ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 828 เผ่าพันธุ์เดียวกัน?
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 828 เผ่าพันธุ์เดียวกัน?
ตอนที่ 828 เผ่าพันธุ์เดียวกัน?
จังหวะกลองดังตึงตึงตึงไม่หยุด แต่ละครั้งสั่นสะเทือน สอดคล้องกับการเต้นของหัวใจลูเมี่ยน จนเด็กหนุ่มทรมานจนอยากจะอาเจียนเลือดออกมา
เขาอดทนต่อความไม่สบายตัว ฝ่าของเหลวเย็นเฉียบที่เหมือน ‘ห่าฝน’ ภายใต้สายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้อง ท่ามกลางเสียงหัวเราะแผ่วเบาประหลาด ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น
หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว ในสายตาอันมืดมิดของลูเมี่ยนที่ดวงตาพันด้วยผ้า สีแดงฉานพลันสว่างวาบขึ้นมา
มันคือทุ่งราบสีแดง กองทัพอันเดดในชุดเกราะสีดำเหล็ก กำลังกรีฑาทัพอย่างยิ่งใหญ่
“ฝันร้ายครั้งแรกที่เราเห็นหลังจากเริ่มเรียนรู้?” พอลูเมี่ยนเพิ่งจะคิดแบบนั้น ก็พบว่าภาพ ‘เบื้องหน้า’ แตกกระจายออก ซ้อนทับด้วยภาพพระราชวังที่ลุกไหม้เป็นไฟ ป่าที่ก่อตัวจากสายฟ้า ภูเขาที่กองทับด้วยซากศพและกระดูก แถวขบวนเจ้าหน้าที่ทดลองที่ปิดตาเดินเป็นระเบียบ และภาพอื่นๆ
ทั้งหมดนี้อยู่ในฝันร้ายที่เขาฝันตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ลูเมี่ยนเข้าใจทันที ว่านี่ไม่ใช่เพราะผ้าพันแผลเสื่อมประสิทธิภาพลง จนเขาเห็นสภาพภายในห้องโถง แต่เป็นเพราะตนได้รับอิทธิพลจากอำนาจบางอย่าง ส่งผลให้เกิดภาพหลอนที่ยากจะแยกแยะความจริงกับความเท็จ
ในขณะเดียวกัน เสียงแข็งกร้าวที่ก้องในหูซ้ายของเขา ก็ไม่ได้บรรยายความรู้จากหนังสืออีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นเสียงที่บางครั้งแหลมสูง บางครั้งแหบแห้ง คำราม บางสิ่งที่ไม่อาจทำความเข้าใจ
ลูเมี่ยนรู้สึกทันทีว่า ฝ่ามือขวากำลังร้อนผ่าว เจ็บแปลบไม่เบา
ออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ ถูกปลุกขึ้นมา!
ตามมาด้วยรอยประทับจาก ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ที่เย็นเฉียบมากขึ้นตามลำดับ กดทับความดุร้ายและความบ้าคลั่งที่ดูเหมือนจะดิ้นรนให้หลุดออกมา ขณะที่บริเวณอกซ้ายของลูเมี่ยนก็เริ่มเกิดความรู้สึกแสบร้อน
“นี่มันกำลังทำสลัดรวมอยู่หรือไง…” ลูเมี่ยนเย้ยหยันตัวเองในใจตามความเคยชิน
พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หยาดของเหลวเย็นเฉียบที่หยดลงมา เริ่มอ่อนโยนขึ้นตามลำดับ ราวกับฝ่ามือที่เปียกชื้นและน่าขนลุกจำนวนมาก กำลังลูบไล้ไปตามร่างกาย
เสียงกลองศึกตึงตังก็ไม่ได้ตีกระทบจังหวะหัวใจของลูเมี่ยนในทุกครั้งอีกต่อไป สายตาไร้ต้นตอจำนวนมากที่จับจ้องมองมา ก็ไม่ได้ทำให้หนังศีรษะของลูเมี่ยนด้านชาอีก เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่คล้ายเสียงข่วน ก็กลายเป็นเสียงขับร้องอ่อนหวานชวนหลงใหล ลอยมาเป็นระยะ
ลูเมี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง พอจะเดาได้คร่าวๆ
เขารักษาจังหวะการเดินที่ไม่เร็วไม่ช้า มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของห้องโถงตามแผนที่ในสมอง
‘หยดฝน’ เสียงกลอง สายตาที่จับจ้อง และเสียงขับร้อง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอีก ทำให้เขาเดินทางได้อย่างราบรื่นผิดปกติ
“นี่เป็นเพราะมลทินที่เราได้รับจากการสัมผัสเอกสารผนึก ‘0-01’ รวมถึงมลทินที่ได้รับจากการศึกษาความรู้ ถูกอันตรายในห้องโถงนี้กระตุ้นออกมา ตกอยู่ในภวังค์ภาพหลอนที่ประกอบจากฝันร้าย ซึ่งมันก็ทำให้อันตราย ณ ที่แห่งนี้ยอมรับเรา มองว่าเราเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน เป็นพวกเดียวกันที่ได้รับมลทินจาก ‘0-01’ อย่างรุนแรงเหมือนกัน?”
“นี่ยังทำให้ออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ถูกกระตุ้น รอยประทับของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ และผนึกของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ก็เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ตามมา ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราก็คงกลายเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับอันตรายรอบตัว กลายเป็นเจ้าหน้าที่ทดลองตัวจริง…”
“อา…ผนึกของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ก็อาจจะแสดงผลแบบไม่ตั้งใจ ช่วยทำให้การรับรู้และแนวคิดถูกบิดเบือนไปด้วย? การตัดสินว่า มลทินที่มีระดับใกล้เคียงกันเท่ากับเป็นพวกเดียวกัน อาจมาจากกฎความคล้ายคลึงในศาสตร์เร้นลับ หรืออาจเป็นผลจากการฉวยโอกาสผ่านช่องโหว่ก็ได้…”
ความคิดของลูเมี่ยนค่อยๆ ชัดเจนขึ้น พลางยกมือขวาขึ้นกดที่อกซ้าย พึมพำกับตัวเองเงียบงันพร้อมกับจิกกัดตัวเอง
“มิสเตอร์ฟูลจงเจริญ!”
“ขอบคุณอาร์ชบิชอปเฮราเบเกอร์ ขอบคุณความรู้ที่มอบพลังให้!”
“การเรียนรู้ทำให้เรามีความสุข!”
ลูเมี่ยนฟังเสียงคำรามประหลาดที่ดังออกจากหูฟัง พยายามแยกแยะว่า เสียงดังกล่าวแฝงข้อมูลใดไว้บ้าง พลางรักษาสภาวะการเดินเร็วไปข้างหน้าเอาไว้ เพื่อไม่ให้กระตุ้นอันตรายที่ตนมองไม่เห็น
เด็กหนุ่มประเมินจำนวนก้าวและระยะทาง เปรียบเทียบกับแผนที่ในสมองอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็มาถึงจุดที่น่าจะเป็นทางออกของห้องโถง
ทันใดนั้นเอง ภาพฝันร้ายเบื้องหน้าของลูเมี่ยนก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
เขาราวกับมาอยู่ ณ ที่สูงลิบ กำลังมองลงมายังภูเขาที่ก่อด้วยซากศพและกระดูก ซึ่งเคยเห็นก่อนหน้านี้แล้ว
สายตาของเขาค่อยๆ เลื่อนต่ำลง ผ่านเปลวไฟสีขาวซีด ผ่านรัศมีสีแดงคล้ำที่ลุกไหม้ในเบ้าตาซากศพ ผ่านเนื้อเน่าเปื่อยและกระดูกสีขาวซีด ตกลงสู่พื้นสีแดงฉานเกือบดำ ตกลงบนชุดเกราะสีดำเหล็กกล้า
พื้นผิวโลหะของชุดเกราะเหล่านั้น สะท้อนร่างสีดำร่างเดียวกัน
ลูเมี่ยนมองเห็นร่างนั้นชัดเจน
นั่นคือเกฮี ฆาตกรต่อเนื่องที่สวมแว่นตา ดูภูมิฐานสุภาพ!
ผู้ถูกเนรเทศรายนี้ ซึ่งถูกส่งเข้าโมโรลาพร้อมกับลูเมี่ยน จูลี่ และเลส หลังจากอ่านหนังสือในวิหารแห่งความรู้อยู่พักหนึ่ง ก็หายไปที่ใดไม่ทราบได้ ลูเมี่ยนไม่ได้เจอเขาอีกเลย!
ร่างของเกฮีบนชุดเกราะโลหะเหล่านั้น ดูเหมือนจะรับรู้ถึงสายตาของลูเมี่ยน จึงแหงนหน้ามองที่สูง แต่แล้วก็รีบก้มกลับไปทันที ราวกับว่าเมื่อครู่เป็นเพียงการเลือกที่ผิดพลาด
ภาพที่แตกกระจายเบื้องหน้าลูเมี่ยนหายไปพร้อมกันนั้น ไม่ปรากฏอีก
“เกฮี?”
“เงาของเขาสะท้อนอยู่บนชุดเกราะสีดำเหล็กกล้าทุกชุด…นั่นก็เท่ากับว่ามันเป็นกระจกหลายบาน…”
“เขาคือ ‘คนในกระจก’ ที่แทรกซึมเข้ามาในโมโรลางั้นหรือ?”
ดวงตาที่ถูกผ้าพันแผลสีขาวปิดบังของลูเมี่ยน เบิกกว้างขึ้นทันใด
เขารีบเปรียบเทียบร่างของเกฮีกับร่างของ ‘คนในกระจก’ ที่เห็นในฝันร้ายก่อนหน้านี้
มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นคนเดียวกัน!
“เป็นเขาจริงๆ…แถมยังรู้จักไปศึกษาที่วิหารแห่งความรู้อีก…ตอนนี้เขาไปถึงบริเวณรอบๆ ภูเขาซากศพนั่นแล้วหรือ?” ลูเมี่ยนพลันรู้สึกว่า ‘คนในกระจก’ เกฮี อาจจะสร้างปัญหาและเป็นก้างขวางคอเหมือนกับอัลบัส·เมดีซี, จูลี่, ชาลิสต์ และวานาค
ลูเมี่ยนนึกถึงภาพที่เพิ่ง ‘เห็น’ เมื่อครู่ รู้สึกว่ามุมมองของตัวเองมีปัญหาใหญ่
“บนจุดสูงสุดของภูเขาซากศพ?”
“มองลงมาเห็นทุกอย่าง…”
“หรือว่าเราได้ใช้มุมมองร่วมกับ ‘0-01’ ?”
“จริงด้วย…การถูกมลทินจาก ‘0-01’ อย่างรุนแรงก็หมายถึง การกลายเป็นหุ่นเชิดของมัน และจากสถานการณ์ปัจจุบัน ลำดับสูงของเส้นทางนักล่าสามารถแบ่งปันพลัง บาดแผล การมองเห็น การได้ยิน และความรู้สึกกับสมาชิกในทีมของตัวเองได้…”
“0-01 เพิ่งจะคิดว่าเราเป็นพวกเดียวกับมันหรือ?”
“การที่มันไม่ได้มอบพลังให้เราเหมือนที่ทำกับวานาค แสดงว่ามันยังไม่ได้ ‘ยอมรับ’ มากพอ…ถ้าเราอ่านหนังสือที่เหลือจนจบ ได้ครอบครองความรู้ที่เกี่ยวข้อง มลทินจะถึงจุดวิกฤตไหม? จะทำให้ ‘0-01’ มองว่าเราเป็นคนที่ยอมจำนนโดยสมบูรณ์ มองว่าเป็นหุ่นเชิดที่สมบูรณ์และเป็นแขนขาของมัน ทั้งที่จริงๆ แล้วเราไม่ใช่? ในสถานการณ์ดังกล่าว เราก็จะเข้าใกล้มันได้ง่ายขึ้น และคิดหาวิธีทิ้งตราประทับไว้”
“นี่ก็ใกล้เคียงกับการคาดเดาก่อนหน้านี้ของเรา จุดประสงค์ของการสอบคือ การวัดระดับของมลทิน ความสามารถในการรับมือของร่างกาย และสภาวะสมดุลของมลทินประเภทต่างๆ ในร่างกาย…”
“จำเป็นต้องทำคะแนนให้เต็มจริงๆ…ถ้าเราปิดบังอะไรไว้ จนการประเมินของอาร์ชบิชอปเฮราเบเกอร์มีปัญหา คนที่จะได้รับผลร้ายก็มีแต่ตัวเราเอง…หากไม่กลายเป็นหุ่นเชิดของ ‘0-01’ โดยแท้จริง ก็คงตายอยู่ที่นี่เพราะมลทินไม่เพียงพอ…”
“ความรู้คือพลัง! ความรู้คือความมั่งคั่ง!”
ลูเมี่ยนอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งจูลี่และชาลิสต์ นางมารลูกหมูสองคนนี้ ทำให้เขาไม่ได้อ่านหนังสือจนจบ!
เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว เด็กหนุ่มได้แต่ด่าไปพลาง เดินผ่านทางออกของห้องโถงไปพลาง
เดินไปได้หลายสิบเมตร ตามทางที่ถูกทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่ในสมอง ลูเมี่ยนก็พลันรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวไม่เบาจากด้านข้าง ได้ยินเสียงลมอันเกิดจากวัตถุหนัก
เด็กหนุ่มที่ถือโคมไฟคาร์ไบด์และหัวของ ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ พุ่งตัวไปข้างหน้า ตามด้วยกลิ้งหลบ
ตึง!
เสียงวัตถุหนักกระแทกพื้นดังก้องไป
อาศัยเสียงนี้ ลูเมี่ยนวาดภาพ ‘ศัตรู’ ในสมองอย่างรวดเร็ว
นั่นคือดาบยักษ์!
และในอนุสาวรีย์บรรจุศพใต้ดินนี้ ผู้ที่พกดาบยักษ์และปราศจากสัญญาณชีพ ลูเมี่ยนนึกเร็วๆ ออกแค่ทหารหุ่นเท่านั้น!
“เราถูกทหารหุ่นในทางเดินโจมตี?”
“เฮ้ๆ พวกเราเป็นพวกเดียวกันนะ พวกเราต่างก็เป็นทหารของ ‘0-01’!”
ท่ามกลางความประหลาดใจของลูเมี่ยน เสียงลมวู่ดังขึ้น ดาบยักษ์ฟันเข้ามาอีกครั้ง
ลูเมี่ยนที่มองไม่เห็นสิ่งใดเลย กระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาทันที แฟลชไปปรากฏด้านหลังผู้โจมตีที่สงสัยว่าเป็นทหารหุ่น
ในเวลาเดียวกัน ความรู้บางส่วนจากหนังสือ ‘การสร้างและดูแลรักษาหุ่น’ ผุดขึ้นในสมองของเขา
“ทหารหุ่นที่ใช้ในอนุสาวรีย์บรรจุศพใต้ดิน มีความสูงมาตรฐานสองเมตร ทำจากเหล็กกล้า…”
“อาวุธแบ่งเป็นสี่ประเภท ดาบยักษ์ ค้อนใหญ่ หอก และธนู…”
“จุดอ่อนที่สุดของทหารหุ่นคือลำคอ นี่เป็นทั้งปัญหาทางโครงสร้างกลไก และเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อันเนื่องมาจากพลังมลทินในอนุสาวรีย์บรรจุศพ…”
ในขณะที่ความรู้ดังกล่าวแล่นผ่านไป ลูเมี่ยนกระโดดขึ้น เกร็งกล้ามอก กางแขน ยกหมัดขวา ฟาดไปยังต้นคอของภาพทหารหุ่นที่สร้างขึ้นในสมอง
หมัดของเขาลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีขาวโชติช่วงที่ถูกอัดซ้อนเป็นชั้นๆ สุดท้ายก็ปะทะเข้ากับสิ่งที่แข็งและเย็นเฉียบ
ท่ามกลางเสียงกังวาน เปลวไฟสีขาวโชติช่วงที่ถูกอัดไว้ถูกอัดเข้าไปในลำคอของทหารหุ่น
ลูเมี่ยนอาศัยแรงพลิกตัวถอยหลังกลางอากาศ ขณะที่ภายในร่างทหารหุ่นมีเสียงระเบิดดังสะท้อนก้องไปมา
นี่คือการเก็บเกี่ยวที่ประสบความสำเร็จ ด้วยการอัดไฟเข้าไป!
เสียงเคร้งคร้างดังขึ้นตามมาทันที ราวกับมีเศษโลหะหนักๆ หลายชิ้นร่วงลงพื้น
ลูเมี่ยนเพิ่งจะทรงตัวได้มั่นคง ก็ได้ยินเสียงของอัลบัสดังขึ้นข้างหู
“คุณมองเห็นหรือ?”
เสียงของสมาชิกตระกูลเมดีซีผู้นี้ แฝงกลิ่นอายโลหะแปลกๆ เพิ่มขึ้นหลายส่วน
อัลบัสก็มาด้วย? เขาเห็นการต่อสู้ที่เราเก็บเกี่ยวทหารหุ่นอย่างแม่นยำหรือ? มือขวาของลูเมี่ยนบรรจงล้วงเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ พลางยิ้มตอบอัลบัส·เมดีซี
“คุณก็มองเห็นหรือ?”
เสียงที่มีความรู้สึกโลหะของอัลบัส ดังขึ้นจากอีกที่หนึ่ง
“ตัวผมมองไม่เห็นหรอก ปิดตาเหมือนคุณนั่นแหละ แต่สามารถอาศัยพลังของทหารหุ่นที่นี่ แบ่งปันการมองเห็นของพวกมันได้”
นี่คือคุณสมบัติของลำดับสูงในเส้นทางนักล่า…ของขวัญจาก ‘เทวทูตสีชาด’ สินะ? ของขวัญนี้ถึงกับสามารถใช้หุ่นเชิดของ ‘0-01’ ได้ด้วย…ตามที่มาดามเมจิกเชี่ยนบอก ราชาเทวทูตองค์ดังกล่าวเคยควบคุม ‘0-01’ มาก่อน…ลูเมี่ยนตั้งใจ ‘ฮึ’ เสียงหนึ่งแล้วเอ่ยตอบ
“เมื่อสักครู่ คุณสั่งให้ทหารหุ่นโจมตีผมหรือ?”
อัลบัสเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้ง ดูเหมือนจะอาศัยทหารหุ่นต่างตัวในการส่งเสียง
“นี่เป็นการทดสอบ คนที่ผ่านการทดสอบเท่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติร่วมมือกับผมได้”
“คุณมีดีอะไรให้ผมต้องร่วมมือ? ทำไมถึงคิดว่าผมอยากร่วมมือด้วยล่ะ?” ลูเมี่ยนส่งเสียงดูแคลน
อัลบัสหัวเราะแล้วพูดว่า
“นางมารคนนั้นมีของชิ้นหนึ่งอยู่ เป็นของที่อันตรายมาก ถ้าเราสองคนไม่ร่วมมือกัน เธออาจจะจัดการพวกเราทีละคนได้”
…………………………………………………….