสีขาวจ้าเหนือศีรษะ แล้วเดินไปยังริมหน้าต่าง มองออกไปด้านนอก
เสียงระเบิดดังสนั่นยังคงก้องกังวานอย่างต่อเนื่อง แสงไฟสว่างจ้ามอบวิสัยทัศน์แก่ถนนที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
มันอยู่ระหว่างกลางเส้นทางจากบาร์ ‘สัตว์กินเนื้อ’ ไปยังวิหารแห่งความรู้
ลูเมี่ยนเห็นจูลี่กระโดดออกมาจากในห้อง ร่อนลงพื้นเบาหวิวราวกับขนนก แล้วกลืนหายเข้าไปในเงามืด
“การระเบิดและไฟไหม้ฝีมือ ‘นักล่า’ หรือ?” ลูเมี่ยนยกมือขยี้ขมับ ใบหน้าแสดงท่าทางไม่เต็มใจ
เด็กหนุ่มรำพึงรำพัน
“เราไม่อยากเข้าไปมีส่วนร่วมในแผนลับหรือการต่อสู้ของพวกเธอเลย ทางนี้แค่อยากจะเรียนอย่างสงบ”
นับตั้งแต่ค้นพบว่าหนังสือที่เฮราเบเกอร์แนะนำให้ ล้วนแฝงไว้ด้วยองค์ความรู้สำคัญยิ่ง ช่วงไม่กี่วันมานี้เขาจึงตั้งใจขึ้นมาก ทุกวันนอกจากจะออกไป ‘แสดง’ ก็ทุ่มเวลาที่เหลือทั้งหมดให้กับการอ่าน
หากไม่กลัวว่าจะเปิดเผยความสำคัญของหนังสือ เขาก็อยากจะอาศัยความพิเศษของตัวเอง อ่านหนังสือทุกคืนจนดึก
ยิ่งตั้งใจเรียนมากเท่าไร ลูเมี่ยนก็ยิ่งไม่อยากทำอย่างอื่น หลายครั้งต้องอาศัยความมุ่งมั่นหรือแม้แต่ความพิเศษของ ‘นักพรต’ เพื่อสลัดสภาวะจิตใจดังกล่าว
ท่ามกลางกระแสความคิด สีหน้าของลูเมี่ยนตกตะกอนลง พึมพำกับตัวเองเงียบงัน
“ไว้สบโอกาสเมื่อไร เราจะจัดการพวกเธอให้หมด จะได้ตั้งใจศึกษาอย่างเต็มที่เสียที…”
กดข่มอารมณ์ที่ผิดปกติลง ลูเมี่ยนแปลงกายเป็นสัตว์เงา หลอมละลายเข้าสู่ความมืดที่ทอดตัวระหว่างตึกรามบ้านช่อง มุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุระเบิด
ไม่นานเขาก็มาถึงจุดหมาย โดยพบว่าตึกที่ถูกระเบิดจนพังไปกว่าครึ่ง คือบริษัทดาเดสการเกษตร
บริษัทดาเดสการเกษตรของวานาค? มีคนโจมตีวานาค? ลูเมี่ยนสลัดอาการข้างเคียงจากการเรียนออกจนหมด จิตใจจดจ่อขึ้นมาทันที
เขาเห็นร่างยักษ์สองร่าง เดินออกจากซากตึกที่พังไปกว่าครึ่ง
พวกมันสูงสามถึงสี่เมตร ผิวกายราวกับมีแผ่นเหล็กหุ้มอยู่ ตัวถูกลงสีน้ำเงินเป็นลวดลายเสื้อผ้า ในมือถือดาบใหญ่ที่ดูเหมือนมีไว้สำหรับคนยักษ์เท่านั้น
ทหารเกราะเหล็ก? ทหารเกราะเหล็กที่ขยายขนาดหรือ? ลูเมี่ยนนึกถึงทหารเกราะเหล็ก ซึ่งตนเคยเห็นในส่วนลึกของคูหาใต้ดินปราสาทหงส์แดงของตระกูลเซารอนขึ้นมาทันที
วินาทีถัดมา ทหารเกราะเหล็กรายหนึ่งพุ่งชนกำแพงที่พังทลายออก จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พลางจดจ่อสายตาอันเยือกเย็นมายังเงามืดที่ลูเมี่ยนซ่อนตัวอยู่
ตึก ตึก ตึก! มันวิ่งกรูไปหาลูเมี่ยน พลางเงื้อดาบยักษ์ในมือขึ้น
……………………………………………………..