ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 820 ‘เข้ากับดักเอง’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 820 ‘เข้ากับดักเอง’
ตอนที่ 820 ‘เข้ากับดักเอง’
เมื่อจินนาใช้เวทมนตร์ ‘ตรวนนรก’ ที่มาพร้อมกับ ‘ลูกศรผู้กระหายเลือด’ นิคิลาที่เพิ่งไอออกมาอีกครั้ง ก็พบว่าเงาและความมืดรอบตัวเขามีชีวิตขึ้นมา ภายใต้แสงสีเหลืองอ่อนของโคมแก๊สติดผนัง มันรวมตัวกันเป็นโซ่ตรวนสีดำ พันรัดสมาชิก ‘นิกายมอสส์’ ผู้นี้วนแล้ววนเล่า ขังเขาไว้กับตำแหน่ง แม้แต่ปากก็ถูกปิดผนึก
นิคิลาผู้มีประสบการณ์ต่อสู้อย่างโชกโชน รีบทำให้กลางฝ่ามือขวาปรากฏกลุ่มทรายดวงดาวที่หมุนวนอย่างเชื่องช้า
แสงโคมที่ติดผนังในห้องพลันสลัวลง ราวกับความมืดยามค่ำคืนภายนอก
ในความสลัวเช่นนี้ ดวงดาวระยิบระยับทยอยปรากฏขึ้นทีละหนึ่ง ไม่ได้หนาแน่นนัก แต่ก็มีอยู่มากพอสมควร
พวกมันโปรยประกายแสงสาดส่องสายแล้วสายเล่า บรรจบกันเป็นลำแสงขนาดใหญ่ ส่องสว่างทั่วทั้งห้อง ปกคลุมร่างของนิคิลา
โซ่ตรวนสีดำอันเกิดจาก ‘ตรวนนรก’ พลันเป็นดั่งเงาที่ต้องแสงอาทิตย์ จางหายและแตกสลายอย่างรวดเร็ว ส่วนนิคิลาก็ละลายอย่างรวดเร็วในลำแสงนั้น แตกออกเป็นเศษกระจกนับไม่ถ้วน
กระจกตัวแทน!
นิคิลาอาศัยความพิเศษของตน ใช้วิธีโจมตีตัวเอง เพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการของ ‘ตรวนนรก’ ในเวลาอันสั้น ในฐานะผู้วิเศษเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’ เวทมนตร์ส่วนใหญ่ของเขาต้องใช้คาถาประกอบ เมื่อปากถูกโซ่ตรวนปิดผนึก ความสามารถที่ใช้ได้จึงมีจำกัดมาก
จินนายืนยันได้จากเหตุการณ์นี้ว่านิคิลาเป็น ‘คนในกระจก’
หมอกดำหนาทึบแผ่ซ่านออกจากแผ่นหลังของเธอ งอกเป็นปีกค้างคาวขนาดมหึมาที่ดูเลือนราง
ทันใดนั้น ‘ปีกแห่งความมืด’ ก็แปรเปลี่ยนเป็นฝูงค้างคาวดูดเลือดตัวเท่าฝ่ามือ ซึ่งดูไม่ค่อยสมจริงนัก บินทะลุประตูและกำแพง มุ่งไปยังนิคิลาที่เพิ่งหลุดพ้นจาก ‘ตรวนนรก’
ในขณะเดียวกัน อ็องโตนีก็ยกเลิก ‘ล่องหนทางใจ’ แล้วมายังหน้าประตู เตะบานประตูไม้เปิดออก
เขาถือปืนลูกโม่สีดำที่มีชิ้นส่วนซับซ้อน ทั้งยังงดงามในเชิงกลไกไว้ในมือทั้งสองข้าง เล็งไปทางนิคิลา
เหมันต์เยี่ยมเยือน!
อ็องโตนีเตรียมจะใช้ผลลัพธ์ ‘ความตายที่ไม่อาจเลี่ยง’ ของอาวุธวิเศษชิ้นนี้!
แน่นอนว่า เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้จริง เพราะฝ่ายตรงข้ามมี ‘กระจกตัวแทน’ ทั้งยังเป็นพวกที่ร่างกายค่อนข้างบอบบาง เมื่อเจอการโจมตีใดๆ เข้าเป้า ก็มีโอกาสจะใช้ความสามารถประเภทตัวแทนก่อนกำหนด ซึ่งจะทำให้กระสุนที่นำพาความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไปถูกกระจกตัวแทน ไม่สามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
จุดประสงค์ที่อ็องโตนีทำเช่นนี้ ก็เพื่อใช้ประโยชน์จากการเตือนภัยด้านพลังวิญญาณอันโดดเด่น รวมถึงดวงตาที่มองเห็นความลับได้ของเหล่า ‘จอมเวท’ กระตุ้นให้นิคิลารู้สึกว่า ชีวิตกำลังตกอยู่ในอันตราย บีบให้เขาต้องใช้โลกในกระจกหลบหนี
ตามคำบอกเล่าของฟรังก้า นิคิลาผู้เป็น ‘เจ้าจักรราศี’ ลำดับ 5 แห่งเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’ และสงสัยว่าเป็น ‘คนในกระจก’ จะต้องสัมผัสได้ถึงอันตรายของปืนลูกโม่ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ได้ทันที แล้วมองออกว่ามันกำลังก่อตัวเป็นการโจมตีที่แฝงเทวบารมี
และเพื่อให้กระตุ้นการเตือนภัยด้านพลังวิญญาณของเป้าหมายได้สมจริงยิ่งขึ้น อ็องโตนีจำเป็นต้องสะกดจิตตัวเองอย่างสมบูรณ์ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับ ‘นักสะกดจิต’ มืออาชีพ
ดังนั้น ตอนนี้อ็องโตนีจึงตั้งใจจะยิงจริงๆ เตรียมใช้ผลลัพธ์ ‘ความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้’ แต่เมื่อนิ้วของเขาเริ่มเหนี่ยวไกปืน ก็จะไปกระตุ้น ‘เส้นเตือนภัยทางจิต’ ที่วางไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้การสะกดจิตคลายออกโดยอัตโนมัติ แล้วยิงกระสุนนัดหนึ่งออกไปตามปกติ
ไม่ผิดจากที่ฟรังก้าคาดคิด ทันทีที่เห็นปืนลูกโม่ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ดวงตาสีดำสนิทของนิคิลาก็เผยประกายสีม่วงเข้มโดยไม่รู้ตัว สะท้อนให้เห็นกลิ่นอายแห่งความเสื่อมโทรมและเน่าเปื่อย ซึ่งพันอยู่รอบอาวุธดังกล่าว
เขารู้สึกในทันทีว่า ตนกำลังค่อยๆ เดินเข้าสู่ความตาย อาการคันคอยิ่งรุนแรง ร่างกายเริ่มอ่อนเปลี้ยลงไม่เบา
นี่ไม่ใช่ผลของ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการที่ ‘ผู้ส่องความลับ’ เห็น ‘ความลับ’ ของอาวุธวิเศษชิ้นนี้ แล้วถูกพลังบางอย่างย้อนกลับเข้าตัว ซึ่งมันผสมผสานกับจุลชีพก่อโรคฝีมือฟรังก้าได้อย่างลงตัว ส่งผลให้อาการป่วยของนิคิลาทรุดหนักลงกะทันหัน
เนื่องจากไม่มีเวลาให้คิดมาก นิคิลาจึงรีบใช้กระจกตัวแทนบานหนึ่ง
ปัง!
อ็องโตนีเหนี่ยวไก ยิงกระสุนสีเหลืองทองที่มีเพียงผลด้านโรคภัยออกมา พุ่งเข้าชนร่างของนิคิลาพร้อมกับฝูงค้างคาวดูดเลือด ส่งเสียงแตกร้าวดังเกรียวกราว
นิคิลาที่ปรากฏกาย ณ มุมอื่นของห้อง ไม่มีความคิดจะโต้กลับศัตรู ในหัวมีเพียงความคิดที่จะรีบหนีออกไป
หนึ่งเพราะเขาไม่รู้ว่า ผู้บุกรุกมีแค่สองคนนี้หรือไม่ สองเพราะระดับความอันตรายของปืนกระบอกดังกล่าว ทำให้จิตใจของเขาตึงเครียดอย่างมาก
เมื่อประเมินสถานการณ์ไม่ชัดเจน และรู้แน่ชัดว่าศัตรูมีอาวุธระดับครึ่งเทพ ก็เหลือเพียงทางเลือกเดียวคือหนีเท่านั้น!
นิคิลารีบพุ่งไปยังกระจกบานใกล้ที่สุดทันที หมายจะใช้โลกในกระจกหลบหนีจากการต่อสู้ตรงหน้า
สังเกตเห็นทิศทางของเขา จินนาจึงชะลอความเร็วโจมตี ส่วนอ็องโตนีทำให้ดวงตาย้อมสีทอง ปรากฏเป็นวงวนที่เจาะทะลวงจิตใจวงแล้ววงเล่า
สะกดจิตต่อสู้!
นี่คือการบังคับสะกดจิตศัตรูระหว่างการต่อสู้ ทำให้เกิดพฤติกรรมผิดปกติสารพัดชนิด แต่พฤติกรรมเหล่านี้ต้องไม่เป็นอันตรายโดยตรงต่อผู้ถูกสะกดจิต และไม่สามารถคงอยู่ได้นาน จะสิ้นฤทธิ์ไปอย่างรวดเร็ว
อ็องโตนีเพียงต้องการให้นิคิลาเปลี่ยนไปใช้กระจกบานอื่นหนี ซึ่งการกระทำเช่นนี้ อย่างมากก็แค่ถ่วงเวลาการหนีของอีกฝ่าย ไม่ได้เป็นอันตรายโดยตรงต่อเขา!
นิคิลาชะงักไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็พบว่ากระจกตรงหน้าอาจซ่อนกับดักอันตรายไว้
เขารีบดึงม้วนกระดาษที่ฝังแผ่นทองคำออกจากกระเป๋าลับด้านในเสื้อโค้ตสีดำ แล้วกล่าวคำในภาษาเฮอร์มิสแผ่วเบา
สุริยัน!
ม้วนกระดาษถูกเปลวไฟสีเหลืองทองกลืนกินในพริบตา ปะทุเป็นแสงอาทิตย์จ้าแสบตา เผาค้างคาวดูดเลือดที่บินว่อนอยู่ในห้องให้กลายเป็นควันเขียวทั้งหมด
มันส่งผลกระทบรุนแรงต่อสายตาของจินนาและอ็องโตนี ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยแสงอาทิตย์อันเจิดจ้า
นิคิลาถือโอกาสนี้ กลิ้งตัวมาถึงกระจกเงาบานใหญ่ในห้องรับแขก แล้วพุ่งเข้าไปในนั้น
นับตั้งแต่เขาถูก ‘สะกดจิตต่อสู้’ จนกระทั่งหนีสำเร็จ ใช้เวลาเพียงสองถึงสามวินาทีเท่านั้น
แสงอาทิตย์สงบลงในพริบตา อ็องโตนีพยักหน้าให้จินนา
จินนารีบคว้าไหล่ของพวกพ้องรายนี้ พร้อมกระตุ้น ‘สร้อยสัตมณี’ ที่สวมอยู่บนข้อมือซ้าย
เพชรหนึ่งในสองเม็ดปะทุแสงสว่างใสกระจ่างในทันที ห่อหุ้มทั้งสองคนไว้ภายใน
วินาทีถัดมา จินนาและอ็องโตนี ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังโพรงเหมืองหินที่มีทางเข้าออกโลกในกระจกตายตัว แล้วนำมือสัมผัสกับก้อนหินที่ยื่นออกมา
…………
นิคิลาเพิ่งมาถึงพื้นที่มืดมิดว่างเปล่าหลังกระจก ก็ไอออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
โรคที่ติดมาแล้ว ไม่สามารถกำจัดออกไปได้ด้วย ‘กระจกตัวแทน’
แค่ก! แค่ก! แค่ก! ขณะที่นิคิลาไอรุนแรง ก็รู้สึกว่าร่างกายของตนถูกเส้นใยที่มองไม่เห็นพันรัดหลายชั้น
ใยแมงมุมของ ‘นางมาร’ ? นิคิลาตกใจสะดุ้ง
เมื่อครู่จินนาตั้งใจใช้พลังของ ‘ลูกศรผู้กระหายเลือด’ โจมตี ‘คนในกระจก’ รายนี้ เพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริงว่าเป็น ‘นางมาร’ ไม่ให้นิคิลาคิดไปในแง่ที่ว่า ตนถูกกลุ่ม ‘นางมาร’ รุมโจมตี
มิเช่นนั้น เขาจะสงสัยอย่างมากว่า มีกับดักอยู่หลังกระจก และละทิ้งทางเลือกในการหนีผ่านโลกในกระจก ทำให้ ‘สะกดจิตต่อสู้’ ของอ็องโตนีไร้ผล!
ในขณะที่ม่านตาของนิคิลาขยายกว้าง ก็ใช้มือรวบรวมเม็ดทรายดาราระยิบระยับ ซึ่งหมุนวนอย่างเชื่องช้า
ก่อนที่เขาจะได้ใช้พลัง ‘เจ้าจักรราศี’ ทำลายตัวเอง รวมถึงทำลายใยแมงมุมของ ‘นางมาร’ โดยรอบ เขาก็พบว่ามีเส้นใยที่มองไม่เห็นบางส่วน กำลังสำรวจร่างกายของเขาอย่างแผ่วเบา พลางลูบไล้อย่างเย้ายวนจากใบหู ใบหน้า หน้าอก ไปจนถึงด้านในต้นขา
สิ่งนี้ทำให้โลหิตในกายของนิคิลาพลุ่งพล่านในทันใด ความคิดจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง
ขณะที่เขากำลังจะบังคับจิตใจตัวเองและใช้พลัง ก็เห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ขอบอุโมงค์ที่เป็นเหมือนใยแมงมุม
ร่างดังกล่าวสวมเสื้อคลุมดำติดเกราะหนัง หมวกคลุมศีรษะเอียงๆ เผยให้เห็นคิ้วอันงามสง่า ดวงตาใสกระจ่างดั่งผืนทะเลสาบ และริมฝีปากแดงเปียกเป็นประกาย
ความงามอันยากจะพรรณนา กอปรกับเสน่ห์ที่สั่นสะเทือนวิญญาณนี้ ทำเอานิคิลากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ลืมต่อต้าน ลืมสลัดหลุดจากพันธนาการ
‘เสน่ห์’ ของ ‘นางมารทุกข์ระทม’!
สัญญาณเตือนภัยอันรุนแรงทำให้นิคิลาพยายามสลัดตัวเองออกจากความงามที่ชวนให้หลงใหลนี้ พลางกัดฟัน อดทนต่อความปรารถนาอันเกิดจากการถูกเย้ายวนและมนตร์สะกด กำลังจะปลดปล่อยเม็ดทรายดวงดาวที่หมุนวนในฝ่ามือ
ฟรังก้ายังคงใช้ ‘เสน่ห์’ อย่างต่อเนื่อง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ทั้งแย้มยิ้มที่ทำให้นิคิลาตะลึงงัน ทั้งสั่งให้ใยแมงมุมบางส่วนหยุดเย้ายวนอีกฝ่าย แปรเปลี่ยนการเคลื่อนไหว
เปลี่ยนไปเป็นจั๊กจี้!
“ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ” คอ รักแร้ เอว และจุดที่ไวต่อความรู้สึกอื่นๆ ของนิคิลาถูกโจมตีพร้อมกัน จนเขาหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ หัวเราะจนน้ำตาไหล
หากไม่ใช่เพราะร่างกายถูกใยแมงมุมที่มองไม่เห็นพันธนาการ เขาคงจะหดตัว บิดเกร็ง และกลิ้งไปกับพื้นแล้ว
ในสภาพเช่นนี้ นิคิลาแทบจะใช้พลังใดไม่ได้เลย
และแน่นอน ความปรารถนาของเขาก็จางหายไปด้วย
“ตอนนี้เราเหมือนแมงมุมหม้ายดำตัวจริง กำลังจัดการเหยื่อที่ติดใยอย่างเป็นระบบ…เมื่อมาถึงลำดับ ‘นางมารทุกข์ระทม’ หากเหยื่อถูกใยแมงมุมพันธนาการและไม่มีเพื่อนช่วย ก็จะได้รับผลกระทบต่างๆ บ่อยครั้ง ยากที่จะใช้พลังของตัวเองหลุดพ้นออกมา…น่าเสียดาย วิธีนี้ใช้กับ ‘นักล่า’ ไม่ได้ผล พวกเขามีเปลวไฟพลุ่งออกมาจากร่างกาย เผาใยแมงมุมได้…ไม่รู้ว่าเมื่อไรเราจะสามารถส่งผ่านความสุขสมที่แท้จริงผ่านใยแมงมุมได้…” ฟรังก้าคงความระแวดระวังอย่างเพียงพอ มองดูนิคิลาที่กำลังหัวเราะบ้าคลั่ง พึมพำในใจ
ความคิดของเธอในตอนนี้ชัดเจน นั่นคือจำกัดการเคลื่อนไหวของศัตรู รบกวนความพยายามทุกอย่างของเขาอย่างต่อเนื่อง ถ่วงเวลาไปจนกว่าโรคร้ายของเขาจะกำเริบ หรือถูกเสน่ห์ครอบงำอย่างสิ้นเชิง
ในระหว่างนี้ แม้นิคิลาจะใช้ ‘กระจกตัวแทน’ ก็ยังถูกจำกัดด้วยระยะทาง ร่างจริงก็ยังคงปรากฏในใยแมงมุมของ ‘นางมาร’ ที่ปกคลุมทั่วบริเวณ ต้องเผชิญประสบการณ์เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ฟรังก้าได้เปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นรังของ ‘นางมาร’ ไปแล้ว
นิคิลาถูกจั๊กจี้ไม่หยุด พร้อมกับถูกปลุกเร้าอารมณ์ เขาล่องลอยขึ้นลงระหว่างปรภพและสรวงสวรรค์ ทุกข์ระทมถึงขีดสุด
และเรือนร่างอันงดงามที่ดูเหมือนไม่มีวันได้สัมผัสนั้น ราวกับเป็นที่พำนักของความหวังและความฝันอันงดงามทั้งมวล
นิคิลารู้ว่าไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป จึงใช้ความมุ่งมั่นที่จะกลั้นเสียงหัวเราะ กัดลิ้นตัวเองอย่างแรง
ความเจ็บปวดแทงเข้าสู่ห้วงความคิด จนเขาหลุดพ้นจากอิทธิพลทั้งหลายได้ชั่วครู่
เขากำเม็ดทรายดวงดาวที่หมุนวนไว้แน่น
ในมิติมืดมิดว่างเปล่าหลังกระจก ดวงดาวระยิบระยับค่อยๆ สว่างขึ้นทีละหนึ่ง
…………………………………………………….