ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 811 จับมือพันธมิตร?
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 811 จับมือพันธมิตร?
ตอนที่ 811 จับมือพันธมิตร?
ถูกเจอตัวแล้ว? ได้ยังไง? ตอนนี้เรากำลังเป็นสัตว์เงา…ลูเมี่ยนสงสัยในใจ พลางก้าวออกมาจากเงามืด
เด็กหนุ่มแฟลชไปยังด้านข้างของทหารเกราะเหล็กทันที
ตึก ตึก ตึก! ทหารเกราะเหล็กวิ่งผ่านหน้าเขาไป แล้วพบว่าเป้าหมายได้เปลี่ยนตำแหน่งไปแล้ว จึงต้องชะลอความเร็วอย่างฝืนๆ บิดร่างกายครึ่งตัว ฟันดาบยักษ์ในมือออกมาด้านข้าง
ลูเมี่ยนเตรียมพร้อมไว้แล้ว กระโดดขึ้นสูง พลางเสกเปลวเพลิงสีขาวจ้า เผาไหม้อากาศรอบข้าง ต่อยเข้าที่คอของทหารเกราะเหล็ก
แคร้ง!
ท่ามกลางเสียงดังราวกับระฆังโบสถ์ ทหารเกราะเหล็กที่สูงใหญ่ หนัก และแข็งแกร่ง กลับถูกต่อยจนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
คอที่หุ้มด้วยเปลือกโลหะของมัน ปรากฏรอยบุ๋มขนาดเท่ากำปั้น โดยรอบเต็มไปด้วยรอยแตกละเอียดเหมือนใยแมงมุม
การโจมตีครั้งนี้ของลูเมี่ยนเป็นเพียงการ ‘เก็บเกี่ยว’ ล้วนๆ ไม่ได้สำรวจจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม เพราะไม่มีความจำเป็น
เขาที่ได้อ่านหนังสือ ‘การสร้างและบำรุงรักษาหุ่นยนต์’ จนทะลุปรุโปร่งแล้ว รู้ดีว่าจุดอ่อนของทหารเกราะเหล็กแบบนี้อยู่ตรงไหน!
แน่นอน เขาก็ได้สังเกตการณ์ล่วงหน้าไว้บ้างแล้ว ยืนยันว่าทหารเกราะเหล็กนี้เป็นประเภทธรรมดา ไม่ได้ผ่านการดัดแปลงแต่อย่างใด
ทหารเกราะเหล็กที่ถูก ‘เก็บเกี่ยว’ พลันเข้าสู่สภาวะคลั่ง ดาบยักษ์ในมือทั้งฟัน ทั้งกวาด ทั้งสับ ทั้งเฉือน ครอบคลุมรัศมีห้าหกเมตรรอบตัวด้วยการโจมตีดุจพายุฝน
ลูเมี่ยน ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังระยะสิบกว่าเมตร มองดูทหารเกราะเหล็ก มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า พลางยื่นฝ่ามือขวาออกไป
ลูกไฟสีขาวโชติช่วงก่อตัวขึ้นทีละดวงสองดวง พุ่งโจมตีทหารเกราะเหล็กอย่างต่อเนื่อง
แสงสีแดงเข้มในดวงตาของทหารเกราะเหล็กพลันสว่างวาบ ล็อกเป้าลูเมี่ยนทันที พร้อมกับวิ่งบ้าคลั่งมาทางเด็กหนุ่ม
บึ้ม!
มันฟันฝ่าแสงขาวจ้าตรงหน้า ทนรับการโจมตีจากลูกไฟที่เหลือ บุกฝ่าควันดำและเปลวเพลิงอย่างดุดัน
แทบจะในเวลาเดียวกัน มันก็สูญเสียร่องรอยของลูเมี่ยนอีกครั้ง
ลูเมี่ยนแฟลชไปบนไหล่ของมัน ย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง เหวี่ยงหมัดหนักลงไปที่รอยบุ๋มเดิม
เสียง ‘พรึบ’ ดังขึ้น เปลวเพลิงสีขาวจ้าลุกโชนอย่างรุนแรงบนหน้าหมัดของเขา
แคร้ง!
เสียงดังราวกับค้อนหนักทุบระฆังใหญ่ระเบิดออกมาอีกครั้ง
ร่างของลูเมี่ยนจางหายไปในทันที หลบมือซ้ายของทหารเกราะเหล็กที่ปล่อยดาบยักษ์แล้วคว้ามา
วินาทีถัดมา เสียง ‘อี๊ด’ ดังขึ้นถี่ๆ รอยบุ๋มตรงคอของทหารเกราะเหล็กแตกร้าวอย่างสมบูรณ์
รอยแตกเหมือนใยแมงมุมรอบๆ แผ่ขยายอย่างรวดเร็วไปยังส่วนหัวและลำตัว
ทหารเกราะเหล็กดิ้นรนเดินไปข้างหน้า เศษโลหะบนร่างทยอยร่วงกราวทีละชิ้นสองชิ้น ราวกับฝนเหล็กกำลังโปรยปราย
ร่างของลูเมี่ยนปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ไกลนัก หัวเราะ ‘หึๆ’ พลางเอ่ยปาก
“แกจำบทเรียนครั้งก่อนไม่ได้หรือ?”
“ความผิดพลาดเดิมๆ ยังโดนซ้ำอีกจนได้”
“อ้อ…ฉันลืมไปว่าแกไม่มีสมอง”
ลูเมี่ยนเพิ่งพูดจบ ทหารเกราะเหล็กที่พยายามเดินหน้าอย่างยากลำบาก ก็พังทลายลงโดยสิ้นเชิง กลายเป็นกองเศษโลหะ
ลูเมี่ยนจึงเหลือบมองไปยังอีกด้านหนึ่งของบริษัทดาเดสการเกษตร
ทหารเกราะเหล็กที่เหลืออีกตน ถูกเปลวไฟสีดำเผาไหม้ทั่วร่างอย่างเงียบงัน การเคลื่อนไหวช้าลงตามลำดับ สนิมก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
โครม! มันล้มฟุบลงกับพื้น ไม่ขยับเขยื้อน สูญเสียความรู้สึกกดดันนั้นไป
จูลี่ในชุดนอนผ้าฝ้าย เผยเรือนร่างพราวพรายยืนอย่างผ่อนคลายอยู่ด้านข้าง แลเห็นทหารเกราะเหล็กตนนี้หดเล็กลงกะทันหัน กลับคืนสู่รูปลักษณ์ของของเล่นเด็กอีกครั้ง
เศษโลหะรอบตัวลูเมี่ยนก็หดเล็กลงเช่นกัน ไม่นานก็เหลือเพียงขนาดที่เรียกได้ว่าเป็นเศษซากเท่านั้น
จูลี่เหลือบมองมาที่เขา ยิ้มอย่างสุภาพอ่อนโยนพลางเอ่ยปากชม
“เถ้าแก่ คุณเก่งกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก”
ชมว่าฉันเก่งก็ชมไป แต่ทำไมต้องจ้องที่หว่างขาด้วย…ลูเมี่ยน ‘หึ’ ทีหนึ่งแล้วกล่าวต่อ
จูลี่กะพริบตาพูดตอบ
“แต่ทำไมคุณถึงไม่มองหน้าฉันตอนพูดล่ะ?”
“เพราะหว่างขาของคุณไม่มีอะไร” ลูเมี่ยนไม่สนใจจูลี่อีก เดินตรงไปยังบริษัทดาเดสการเกษตรทันที
สีหน้าของจูลี่พลันเปลี่ยนเป็นหม่นหมอง ใบหน้าสว่างๆ มืดๆ ท่ามกลางแสงเพลิงที่โยกไหว
ผ่านไปสองสามอึดใจ เธอพูดด้วยฟันกัดกราม
“เดี๋ยวคุณก็จะไม่มีเหมือนกัน”
ในตอนนี้ ลูเมี่ยนมาถึงตัวอาคารที่พังถล่มไปกว่าครึ่งแล้ว เพื่อตรวจสอบร่องรอยการต่อสู้ที่หลงเหลือ
“ระเบิด อุณหภูมิสูง ไฟไหม้ การโจมตีเข้าใส่โครงสร้างสำคัญของตัวอาคาร…เป็นการต่อสู้ระหว่าง ‘นักล่า’ จริงๆ…มีคนได้รับบาดเจ็บ ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่เลือดถูกเผาจนเหลือแค่รอยไหม้…” ลูเมี่ยนเดินตรวจตราซากปรักหักพังจากระเบิดผ่านๆ หนึ่งรอบ พบศพหลายศพ
ศพเหล่านี้ ส่วนหนึ่งไม่มีอะไรพิเศษ ดูเหมือนเป็นพนักงานเฝ้ายามบริษัทกะกลางคืนที่ตายจากแรงระเบิด หรือไม่ก็ตายเพราะขาดอากาศจากควันหนา การเผาไหม้จากเปลวไฟ หรือถูกของหนักทับ ส่วนคนอื่นๆ มีทั้งที่เหลือเพียงชิ้นเนื้อ ร่างไม่สมประกอบ ราวกับถูกฉีกทึ้งอย่างรุนแรง
ลูเมี่ยนสังเกตเห็นว่า ในบรรดาศพเหล่านี้ ศพหนึ่งที่ศีรษะยังค่อนข้างสมบูรณ์ มีจุดสีเลือดนูนขึ้นมาเล็กน้อยตรงกลางหน้าผาก ดูคล้ายมีบางสิ่งกำลังค่อยๆ เคลื่อนไหวใต้ผิวหนัง พยายามจะเจาะออกมา
“เราเคยเห็นรอยประทับคล้ายๆ แบบนี้ที่หน้าผากของกูซิน…”
“เป็นชุมนุมกางเขนเลือดเหล็กที่พยายามลอบสังหารวานาคจริงๆ สินะ…”
“เมื่อมีอัลบัส·เมดีซีเข้าร่วม พวกเขาก็มีความกล้ามากขึ้น เริ่มกำจัดคู่แข่งและผู้ที่อาจเป็นภัยก่อกวน?”
“แต่ดูเหมือนไม่สำเร็จ…วานาคแข็งแกร่งโดยแท้จริง เผชิญหน้ากับการล้อมโจมตีของ ‘ชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก’ ไหว…อัลบัสและกูซินอาจจะอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ยังสามารถสังหารกลับได้สองสามคนแล้วหนีไป…”
“ชุมนุมกางเขนเลือดเหล็กร่วมมือกับอัลบัสจริงๆ…เชื่อใจทายาทตระกูลเมดีซีเข้าไปได้ยังไง? กูซินไม่รู้หรือว่านามสกุลเมดีซีหมายถึงอะไร?”
“อา…พวกเขารู้ แต่ต้องการใช้ประโยชน์จากอัลบัส·เมดีซี เป็นความร่วมมือแบบต่างฝ่ายต่างมีแผนลับอยู่?”
ในขณะที่ความคิดหลากหลายแล่นผ่านสมองของลูเมี่ยน จูลี่ก็เดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆ
“ได้อะไรบ้างไหม?” จูลี่เอ่ยถาม
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“นั่นน่าจะเป็นคำถามสำหรับคุณมากกว่านะ…พวก ‘นางมาร’ ชำนาญเรื่องทำนาย ผมไม่เก่งหรอก”
สีหน้าของจูลี่กลับมาเป็นปกติแล้ว ดวงตาเป็นประกายขณะกล่าว
“ฉันลองแล้ว ไม่ได้อะไรเลย บางคนหรือบางกลุ่มในพวกเขา อาจพกวัตถุที่มีศักดิ์ไม่ต่ำมาด้วย”
ไม่รอให้ลูเมี่ยนตอบ เธอเหลือบมองเถ้าแก่ของตัวเองครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปาก
“อัลบัสที่คุณระแวงคนนั้น ดูเหมือนจะสร้างความสัมพันธ์พันธมิตรกับพวกของกูซินแล้วนะ”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“น่าจะเป็นพวกเขา ที่พยายามกำจัดวานาคอยู่”
“หลังจากนั้น พวกเขาก็จะพยายามกำจัดฉัน กำจัดคุณ กำจัด ‘นักล่า’ และ ‘นางมาร’ ทุกคนในโมโรลา” จูลี่ยิ้มบางๆ พลางเอ่ยคำเชื้อเชิญ “เถ้าแก่ ฉันรู้ว่าคุณไม่มีทางไว้ใจฉัน และฉันก็ไม่มีทางไว้ใจคุณ เว้นแต่คุณจะเหลือแค่สิ่งนั้น แต่เมื่อเผชิญกับภัยคุกคามจากอัลบัสและพวกของกูซิน พวกเรามาร่วมมือกันชั่วคราวไม่ดีกว่าหรือ?”
เธอน่ะหรือ? นางมารที่ไม่รักการเรียน รู้แต่ทำเรื่องบิดเบี้ยว จะมาร่วมมือกับฉัน? ฉันแค่อยากเรียนอย่างสงบ มีสมาธิเท่านั้น…ลูเมี่ยนพร่ำบ่นในใจสองสามประโยค แล้วหัวเราะในลำคอ
“ได้สิ”
เป้าหมายของเขาคือ ข้อมูลที่นิกายนางมารสะสมไว้ รวมถึงการเตรียมการที่พวกเธอทำเสร็จแล้ว การมี ‘ความร่วมมือ’ จะช่วยให้ได้มาสะดวกกว่า
ขณะจูลี่เตรียมจะกล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม เธอก็เห็นกลุ่มผู้บังคับใช้กฎหมายสวมเสื้อคลุมดำ วิ่งเหยาะๆ มาจากทางศาสนจักรความรู้
ดวงตาเธอขยับเล็กน้อย แล้วพูดกับลูเมี่ยน
“ฉันขอตัวก่อน มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้เช้า”
ลูเมี่ยนมองผู้บังคับใช้กฎหมายที่นำหน้ากลุ่มครู่หนึ่ง พบว่าไม่ใช่ชาลิสต์
เด็กหนุ่มตอบจูลี่อย่างครุ่นคิด
“ได้”
จูลี่เดินเข้าไปในเงามืดไม่ไกล แล้วอันตรธานไปจากสายตาเขาทันที
ลูเมี่ยนยืนจ้องเหล่าศพในซากปรักหักพังสองสามอึดใจ แล้วหมุนตัวจากไปจากบริษัทดาเดสการเกษตร เลี้ยวเข้าตรอกที่อยู่ใกล้ที่สุด
ในความมืดยามราตรีกาล เด็กหนุ่มเดินไปข้างหน้าอย่างไม่เร็วไม่ช้า ครุ่นคิดถึงปัญหาที่เพิ่งค้นพบ
สมาชิก ‘ชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก’ ที่แทรกซึมเข้ามาในโมโรลา ไม่มากเกินไปหน่อยหรือ?
เพื่อจัดการกับวานาค เมื่อครู่ก็ตายไปสี่ห้าคนแล้ว!
นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาว่า พวกเขาจะสามารถแทรกซึมสมาชิกเข้ามาได้มากถึงเพียงนี้ หรือศาสนจักรความรู้ปล่อยปละละเลยเกินไปหรือไม่ แต่น่าจะไม่มีองค์กรลับใด ที่เต็มใจจะรับความสูญเสียด้านกำลังพลมากขนาดนี้
ต้องไม่ลืมว่า โมโรลาคือสถานที่ผนึก ‘0-01’ ผู้วิเศษทุกคนที่ถูกส่งเข้ามา ต้องเตรียมใจให้พร้อมกับโอกาสเสียสละ
นิกายนางมารแต่ละครั้งจะส่งผู้วิเศษลำดับ 5 แทรกซึมเข้ามาแค่คนเดียว ถ้า ‘นางมาร’ คนก่อนไม่ติดต่อกลับมา ไม่มีการตอบสนองอีก ก็จะไม่ส่งคนที่สองเข้ามา
หรือว่าชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก ไม่สนใจชีวิตของผู้วิเศษระดับกลางถึงต่ำเลยจริงๆ? เอาพวกเขามาเป็นเหยื่อกระสุนอย่างนั้นหรือ?
“อา…หากพิจารณาในมุมของสงคราม มันก็ดูไม่แปลกเท่าไร แต่แม่ทัพที่มีสมองปกติ จะยอมเสียสละทหารในช่วงเวลาสำคัญเท่านั้น ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขาตายระหว่างทาง หรือไม่ก็…กูซินอาจจะพัฒนา ‘นักล่า’ กลุ่มใหญ่ขึ้นมาในโมโรลา…” ลูเมี่ยนนึกถึงกูซินและรอยประทับสีเลือดบนหว่างคิ้วของศพเมื่อครู่ นึกถึงรูปปั้นหินกับตะเกียงน้ำมันในหมอกใต้ดินลึก “หรือไม่ก็ สมาชิก ‘ชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก’ ที่แท้จริง มีแค่กูซินกับอีกสองสามคน ส่วนที่เหลือถูกสร้างขึ้นมาเป็นกลุ่มด้วยพิธีพันธลับ?”
คิดมาถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนเริ่มเผยรอยยิ้ม
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ตอนที่กูซินและพวกจัดพิธีสร้างทหารครั้งหน้า อาจจะมีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้น ตะเกียงน้ำมันที่เราเติมเครื่องปรุงลงไป น่าจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิม…”
“จะได้ทหารแบบไหนกันนะ…”
ลูเมี่ยนเดินเร็วขึ้นทีละนิด ไม่นานก็กลับมาถึงบาร์ ‘สัตว์กินเนื้อ’ นั่งลงหน้าโต๊ะหนังสือ เสกลูกไฟสีขาวสว่างจ้าขึ้นมาเป็นตะเกียงแก๊สติดผนัง
เขาอยากรีบอ่าน ‘ตัวอย่างการสร้างอนุสาวรีย์บรรจุศพใต้ดิน’ ให้จบ จะได้ไปสอบที่ศาสนจักรความรู้ตอนเช้าพรุ่งนี้ แล้วยืมหนังสือเพิ่มได้
“อย่าให้มีอะไรมารบกวนการเรียนของเราอีกเลย…” ลูเมี่ยนพึมพำ พลางก้มหน้าเริ่มอ่านหนังสืออย่างหนัก
ท่ามกลางเสียงพลิกหน้ากระดาษที่ดังเป็นครั้งคราว เด็กหนุ่มพลันเอียงศีรษะ ส่งสายตาเย็นชาคมกริบไปยังกระจกเงาในห้อง
ผิวกระจกเกิดประกายไหววูบคล้ายน้ำ ปรากฏเงาร่างหนึ่งที่มีดวงตาสีดำเหล็ก ผมสีแดงสด ใบหน้ามีสันกรามชัดเจน
วานาค? วานาคที่เพิ่งถูกโจมตี? ลูเมี่ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่พูดไม่จา รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากก่อน
เงาของวานาคแกว่งไหวแผ่วเบา ราวกับได้รับผลกระทบจากคลื่นน้ำ
เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
“อยากฆ่ากูซินกับอัลบัส·เมดีซีไหม?”
…………………………………………………….