ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 821 หลงใหล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 821 หลงใหล
ตอนที่ 821 หลงใหล
ดวงดาวเจิดจรัสแต่ละดวง ได้หลั่งแสงสว่างกระจ่างใสสาดส่องลงมาอีกครั้ง เหนือมิติอันมืดมิด ลึกล้ำ ต่ำทราม และว่างเปล่าในโลกในกระจก
แสงเหล่านี้บรรจบกัน กลายเป็นลำแสงโอบล้อมมิติหลังกระจก กลืนกินทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะฟรังก้า ใยแมงมุมของ ‘นางมาร’ ที่แผ่ขยายอยู่ทั่ว และตัวนิคิลาเอง
ฟรังก้าและนิคิลาแตกสลายพร้อมกัน กลายเป็นเศษกระจกนับไม่ถ้วน เศษกระจกเหล่านี้พร้อมกับใยแมงมุมที่มองไม่เห็นซึ่งปรากฏชัดขึ้นมา ละลายหายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางแสงดาว
แสงดาวสงบลงในทันใด ร่างของนิคิลาและฟรังก้าปรากฏตามมุมต่างๆ ของมิติหลังกระจก
เมื่อเห็นว่า ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นทางเข้าอุโมงค์ลวงตา ซึ่งพันเกี่ยวกันเหมือนใยแมงมุม นิคิลาพลันยินดีปรีดาขึ้นมา ดึงม้วนกระดาษสีดำจางออกจากกระเป๋าลับด้านในเสื้อโค้ตสักหลาด
เขาฝืนกลั้นอาการไอ กดเสียงลงต่ำ เอ่ยคำในภาษาเฮอร์มิส
“เท้าวายุ!”
ม้วนกระดาษสีดำจางแผ่นดังกล่าว ลุกเป็นเปลวไฟสีเขียวในทันใด ท่ามกลางลมพายุพัดหวีดหวิว พวกมันรวมตัวกันรอบกายนิคิลา วนเวียนไม่ไปไหน บังคับให้เขาที่กำลังมีไข้สูง ความคิดเริ่มเดือดพล่านเหมือนข้าวต้ม เคลื่อนที่ด้วยความเร็วของสายลม เข้าใกล้อุโมงค์มืดมิดเส้นหนึ่ง
นิคิลาพุ่งเข้าปากทางอุโมงค์ตามแรงลม ก่อนที่ฟรังก้าจะขวางทัน
แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงแรงดูดมหาศาลจากกระจกบานอื่น
เขากลับมาอยู่ที่เดิม
ดูเหมือนอุโมงค์ลวงตามืดมิดนั้น จะไม่เปิดให้เขา!
วงกตกระจก!
หลังจากกลายเป็น ‘นางมารทุกข์ระทม’ กระจกวิเศษของฟรังก้าได้พัฒนาขึ้น หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงคือ เธอสามารถใช้กระจก ใช้การจัดวางล่วงหน้า เพื่อสร้างมายาภาพฉากต่างๆ ได้
ก่อนหน้านี้ ขณะรอจินนาและอ็องโตนีลงมือ นอกจากถักทอใยแมงมุมล่องหนสลับกับแพร่กระจายจุลชีพก่อโรคหลายชนิด เธอยังวางกระจกไว้ที่ปากทางเข้าอุโมงค์แต่ละเส้นด้วย
กระจกเหล่านี้ภายใต้อิทธิพลของพลังเหนือธรรมชาติ สะท้อนซึ่งกันและกัน ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ กลายเป็นวงกตกระจกที่ตาเปล่าแยกแยะได้ยาก ซ่อนทางเข้าอุโมงค์ที่แท้จริงไว้ แสดงเพียงภาพสะท้อนของมันเท่านั้น
นั่นก็คือ เป้าหมายที่นิคิลาเลือกเมื่อครู่ ถือเป็นของปลอม เป็นเพียงภาพสะท้อนของอุโมงค์จริง จึงไม่สามารถใช้หลบหนีไปได้
ฉวยจังหวะช่องว่างนี้ ฟรังก้าถักทอใยแมงมุมล่องหนขึ้นมาอีกผืน ให้มันเกาะติดนิคิลา พันรัดขึ้นไปทีละชั้น บ้างก็ยั่วให้เขาหน้าแดงหูแดง บ้างก็คันจนเขาหัวเราะร่า
นิคิลาผู้มีประสบการณ์แล้ว ไม่ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งในการพันรัดของใยแมงมุม ใช้พลังของ ‘โหราจารย์’ และความพิเศษในตัว สลัดหลุดออกมาได้อีกครั้ง
ในเวลาต่อมา ท่ามกลางความรู้สึกมึนงงระคนร้อนผ่าว ซึ่งเพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมถึงเสียงไอถี่ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาพยายามใช้ม้วนกระดาษทีละแผ่นต่อกรกับฟรังก้า พลางพยายามทำลายกระจกแต่ละบาน ซึ่งเป็นต้นตอของวงกตกระจก เพื่อหาทางออกที่แท้จริง
ภายใต้การโจมตีและรบกวนด้วยเวทมนตร์ ‘จอมเวท’ ทั้งคมลม สายฟ้า แสงวาบ ชำระล้าง น้ำแข็ง และอัมพาต ฟรังก้าเปลี่ยนตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง บางครั้งก็อาศัย ‘กระจกตัวแทน’ รับไว้บ้าง ด้วยท่าทีที่ระงับยับยั้ง เจือความอดทนอย่างยิ่ง
เธอให้ความสำคัญกับการรักษาใยแมงมุม ‘นางมาร’ รวมถึงการแพร่จุลชีพก่อโรคหลายชนิดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งใช้ ‘เสน่ห์’ ของ ‘นางมารทุกข์ระทม’ ถ่วงเวลาครั้งแล้วครั้งเล่า
ทีละเล็กละน้อย นิคิลารู้สึกว่าตนไม่ควรต่อต้าน ไม่ควรทำร้ายมาดามผู้งดงามผิดวิสัยนั่น
ลมหายใจของเขาเริ่มร้อนผ่าว หัวใจของเขาไม่แน่ชัดว่าได้รับผลกระทบจากจุลชีพก่อโรค หรือบีบระรัวเพราะตื่นเต้นกับทุกอิริยาบถของเธอ มันเต้นตึกตักโครมครามราวกับจะหลุดออกจากอก
สิ่งนี้สร้างความกดดันอย่างมหาศาลต่อร่างกายของนิคิลา ทำให้เขาสงสัยว่า ตนอาจเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันในวินาทีถัดไป
เขาไม่ลังเลหรือเสียดายอีกต่อไป ดึงม้วนกระดาษสีดำที่สลักลายคล้ายสายฟ้าหลายเส้น ออกมาจากกระเป๋าลับด้านในเสื้อโค้ตสักหลาด
นี่คือของวิเศษทรงพลังที่เขาซื้อผ่าน ‘คนกลาง’ มา
“พายุ!”
เพิ่งท่องคาถาจบ นิคิลาก็ไอรุนแรง โดยที่ม้วนกระดาษนั่นปะทุเป็นกลุ่มแสงสีขาวเงินจ้าตา
กลุ่มแสงสีขาวเงินพองขยายฉับพลัน จนมิติด้านหลังกระจกตกอยู่ภายใต้การครอบงำของป่าสายฟ้า พายุหมุนอันน่าพรั่นพรึ่งซึ่งเกิดพร้อมกลุ่มแสงสีขาวเงิน ได้ผลักนาคาอสนีเข้าไปในปากทางอุโมงค์มากมาย ทำลายอุปกรณ์กระจกที่ฟรังก้าติดตั้งไว้ล่วงหน้า
ท่ามกลางเสียงแตกร้าว ร่างของฟรังก้าแตกสลาย วงกตกระจกพังทลาย อุโมงค์มืดแท้จริงปรากฏขึ้นทีละสาย
นิคิลาไม่มัวยินดีปรีดา อาศัยความช่วยเหลือจากเวทมนตร์ม้วนกระดาษ ลากร่างที่ป่วยหนัก พุ่งเข้าหาปากทางอุโมงค์ใกล้ที่สุด
เขามีม้วนกระดาษในเชิงรักษาอยู่บ้าง แต่สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน เขาไม่อยากพลาดโอกาสหนีรอดเพราะมัวแต่รักษา
เห็นปากทางอุโมงค์อยู่แค่เอื้อมแล้ว ขณะที่ ‘นางมาร’ ผู้โจมตีตนเพิ่งปรากฏตัว ณ มุมอื่น ความรู้สึกปีติยินดีที่ความหวังมาถึงเสียที พลันท่วมท้นทั่วร่างนิคิลา
แต่ทันใดนั้นเอง อาศัยหางตา เขาเห็นร่างสองร่างเผยตัว ณ ปากทางเข้าออกอุโมงค์
ไม่ใช่ใครนอกจากจินนากับอ็องโตนี ที่ ‘เทเลพอร์ต’ มาด้วยเพชรเม็ดสุดท้ายของ ‘สร้อยสัตมณี’
ทั้งสองมาถึงนานแล้ว แต่ซุ่มอยู่ ณ ขอบอุโมงค์โดยไม่เผย
ท่ามกลางพายุฟ้าผ่าเวอร์ชันอ่อนแอและสั้นกระชับ จินนากับอ็องโตนีต่างถูกสายฟ้าฟาดร่างอย่างไม่อาจเลี่ยง แต่คนหนึ่งอาศัย ‘กระจกตัวแทน’ ของตัวเอง ส่วนอีกคนอาศัย ‘กระจกตัวแทน’ ที่นางมารสองคนทำให้ หลบพ้นความเสียหายรุนแรงไปได้สำเร็จ
ถือโอกาสนี้ ดวงตาของอ็องโตนีตั้งขึ้น พร้อมแปรเปลี่ยนเป็นสีทอง
ร่างของเขาแผ่รัศมีราวกับมังกร
ข่มขวัญ!
นิคิลารู้สึกหวาดหวั่นระคนตื่นตระหนก ทั่วร่างพลันสับสนวุ่นวาย ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่อาจเอาชนะได้
เห็นเป้าหมายชะงักงัน หมุนตัววนอยู่กับที่ จินนาจึงหยิบผงสีดำออกมาจากถุงลับ แล้วโยนไปข้างหน้า พลางเปล่งคำศัพท์ภาษาเฮอร์มิสสองสามคำ
นี่คือมนตร์ดำอย่างหนึ่งของ ‘แม่มด’
เพราะมนตร์ดำพวกนี้ต้องใช้วัตถุดิบและคาถา ไม่สะดวกเหมือนน้ำแข็งกับเพลิงทมิฬ จินนาจึงแทบไม่ได้ใช้ในการต่อสู้
ผงสีดำเหล่านั้นลุกไหม้ในทันใด ส่งผลให้เกิดลมเย็นเยียบพัดกระโชกไปทั่วบริเวณ
ในสายลมเย็นเยียบ ร่างที่มองไม่เห็นหลายสายเบียดเข้ามาแนบข้างกายนิคิลาราวกับวิญญาณอาฆาต แนบชิดติดร่างพร้อมกับ ‘ปิด’ ทั้งปากและจมูก
ด้วยการรบกวนซ้ำซ้อนเช่นนี้ ใยแมงมุมของ ‘นางมาร’ ฟรังก้าก็ถักทอเสร็จสมบูรณ์อีกครั้ง ติดนิคิลาเข้าไปอีกหน
ฟรังก้ามองดู ‘คนในกระจก’ รายนี้ แล้วเผยรอยยิ้มจากก้นบึ้งของหัวใจ
เสียงหึ่งดังขึ้นทันใด นิคิลารู้สึกเหมือนเลือดในกายแยกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งไหลลง อีกครึ่งพุ่งขึ้น หัวใจราวกับหยุดเต้นด้วยเหตุนี้
ภายใต้ ‘เสน่ห์’ ที่ถาโถมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในสภาพป่วยหนักใกล้ตาย เขาไม่อาจต้านทานเสน่ห์ของฟรังก้าได้อีกต่อไป
ในภวังค์ง่วงงุน นิคิลาเห็นมาดามผู้มีทุกรายละเอียดตรงกับจุดสุนทรียะของตนกวักนิ้วเรียกหา พลางยื่นมีดสามคมใสที่แสดงถึงไมตรีจิต พร้อมคำขอให้ยอมอยู่ใต้อำนาจ
ฉันยินดี…นิคิลาคิดเช่นนั้น ไม่สงสัยว่าทำไมใยแมงมุมจึงไม่จำกัดการเคลื่อนไหวของตนอีก ยื่นมือขวาออกไป กำมีดสามคมนั้นไว้ รู้สึกถึงความเจ็บแปลบเล็กน้อย
ความคิดของเขาจมดิ่งลงสู่ภาวะแข็งตึง ประหนึ่งถูกน้ำแข็งเกาะ ความคิดเชื่องช้าเงอะงะราวชิ้นส่วนจักรกลขึ้นสนิม
มีดเย็นเยียบ!
หลังควบคุมนิคิลาได้แล้ว ฟรังก้าสบตาจินนาทีหนึ่ง ส่งสัญญาณให้รีบไปค้นหาและทำลายกระจกที่ยังเหลืออยู่บนตัวอีกฝ่าย
จากนั้น ฟรังก้าก็จะสามารถปั้นน้ำแข็งแหลม ทำการผ่าตัดสมองส่วนหน้าให้นิคิลาได้
ลูเมี่ยนไม่อยู่ ไม่มีใครสามารถใช้หนังสัตว์พิธีกรรมเพื่อทำ ‘ศาสตร์สร้างปศุสัตว์’ เปลี่ยนนิคิลาให้เป็นสุนัขยักษ์ได้
จินนากระดกศีรษะแผ่วเบา ตัดแขนเสื้อข้างขวาของนิคิลาออกครึ่งหนึ่ง ถอดเสื้อโค้ตผ้าสักหลาดสีดำของอีกฝ่าย รีบค้นหากระจกที่เหลืออีกห้าบาน แล้วทำลายมันทีละชิ้น
ในระหว่างนี้ นิคิลาไร้การต่อต้าน เพียงจ้องมองฟรังก้าด้วยสายตาหลงใหลเจือทุกข์ระทม สลับกับไอสองสามครั้งอย่างติดๆ ขัดๆ
มือของเขายังกำ ‘มีดเย็นเยียบ’ เอาไว้ เลือดหยดริ้วไหลลงมา
มือซ้ายของฟรังก้าก่อเกล็ดน้ำแข็งขาว กลายเป็นน้ำแข็งแหลมเรียวยาว
ทันใดนั้น สีหน้าของนิคิลาก็พลันบิดเบี้ยว
“การถ่ายทอดความรู้ของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ งั้นหรือ? บัดซบ! ทำไมถึงมาเกิดในเวลาแบบนี้!” ฟรังก้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจสาเหตุ
อีกทั้ง นิคิลาในยามนี้อยู่ในสภาพป่วยหนักใกล้ตาย มีโอกาสสูงมากที่จะทนรับอิทธิพลไม่ไหว
เขาอาจจะคลุ้มคลั่งตรงนี้เลยก็ได้!
ท่ามกลางกระแสความคิด ฟรังก้าทิ้งน้ำแข็งแหลมไปพร้อม ‘มีดเย็นเยียบ’ แล้วหยิบกระจกออกมา สะท้อนร่างของนิคิลา แล้วใช้ฝ่ามือขวาที่ถูกห่อหุ้มด้วยเพลิงทมิฬลูบผ่านผิวกระจกทีหนึ่ง
ผิวที่เปลือยเปล่าของนิคิลาเริ่มปรากฏรอยแยกสีเลือดทีละรอย ภายในรอยมีสิ่งประหลาดกำลังก่อตัว
ทันใดนั้น เปลวเพลิงดำสนิทระเบิดออกจากร่างของเขา แผดเผาดวงวิญญาณให้มอดไหม้
จินนาก็ใช้เลือดสดที่หยดจากฝ่ามือนิคิลา เริ่มสาปแช่ง ส่วนอ็องโตนีก็เล็งปืนลูกโม่ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ไปที่นิคิลา พร้อมจะยิงด้วยผลลัพธ์ ‘ความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้’ ได้ทุกเมื่อ
ไม่นานนัก ‘นางมาร’ ทั้งสองก็ลงมือก่อนที่นิคิลาจะคลุ้มคลั่ง ปลิดชีวิตของเขาอย่างสมบูรณ์
ในความเงียบสงัด นิคิลาล้มลงบนพื้นว่างเปล่ามืดมิดในเขตหลังกระจก กลายเป็นศพแน่นิ่ง
บนใบหน้าของเขา สิ่งที่มีรูปร่างคล้ายลูกตา ซึ่งซ่อนอยู่ในรอยแยกของเลือดเนื้อถึงคราวหยุดดิ้น ไม่ทันได้งอกออกมา
ฟรังก้าไม่ปล่อยให้เวลาล่วงผ่าน รีบจัดเตรียมพิธีกรรม ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ให้เสร็จสิ้น
บนกระจกแต่งหน้าของเธอ ร่างซีดเซียวน่าขนพองของนิคิลาปรากฏขึ้น มีร่องรอยคลุ้มคลั่งเพียงเล็กน้อย
ดวงตาของวิญญาณนี้ยังคงหลงใหลฟรังก้าอยู่ แต่เพิ่มความเจ็บปวดระคนสิ้นหวังที่ถูกเธอฆ่าตาย
‘เสน่ห์’ ของ ‘นางมารทุกข์ระทม’ น่ากลัวจริงๆ…ไม่รู้ว่า ‘กามเทพน้อย’ ในเส้นทางของ ‘คนตระหนี่’ จะทำให้เป้าหมายหลงรักหัวปักหัวปำได้หรือเปล่า…ฟรังก้าร้องในใจก่อนเอ่ยปากถาม
“คุณคือกริฟฟิธใช่ไหม?”
“ใช่ ผมดีใจมากที่คุณรู้ แถมยังจำชื่อจริงของผมได้” นิคิลาในกระจกเผยรอยยิ้มดีอกดีใจ
“…” ฟรังก้าแทบพูดไม่ออก
เธอหยุดไปหนึ่งวินาทีแล้วจึงพูดว่า
“คุณรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครเมอโล หนึ่งในสิบเสาหลัก?”
…………………………………………………….