ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 814 ‘สิบเสาหลัก’ ที่หายไป
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 814 ‘สิบเสาหลัก’ ที่หายไป
ตอนที่ 814 ‘สิบเสาหลัก’ ที่หายไป
ตอนนี้ฟรังก้าก็ยังไม่สามารถพูดเรื่องที่เกี่ยวกับ ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ ได้ ยิ่งไม่มีทางไปถามพวก ‘ศาสตราจารย์’ ว่า ได้รับความรู้แบบใดมาจาก ‘ปราชญ์เร้นลับ’ เธอทำได้แค่จดจำความผิดปกตินี้ไว้เงียบๆ ตั้งใจว่าจะรายงานให้มาดามจัดจ์เมนต์ทราบในภายหลัง ให้ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ตัดสินว่าเกิดปัญหาใดขึ้นกันแน่
หลังจากความเงียบครู่หนึ่ง ‘ไอโซโทป’ พูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้งว่า
“ความเจ็บปวดจากการถูก ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ไล่ล่าเพื่อยัดเยียดความรู้ให้นั้น คนส่วนใหญ่ที่นั่งอยู่ที่นี่คงจะเข้าใจดี จวบจนปัจจุบันพวกเรายังพอทนรับได้ แต่ถ้าความถี่เพิ่มขึ้นอีกนิด ความรุนแรงมากขึ้นอีกหน่อย บางทีอีกไม่นาน พวกเราอาจถูกความรู้ทำให้สมองระเบิด คลุ้มคลั่งกลายเป็นสัตว์ประหลาด”
‘ศาสตราจารย์’ ค่อยๆ ถอนหายใจแล้วพูดว่า
“ฉันก็คิดเหมือนกัน พวกเราควรตระหนักถึงวิกฤติให้มากกว่านี้”
อารมณ์ของ ‘ตารางธาตุ’ ดูจะไม่ค่อยมั่นคงนัก
“ผมตระหนักถึงวิกฤต แต่มันจะไปมีประโยชน์อะไร?”
“หรือว่าพวกเราจะรวมตัวกัน แล้วไปกำจัด ‘ปราชญ์เร้นลับ’ เสียเลย?”
“แต่ก่อนผมยังเคยฝันแบบนั้น แต่ตอนนี้น่ะ ฮ่ะๆ…”
ฟรังก้าเข้าใจสองประโยคสุดท้ายของ ‘ตารางธาตุ’ เป็นอย่างดี ในช่วงสองสามปีแรกที่มาถึงโลกนี้ เธอซึ่งเป็นคนไม่เชื่อเรื่องทวยเทพ ทั้งยังอ่านนิยายมามาก เคยคิดว่าเทพทั้งเจ็ดเป็นเพียงผู้วิเศษที่แข็งแกร่งกว่าปกติ และคิดว่าตัวเองที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเทพแล้ว ก็มีโอกาสที่จะฆ่าเทพเพื่อพิสูจน์ตน แต่หลังจากได้เห็นมามาก ได้เรียนรู้ศาสตร์เร้นลับมากขึ้น เธอก็เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงช่องว่างระหว่างผู้วิเศษลำดับกลางถึงต่ำกับครึ่งเทพ
และนั่นยังเป็นแค่ครึ่งเทพ ไม่ใช่เทพแท้จริง
ตามที่ ‘นางมารดำ’ กล่าวไว้ เทพแท้จริงสามารถปรับเปลี่ยนและดัดแปลงความสามารถของลำดับในเส้นทางของตนได้ในระดับหนึ่ง!
ในขณะเดียวกัน ฟรังก้าหวนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา พบว่าเหล่า ‘จอมเวท’ ที่อยู่ในที่นี้ มักไม่ค่อยแสดงอารมณ์ด้านลบที่รุนแรงเกินไปในระหว่างการชุมนุมที่ ‘อาณาจักรราตรี’ แต่ปัจจุบัน พวกเขากลับไม่ปิดบังความเจ็บปวดและการดิ้นรนของตัวเอง แสดงออกมาอย่างตรงไปตรงมา
ในกลุ่มย่อย ‘วิทยาลัย’ สมาชิกที่ไม่ใช่ ‘จอมเวท’ ก็มีอยู่มาก แต่ตอนนี้ ผู้ร่วมชุมนุมคือกลุ่มเพื่อนเล็กๆ ที่ต่างก็รู้จักกันดี พวกเขาจึงกล้าแสดงออกมากขึ้นหรือ? แต่เรา…มักเกิ้ล..ไม่ใช่คนในแวดวงเล็กๆ ของพวกเขาสักหน่อย การแสดงอารมณ์รุนแรงต่อหน้าเราขนาดนี้ บางส่วนอาจเป็นการแสดง…อา…แล้วจุดประสงค์คืออะไรกันล่ะ? ฟรังก้าไม่รู้ว่าตัวเองติดนิสัยขี้ระแวงมาจากลูเมี่ยน หรือว่าการที่แฝงตัวในพรรคซาฟาห์กับนิกายนางมาร ได้บ่มเพาะนิสัยไม่เชื่อใจคน
“ใช่ จะทำอะไรได้…” เธอพูดเออออตาม ‘ตารางธาตุ’ ราวกับได้รับแรงกระตุ้นบางอย่าง
‘ศาสตราจารย์’ ดูสงบนิ่งมาก พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“อย่างน้อยพวกเราก็ยังสามารถหาสิ่งของ หรือวิธีที่จะช่วยลดผลกระทบด้านลบของ ‘ปัญญาไล่ล่าคน’ ได้”
‘ตารางธาตุ’ เงียบไปครู่หนึ่ง ถอนหายใจยาวแล้วพูดว่า
“ชั่วคราวก็ทำได้แค่นี้”
เหล่า ‘จอมเวท’ รวมทั้ง ‘กริฟฟิน’ และ ‘เหยี่ยว’ ถกเถียงกันถึงปัญหานี้ เสนอความคิดหลากหลาย แล้วก็ปฏิเสธไปส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือต้องรอการพิสูจน์ต่อไป
ฟรังก้าก็ใช้จินตนาการของตัวเองเช่นกัน จนในที่สุด เธอพูดอย่างครุ่นคิดว่า
“น่าเสียดาย เราไม่อาจรู้ล่วงหน้าถึงเวลาแน่นอนที่ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ จะเกิดอาการคลั่ง ไม่อย่างนั้น ฉันรู้จักสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะช่วยลดแรงกระแทกและผลกระทบได้ดี”
“ที่ไหนหรือ?” ‘รองศาสตราจารย์’ โพล่งถามทันที
ฟรังก้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง เธอคิดว่าถ้าเป็นลูเมี่ยนอยู่ที่นี่ ก็คงจะเปิดเผยสถานที่แห่งนั้นให้พวก ‘ศาสตราจารย์’ รู้แน่นอน
นี่เป็นความเชื่อมั่นอันเกิดจากความเข้าใจในตัวลูเมี่ยน
เธอพบมานานแล้วว่า ลูเมี่ยนมักจะเห็นอกเห็นใจคนที่มีประสบการณ์และความทุกข์คล้ายกับเขาได้ง่าย แม้ปากจะพูดเย็นชาและเด็ดขาด แต่จริงๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะให้ความช่วยเหลือบ้าง ในทำนองเดียวกัน เขาก็มักจะเห็นอกเห็นใจคนที่มีประสบการณ์และความทุกข์คล้ายกับโอลัวร์ได้ง่าย
ฟรังก้าพูดด้วยเสียงเจือลมหายใจ
“ลานบูชาเล็กๆ ณ ทางเข้าชั้น 3 ของสุสานใต้ดิน ที่นั่นดูเหมือนจะมีเทวานุภาพตกค้างของ ‘สุริยันเจิดจรัส’ และ ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ หลงเหลืออยู่ สามารถป้องกันผลกระทบจากภายนอกได้เกือบทั้งหมด”
ดวงตาของ ‘ศาสตราจารย์’ ที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากผีเสื้อ สว่างวาบขึ้นเล็กน้อยในบัดดล
“ฉันเคยไปที่นั่น แต่ไม่ยักรู้ว่ายังมีเทวานุภาพหลงเหลืออยู่”
เธอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า
“ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากนะ ถ้าถึงเวลาที่แทบจะทนไม่ไหวแล้ว ฉันก็จะเอาเทียนขาวหนึ่งลัง กับอาหารในปริมาณเพียงพอ ไปปักหลักอยู่ที่ลานบูชานั่นสักพัก อยู่จนกว่าผลกระทบที่สะสมมาจะจางหายไปหมด ทั้งร่างกายและดวงวิญญาณฟื้นฟูกลับเป็นปกติ สามารถทนรับการยัดเยียดความรู้หลายครั้งได้ ค่อยกลับขึ้นไปข้างบน”
“ใช่!” ฟรังก้ารู้สึกดีใจแทนสมาชิกของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ เหล่านี้
‘ศาสตราจารย์’ พูดต่อกับ ‘ตารางธาตุ’ และคนอื่นๆ ว่า
“พวกเรายังสามารถหาผู้วิเศษในเส้นทาง ‘นักปรุงยา’ มาช่วย ดูว่ามียาที่ช่วยให้จิตวิญญาณและร่างกายฟื้นฟูได้เร็วหรือไม่”
“พวกที่ช่วยเพิ่มความจุสมองชั่วคราว เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณก็ได้” ‘ไอโซโทป’ และคนอื่นๆ ต่างผลัดกันพูดขึ้นมา
อารมณ์ของพวกเขาในที่สุดก็ดีขึ้นเล็กน้อย
หลังจากพูดคุยเรื่อยเปื่อยอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ‘ศาสตราจารย์’ และ ‘รองศาสตราจารย์’ เรียกคนไปสองสามคน ไปเอาของต่างๆ สำหรับเล่นบอร์ดเกมต่อที่ห้องหนังสือ ส่วนฟรังก้าก็ลุกขึ้น เดินไปทางบาร์เล็กๆ ในห้องนั่งเล่นฝั่งตรงข้ามเพื่อหาอะไรดื่ม
ขณะที่เธอกำลังลังเลว่า จะดื่มเบียร์รสผลไม้หรือน้ำอัดลม ‘ตารางธาตุ’ ก็เดินมาข้างๆ เธอ พลางมองสำรวจเครื่องดื่มต่างๆ บนชั้นวางเหล้า พร้อมกับกดเสียงพูดว่า
“มักเกิ้ล ก่อนหน้านี้คุณกำลังตามหาสมาชิกของ ‘นิกายมอสส์’ ใช่ไหม?”
เมื่อเห็น ‘มักเกิ้ล’ ที่สวมฮู้ดเอียงหน้ามองมายังตน ‘ตารางธาตุ’ ก็ขยับสัญลักษณ์เคมีตรงมุมปากพูดว่า
“ผมนี่แหละ”
ในที่สุดก็ยอมรับสินะ? ฟรังก้าไม่ได้ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
เธอถึงขั้นสงสัยว่า ‘จอมเวท’ ทุกคนในวงเล็กๆ นี้ก็คงเป็นสมาชิกนิกายมอสส์ รวมถึง ‘กริฟฟิน’ และ ‘เหยี่ยว’ ที่ไม่ใช่ ‘จอมเวท’ ก็อาจจะเป็นได้
“ดูท่าคุณคงเดาได้นานแล้วสินะ?” ‘ตารางธาตุ’ สังเกตเห็นว่า ‘มักเกิ้ล’ ไม่มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เลย
ฟรังก้าหัวเราะในลำคอ
“ไม่ต้องแปลกใจอะไรหรอก ตัวฉันเองก็เป็นสมาชิกขององค์กรลับอีกแห่ง สมาชิกหลายคนในสมาคมวิจัยต่างก็มีพื้นเพเกี่ยวข้องกับองค์กรลับ หรือศาสนาจารีตด้วยกันทั้งนั้น มันไม่ใช่ปัญหาหรอก ตราบเท่าที่ไม่ละเมิดสัญญาที่เราลงนามกันไว้”
‘ตารางธาตุ’ ยิ้มออกมา
“ก็จริง”
“คราวที่แล้วคุณไม่ได้บอกหรือ ว่ามี ‘คนในกระจก’ ที่ชื่อกริฟฟิธ แอบแทรกซึมเข้ามาแทนที่สมาชิกคนหนึ่งของพวกเราน่ะ? ผมมีคนที่สงสัยอยู่แล้ว”
หลายวันมานี้ ฟรังก้าพยายามสืบหาร่องรอยของจัสมิน นักวิชาการด้านแร่ธาตุ ที่สงสัยว่าเป็น ‘คนในกระจก’ ปาเลีย แต่ก็ไม่เคยจับหางอีกฝ่ายได้เลย ไม่นึกว่าตอนนี้จะมีเบาะแสของ ‘คนในกระจก’ กริฟฟิธที่มีตำแหน่งสำคัญกว่าเสียอีก
“ใครหรือ?” เธอถามตรงๆ
‘ตารางธาตุ’ จัดระเบียบคำพูดก่อนตอบว่า
“ตามปกติแล้ว ผมควรรายงานเรื่องนี้ให้ผู้นำระดับสูงของนิกายมอสส์เป็นผู้ยืนยันและจัดการ แต่ว่า ‘เสาหลัก’ ที่ผมสังกัดโดยตรง ช่วงนี้ติดต่อไม่ได้เลย”
“เสาหลัก?” ฟรังก้าทวนคำถามอย่างสงสัย
“ระดับสูงของ ‘นิกายมอสส์’ ของพวกเราคือ ‘สิบเสาหลัก’ มีครึ่งเทพผู้ทรงพลังสิบท่าน หรืออาจจะมากกว่านั้น ‘เสาหลัก’ ที่รับผิดชอบเขตทรีอาร์ชื่อว่าเครเมอโล ผมขึ้นตรงต่อเขา หลังจากพายุฝนสยองนั่น คำสั่งที่เขาส่งมาให้พวกเราก็น้อยลงเรื่อยๆ จนล่าสุดนี้ พวกเราพยายามติดต่อ แต่ก็ไม่มีการตอบรับเลย” ‘ตารางธาตุ’ อธิบายด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง
หลังจากปฏิบัติการหอพัก ระดับสูงของ ‘นิกายมอสส์’ ในเขตทรีอาร์ก็พลันเกิดความผิดปกติ ถึงขั้นหายตัวไปเลยหรือ? ข่าวกรองนี้สำคัญมาก ต้องรีบรายงานขึ้นไป…ฟรังก้ามองไปยัง ‘ตารางธาตุ’ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“ไม่มีวิธีติดต่อฉุกเฉินกับสมาชิก ‘สิบเสาหลัก’ คนอื่นหรือ?”
‘ตารางธาตุ’ ถอนหายใจพูดว่า
“ไม่มี ปกติในเวลาแบบนี้ พวกเราควรจะสวดวิงวอนต่อ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ เล่าสถานการณ์ผิดปกติให้ฟัง แล้วพระองค์จะประทานคำทำนาย แต่พวกเราต่างก็ลองแล้ว ทั้งไม่มีคำทำนาย และไม่มี ‘เสาหลัก’ คนใดติดต่อพวกเราเลย”
เพราะ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ เสียสติหนักข้อกว่าเดิมสินะ? ฟรังก้าพยักหน้า
“เล่าต่อสิ”
‘ตารางธาตุ’ ยิ้มขื่นพลางเอ่ยต่อไป
“อันที่จริง แบบนี้ก็ไม่เลวเลย แม้จะขาดการชี้นำจากระดับสูง ขาดการสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ แต่ก็จะไม่มีภารกิจอันตรายแล้ว แน่นอนว่านั่นคือถ้านิคิลาไม่ใช่ ‘คนในกระจก’ กริฟฟิธนะ”
“นิคิลา?” ฟรังก้าถามต่อ
‘ตารางธาตุ’ ส่งเสียง ‘อืม’ แล้วว่า
“เขาเป็นผู้ช่วยของเครเมอโร หลังจากที่ช่วงนี้ติดต่อ ‘เสาหลัก’ ท่านนี้ไม่ได้เลย พฤติกรรมหลายอย่างของเขาทำให้ผมสงสัยว่า เขาอาจจะเป็น ‘คนในกระจก’”
“พฤติกรรมแบบไหน?” ฟรังก้าถามเพื่อยืนยัน
‘ตารางธาตุ’ ครุ่นคิดแล้วพูดว่า
“เขาโกรธง่ายกว่าเมื่อก่อน มีอารมณ์ด้านลบมากกว่าเมื่อก่อนด้วย และผมยังสังเกตเห็นว่า การใช้มือขวาของเขาดูแปลกๆ ทั้งที่แต่เดิมถนัดขวา”
“ตัวตนในโลกจริงของเขาคือ?” ตาของฟรังก้าเป็นประกาย
‘ตารางธาตุ’ ชั่งคำพูดแล้วเอ่ยปาก
“ผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาเป็น ‘คนในกระจก’ จริง…เพราะการที่อารมณ์ด้านลบต่างๆ ควบคุมไม่ค่อยได้หลังจากถูกยัดเยียดความรู้มาเป็นเวลานาน ยังถือว่าอยู่ในขอบเขตปกติอยู่ ก่อนที่ผมจะบอกตัวตนบนโลกจริงกับที่พักของเขา ก็อยากทำสัญญารับรองกับคุณสักฉบับก่อน โดยคุณต้องสัญญาว่า ถ้าเขาไม่ใช่ ‘คนในกระจก’ คุณห้ามฆ่าเขาเด็ดขาด”
‘ตารางธาตุ’ พูดพลางหยิบสัญญารับรองที่มีมูลค่าไม่น้อยออกมาจากกระเป๋าลับ
เห็น ‘มักเกิ้ล’ มองตนเองด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย ‘ตารางธาตุ’ ยิ้มเยาะตัวเองแล้วเอ่ยปาก
“ใครใช้ให้พวกเราต้องยึดถือคติ ‘ทำตามใจปรารถนา แต่อย่าทำร้ายผู้อื่น’ ตั้งแต่แรกล่ะ”
“ได้ ไม่มีปัญหา” ฟรังก้าตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
เธอก็ไม่ใช่คนที่จะสังหารผู้บริสุทธิ์อยู่แล้ว
…………
ยามดึก ณ โมโรลา
ลูเมี่ยนวางหนังสือในมือลง นวดศีรษะที่ปวดตึง ตัดสินใจพักด้วยการคิดเรื่องอื่นสักหน่อย
ขณะที่เขากำลังพิจารณาว่า ตนอาจจะคำนวณพลาดเกี่ยวกับศัตรูหรือคู่แข่งไป กระจกในห้องก็เรืองแสงวาววับคล้ายคลื่นน้ำ
วานาค เจ้าของดวงตาสีดำเหล็ก เรือนผมสีแดงเลือด ปรากฏกายอีกครั้ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มหนักว่า
“กูซินกับอัลบัสกำลังจะก้าวเข้าสู่กับดักแล้ว ตอนนี้ผมจะบอก ‘ที่ซ่อน’ ของตัวเองให้คุณทราบ”
จะเริ่มแล้วสินะ? จิตใจของลูเมี่ยนพลันรวมศูนย์ขึ้นมาทันที
…………………………………………………….