ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 845 ฟรังก้าผู้วุ่นวาย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 845 ฟรังก้าผู้วุ่นวาย
ตอนที่ 845 ฟรังก้าผู้วุ่นวาย
………………..
จินนาเห็นชอบกับถ้อยคำของลูเมี่ยน
“ไม่ว่าจะเป็นรักแท้หรือไม่ โลกในกระจกพิเศษที่สร้างขึ้นมานั้น ย่อมต้องมีจุดประสงค์ที่สอดคล้องกัน และดูเหมือนว่าจุดประสงค์นั้นยังมิได้บรรลุ”
“จะเป็นจุดประสงค์แบบไหนกันนะ…” ฟรังก้าจมดิ่งสู่ห้วงความคิด
ลูเมี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วล้วงเทียนน้ำมันศพที่ได้มาจากเรือโทสะสีครามออกจากกระเป๋านักเดินทาง พลางพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง
“โลกในกระจกพิเศษนั่นน่ะ…อาจถูกสร้างขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่างเทพแท้จริงเส้นทางนักล่า กับเทพแท้จริงเส้นทางนางมาร ส่วนเทียนน้ำมันศพเล่มนี้ ก็ถูกปรุงขึ้นจากการผสมผสานระหว่างน้ำมันศพของครึ่งเทพเส้นทางนักล่า กับน้ำมันศพของครึ่งเทพเส้นทางนางมาร…เมื่อรวมกับปัจจัยอื่น หากว่ากันตามกฎความคล้ายคลึงทางศาสตร์เร้นลับแล้ว ทั้งสองสิ่งนี้อาจมีความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง”
“ไว้ผมเป็นครึ่งเทพเมื่อไร ก็จะเดินทางไปยังแบนชีสักครา เพื่อค้นหาสถานที่เฉพาะเจาะจง ที่มาดามเมจิกเชี่ยนได้กล่าวไว้ แล้วจุดเทียนน้ำมันศพ กระทำพันธลับให้สำเร็จ ดูซิว่าจะค้นพบสิ่งใด บางทีอาจช่วยให้พวกเราเข้าใจความลับของโลกในกระจกพิเศษนั่นได้”
“ส่วนทรีอาร์ยุคที่สี่ หลังจากแผนการหอพัก การจะเปิดตราผนึกเข้าไปใหม่ นับว่ายากเสียยิ่งกว่ายาก ราวกับต้องใช้พลังระดับเทพแท้จริง”
“ถึงเวลานั้น ค่อยขอความช่วยเหลือจากอาร์คาน่าใหญ่สักท่าน” ฟรังก้ามิได้คัดค้านความเห็น เพียงแต่เตือนให้ลูเมี่ยนระมัดระวัง
หลังจากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละฝ่ายในช่วงที่ผ่านมา ฟรังก้าก็ผ่อนคลายลง เอนพิงพนักเก้าอี้ พลางกล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย
“คุณเดินทางไปโมโรลามาคราวนี้ กลับแทบไม่ได้สิ่งของในเส้นทางนักล่า อย่างมากก็แค่ได้เป็นผู้แทน ‘0-01’ แต่กลับได้ของทางเส้นทางนางมารมาไม่น้อยทีเดียว ทั้งตะกอนพลังของนางมารทุกข์ระทม สมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ ที่เทียบเท่าตะกอนพลังของนางมารสิ้นหวัง…”
“คุณกำลังจะสื่ออะไร?” ลูเมี่ยนยิ้มพลางย้อนถาม
ฟรังก้าหัวเราะในลำคอ
“ฉันไม่อยากได้หรอก น่าจะขอเกาะนิกายนางมารไปได้ สิ่งเดียวที่ต้องกังวลคือ จะประกอบพิธีให้สำเร็จได้อย่างไร เฮ้อ…ถ้าได้ไปโมโรลาด้วยก็คงดี ที่นั่นเหมาะแก่การประกอบพิธีของนางมารสิ้นหวังเหลือเกิน จะไม่รู้สึกผิดบาปเลยสักนิด เพียงแค่ฟังคุณเล่าเรื่องราวไม่กี่กรณี ก็ทราบทันทีแล้วว่า ที่นั่นล้วนเต็มไปด้วยคนมากความสามารถ คนมากฝีมือในการก่ออาชญากรรม คนมากพรสวรรค์ในการค้นหาขีดจำกัดต่ำสุดของความชั่วร้ายในมนุษย์!”
จินนาเอ่ยขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“แต่ฉันยังเก็บเงินไม่พอสำหรับตะกอนพลังของนางมารทุกข์ระทมเลย ยังขาดอีกหลายหมื่นเฟลคิน…”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“ไม่ต้องรีบร้อน นับจากนี้ไป พวกคุณคือสมาชิกทีมของผมอย่างเป็นทางการแล้ว ในฐานะหัวหน้าทีม ย่อมต้องแบ่งรางวัลให้ตามผลงาน จะเป็นเงินทองหรือสิ่งของก็ได้”
เขาแสดงนัยอย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ถูกเตรียมไว้สำหรับจินนาอยู่แล้ว จะให้กลืนเข้าไปเองหรืออย่างไร? แต่เมื่อเป็นทีมเดียวกัน รางวัลและการลงโทษก็ต้องชัดเจน จะให้ฟรีๆ โดยไร้เหตุผลก็คงไม่ได้
แม้แต่การมอบกระเพาะของผู้ช่วงชิงให้ลุดวิก เขาก็ยังอ้างว่าเป็นของฝากที่พ่อทูนหัวนำมาให้ลูกบุญธรรม ยามกลับจากเดินทางไกล
สีหน้าของจินนาผ่อนคลายลง ดวงตาเป็นประกายขณะเย้าหยอก
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราต้องเรียกคุณว่าหัวหน้าทีมด้วยไหม?”
“ไม่ต้องหรอก ทีมที่ดีควรเรียกกันด้วยชื่อหรือชื่อเล่นได้” ลูเมี่ยนหันสายตาไปทางฟรังก้า พลางรื้อฟื้นเรื่องเก่า “ผมใช้กระดุมกระจกของคุณจนหมดแล้ว ทางนั้นอยากได้สิ่งใดเป็นค่าชดเชย?”
“ต้องมาเกรงใจกันขนาดนี้เชียว?” ฟรังก้าผู้มีเครื่องรางน้ำแข็งโบกมือด้วยท่าทีใจป้ำ “ถ้าภายหน้าฉันต้องใช้น้ำตาดำ หรือดาบเหี้ยมหาญ ก็จะขอยืมจากคุณเหมือนกัน วางใจเถอะ ฉันเป็นคนหน้าด้าน จะไม่เขินอายแน่นอน”
ขณะพูด เธอก็หยิบต่างหูคำลวงออกมา โยนคืนให้ลูเมี่ยน
“ของสิ่งนี้เก็บไว้ที่คุณดีกว่า ฉันกลัวว่าจะอดใจไม่ไหว ไปปรับเปลี่ยนใบหน้าและรูปร่างให้ตายตัว แล้วจมดิ่งอยู่ในคำลวงเสียเอง”
ลูเมี่ยนทราบดี ฟรังก้าไม่ได้แกล้งทำใจกว้าง จึงรับต่างหูคำลวงไว้แล้วเอ่ยเตือน
“ต่อไปคุณต้องระวังนางมารดำให้มากขึ้น ในอีกไม่ช้า ทางนั้นคงรู้ว่าผมมีส่วนร่วมในการแย่งชิง ‘0-01’ ที่โมโรลา และกลายเป็นผู้ชนะคนสุดท้าย”
“อา” ฟรังก้าพยักหน้าอย่างจริงจัง
ดวงตาของจินนาไหววูบ ก่อนจะเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า
“ถ้าอย่างนั้น ฉันควรย้ายออกไปสักระยะหรือไม่?”
เห็นฟรังก้าทอดสายตาสงสัยมา ในขณะที่ลูเมี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย จินนาจึงเลือกสรรถ้อยคำ อธิบายแก่ฟรังก้าว่า
“นางมารดำอาจจะคอยสอดส่องคุณอยู่ในที่ลับ เพื่อจับตาความเคลื่อนไหวของลูเมี่ยน หากฉันยังอาศัยอยู่กับเธอ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกอีกฝ่ายสังเกตเห็น และเมื่อต้องเผชิญกับการจับตามองเป็นเวลานานจากนางมารระดับสูง ฉันไม่คิดว่าความลับนี้จะรอดพ้นสายตาเธอไปได้”
“ลองคิดดู ตอนนี้ฉันมีเสน่ห์ของนางมารสุขสมแล้ว ซึ่งแตกต่างจากความงามในรูปลักษณ์และบุคลิกของแวมไพร์ นางมารดำเพียงมองสักสองสามครั้งก็คงจะพบความผิดปกติ แต่ถ้าฉันอาศัยอยู่ที่อื่น ก่อนจะมาพบเธอ ก็สามารถใช้การแต่งหน้าและคำลวงปิดบังเสน่ห์เช่นนี้ได้”
‘คำลวง’ นั้นไม่อาจติดตัวไว้ได้ตลอด และถ้าจะต้องแต่งหน้าแม้แต่ตอนนอน ‘นางมารดำ’ ก็คงจะสงสัยเป็นแน่!
“ก็ได้” ฟรังก้าถูกจินนาพูดจนยอมจำนน
เธอช้อนตามองลูเมี่ยนอย่างขุ่นเคือง คิดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า
ไอ้หมอนี่นำพาแต่เรื่องยุ่งยากมาให้จริงๆ
มีนางมารดำจ้องมองอยู่แบบนี้ แล้วเราจะช่วยจินนาย่อยโอสถสุขสมได้ยังไง?
เฮ้อ…ฟรังก้าถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยถามลูเมี่ยนว่า
“คุณจะพาอมันดีนไปยัง ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ เมื่อไร?”
“คุณกลับมาเร็วเกินไป ฉันยังไม่ทันได้สานสัมพันธ์อันดีกับเธอเลย”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบ
“รอให้สภาพของผมมั่นคงก่อน”
หลังจากนั้น จินนาก็เก็บข้าวของส่วนตัว ออกไปหาอพาร์ตเมนต์ที่จะย้ายเข้าได้ในวันเดียวกันแถวบริเวณนั้น ส่วนลูเมี่ยนก็กลับไปที่พักของตนเพื่อ ‘ฝึกฝน’ ลุดวิกต่อ
ฟรังก้าติดตามร่องรอยของ ‘คนในกระจก’ นามว่าจัสมิน จนกระทั่งค่ำคืนย่างกราย
เธอมองดูอพาร์ตเมนต์ที่ว่างเปล่าเงียบเหงา ถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟายาว
ครู่หนึ่งผ่านไป พื้นผิวของกระจกเงาบานใหญ่ในห้องรับแขกก็พลันเป็นประกายวูบวาบ ดุจผิวน้ำอันมืดมน ใบหน้าของ ‘นางมารดำ’ เริ่มปรากฏขึ้นอย่างพร่าเลือน
ฟรังก้ารีบลุกขึ้นยืน คำนับอย่างนอบน้อม
“ราตรีสวัสดิ์ มาดามแคลริส”
ในขณะเดียวกัน เธอก็พึมพำในใจว่า
“นางมารดำรู้จริงๆ ด้วยว่าเราพักอยู่ที่ใด…”
นางมารดำแคลริสมองฟรังก้าที่อยู่นอกกระจก ถามด้วยท่าทีเหินห่างอยู่สักหน่อยว่า
“ชาร์ล คนรักของคุณ กลับมายังทรีอาร์แล้วหรือ?”
“กลับมาแล้วค่ะ” ฟรังก้าที่เตรียมใจไว้แล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา
นางมารดำพินิจมองฟรังก้าสองสามที แล้วหัวเราะแผ่วเบาพลางกล่าว
“พวกคุณพรากจากกันตั้งหลายสัปดาห์ พอได้พบกันอีกครา คงจะสุขสมกันอย่างเต็มที่เป็นแน่ เขาองอาจขึ้นบ้างหรือไม่?”
มาถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใครเล่า? จะไปรู้ได้อย่างไร…ถามแบบนี้หมายความว่ายังไง? ฟรังก้าพึมพำกับตัวเองอยู่ในใจ
คำถามเช่นนี้ อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของเธอกับลูเมี่ยนโดยสิ้นเชิง!
ในขณะนั้น เหงื่อซึมออกมาตามแผ่นหลังของฟรังก้า ความคิดในสมองแล่นปราดเร็วดุจสายฟ้า เธอใช้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างถึงที่สุด
“องอาจ…”
“นางมารดำ เคยกล่าวไว้ว่า รสชาติของ ‘นักล่า’ ก็หอมหวานไม่น้อย ยิ่งลำดับสูงก็ยิ่งองอาจ…”
“นางมารดำต้องการจะยืนยันสถานะปัจจุบันของลูเมี่ยนจากรายละเอียดเล็กน้อย ดูว่าเขาได้กลายเป็นผู้แทน ‘0-01’ หรือยังสินะ?”
“หากเรากับลูเมี่ยนเป็นคู่รักกันจริง รายละเอียดเช่นนี้มักจะถูกมองข้ามได้ง่าย และการที่ ‘นางมาร’ สนทนาเรื่องแบบนี้กัน ก็ถือเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น เราควรจะเผลอพูดคำตอบที่ ‘นางมารดำ’ อยากฟังออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ”
“จะช่วยปกปิดให้ลูเมี่ยนหรือ? ไม่ได้ เวลานี้เขาตกเป็นที่สงสัยอย่างหนัก หากช่วยปกปิดให้อีก ก็เท่ากับทำให้ตัวเราถูกสงสัยไปด้วย ถึงจะถูกสงสัยอยู่แล้วก็เถอะ…”
“ลูเมี่ยนเคยบอกไว้ตอนเช้าว่า ไม่จำเป็นต้องโกหกในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ควรพูดให้ชัดเจนเกินไป…”
เพียงชั่วสองสามอึดใจ ฟรังก้าก็ยกมือขวาขึ้นปิดปาก แล้วหาวนิดหน่อย
จากนั้น เธอก็กล่าวอย่างกระหยิ่มใจ แฝงด้วยความเขินอายเล็กน้อยว่า
“แม้เขายังไม่ได้เลื่อนลำดับ และยังห่างไกลจากการเลื่อนลำดับอยู่มาก แต่ก็องอาจกว่าแต่ก่อนมากจริงๆ ฉันถึงกับรู้สึกว่า ตัวเองกำลังจะถูกพิชิตเสียแล้ว…”
ขณะที่พูด น้ำเสียงของฟรังก้าแฝงความใฝ่ฝันอยู่หลายส่วน ราวกับกำลังจินตนาการว่า สักวันตนเองจะได้องอาจเช่นนั้นบ้าง
นี่คือผลจาก ‘การฝึกการแสดง’ จากจินนาและอ็องโตนี — การแสดงต้องมีชั้นเชิง
นางมารดำในกระจกพยักหน้ารับ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ช่างน่าอิจฉาจริงๆ”
ดวงตาของฟรังก้าขยับเล็กน้อย พยายามรำลึกพลางเอ่ยว่า
“ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่ได้พบกันนานเกินไป หรือเพราะเขามีความลับซ่อนเร้นอยู่มากมาย ฉันรู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปไม่น้อย บางครั้ง เมื่อเขาทอดสายตามองมา ก็ถึงกับคิดว่า ‘เขาเป็นใครกัน’ ‘ไม่รู้จักเลย’…”
นางมารดำบรรจงพยักหน้าพลางกล่าว
“อาจจะเป็นเพราะได้รับมลทินบางอย่าง พวกคุณคงความสัมพันธ์แบบนี้ไว้ก่อน หากเขามีความผิดปกติใด รีบแจ้งให้ฉันทราบทันที บางทีทางเราอาจช่วยแก้ไขได้”
“หึๆ…นี่อาจเป็นโอกาสหนึ่งที่คุณจะได้ย่อยโอสถทุกข์ระทมด้วย”
“ค่ะ มาดามแคลริส” ฟรังก้าแสดงสีหน้าอุ่นใจ ราวกับมีผู้ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง
นางมารดำมองซ้ายมองขวาในกระจก แล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า
“แล้วคนรักแวมไพร์ตัวน้อยของคุณล่ะ?”
“พี่ชายของเธอกำลังจะกลับทรีอาร์แล้ว จึงเกรงใจที่จะอยู่กับฉันต่อ” ฟรังก้าท่องบทที่เตรียมไว้
นางมารดำไม่ซักไซ้ถาม เพียงกำชับเรื่อง ‘คนในกระจก’ อีกสองสามคำ ก่อนจะหายวับไปในประกายน้ำอันมืดมน
เมื่อกระจกเงาบานใหญ่กลับคืนสู่สภาพปกติ ฟรังก้าก็ผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก เตรียมจะไป ‘ออกเดต’ กับลูเมี่ยน
เธอยังไม่ทันได้เปิดประตูใหญ่ ก็มีแสงสลัวปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แมงกะพรุนสีฟ้าน้ำแข็งที่โปร่งใสเป็นประกาย มีหนวดมากมาย เริ่มปรากฏร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว
หนวดเส้นหนึ่งของแมงกะพรุนพันม้วนจดหมายฉบับหนึ่งไว้
ฟรังก้ารู้จักแมงกะพรุนตัวนี้ดี มันคือผู้ส่งสารของมาดามจัดจ์เมนต์ ชื่อว่าอุงกรา
ทุกครั้งที่ได้เห็นอุงกรา ฟรังก้ามักจะรู้สึกหวาดกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุ รู้สึกว่ามันอาจจะทรงพลังมาก แต่แมงกะพรุนอุงกราไม่ได้มีสติปัญญามากพอเฉกเช่นตุ๊กตาผู้ส่งสารของมาดามเมจิกเชี่ยน ส่วนใหญ่มักเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ
ขณะรับจดหมาย ฟรังก้าพึมพำในลำคอว่า
“มีเรื่องเข้ามาไม่หยุดเลย…ตอนที่ช่วยสะสางงานต่างๆ แทนลูเมี่ยน เป็นธรรมดาที่ภาระจะหนักอึ้ง แต่ในเมื่อเขากลับมาแล้ว ทำไมเราถึงยังยุ่งอยู่อีก?”
หลังจากขอบคุณแมงกะพรุนอุงกรา ฟรังก้าก็แกะจดหมายออกอ่าน
“ความช่วยเหลือครั้งแรกที่คุณจะต้องมอบให้มิสเตอร์สตาร์ ได้ถูกกำหนดแล้ว”
…………………………………………………….
………………..