ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 813 ความผิดปกติของเหล่า ‘จอมเวท’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 813 ความผิดปกติของเหล่า ‘จอมเวท’
ตอนที่ 813 ความผิดปกติของเหล่า ‘จอมเวท’
ฟรังก้าเดินไปที่กระจกเงาบานเต็มตัว สวมต่างหู ‘คำลวง’ สีเงินขาวเข้าที่ใบหูข้างซ้าย
ผิวที่ใบหน้าของเธอกลายเป็นโปร่งแสงทันใด ใต้ผิวนั้นราวกับมีเนื้อเยื่องอกออกมาทีละหนึ่ง
ถัดมา เนื้อเยื่อพวกนั้นก็เคลื่อนไหวบิดเบี้ยว รวมตัวกันใหม่อีกครั้ง
เพียงแค่ยี่สิบสามสิบวินาที ฟรังก้าก็กลายร่างเป็นโอลัวร์ที่ลูเมี่ยนปลอมตัวเป็นประจำ
หลังจากปรับแต่งซ้ำไปมาอยู่พักหนึ่ง เธอจัดผมสีทองที่ปรกมาให้เรียบร้อย มองตัวเองในกระจกพลางเอ่ยปาก
“โอลัวร์สวยจริงๆ…‘คำลวง’ วิเศษชะมัด…ถึงกับทำได้ขนาดนี้”
“เธอไม่เคยใช้ ‘คำลวง’ มาก่อนหรือ?” จินนาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถามอย่างสงสัย
เธอจำได้ว่าฟรังก้าเคยใช้มามากกว่าหนึ่งครั้งนะ
ฟรังก้าหัวเราะ ‘ฮิๆ’ พลางเอ่ยตอบ
“ไม่ได้ใช้มานานมากแล้ว ก็เลยรู้สึกทึ่งขึ้นมาน่ะ แล้วก็ ตอนที่ได้เป็น ‘นางมารสุขสม’ หลังจากลองใช้ ‘คำลวง’ ปรับเปลี่ยนหน้าตาตัวเองนิดหน่อยครั้งนึง ฉันก็ไม่กล้าทำแบบนั้นอีกเลย กลัวว่าจะหลงรักตัวเอง จมอยู่ในความงามของตัวเองจนถอนตัวไม่ขึ้น”
“ตอนนี้ฉันแค่แต่งหน้าโอลัวร์นิดหน่อย ก็รู้สึกว่าเธอสวยมากจริงๆ…คนสวยมาแต่กำเนิดแบบนี้ ถ้าเดินบน ‘เส้นทาง’ ของ ‘นางมาร’ ไม่รู้จะสวยขนาดไหน…‘คำลวง’ กับ ‘นางมาร’…ให้ตายสิ เข้ากันได้ดีจริงๆ แต่ก็แค่มันทำให้กลับไปเป็นตัวเองได้ยากเกินไป ถึงขั้นยอมใช้ชีวิตอยู่ในคำลวง ดีกว่าเผชิญหน้ากับความจริง”
เห็นฟรังก้ายังสามารถเย้ยหยันตัวเองและพูดล้อเล่นได้ จินนาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก พยักหน้าพลางยิ้มพูดว่า
“สำหรับพวกเรา ‘นางมาร’ แล้ว ‘คำลวง’ คือยาพิษที่หอมหวานที่สุด”
ฟรังก้าตอบรับด้วยเสียง ‘อืม’ แล้วหันกลับไปยังกระจกเงาบานเต็มตัว ปรับความสูงของตัวเอง
ก่อนออกจากประตู เธอมองจินนา แล้วถามอย่างครุ่นคิด
“ยังต้องมีการสวมบทบาทดีๆ อีกสองสามครั้ง ‘โอสถ’ แม่มดของเธอถึงจะย่อยได้สมบูรณ์ใช่ไหม?”
“ใช่ ถ้าอาศัยแค่การสวมบทบาทแบบเดิมๆ ก็ต้องใช้เวลาและสะสมจำนวนครั้ง” จินนาฟังแล้วก็รู้ทันทีว่า ฟรังก้ากำลังจะพูดอะไรต่อ
ฟรังก้าที่มีใบหน้าเป็นโอลัวร์เวอร์ชั่นสวย คลี่ยิ้มออกมา
“ฉันรู้สึกว่า การสวมบทบาทของเธอตลอดมา มองข้ามมนตร์ดำของ ‘แม่มด’ ไป ลองคิดดูนะ มนตร์ดำคือส่วนประกอบสำคัญในตำนานแม่มดต่างๆ ใช่ไหม? และในบรรดาตำนานแม่มดเหล่านั้น คงมีส่วนใหญ่ที่เป็นร่องรอยที่ ‘แม่มด’ ตัวจริงทิ้งไว้”
“เธอลองหาพวกอันธพาล หาคนที่สมควรถูกแขวนคอสักคน เก็บรวบรวมเส้นผมและเนื้อหนังของเขา ส่งคำประกาศล่วงหน้าในฐานะแม่มด ใช้มนตร์ดำทรมานเขาทุกวัน จนกว่าเขาจะตาย”
จินนาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“ลองดูก็ได้”
ถึงจะเป็นแบบนั้น ฉันก็ยังหวังให้เธอเป็น ‘นางมารสุขสม’ เพื่อให้สถานการณ์พลิกผัน…ฟรังก้าถอนหายใจเงียบงัน แต่ภายนอกยังคงรักษารอยยิ้มไว้ ดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะ เดินออกจากประตูห้อง หายไปในเงามืดของทางเดิน
สถานที่นัดชุมนุมออฟไลน์อยู่บนถนนเบลลาฟอร์ด บ้านเลขที่ 6 เขตถนนหลวง เป็นคฤหาสน์สี่ชั้นพร้อมสวน นับเป็นที่พักระดับหรูหราแม้แต่ในย่านคนรวย แต่มันถูกใช้เป็นบ้านให้เช่ามาตลอด ค่าเช่าต่อปีสูงถึง 15,000 เฟลคิน เคยมีดยุก นายธนาคาร และนักการทูตจากต่างประเทศมาเช่าอยู่
ปัจจุบัน มันไม่มีผู้เช่าระยะยาว ‘ศาสตราจารย์’ ผู้จัดงานชุมนุมได้เช่ามันชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
ผ่านสวนที่มีโคมไฟแก๊สส่องสว่างเรียงราย อ้อมผ่านน้ำพุที่มีรูปปั้นตั้งอยู่ ฟรังก้าก้าวเท้าแผ่วเบามาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ พบว่าที่นี่มีโต๊ะตั้งอยู่หนึ่งตัว บนนั้นมีสมุดลงชื่อเข้างาน
นี่เป็นการยืนยันตัวตนที่ง่ายที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้พวกคนประหลาดจากทรีอาร์หลงเข้ามา
ฟรังก้ารีบนึกถึงสมุดบันทึกของโอลัวร์ เลียนแบบลายมือจากในนั้น แล้วจงใจเขียนคำว่า ‘มักเกิ้ล’ แบบเอียงๆ เหมือนพยายามปิดบัง
ราวกับมีสายตาจากความว่างเปล่าส่องมา หยุดอยู่บนสมุดลงชื่อสองวินาที
ประตูคฤหาสน์เปิดออกอย่างไร้เสียง ฟรังก้าก้าวเข้าไปข้างใน
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอรีบชะลอฝีเท้า พยายามนึกอย่างจริงจังว่า ในงานชุมนุมต่างๆ ของสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก ‘มักเกิ้ล’ ตัวจริงและปลอม เดินด้วยท่าทางแบบใด
ฟรังก้าผู้มีความเป็นมืออาชีพในเรื่องการสวมบทบาท ได้ขุดความทรงจำที่ฝังลึกในสมองออกมาแล้ว ผ่านกรรมวิธีต่างๆ เช่นการทำนายด้วยฝัน ตอนนี้จึงไม่ต้องใช้เวลามากนัก ก็สามารถจับท่วงท่าการเดินของโอลัวร์ได้แม่นยำ
เธอย่อช่วงก้าวให้สั้นลง พลางทำให้เอวดูพลิ้วไหวขึ้นเล็กน้อย
ห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังนี้ ตกแต่งให้มีบรรยากาศเหมือนบ้าน การประดับประดาด้วยสีแดงและสีเหลืองตามที่ต่างๆ ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นอันยากจะบรรยาย
สมาชิก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ เจ็ดแปดคนที่มาร่วมงานชุมนุม ต่างปลอมตัวเหมือนตอนอยู่ที่ ‘อาณาจักรราตรี’ เพื่อแสดงตัวตน บางคนนั่งอยู่ในโซนโซฟา ดื่มเหล้าคุยเล่น บางคนรวมตัวกันอยู่ที่มุมห้อง เล่นเกมปาเป้า
‘ศาสตราจารย์’ ที่สวมหน้ากากผีเสื้อสีดำ ถือค็อกเทลสีส้มอำพันที่ผสมไว้แล้ว ลุกจากโซฟา เดินมาต้อนรับฟรังก้า
ริมฝีปากสีจางของเธอ แย้มยิ้มพลางเอ่ยว่า
“พวกเราคุยกันก่อนดีไหม แลกเปลี่ยนสถานการณ์ล่าสุดกัน แล้วค่อยดื่มด้วยกัน เล่นบอร์ดเกม ร้องเพลง เล่นไพ่ เป็นไง?”
ถ้าการชุมนุมออฟไลน์มีแค่การแลกเปลี่ยนสิ่งของและความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับอย่างเดียว ไม่จัดกิจกรรมสันทนาการบ้าง แล้วจะชุมนุมไปทำไม? หนึ่งในเหตุผลที่ฟรังก้าอยากมาร่วมงานชุมนุมในโลกจริงครั้งนี้ ก็เพราะไม่ได้เล่นกับพวก ‘เพื่อนร่วมโลก’ มานานแล้ว มีบางเกมหรือกิจกรรมที่อยากสอนให้ลูเมี่ยนกับจินนาเข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่มันยุ่งยากเกินไป
ฟรังก้าลากเก้าอี้สูงมานั่งข้างๆ ‘ศาสตราจารย์’ อย่างสง่างาม พลางมองไปยังคนคุ้นเคยอย่าง ‘ตารางธาตุ’ และ ‘ไอโซโทป’ แล้วคาดเดาว่า ในกลุ่มพวกเขาจะมีสมาชิก ‘นิกายมอสส์’ แฝงตัวอยู่หรือไม่
“มักเกิ้ล คุณย้ายมาอยู่ที่ทรีอาร์แล้วหรือ?” สมาชิกกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ ที่วาดตารางธาตุด้วยสีน้ำมันบนใบหน้า ถามฟรังก้าด้วยความสงสัย
ฟรังก้าระงับด้านที่คึกคักเกินไปของตัวเอง แสดงออกมาเพียงนิดหน่อย ให้เข้ากับการวางตัวปกติของ ‘มักเกิ้ล’
“ตอนนี้ก็ใช่”
“แต่ด้วยสถานการณ์ของทรีอาร์ อันที่จริงฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก อีกสักพักคงต้องย้ายออกไป”
นี่คือการเตือนโดยนัยให้เหล่า ‘เพื่อนร่วมโลก’ รู้ว่า มหานครทรีอาร์นั้นเต็มไปด้วยอันตราย เหมือนกับเมืองที่สร้างอยู่บนภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?” แน่นอน ‘ศาสตราจารย์’ จับประเด็นได้ไวและถามคำถามที่ฟรังก้าต้องการให้พวกเขาถาม
ฟรังก้าให้ริมฝีปากของเธอโค้งเป็นรอยยิ้ม
เธอชี้ลงที่พื้น
“ฉันเจอบางเรื่องในทรีอาร์ใต้ดิน รู้สึกว่ามีอันตรายมากมายและใหญ่หลวงกำลังก่อตัวอยู่ใต้ดิน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะปะทุออกมา”
“อย่างเช่น ‘คนในกระจก’ หรือ?” ‘ศาสตราจารย์’ ย้อนถามอย่างครุ่นคิด
ฟรังก้าพยักหน้าเบาๆ
“ใช่”
เธอไม่ได้พูดมากนัก ด้านหนึ่งเพราะเป็นความลับ อีกด้านหนึ่งแม้เธอจะเล่าไป ในสภาพที่ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ คนอื่นก็อาจไม่เชื่อ
‘ศาสตราจารย์’ ‘ไอโซโทป’ และคนอื่นๆ ต่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใด ส่วน ‘รองศาสตราจารย์’ และคนที่เหลือ ซึ่งเล่นเกมปาเป้า ทยอยกลับมายังบริเวณโซฟา พาหัวข้อสนทนาเบนไปทางอื่น
ในระหว่างการสนทนา ฟรังก้าแสดงออกคึกคักกว่าตอนอยู่กับลูเมี่ยนมาก เพราะเธอเข้าใจรหัสคำพูดมากมาย รู้เรื่องราวหลายอย่าง ไม่กลัวพูดผิด ไม่กลัวรับมุกไม่ได้
‘ศาสตราจารย์’ มองเธอแวบหนึ่ง พูดอย่างโล่งอกว่า
“รู้สึกว่าเธอก้าวผ่านเรื่องที่ถูก ‘วันเอพริลฟูล’ ทำร้ายมาได้แล้ว กลับมาเป็นตัวเองเหมือนเดิม ไม่ได้เงียบเหมือนช่วงที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่แล้วได้แต่คอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ”
เอ่อ…ฟรังก้าจู่ๆ ก็รู้สึกว่าตนอาจกำลังทำให้เสียงานใหญ่
ไม่ใช่ว่าการปลอมตัวเป็น ‘มักเกิ้ล’ ครั้งนี้ไม่ดี ตรงกันข้าม มันดีเกินไปต่างหาก
ถ้าต่อไปต้องสลับกลับไปเป็นลูเมี่ยน สมาชิกกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ จะต้องแปลกใจแน่ ว่าทำไมเธอถึงกลับไปเป็นคนมีแผลใจอีก?
จะบอกว่าโดนทำร้ายอีกครั้ง ก็คงไม่ได้ใช่ไหม?
ฟรังก้าเร่งสมองคิด แล้วหาเหตุผลได้ทันที
“อันที่จริง ฉันยังก้าวผ่านมันไปไม่หมดหรอก บางบาดแผลอาจจะ…อาจจะไม่มีวันหายสนิทไปตลอดชีวิต แค่เมื่อกี้ที่ทุกคนคุยกันอย่างมีความสุข ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับไปในอดีต”
‘ศาสตราจารย์’ แสดงท่าทีเข้าใจ และเตรียมจะพูดบางสิ่ง แต่ใบหน้าส่วนที่ไม่ได้ถูกหน้ากากผีเสื้อสีดำปิดบัง ก็พลันบิดเบี้ยวกะทันหัน ลูกตาเริ่มถลน ราวกับกำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
เธอค่อยๆ งอหลัง ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมศีรษะแน่น
ฟรังก้าชะงักไปครู่หนึ่ง สายตากวาดมองคนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว พบว่า ‘รองศาสตราจารย์’ ‘ไอโซโทป’ และ ‘ตารางธาตุ’ ก็มีอาการคล้ายกัน มีเพียงสมาชิกสองคนที่ไม่ใช่ ‘จอมเวท’ เท่านั้นที่ปราศจากอาการผิดปกติ
จริงด้วย ตอนนี้เราก็เป็น ‘จอมเวท’ เหมือนกัน…ฟรังก้าเลียนแบบอาการของ ‘ศาสตราจารย์’ และคนอื่นๆ พลางนึกถึงความเจ็บปวดที่เคยได้รับตอนพิธีเลื่อนลำดับ สวมรอยทำให้ตัวเองดูเหมือนกำลังปวดหัวจนแทบระเบิด
ผ่านไปสองสามนาที ‘ศาสตราจารย์’ ยืดตัวขึ้น ค่อยๆ ถอนหายใจยาว
สมาชิกที่ไม่ใช่ ‘จอมเวท’ ที่ใช้รหัสว่า ‘กริฟฟิน’ เอ่ยถามอย่างสงสัย
“พวกคุณเป็นอะไรไป?”
พอถามจบ ‘กริฟฟิน’ ก็นึกขึ้นมาได้ทันที
“เทพมาร ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ถ่ายทอดความรู้อีกแล้วหรือ?”
‘รองศาสตราจารย์’ ที่สวมถุงกระดาษสีน้ำตาลอ่อน ยิ้มอย่างขมขื่น
“ใช่”
“เป็นแบบกระจายเสียงด้วยหรือ ผมนึกว่าเป็นแบบตัวต่อตัวอย่างเดียว” ‘กริฟฟิน’ อุทานด้วยความประหลาดใจ
“มีทั้งสองแบบ” ‘ศาสตราจารย์’ นวดศีรษะพลางพูดกับฟรังก้าและ ‘ตารางธาตุ’ รวมถึงคนอื่นๆ ว่า “พวกคุณสังเกตไหม หลังจากฝนกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งครั้งนั้น ความถี่ในการถ่ายทอดความรู้ของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ รวมถึงความถี่ในการถ่ายทอดแบบกระจายเสียง ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”
“ใช่” ‘ตารางธาตุ’ พยักหน้าพลางพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมื่อเห็น ‘จอมเวท’ ทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของ ‘ศาสตราจารย์’ ฟรังก้าก็พยักหน้าตาม
เธอครุ่นคิดอยู่ในใจว่า
ความผิดปกตินี้ จะเกี่ยวข้องกับ ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ หรือเปล่า?
ตอนนั้นที่เปิดผนึกทรีอาร์ยุคที่สี่ จนพลังบางอย่างรั่วไหลออกมา ส่งผลให้ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ที่บ้าอยู่แล้ว ยิ่งบ้าหนักขึ้นไปอีก?
ฟรังก้ารู้ว่าฝนกระหน่ำสยองขวัญที่ ‘ศาสตราจารย์’ พูดถึง หมายถึงเมื่อครั้งแผน ‘หอพัก’ ได้คลายผนึกทรีอาร์ยุคที่สี่ชั่วคราว
…………………………………………………….
.