ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 852 สองทางเลือก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 852 สองทางเลือก
ตอนที่ 852 สองทางเลือก
ฟรังก้าชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สีหน้าจะเผยความตกตะลึงโดยไม่เก็บซ่อน
ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ ขยับจะเอ่ยบางสิ่งโดยไม่รู้ตัว แต่กลับสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้
สีหน้าของหญิงสาวค่อยๆ ซีดขาวลง ดวงตาบางคราวก็วูบไหว บางคราวก็ว่างเปล่า
ลูเมี่ยนมองดูฟรังก้าที่เป็นเช่นนั้นเงียบๆ โดยไม่เอ่ยวาจาใด
ผ่านไปพักใหญ่ ฟรังก้าจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแห้งผากติดขัด
“คุณ…ตกลงแล้วหรือ?”
เสียงของเธอราวกับบีบออกมาจากลำคอ ดวงตาเจือประกายความหวังริบหรี่
ลูเมี่ยนพยักหน้าช้าๆ
ประกายในดวงตาของฟรังก้าดับวูบลงทันที
หญิงสาวบรรจงก้มศีรษะลง จ้องมองขาทั้งสองที่วางอยู่บนเก้าอี้เอนหลัง
ผ่านไปสองสามวินาที เธอก็พึมพำราวกับละเมอ
“ฉันรู้…ความชอบและความเอาใจใส่ที่จินนามีต่อฉัน ไม่เคยเป็นความรัก ทางนี้แค่คิดไปเองฝ่ายเดียว พยายามจินตนาการเข้าข้างตัวเองว่า ตอนนี้เธอคงหาคู่เหมาะๆ สำหรับย่อยโอสถสุขสมไม่ได้ จึงจำใจเลือกฉัน แต่เมื่อร่างกายพัวพันกันนานเข้า บางทีหัวใจก็อาจจะใกล้ชิดกัน…”
“ฉันรู้…จินนารีบร้อนจะย่อยโอสถ เพราะพี่ชายของเธอกำลังจะกลับมาทรีอาร์…”
“ฉันรู้…เส้นทางของนางมารที่เป็นสตรี นับว่าอันตรายยิ่งยวด จินนาเองก็ทราบดี…”
“ฉันรู้…เธอมีใจโน้มเอียงไปทางบุรุษ…”
“ฉันรู้…เธอเป็นคนเด็ดเดี่ยว ชำนาญการทุ่มสุดตัว…”
“ฉ…ฉันยอมรับได้หากจินนาเลือกผู้อื่น ยอมรับได้…ยอมรับได้ที่เธอชอบผู้อื่น เธอเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง เธอมิใช่สมบัติของฉัน เพียงเพราะฉันชอบเธอ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าเธอต้องชอบฉัน จนไม่ไปใกล้ชิดกับผู้ใด…ฉันพยายามปลอบใจตัวเองมาตลอด พยายามเตรียมใจมาตลอด ถึงขั้นปลอบตัวเองว่า บางทีอาจใช้เรื่องนี้ย่อยโอสถทุกข์ระทมได้…”
ฟรังก้าผงกศีรษะขึ้นฉับพลัน ดวงตาแวววาวลุกโชนด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ทำไมต้องเป็นคุณ? ทำไมต้องเป็นคุณด้วย?”
ลูเมี่ยนราวกับถูกเสือดาวที่ทั้งงดงามและดุร้ายจดจ้อง แต่เขาก็ยังคงไม่เอ่ยวาจา
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำตอบใดออกมา
มันถูกเอ่ยออกมาแล้ว
ฟรังก้าสบตากับลูเมี่ยน แววตาเริ่มเปลี่ยนเป็นโศกเศร้า
หญิงสาวหัวเราะเยาะตัวเอง แล้วถามด้วยความไม่ยอมแพ้ระคนโกรธแค้น
“เหตุใดคุณจึงตกลง?”
“มีสองเหตุผล หนึ่งคือเหตุผลที่ฟังขึ้น อีกหนึ่งคือเหตุผลที่แท้จริง คุณอยากฟังอันไหน?” ลูเมี่ยนกล่าวพร้อมรอยยิ้มขื่น
“ทั้งสองอย่าง!” ฟรังก้าตอบทันควันอย่างเด็ดขาด
เธอลุกขึ้นยืนตามจังหวะ ราวกับต้องการให้ตนดูมีบารมีมากขึ้น
ลูเมี่ยนถอนหายใจแล้วกล่าว
“เหตุผลที่ฟังขึ้นคือ จินนาได้มาหาผมแล้ว ไม่ว่าจะปฏิเสธหรือหลบเลี่ยง ก็ล้วนจะทำร้ายเธอ ส่งผลต่อสภาวะของเธอ ทิ้งเชื้อไฟไว้ แต่หากตกลงกับเธอ ก็จะทำร้ายคุณ ผมจึงได้แต่เลือกจากสองทางเลือก โดยเลือกทางที่ภายหน้าจะเยียวยาได้ง่ายกว่า คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี นิสัยดี น่าจะค่อยๆ ปล่อยวางได้…”
“บัดซบ! แสดงว่าคนนิสัยดีก็สมควรโดนรังแกใช่ไหม?” ฟรังก้าโกรธจนหัวเราะ ขัดจังหวะคำพูดของลูเมี่ยน
เธอเดินไปริมหน้าต่างห้องรับแขก สองมือยันกรอบหน้าต่าง เพ่งมองความมืดด้านนอก ราวกับต้องการระงับอารมณ์ของตน
ลูเมี่ยนเดินมาข้างกายเธอ ทอดสายตามองราตรีอันมืดมิดเช่นกัน
ผ่านไปสิบกว่าวินาที ฟรังก้าไม่หันหน้ามา พูดเหมือนพูดกับตัวเองว่า
“แล้วเหตุผลที่แท้จริงเล่า?”
ลูเมี่ยนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว
“ตั้งแต่คุณไม่ยอมเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าคนที่คุณรัก…ไม่ยอมย่อยโอสถสุขสมอย่างที่เคยทำ ตั้งแต่จินนาอาสาตัวมาหาคุณ ความรู้สึกของพวกคุณทั้งสองก็เข้าสู่ห้วงวน หมุนวนดิ่งลง สักวันต้องระเบิดออกมา ยิ่งปล่อยไว้นาน ความเจ็บปวดก็ยิ่งมาก ผลที่ตามมาก็ยิ่งร้ายแรง สู้ตัดให้ขาดแต่เนิ่นๆ เสียดีกว่า”
“สำหรับผม ทางเลือกที่ดีที่สุดในเรื่องนี้คือการถ่วงเวลา ถ่วงไปจนกว่าจะเตรียมพิธีเลื่อนลำดับ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ เสร็จ หากราบรื่น ก็คงสักสามสี่สัปดาห์ ตอนนั้นผมจะได้รับเทวบารมี กลายเป็นครึ่งเทพลำดับ 4 แล้ว ปัญหาความรู้สึกของพวกคุณทั้งสองจะระเบิดออกมาอย่างไรก็ได้ ถึงจะทำลายความเข้าใจและความสามัคคีของทีมจนย่อยยับ ก็ไม่ส่งผลกระทบถึงผมแล้ว”
“แม้ลำดับ 3 ต่อจากนี้ จะยังต้องใช้ทีม ผมก็มีเวลาเพียงพอที่จะรวบรวมทีมใหม่”
ฟรังก้าเงียบฟังจนจบ แล้วเบนศีรษะมองใบหน้าของลูเมี่ยน
“แล้วความรู้สึกของคุณล่ะ?”
ลูเมี่ยนจ้องมองความมืดด้านนอก เงียบงันไม่ตอบ
ฟรังก้าเงียบไปด้วย ผ่านไปพักใหญ่จึงเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“คุณกลับไปก่อนเถอะ ฉันยังสับสนอยู่ อยากอยู่เงียบๆ สักพัก”
ลูเมี่ยนมองดูฟรังก้า ลังเลไม่ยอมขยับตัว
ฟรังก้าเห็นดังนั้น จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มซับซ้อน
“วางใจเถอะ ฉันจะไม่จากไป ทางนี้ยังมีภารกิจอยู่”
“ทำไมยังไม่ไปอีก? อยากให้ฉันต่อยหรือไร!”
“จะบอกอะไรให้นะ รอฉันคิดให้กระจ่างก่อน บางที…ฉันอาจจะทำเหมือนนางมารที่โมโรลานั่น ตอนข้างล่างคุณให้ขาด! ถึงอย่างไรคุณก็งอกใหม่ได้ ฉันจะตัดวันละครั้ง!”
“รีบไปสักที!”
“ไสหัวไป!”
เห็นฟรังก้าอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้น พลางคว้าของรอบตัวจะขว้างใส่ตน ลูเมี่ยนถอนหายใจแผ่วเบาเดินไปทางประตู เปิดมันออก แล้วก้าวเข้าบันได
โครม!
เสียงประตูปิดกระแทกดังลั่นอยู่เบื้องหลังเด็กหนุ่ม
ลูเมี่ยนเดินลงบันไดไป ไม่นานก็เห็นจินนายืนเงียบอยู่ในเงามืด
เธอไม่ได้จากไปจริง ยังอยู่ในตึกนี้มาตลอด ก้มศีรษะน้อยๆ รอคอยอย่างเงียบงัน
“เป็นยังไงบ้าง?” จินนาเงยหน้าถามลูเมี่ยน
เด็กหนุ่มเล่าบทสนทนาระหว่างตนกับฟรังก้า พร้อมทั้งปฏิกิริยาของเธอโดยสรุปประเด็นสำคัญ
จินนาเม้มริมฝีปาก
“คุณกลับไปก่อนเถอะ ฉันจะคอยเฝ้าอยู่หน้าประตู ป้องกันเหตุร้าย”
เขาเหลียวมองทางเดินอันมืดมิด
“ผมก็จะอยู่ด้วย”
จินนาส่ายหน้า
“ฉันคนเดียวก็พอ หากเธอสงบลง บางทีอาจต้องการพูดคุยกับฉัน ถ้าคุณอยู่ที่นี่ จะยิ่งยั่วโทสะเธอ”
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง
“ได้”
เด็กหนุ่มมองดวงตาอันลึกล้ำที่แฝงความทุกข์ระทมของจินนา ถอนหายใจพลางว่า
“ในโลกนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ ในยามส่วนใหญ่ ล้วนเห็นแก่ตัว”
“อย่างเช่นคุณ…”
ลูเมี่ยนหยุดชั่วครู่ แล้วชี้เข้าหาตัวเอง
“และอย่างเช่นผม”
แววตาของจินนาอ่อนโยนลงเล็กน้อย ยิ้มเยาะตัวเองพลางเอ่ยปาก
“ในบางครา ฉันก็อยากลากคุณดิ่งลงนรกไปด้วยกันเหลือเกิน”
…………
กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ที่ตนเช่าอยู่ ลูเมี่ยนนอนอยู่บนเตียง จ้องมองเพดานมืดมิด หลับตาไม่ลง
เขาก็ไม่อยากอาศัยวิธีเข้าฌานให้ตนสงบลง
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด เด็กหนุ่มก็มีลางสังหรณ์บางอย่าง พรวดพราดลุกขึ้นนั่ง เหลือบมองไปทางหน้าต่างห้องนอน
หน้าต่างเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าด ฟรังก้าในชุดเสื้อเชิ้ตสุภาพสตรีกับกางเกงขายาวพอดีตัว แต่สวมรองเท้าแตะขนฟู กระโดดเข้ามา
ใต้แสงจันทร์สีชมพูอมแดง ดวงตาของเธอแดงก่ำ ในมือถือมีดสั้นเล่มหนึ่ง
“ฉันไม่รู้จะขอบคุณพวกคุณอย่างไรเลย…โอสถ ‘ทุกข์ระทม’ ย่อยไปได้ไม่น้อย!” ฟรังก้าจ้องมองลูเมี่ยนที่นั่งอยู่บนเตียง กล่าวด้วยเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “บัดซบ! ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งโกรธ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น!”
เด็กหนุ่มจ้องใบหน้าของฟรังก้าอยู่ครู่หนึ่ง สายตาบรรจงเลื่อนลงไปที่มีดในมือเธอ
ลูเมี่ยนรอฟังคำพูดต่อไปของฟรังก้า
หญิงสาวกล่าวพลางขบฟันกรอดๆ
“จินนาเลือกแบบนี้ ฉันยอมรับได้! แม้ฉันจะ…จะเศร้า จะโศก จะทุกข์ แต่ฉันเต็มใจยอมรับ ถึงขั้นจะให้กำลังใจเธอด้วยซ้ำ”
“แต่คุณ กลับทรยศพี่น้อง! คุณทำเช่นนี้สมควรถูกแทงเป็นรูพรุน!”
“คุณรู้หรือไม่ว่า การกระทำเช่นนี้ทำร้ายฉันเพียงใด? พวกเราสามคนสนิทกันนัก เข้าอกเข้าใจกัน ต่างห่วงใยซึ่งกันและกัน เหตุใด เหตุใดคุณจึงต้องทำลายความงดงามเช่นนี้?”
“คุณทำแบบนี้…ทำให้ฉันรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง คุณสองคนสนิทชิดเชื้อกัน โน้มเข้าหากัน ส่วนฉันถูกทิ้งไว้กับที่ ถูกถ่างให้ห่างออกไป กลายเป็นคนเกินเสียแล้ว…”
“ฉันรู้สึกเหมือนถูกทรยศ…”
พูดไปพูดมา น้ำเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในคำพูดของฟรังก้าก็จางลงมาก เนื้อเสียงแฝงความสับสนอยู่หลายส่วน
เธอหยุดชั่วครู่ แล้วพลันขว้างมีดสั้นทิ้งไป ปักเข้าที่เตียงนอนของลูเมี่ยนอย่างแม่นยำ
ฟรังก้าก้าวเข้ามาสองก้าว จ้องเด็กหนุ่มด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
“คุณมีแค่สองทางเลือก!”
“หนึ่ง ฉันเคยประกาศไว้ว่า ถ้าคุณกล้าแตะต้องจินนา ทางนี้จะบังคับให้คุณดื่มโอสถ ‘แม่มด’ จนกลายเป็นหญิง…ทางเลือกแรกของคุณคือ เปลี่ยนเส้นทาง ก้าวขึ้นเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’!”
“สอง…ฉันจะเอาคุณ หรือคุณจะเอาฉัน!”
ลูเมี่ยนคาดการณ์ความเป็นไปได้ไว้มากมาย แต่ไม่คิดว่าจะมีทางเลือกเช่นนี้
เห็นเด็กหนุ่มเผยสีหน้าตกใจ ตะลึง งุนงง ฟรังก้าเสริมด้วยความแค้นเคืองว่า
“ฉันจะเข้าร่วมกับพวกคุณ!”
“นี่…” ในที่สุดลูเมี่ยนก็เอ่ยคำแรกออกมา พินิจสภาพของฟรังก้าอย่างจริงจัง
หลังเอ่ยวาจาเมื่อครู่ ฟรังก้าถอนหายใจยาว แย้มยิ้มเช่นที่เคยเป็น
“คำถามก็คือ…คุณ…เห็นว่าฉันเป็นคนสำคัญไหม?”
“ใช่” เด็กหนุ่มตอบอย่างหนักแน่น
ฟรังก้าพยักหน้าพอใจ
“แล้วคุณเห็นจินนาเป็นคนสำคัญหรือไม่?”
“ใช่” ลูเมี่ยนตอบโดยไม่ลังเลเช่นกัน
ฟรังก้าเม้มริมฝีปาก ถามต่อไปว่า
“งั้นจินนาเห็นคุณเป็นคนสำคัญหรือไม่?”
“ใช่” เขาไม่มีความสงสัยแม้แต่น้อย
ฟรังก้าเปลี่ยนเรื่องถาม
“งั้นคุณเป็นคนสำคัญของฉันใช่หรือไม่?”
“ใช่” เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างจริงจัง
“งั้นจินนาเป็นคนสำคัญของฉันหรือไม่?” ฟรังก้าซักต่อ
“ใช่อย่างมาก” เขาเพิ่มคำขยาย
ฟรังก้าลังเลครู่หนึ่งแล้วถามต่อ
“งั้นจินนา…เห็นฉันเป็นคนสำคัญหรือไม่?”
“แน่นอน คุณคือญาติของเธอในยามนี้ และเป็นสหายที่ดีที่สุด” ลูเมี่ยนตอบอย่างจริงจัง
ฟรังก้าพลันโบกมือ
“แค่นี้ก็จบแล้วไม่ใช่หรือ? พวกเราต่างมองกันเป็นคนสำคัญ ใครจะรู้ว่าวันใดอาจจะตายกะทันหัน ก็อยู่ด้วยกันต่อไปสิ อย่าให้ใครต้องทอดทิ้งใคร แค่ขึ้นเตียงเท่านั้นเอง มารักๆ กันให้วุ่นวายทำไม! ช่างแม่งความรักเถอะ!”
ลูเมี่ยนถูกพูดใส่จนอึ้งไปชั่วขณะ ทำได้แต่มองดูฟรังก้าในสภาพปัจจุบัน
ใจอดรำพึงจากก้นบึ้งเสียไม่ได้
“สภาพจิตใจของคุณในยามนี้ ก็งดงามอยู่เหมือนกันนะ…”
ฟรังก้าหัวเราะ
“แล้วจะให้ฉันเป็นแบบไหน?”
กล่าวจบ เธอพลันบิดศีรษะครึ่งหนึ่ง มองไปด้านข้าง เร่งเสียงให้ดังขึ้น
“หรือว่าฉันควรจะละทิ้ง ควรจะจากไป?”
ณ ข้างดวงตาของเธอ หยาดน้ำใสระยับที่คั่งค้างมานานเริ่มไหลรินลงมา
ลูเมี่ยนนิ่งงันไปกับภาพนั้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฟรังก้าหันศีรษะกลับมา จ้องมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาอันล้ำลึก เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า
“เพราะว่าในโลกนี้ พวกคุณคือ…สองคนที่ฉันมองว่าสำคัญที่สุด”
“แค่สองคนเท่านั้น…”
ภายใต้แสงจันทร์สีชมพูอมแดง ใบหน้าของเธอเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา
……………………………………………………..