ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 855 ร่างนั้น
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 855 ร่างนั้น
ตอนที่ 855 ร่างนั้น
สำหรับฟรังก้า ประโยคที่เฉินถูเกราะซ่อนเงาแปลให้ฟังเมื่อครู่ นับว่าธรรมดาสามัญเหลือเกิน เป็นถ้อยคำที่เธอพบเห็นบ่อยครั้งก่อนการข้ามมิติ จึงไม่อาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดไพ่อาร์คาน่าใหญ่จึงมองว่า ถ้อยคำเช่นนี้อาจนำพามาซึ่งมลทิน
หรือว่าเป็นเพราะตัวอักษรเอง?
ราวกับคำว่า ‘ข้า’ ซึ่งเมื่อเอ่ยด้วยภาษาอินทิสกับภาษาเฮอร์มิสโบราณแล้ว ให้ผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับดิน!
“แต่ว่า มีประโยคหนึ่งดูจะไม่ถูกต้องกระมัง? หยินหยางรวมกันสรรพสิ่งจึงเกิด…น่าจะเป็นหยินหยางรวมกันสรรพชีวิตจึงถือกำเนิดไม่ใช่หรือ?” ฟรังก้าก่อนข้ามมิติเป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งท่องโลกไซเบอร์อย่างเข้มข้น นิยายและการ์ตูนล้วนเป็นงานอดิเรกที่นางหลงใหล เธอเคยพบแต่ หยินหยางรวมกัน สรรพชีวิตถือกำเนิด ไม่เคยได้ยินหยินหยางรวมกันสรรพสิ่งถือกำเนิด
แน่นอน เมื่อเธอครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน ก็พอจะเข้าใจได้ไม่ยากเย็น
หยินหยางผสานกัน กำเนิดสรรพชีวิต สรรพชีวิตเติบโต ก่อเกิดเป็นสรรพสิ่ง!
“แต่ถึงอย่างนั้น ลำดับข้อความก็ยังลื่นไหลดี เพียงละเว้นสรรพชีวิตซึ่งเป็นตัวเชื่อมตรงกลางไป…” ขณะที่ฟรังก้าแบ่งใจครุ่นคิด ก็พลางตั้งใจฟังประโยคที่เกราะซ่อนเงาแปลต่อไปด้วยใจจดจ่อ
เธอมิได้จดบันทึกเนื้อหาลงบนกระดาษ ด้วย ‘นางมาร’ ผู้เชี่ยวชาญการทำนายแล้ว ภายหลังย่อมระลึกถึงเนื้อหาในความฝันได้โดยง่าย
ประโยคที่ตามมาก็คล้ายกับประโยคแรก ล้วนกล่าวถึงการต่อต้าน ความขัดแย้ง การปะทะ การสะท้อน การประนีประนอม และการรวมเป็นหนึ่งของหยินหยาง อีกทั้ง ทั้งหมดล้วนเป็นหลักการใหญ่ ไร้การอธิบายที่ลึกซึ้ง และปราศจากรายละเอียดในทางปฏิบัติ ฟรังก้าฟังจนแทบจะหาวออกมา
เธอคิดว่าสิ่งเดียวที่พอจะขบคิดได้คือ ครึ่งประโยคสุดท้ายของเอกสารชุดนี้
“เพื่อใกล้ชิดวิถีสวรรค์”
ด้วยความเข้าใจของฟรังก้าต่อประโยคดังกล่าว เธอย่อมนึกเชื่อมโยงถึงความรู้ที่ว่าพรจะทำให้ผู้รับพรค่อยๆ เข้าใกล้ผู้ประทานพร และวิธีที่ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ มอบพลังให้อมันดีนก็เป็นพรอย่างแท้จริง
“เพื่อใกล้ชิดวิถีสวรรค์…ความจริงแล้ว เอกสารชุดนี้กำลังสอนวิธีใช้กายใจให้เป็นประโยชน์ ปรับสมดุลหยินหยาง ให้ตนเองกลมกลืนกับสิ่งที่เรียกว่าวิถีสวรรค์ เพื่อให้ได้มาซึ่งพลัง? นี่เป็นวิธีหนึ่งในการวิงวอนขอพรหรือ?” ฟรังก้าเห็นเฉินถูเกราะซ่อนเงาแปลจบแล้ว ปล่อยให้เอกสารล่องลอยกลับมา จึงรีบข่มความคิด เตรียมคำถามในใจ
เมื่อรับเอกสารได้แล้ว เธอก็รีบถามด้วยภาษาแม่ที่แท้จริงทันที
“คำถามแรก ท่านเคยได้ยินเรื่องการข้ามมิติจากโลกที่ท่านกับ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ อยู่ ไปยังโลกอื่นบ้างหรือไม่?”
ฟรังก้าไม่ได้แปลคำถามนี้เป็นภาษาอินทิสให้ลูเมี่ยนถาม เพราะเกรงว่าอมันดีนจะล่วงรู้เรื่องการข้ามมิติ แม้ภายหลังจะขอให้อ็องโตนีสะกดจิตอมันดีน เพื่อ ‘ช่วย’ ให้เธอลืมได้ แต่หากมีวิธีที่ง่ายกว่า ไยต้องไม่ใช้เล่า?
เฉินถูเกราะซ่อนเงา ทอดสายตามองฟรังก้าผู้เอ่ยด้วยภาษาที่ใกล้เคียงกัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง มันหันกลับไปมองลูเมี่ยน ส่งความนึกคิดว่า ‘ควรตอบหรือไม่’
ผู้ประกอบพิธีในยามนี้คือลูเมี่ยน จำต้องได้รับความยินยอมจากเขา ฟรังก้ากับเกราะซ่อนเงาจึงจะสื่อสารกันได้ มิฉะนั้น แม้เกราะซ่อนเงาจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง เว้นแต่จะใช้กำลัง ก็ไม่อาจนำทองคำบนแท่นบูชาไปได้
ลูเมี่ยนพยักหน้า
“นี่คือคำถามแรก”
เกราะซ่อนเงาเอ่ยตอบด้วยเสียงต่ำแหบพร่า
“ไม่ทราบ”
มันยังคงใช้ภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาแม่ของฟรังก้า
อมันดีนยิ่งฟังยิ่งงุนงง
ฟังไม่รู้เรื่องเลย!
ตลอดทั้งกระบวนการ เธอเข้าใจได้เพียงส่วนที่ลูเมี่ยนพูดเท่านั้น!
อมันดีนเหลือบมองจินนาที่อยู่ข้างกาย แล้วกลั้นเสียง ถามอย่างสนิทสนม
“พวกเขาพูดอะไรกัน? ใช้ภาษาอะไร?”
จินนาหัวเราะในลำคอ
“เห็นฉันตั้งอกตั้งใจฟัง สมาธิจดจ่อแบบนี้ ที่จริงก็ฟังไม่ออกเหมือนกัน”
อมันดีนอดร้อง ‘เอ๊ะ’ ออกมาไม่ได้
“จะแอบบอกอะไรให้…ที่จริงลูเมี่ยนก็ฟังไม่ออกหรอก” จินนามองลูเมี่ยนซึ่งกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของเกราะซ่อนเงาอย่างใกล้ชิด แล้วกระซิบบอกอมันดีนเสียงแผ่ว
อมันดีนมองจินนา แล้วหันไปมองลูเมี่ยน ครุ่นคิดถึงสีหน้า น้ำเสียง และลีลาที่แฝงอยู่ในคำพูดเมื่อครู่ พลางร้อง ‘ว้าว’ อยู่ในใจ
บางสิ่งย่อมเผยออกมาโดยไม่ตั้งใจ!
เธอถามด้วยความอยากรู้
“เหตุใดพวกคุณไม่เรียนภาษานั้นจากคุณฟรังก้าล่ะ?”
“เพิ่งเริ่มเรียนกันได้สองวัน กำลังพยายามอยู่ ยากไม่เบาเลย” จินนาขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
มันยากจริงๆ นั่นแหละ!
ขณะนี้ แม้ฟรังก้าจะอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ กับคำตอบของเกราะซ่อนเงา แต่ก็ยังคงรักษาท่าทีปกติไว้ แล้วเอ่ยด้วยภาษาแม่
“คำถามที่สอง ท่านสามารถใช้ภาพมายา หรือวิธีที่คล้ายกัน แสดงให้เห็นศพที่ลอยมาจากเผิงไหลถึงแม่น้ำได้หรือไม่?”
ฟรังก้าคิดคำถามนี้ได้ในช่วงสองว่าที่ผ่านมา สาเหตุโดยตรงคือการที่อมันดีนได้ยิน ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ กล่าวว่า ‘ระวังเผิงไหล’ และ ‘เกราะซ่อนเงา’ เฉินถูก็เคยกล่าวไว้ว่า เผิงไหลซึ่งหายไปอย่างลึกลับมาหลายปี ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง โดยมีศพจากที่นั่นลอยมาถึงแม่น้ำ
ฟรังก้าจึงรู้สึกว่า เรื่องที่เกี่ยวกับเผิงไหลอาจสำคัญยิ่ง บางทีอาจเกี่ยวพันกับความหวังในการกลับบ้านของพวกเธอ
หลังจากถามออกไป ฟรังก้าก็พลันรู้สึกตัว อยากตบตัวเองสักที
มิใช่ว่าคำถามข้อนี้ไม่ควรถาม แต่วิธีการตั้งคำถามต่างหากที่มีปัญหา!
อ้างอิงจากสิ่งที่เพิ่งถามออกไป แม้เกราะซ่อนเงาจะตกลง ก็เพียงต้องตอบว่า ‘ได้’ เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องแสดงลักษณะศพให้เห็นอย่างละเอียด เพราะในคำถามไม่มีข้อบังคับดังกล่าว!
จะต้องเตรียมทองเฟลคินอีกแสนเหรียญหรือไร? เราจะล้มละลายอยู่แล้ว เหลือเงินเพียงสองพันกว่าเฟลคินเท่านั้น…ฟรังก้ารู้สึกเสียใจจนแทบขาดใจ
โชคดีที่ ‘เกราะซ่อนเงา’ เฉินถูค่อนข้างจริงใจ เมื่อคำถามได้รับการอนุมัติจากลูเมี่ยน ใบหน้าโปร่งใสมากมายบนเกล็ดก็พากันทะลักออกมาทันที
ส่งผลให้บริเวณรอบข้างกลายเป็นสีเขียวหม่น สายลมเย็นพัดเป็นระลอก
หยดน้ำเกาะตัวบนพื้นผิวแท่นบูชารวดเร็ว รวมตัวกันเป็นผิวน้ำ สะท้อนให้เห็นร่างหนึ่ง
ร่างนั้นล่องลอยอยู่ในความมืดมิดลึกล้ำ จนไม่อาจแสดงรูปลักษณ์ได้ชัดเจน ราวกับถูกขุดเป็นโพรง เสื้อคลุมดำและร่างกายเน่าเปื่อยยับเยิน มีน้ำหนองไหลเยิ้ม
ใบหน้ายังคงค่อนข้างสมบูรณ์ มองผ่านรอยเน่าลึกจนเห็นกระดูก ยังพอเห็นผิวขาวซีดหม่นหมอง โครงหน้าอ่อนช้อย และเส้นผมดำบางเบา…
ฟรังก้าชะงักค้าง
“น…นี่มันแฮร์ริสัน ชาวเกาะแห่งการคืนชีพไม่ใช่หรือ?”
เขาตายไปนานแล้ว กลายเป็นศพเน่าลอยอยู่บนสายน้ำซึ่งคาดว่าเป็น ‘แม่น้ำโลกแห่งความตาย’ เหตุใดจึงยังปรากฏตัวอยู่ในทรีอาร์ได้?
ยิ่งไปกว่านั้น ศพนี้ลอยมาในแม่น้ำเมื่อหลายปีก่อน หลังจากนั้น ‘จอมเวทปีศาจ’ จึงได้พบกับแฮร์ริสัน!
แม้ลูเมี่ยนจะไม่เข้าใจว่าฟรังก้าถามอะไร แต่ก็พอเดาได้เบื้องต้นจากรายละเอียดสำคัญสามประการคือ ‘สภาพล่องลอย’ ‘ศพ’ และ ‘ลักษณะของแฮร์ริสัน’ ว่าเหตุใดฟรังก้าจึงตกตะลึงเช่นนั้น
เด็กหนุ่มเอียงศีรษะ มองไปทางฟรังก้า เห็นความประหลาดใจ ตะลึงงัน และความงุนงงในดวงตาสีฟ้าดุจผืนทะเลสาบคู่นั้น
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับเพื่อปลอบโยน แล้วกล่าวกับเฉินถูเกราะซ่อนเงา
“ขอบคุณสำหรับคำตอบ”
ทองคำบนแท่นบูชาสลายตัวลง กลายเป็นแสงใสกระจ่าง ไหลเอื่อยดุจสายน้ำไปยังผิวของเกราะซ่อนเงา
เห็นเกราะเกล็ดปลานั้นกลายเป็นสีทองเปล่งประกายเกือบทั้งตัว ดูศักดิ์สิทธิ์และหนักแน่น ลูเมี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วจบพิธีกรรม
พอดับเทียนแล้ว เด็กหนุ่มก็รีบบอกฟรังก้าทันที
“อีกสองครั้ง เกราะซ่อนเงาก็น่าจะสร้างกายทองคำเสร็จ พวกเราเรียกใช้ได้อีกอย่างมากแค่ครั้งเดียว”
“อืม” ฟรังก้าในที่สุดก็หลุดพ้นจากความตะลึงงัน ที่ได้เห็นศพในอดีตของแฮร์ริสัน
ขณะที่ลูเมี่ยนกำลังเก็บแท่นบูชา เธอก็ยิ้มพลางบอกอมันดีน
“เราออกไปกันเถอะ”
“หา?” อมันดีนงุนงงมาก “ไม่ได้ให้ฉันช่วยหรอกหรือ? ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ…”
“คุณช่วยพวกเราแล้วละ” ฟรังก้าพูดพลางยิ้ม
อมันดีนยิ่งงุนงงกว่าเดิม
ตอนไหนกัน?
จินนาช่วยอธิบาย
“คุณรู้สึกไหมว่า ภาษาที่ฟรังก้าพูดกับเกราะซ่อนเงา ฟังดูคล้ายกับที่ ‘ร่างนั้น’ กระซิบข้างหูเธอ?”
อมันดีนครุ่นคิดอย่างจริงจัง
“ก็คล้ายอยู่…”
ลูเมี่ยนที่เก็บแท่นบูชาเสร็จแล้วเดินกลับมา พูดอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ตัวที่เห็นเมื่อครู่น่าจะถูกผนึกไว้โดยอาจารย์ของคุณ เอ่อ…ฉันหมายถึง ‘ร่างนั้น’ น่ะ การที่คุณอยู่กับเราด้วย ทำให้มันเข้าใจผิด คิดว่านี่คือเจตจำนงของ ‘ร่างนั้น’ ช่วยลดความยากในการสื่อสารระหว่างพวกเรากับมัน ไม่ถึงกับต้องถูกมันโจมตี”
“นั่นแหละคือการช่วยเหลือของเธอ เพียงยืนดูอยู่ข้างๆ ก็พอ”
อมันดีนนึกถึงตอนที่เกราะซ่อนเงาเพิ่งปรากฏตัวแล้วจ้องตนด้วยปฏิกิริยาตอบสนอง จึงเข้าใจกระจ่างแจ้ง
“อย่างนี้นี่เอง…”
“เอ่อ คือว่า ฉัน…ครูของฉันชื่ออะไรหรือ?”
ถึงพวกเราจะรู้อยู่แล้วว่าคำถามนี้ปกติอย่างมาก แต่ฟังแล้วก็ยังแปลกอยู่ดี…ใครกันจะไม่รู้ว่าอาจารย์ตัวเองชื่ออะไร ต้องมาถามคนอื่นด้วย…จินนาบ่นงึมงำในใจ
ฟรังก้ายิ้มพลางตอบเป็นภาษาอินทิส
“นักพรตโลกแห่งความตาย”
“แล้วก็ เธอต้องเรียกว่าอาจารย์ ไม่ใช่ครู”
“นักพรตโลกแห่งความตาย…” อมันดีนทวนชื่อที่บรรยายด้วยภาษาอินทิสเบาๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอถามอย่างพึงพอใจ
“อาจารย์กับครูต่างกันยังไงหรือ?”
“อาจารย์มีความหมายเพิ่มว่า ‘มีสถานะเป็นบิดา’ ด้วย” ฟรังก้าอธิบายอย่างเหนื่อยอ่อน
อมันดีนไม่ถามอะไรอีก พูดด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ครั้งต่อไปฉันก็ช่วยได้อีกนะ!”
“เอ่อ…พวกคุณช่วยรวบรวมสูตรโอสถกับตะกอนพลังลำดับกลางถึงต่ำของเส้นทาง ‘รัตติกาล’ ให้ฉันได้ไหม?”
“ไม่มีปัญหา” ฟรังก้าไม่ได้บอกอมันดีนว่า สิ่งเหล่านั้นจะมาถึงในอนาคตอันใกล้
ส่วนลูเมี่ยนยิ้มพลางเอ่ยปาก
“ผมนึกว่าคุณจะขอให้พาไป ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ อีกรอบเสียอีก”
อมันดีนยิ้มอย่างฝืนๆ
“ฉันขอปรับตัวอีกสักพัก รอให้ลำดับของตัวเองถึงระดับพรก่อนค่อยไป”
พูดจบ เธอก็พึมพำแผ่วเบา
“ฉันไม่อยากกลายเป็นปู่หนวดขาวหรอก…”
…………
หลังส่งอมันดีนกลับแล้ว ลูเมี่ยน จินนา และอ็องโตนี นั่งอยู่ในห้องรับแขกของอพาร์ตเมนต์ 702 บ้านเลขที่ 9 ถนนโอโร ฟังฟรังก้าเล่าถึงประโยคที่เกราะซ่อนเงาแปลออกมา
“มันหมายถึงอะไร?” จินนารู้สึกว่าตนเองเหมือนเข้าใจเล็กน้อย แต่ก็เหมือนไม่เข้าใจเลยสักนิด
ฟรังก้าจำต้องใช้ภาษาและความเข้าใจของตน แปลเบื้องต้นว่าอะไรคือ ‘หยินเดี่ยวไม่งอกงาม หยางเดี่ยวไม่เกิดผล…’
จินนาฟังไปฟังมา ร่างกายก็เริ่มอึดอัด สายตาก็ไม่กล้าเหลือบมองไปมาอีก
ลูเมี่ยนจิบน้ำเชิงกลยุทธ์ ส่วนอ็องโตนีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
“ฉันว่าประโยคพวกนี้ธรรมดาเกินไป ไม่คู่ควรกับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติขนาดนั้นหรอก” ฟรังก้าสรุปปิดท้าย
ลูเมี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยอย่างเชื่องช้า
“ไม่…มันอาจสำคัญมาก”
……………………………………………………..