ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 848 แผนตกปลา
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 848 แผนตกปลา
ตอนที่ 848 แผนตกปลา
“แฮร์ริสัน?”
“เขายังอยู่ในทรีอาร์อีกหรือ?”
“007 คุณยังตามหาเขาไม่เจออีกหรือ? พวกศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสยังใช้การได้อยู่หรือเปล่าเนี่ย!”
ฟรังก้ารู้สึกตื่นเต้น พร้อมกับความดีใจระคนปีติที่พลุ่งพล่าน
เธอถึงกับส่งสมาชิกสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกออกตามหาแฮร์ริสันไปทั่วโลก แต่ที่แท้เป้าหมายกลับยังอยู่ในทรีอาร์ แน่นอนว่า อาจเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายเพิ่งย้อนกลับมาได้ไม่นาน
ขณะที่บ่นในใจ ถึงความไร้น้ำยาของพวก ‘ผู้ชำระ’ ฟรังก้าก็สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง
เธอกดเสียงต่ำ พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิด
“ช่วงนี้ จัสมินปรากฏตัวในทรีอาร์ใต้ดินถึงสองครั้ง แล้วก็มีคนเจอแฮร์ริสันในละแวกนั้น คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่”
“แฮร์ริสันกำลังร่วมมือกับ ‘คนในกระจก’ หรือ?”
อ็องโตนีกินเค้กลาวาชิ้นสุดท้าย จิบกาแฟพลางเอ่ยปาก
“ความจริงแล้ว ทางเราก็พอจะคาดเดาได้”
“มิสเตอร์แฮงแมนเคยบอกว่า แฮร์ริสันมักจะปรากฏตัวในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับพลังแห่งความตาย ความมืด ยามพลบค่ำ และความเสื่อมทราม อย่างเช่น ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ในส่วนลึกชั้น 4 ของสุสานใต้ดิน และจากข้อมูลในปัจจุบัน ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ปรากฏขึ้นจาก ‘สงครามสี่จักรพรรดิ’ จากทรีอาร์ยุคที่สี่”
“ดังนั้น แฮร์ริสันจึงมีแรงจูงใจที่จะเปิดผนึกเข้าไปในทรีอาร์ยุคที่สี่ ซึ่งตรงกับเป้าหมายของพวก ‘คนในกระจก’ แม้จะไม่รู้ว่าพวกเขาติดต่อกันได้อย่างไร แต่อย่าลืมว่า ‘คนในกระจก’ มีความร่วมมือเชิงลึกกับพวก ‘คนกลาง’ ด้วย”
“พวก ‘คนกลาง’ นั่นน่ารำคาญยิ่งกว่าเสียงหึ่งๆ ของแมลงวันอีก” ฟรังก้าพร่ำบ่นอย่างสุดหัวใจ
เธอหันไปพูดกับอ็องโตนี
“คุณไปทำธุระของตัวเองก่อนเลย ฉันจะไปปรึกษากับจินนาและลูเมี่ยนว่า จะใช้เรื่องนี้เป็นโอกาสในการตามหาแฮร์ริสันได้ยังไง”
“ตกลง” อ็องโตนีได้ทำงานรวบรวมข้อมูลข่าวกรองในส่วนของเขาอย่างดีที่สุดแล้ว
หลังจากบอกลาอ็องโตนี ฟรังก้าก็มุ่งหน้ากลับไปยังถนนโอโรเซ
เธอไม่อยากเปิดเผยที่พักปัจจุบันของลูเมี่ยน จึงตั้งใจจะอัญเชิญผู้ส่งสารมา เพื่อให้พวกพ้องทั้งสองเป็นฝ่ายมาหาแทน
“อัญเชิญกระต่ายเซียโซก่อนดีกว่า คราวนี้จะให้รางวัลมันอะไรดีนะ? ปล่อยให้จินนาจัดการเองไม่ได้แน่ รู้สึกว่าเธอกำลังฝึกกระต่ายเซียโซไปในทิศทางที่อันตรายมาก…” ฟรังก้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบไปเห็นโต๊ะกาแฟ
ที่นั่นมีหนังสือวางอยู่เล่มหนึ่ง ซีรีส์นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ของฟอร์ส·วอลล์ หลังจากเลื่อนมาหลายเดือน ในที่สุดก็ออกเล่มที่หกมาแล้ว!
เล่มนี้มีชื่อว่า ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ 6: ยานอนาคต’
ฟรังก้าเพิ่งซื้อมาเมื่อวานนี้ ยังไม่ได้อ่าน แค่เปิดดูบทส่งท้าย เห็นนักเขียนใหญ่ฟอร์ส·วอลล์อธิบายไว้ว่า ความตั้งใจเดิมคือ หนังสือเล่มนี้จะมีชื่อว่า ‘ขุนพลดารา’ หรือ ‘นักชีววิทยา’ แต่สุดท้ายด้วยแรงบันดาลใจที่ผุดขึ้นอย่างกะทันหัน เธอจึงเลิกล้มความคิดทั้งสองไป
ไม่นานนัก ฟรังก้าก็อัญเชิญกระต่ายเซียโซออกมาได้
ในความว่างเปล่าเบื้องหลังกระต่ายพิทยาที่แต่งตัวสุดเท่รายนี้ ปรากฏร่างวิญญาณรูปกระต่ายสวมถุงมือสนับ ท่าทางขลาดกลัวอยู่เลือนราง
เลียนแบบไปถึงขั้นนี้เชียว? ฟรังก้ายิ้มพลางยื่นจดหมายและนิยาย ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ 6’ ให้กระต่ายเซียโซ พร้อมกำชับว่า
“อ่านเสร็จแล้วอย่าลืมนำมาคืน”
ไม่ใช่ว่าเธอเสียดายหนังสือสักเล่ม แต่การยืมแล้วคืนจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกระต่ายเซียโซ ต่อไปบางทีอาจจะให้มันแนะนำ ‘ยอดฝีมือ’ ในเผ่า ‘กระต่ายพิทยา’ ที่สามารถเป็นผู้ส่งสารได้เหมือนกัน
ดวงตาของกระต่ายเซียโซเป็นประกาย
“ไม่มีปัญหา!”
ส่งกระต่ายเซียโซไปแล้ว ฟรังก้าก็อัญเชิญ ‘ผู้สำนึกบาป’ บายินเฟลออกมา
หลังจากจัดการสองสิ่งนี้เสร็จ เธอก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เอนหลัง ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ต้องทำต่อไป
“ตอนค่ำต้องแจ้ง ‘007’ ในกลุ่มโทรเลข…”
“จะลองติดต่อ ‘ศาสตราจารย์’ กับคนที่เหลือ ระดมกำลังจากกลุ่ม ‘ผู้ส่องความลับ’ มาช่วยกันตามหาแฮร์ริสันดีไหมนะ?”
“เฮ้อ…ตอนนี้แค่รู้ว่าแฮร์ริสันอยู่ในทรีอาร์ ยังขาดเบาะแสที่เป็นรูปธรรม จะทุ่มสุดตัวก็ยังไม่มีโอกาส…”
“จะให้ไปเดินเล่นในทรีอาร์ใต้ดินทุกวัน คอยดักจับเหมือนเฝ้าต้นไม้รอกระต่ายงั้นหรือ?”
“ทำนายด้วยกระจกวิเศษก็หาคำตอบไม่ได้…”
“อา…ต้องรีบรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปด้วย มิสเตอร์แฮงแมนกับพวกไพ่อาร์คาน่าใหญ่ก็กำลังตามหาแฮร์ริสันอยู่เหมือนกัน…”
ฟรังก้าผุดลุกขึ้นนั่ง แล้วง่วนอยู่กับความคิดต่อ
ระหว่างนั้น เธอก็ไตร่ตรองถึงเรื่องของตัวเอง
“ถ้ายังหาไม่เจออีก โอสถ ‘ทุกข์ระทม’ ของเราก็จะย่อยได้อีกนิด…”
“อา…หลังจัดการ ‘คนในกระจก’ นิคิลาไป ตัวยาก็ย่อยไปบางส่วนแล้ว กฎข้อแรกของการสวมบทบาท ‘นางมารทุกข์ระทม’ จึงถูกสรุปได้ไม่ยากเย็น”
“นำความทุกข์มาสู่เป้าหมาย ไม่เพียงแค่ทางร่างกาย แต่รวมถึงทางจิตใจด้วย”
“กฎข้อสองของการสวมบทบาท น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวตนอย่างลึกซึ้ง ความทุกข์ระทมคือสีพื้นของ ‘นางมาร’ สินะ?”
“ต้องพยายามสรุปกฎการสวมบทบาททั้งหมดโดยเร็ว จะได้รีบย่อยโอสถให้หมด ลูเมี่ยนก็กำลังเตรียมพิธีเลื่อนลำดับเป็น ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ แล้ว เราไม่อยากถูกเขาทิ้งห่างเกินไปนัก…”
คิดมาถึงตรงนี้ ฟรังก้าก็รู้สึกว่าลมที่พัดผ่านหน้าต่างที่เปิดอยู่ คล้ายกับหยุดนิ่งไปหนึ่งวินาที
จากนั้น ร่างของจินนาก็ปรากฏขึ้น
‘นางมารสุขสม’ หน้าใหม่รายนี้ ไม่ได้ใช้เทคนิคการแต่งหน้าเพื่อทำให้ตัวเองดูน่าเกลียด เพียงแต่ปรับเปลี่ยน ‘ทิศทาง’ การแผ่เสน่ห์ออกมา เธอสวมชุดกระโปรงสีดำ ปิดบังรูปร่างงดงามเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ใช้เครื่องสำอางแต่งผิวให้ขาวซีดจนดูเจ็บป่วย ราวกับไม่ได้ตากแดดมานาน ริมฝีปากทาสีแดงสด ตัดกับสีผิวอย่างชัดเจน…
นี่ทำให้จินนาดูคล้ายแวมไพร์มากขึ้น เสน่ห์ของเธอมุ่งเน้นไปยังความประณีตของใบหน้า รวมถึงความงามโดยรวม แทนที่จะเป็นการดึงดูดทางเพศ
“อา…ทำได้ดีทีเดียว แวมไพร์จินนาก็งามไม่เบา…” ฟรังก้าพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งจินนาชะงักเล็กน้อยแล้วเอ่ยถาม
“เธอได้ข่าวสำคัญอะไรมาหรือ?”
ฟรังก้าทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เอนหลัง ขัดขาไขว่ห้าง แล้วเล่าเรื่องของแฮร์ริสันอย่างละเอียด
จินนาที่นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว ไม่ได้ตื่นเต้นเท่าฟรังก้า ด้วยเธอรู้เรื่องราวน้อยเกินไป จึงไม่อาจเข้าถึงความรู้สึกอันลึกซึ้งและซับซ้อนได้
หญิงสาวครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“พักนี้ ดูเหมือนแฮร์ริสันจะร่วมมือกับ ‘คนในกระจก’…นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของ ‘วังวน’ ด้วยสินะ?”
“อาจเป็นได้” ฟรังก้าพยักหน้าหนักแน่น พลางพึมพำว่า “ทำไมลูเมี่ยนยังไม่มาอีก?”
“เขาออกไปข้างนอกน่ะ” จินนาหยุดชั่วครู่แล้วเอ่ยต่อ “…น่าจะนะ”
ฟรังก้าอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
“เธอรู้ได้ยังไง?”
จินนายิ้มพลางตอบ
“เมื่อวานเขาเล่าให้ฉันฟังว่า ขั้นตอนแรกในการฝึกลุดวิกคือ การมอบการบ้านให้ เป็นการบ้านเกี่ยวกับอาหารเลิศรส ที่ลุดวิกต้องออกไปทำให้สำเร็จด้วยตัวเอง อา…ถ้าจะยืมคำพูดของเธอก็คือ การทำ ‘คู่มือพิชิตพายเนื้อทรีอาร์’ ยังไงล่ะ”
“ค่อยๆ ล้างสมองไปทีละนิดสินะ…” ฟรังก้าพึมพำ “เมื่อวานตอนกลับ พวกเธอคุยเรื่องนี้กันหรือ? เขาบอกว่าตั้งใจจะตามติดลุดวิกไป?”
“เขากลัวว่าลุดวิกจะไปปะกับศาสนิกคนอื่นของ ‘วังวนเขมือบ’ และลูกาโนก็แค่ลำดับ 7 คงห้ามปรามอะไรไม่ได้” จินนาอธิบายความกังวลของลูเมี่ยน ก่อนจะกรีดตาเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “นั่นคงเป็นแค่หนึ่งในเหตุผล”
“ยังมีเหตุผลอื่นอีกหรือ?” ฟรังก้าเสยผม พลางพยายามทำความเข้าใจความคิดนับพันของ ‘นักล่า’
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของจินนา
“ใช่ เขาไม่ได้พูด แต่ฉันคิดว่าอย่างนั้น”
“จุดประสงค์ที่เขาซ่อนเร้นไว้ น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่เขาชื่นชอบที่สุด”
“ตกปลา!”
ฟรังก้ากระจ่างในทันที
“คิดจะใช้ลุดวิกเป็นเหยื่อล่อพวกศาสนิกของ ‘วังวนเขมือบ’ หรือ?”
จินนาพยักหน้ารับ แล้วอธิบายเสริม
“ดูจากลักษณะของเพิร์ล ผู้เป็น ‘หัวหน้างาน’ แล้ว ไม่ว่า ‘คนกลาง’ จะวางแผนใด ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้เครือข่ายการค้าลับๆ รวบรวมผู้คนจากหลายกลุ่มอำนาจ เพื่อใช้ประโยชน์จากเส้นทางของตนให้ได้มากที่สุด ดังนั้น ทั้งศาสนิกของ ‘วังวนเขมือบ’ และศาสนิกของเทพมารก๊กอื่น ก็ล้วนมีโอกาสถูกพวกเขาดึงเข้าร่วมแผนการวังวนนี้”
“ถ้าจับศาสนิกระดับสูงของ ‘วังวนเขมือบ’ ได้ บางที อาจช่วยให้เราเข้าใจเรื่องวังวนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และค้นพบจุดสำคัญในนั้น”
ฟรังก้าสูดปากแผ่วเบา
“นี่แหละลีลาของลูเมี่ยน ภายนอกดูเหมือนกำลังฝึกลุดวิก แต่แท้จริงกำลังหว่านเบ็ดล่อศาสนิกเทพมาร สืบหาเรื่องวังวน และที่น่าโมโหที่สุดๆๆ ก็คือ…จุดประสงค์ที่เขาแสดงออกมาภายนอก ทั้งจริงใจและดูสำคัญมากด้วย!”
พูดจบ ฟรังก้าจ้องมองจินนา ยิ้มพลางกล่าวชม
“เธอฉลาดขึ้นเรื่อยๆ นะ!”
“บัดซบ! จู่ๆ มาชมกันแบบนี้ ฉันไม่รู้จะรับไว้ตรงๆ ดี หรือจะถ่อมตัวดี ถ้าเป็นลูเมี่ยน เขาต้องบอกว่า ‘คุณพอจะตามทันความคิดผมบ้างแล้วนะ’” ประโยคหลังจินนาเลียนแบบน้ำเสียงของลูเมี่ยน
ฟรังก้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง มุมปากบรรจงยกขึ้น
“การตกปลาก็เป็นวิธีที่ไม่เลวเลย”
“พวกเราอาจใช้แนวคิดเดียวกันนี้ไปตามหาแฮร์ริสันได้”
“แฮร์ริสันมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความตาย ลักษณะการใช้พลังก็ยังดูชั่วร้ายผิดธรรมชาติ อีกทั้งยังมองหาบรรยากาศที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับพลังในขอบเขตความตาย ความมืด และสนธยา นี่อาจหมายความว่า เขาสามารถถูกผู้วิเศษในเส้นทางเหล่านี้ดึงดูดได้หรือเปล่า?”
“มันคงเป็นการดึงดูดจากยอดฝีมือลำดับสูง หรืออาจเป็นการดึงดูดที่มีลักษณะพิเศษบางอย่าง เช่น ตราผนึกของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ บนตัวลูเมี่ยน หรือ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ อา…พลังของอมันดีนล้วนได้รับมาจาก ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ และ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ก็ดูเหมือนจะมีพลังในขอบเขตความตาย ความมืด และสนธยาด้วยเช่นกัน บางที อมันดีนอาจดึงดูดแฮร์ริสันได้ด้วย…”
พูดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของฟรังก้าเปล่งประกายแวววาว
“เอามันทุกทางเลยก็แล้วกัน!”
“รอให้สภาพของลูเมี่ยนมั่นคงก่อน แล้วให้เขาพาอมันดีนไปพบ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ที่ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ส่วนพวกเราก็ซุ่มดักอยู่แถวนั้น ดูว่าแฮร์ริสันจะถูกดึงดูดมาหรือเปล่า!”
…………
เขตสาธารณรัฐ ถนนรีเฌอเลียร์
ลูเมี่ยนที่ยืนอยู่ในเงามืดริมถนนขยี้จมูก รู้สึกว่าปลายจมูกยังคงหลงเหลือกลิ่นหอมหวานติดอยู่
อารมณ์และตัณหาที่สะสมมาตั้งแต่เขากลายเป็น ‘นักพรต’ ได้ระบายออกไปมากจากเหตุการณ์เมื่อคืน ช่วยให้สภาพของเขาดีขึ้นมาก
แต่จิตใจของเด็กหนุ่มกลับหนักอึ้ง ทั้งจากความลังเล ทั้งจากความรู้สึกผิดของตัวเอง และทั้งความกังวลต่อความรู้สึกของผู้อื่น
‘สุขสม’ มอมเมาผู้คนอย่างแท้จริง อา…ลำพังการคิดถึง ก็ยังนำมาซึ่งทุกข์ระทมได้ด้วยเหมือนกัน…เฮ้อ…กลับไปต้องเยาะเย้ยจินนาให้สาสมเลย ระบายอารมณ์ออกไปบ้าง…ลูเมี่ยนถอนหายใจแผ่วเบา แล้วทอดสายตาไปยังลุดวิก ผู้กำลังชิมพายเนื้อร้อนกะพงแดงอยู่ไม่ไกลนัก
……………………………………………………..