ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 856 สิ่งที่เรียกว่าวิถีสวรรค์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 856 สิ่งที่เรียกว่าวิถีสวรรค์
ตอนที่ 856 สิ่งที่เรียกว่าวิถีสวรรค์
ฟรังก้ามองลูเมี่ยนด้วยความคาดหวัง
“คุณคิดยังไง?”
ลูเมี่ยนไม่อึดอัดอีกต่อไป สายตากวาดผ่านใบหน้าอ็องโตนีและจินนา แล้วกลับมายังเก้าอี้เอนหลังที่ฟรังก้านั่งอยู่
“พวกเราต่างรู้ว่า ในโลกนี้มีผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองหลายเส้นทางใกล้เคียงกัน เช่น มิสเตอร์ฟูล ผู้อยู่จุดสูงสุดของเส้นทางผู้ฝึกหัด นักทำนาย และนักโจรกรรม รวมถึงราชันสวรรค์ผู้นั้น และองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งเส้นทางจันทรา ธรณี และอันธพาล”
“ถ้าเช่นนั้น หากคำว่า ‘ใกล้ชิดวิถีสวรรค์’ หมายถึงการปรับสภาวะตนเองเพื่อเข้าใกล้ผู้ประทานพร และแสวงหาพรอย่างกระตือรือร้น แล้วในเอกสารนี้ ‘วิถีสวรรค์’ เป็นตัวแทนของอะไร เป็นจุดสูงสุดของเส้นทางใดบ้าง?”
ฟรังก้าตอบอย่างครุ่นคิด
“จากความเข้าใจของเราเกี่ยวกับเส้นทางเทพทั้งยี่สิบสองสาย ‘หยาง’ คือเส้นทางนักล่าอย่างแน่นอน ส่วน ‘หยิน’ อาจเป็นเส้นทางนางมาร หรือเส้นทางธรณี หรือเส้นทางจันทรา เมื่อพิจารณาร่วมกับสัญลักษณ์ของ ‘หยาง’ แล้ว…‘หยิน’ น่าจะหมายถึงเส้นทางนางมาร”
ฟรังก้าในตอนนี้รู้เพียงว่า เส้นทางนักล่าสามารถเปลี่ยนหญิงให้เป็นชายได้ ส่วนเส้นทางธรณีและเส้นทางจันทรา เธอไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนชายให้เป็นหญิงได้หรือไม่ เพียงจัดกลุ่มให้เป็น ‘หยิน’ จากมุมมองของการตั้งครรภ์ การสืบพันธุ์ และการเจริญเติบโต
“ดังนั้น ‘วิถีสวรรค์’ ในประโยคเหล่านี้หมายถึง จุดสูงสุดของเส้นทางนักล่าและเส้นทางนางมารใช่ไหม?” จินนาถามตามความคิดของลูเมี่ยนและฟรังก้า
“น่าจะใช่” ฟรังก้าพยักหน้าหนักแน่น “ความรู้ในเอกสารของมิสเตอร์สตาร์นี้ อาจกล่าวถึงวิธีเข้าใจความขัดแย้ง การต่อต้าน การเปลี่ยนแปลง และการรวมเป็นหนึ่งระหว่าง ‘หยิน’ และ ‘หยาง’ จากนั้น ผ่านการกระทำของตน ผ่านความช่วยเหลือจากภายนอก เพื่อปรับสมดุลหยินหยาง เข้าใกล้วิถีสวรรค์ให้มากที่สุด หรือก็คือผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นตัวแทนพลังสูงสุดของเส้นทางนางมารและนักล่า เพื่อรับพร”
ลูเมี่ยนยิ้ม
“เมื่อวิเคราะห์ถึงขั้นนี้แล้ว พวกคุณนึกถึงอะไร?”
จินนางุนงงชั่วขณะ แล้วพูดออกมาทันที
“การรวมกันของจักรพรรดิโลหิตและนางมารต้นกำเนิด?”
“พอตามทันความคิดผมแล้วนี่” ลูเมี่ยนกล่าวทั้งชมเชยและเยาะหยัน “พวกเราไม่ได้สงสัยมาตลอดหรือ ว่าทำไมจักรพรรดิโลหิตและนางมารต้นกำเนิดถึงร่วมมือกัน ทำไมพวกเขาถึงร่วมมือกันได้? ในฐานะเทพแท้จริงของสองเส้นทางใกล้เคียง พวกเขาไม่ควรมองอีกฝ่ายเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหรอกหรือ? มาดามเมจิกเชี่ยนเคยบอกผมว่า เมื่อคุณเลือกเส้นทางแล้ว ศัตรูและมิตรของคุณก็ถูกกำหนดด้วย”
พวกคุณสองคนก็อยู่เส้นทางใกล้เคียงกัน แต่ก็ไม่เห็นเป็นศัตรูกัน แถมยังกลิ้งเกลือกบนเตียงด้วยกันไม่ใช่หรือ? ฟรังก้ามองลูเมี่ยนกับจินนาแวบหนึ่ง ในใจรู้สึกเปรี้ยวนิดๆ ขณะรำพันตัดพ้อ
ในยามนี้ เธอรู้สึกว่าโอสถทุกข์ระทมได้ย่อยสลายไปบ้างแล้ว
แน่นอน เธอเข้าใจดีว่าความเป็นศัตรูเช่นนี้ ส่วนใหญ่หมายถึงระดับสูงสุด
ลูเมี่ยนกล่าวต่อ
“บางที ตราผนึกผลกระทบของ ‘การรวมตัว’ ซึ่งเกิดจากฝีมือมิสเตอร์ประตู อาจเป็นเพียงรายละเอียดเชิงเทคนิคว่า เรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ใช่สาเหตุและจุดประสงค์”
“จุดประสงค์ของจักรพรรดิโลหิตและนางมารต้นกำเนิด คือการรวมร่างกับวิถีหรือ?” ความคิดของฟรังก้าแตกแขนงไปจาก ‘ใกล้ชิดวิถีสวรรค์’ โดยใช้แนวคิดที่เธอรู้สึกเหมาะสมกับเรื่องนี้มากกว่า ซึ่งมาจากก่อนที่เธอจะข้ามมิติมา
ลูเมี่ยน จินนา และอ็องโตนีมองฟรังก้า ทุกคนต่างมีความงุนงงอยู่บ้าง
การรวมร่างกับวิถีคืออะไร?
ฟรังก้าสังเกตเห็นความฉงนของพวกพ้อง จึงเกาหางม้าของตัวเอง แล้วอธิบายอย่างยากลำบาก
“ก็คือการรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีสวรรค์ อา…พูดแบบไม่เคร่งครัดก็…คล้ายการดึงเทพแท้จริงลงจากบัลลังก์ แล้วเข้าไปแทนที่ แต่ในกรณีนี้ สิ่งที่ต้องแทนที่ไม่ใช่เทพแท้จริง แต่เป็นวิถีสวรรค์ที่เป็นตัวแทนของผู้ยิ่งใหญ่”
“แล้วทำไมนางมารต้นกำเนิดกับจักรพรรดิโลหิตถึงไม่สังหารกันเอง แล้วกลืนกินตะกอนพลังของอีกฝ่าย ให้หยินหยางรวมเป็นหนึ่ง จนบรรลุความเป็นเอกภาพเลยล่ะ?” อ็องโตนีตั้งข้อสงสัย
ไม่จำเป็นต้องให้หยินหยางมาร่วมกัน แล้วให้กำเนิดลูกสองคนนี่นา!
ฟรังก้าครุ่นคิดอยู่สองสามวินาทีแล้วพูด
“บางที อาจต้องปรับให้สมดุลก่อนแล้วค่อยรวมเป็นหนึ่งกระมัง? อย่างน้อยจากประโยคพวกนั้น มันก็ดูเข้าเค้าทีเดียว…”
“พูดอีกอย่างคือ จักรพรรดิโลหิตและนางมารต้นกำเนิดต้องรวมกันก่อน เพื่อปรับสภาวะตนเองให้เสร็จสิ้น รอจนเข้าใกล้วิถีสวรรค์อย่างแท้จริง แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการรวมเป็นหนึ่งได้ ดังนั้น พวกพระองค์จึงต้องร่วมมือกันชั่วคราว แต่ต่างก็เตรียมแผนสำรองไว้ รอให้บรรลุเป้าหมายของตนแล้ว ก็พร้อมจะหักหลังกันทันที…”
“เรียกว่าอะไรนะ? เรียกว่าพอขึ้นฝั่งดาบแรก ฟันคนข้างกายก่อนเลย!”
พวกลูเมี่ยนล้วนคุ้นเคยกับการที่ฟรังก้าจะพูดจาเพ้อเจ้อ พูดในสิ่งที่ทุกคนไม่ค่อยเข้าใจ พวกเขาจึงรอฟังเนื้อหาต่อไปอย่างอดทน
ฟรังก้าหัวเราะขึ้นมาทันที
“อาจเป็นไปได้อีกว่า จักรพรรดิโลหิตและนางมารต้นกำเนิด ได้รับความรู้จากเอกสารคล้ายๆ กันนี้โดยบังเอิญ แต่เพราะทั้งคู่ไม่เคยได้รับการฝึกฝน จึงเข้าใจการรวมกันของหยินหยางอย่างผิวเผิน เข้าใจว่านักล่าและนางมารต้องขึ้นเตียงกัน ต้องมีหยินแฝงในหยาง มีหยางในหยิน แล้วให้กำเนิดลูกมันสักสองสามคน”
“เรียกว่าอะไรนะ? เรียกว่าเสียเปรียบเพราะความต่างด้านวัฒนธรรมยังไงล่ะ! อา…อันที่จริงก็ไม่ผิดหรอก แค่ค่อนข้างผิวเผินและแคบไป จนมองข้ามวิธีอื่นๆ ที่เป็นไปได้”
ในขณะที่จินนารู้สึกแปลกๆ กับคำพูดของฟรังก้า รู้สึกว่าเชื่อมโยงกับตัวเองอยู่บ้าง ลูเมี่ยนก็เยาะเย้ยขึ้นมาทันที
“ผมบอกไปนานแล้วนะ พวกผมแดงกับพวกผมหยาบ ควรอ่านหนังสือดีๆ เรียนให้ดีๆ”
พอลูเมี่ยนพูดจบ ฟรังก้าและจินนาก็จ้องเขาด้วยความโกรธทันที
“ผมเชื่อว่า…คงไม่ใช่ปัญหาด้านความเข้าใจผิด ถึงจักรพรรดิโลหิตจะค่อนข้างบ้า และอาจไม่เข้าใจความหมายของการรวมหยินหยางได้ถูกต้องนัก แต่รอบตัวพระองค์มีนักถอดรหัสระดับสูงสุดในเวลานั้นอยู่ด้วย” อ็องโตนีแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง
นี่หมายถึงอามุนด์ อัครดยุกแห่งจักรวรรดิทูดอร์ ผู้เป็นราชาเทวทูตเส้นทางนักโจรกรรมในเวลานั้น
ลูเมี่ยนพูดอย่างครุ่นคิด
“คุณลืมไปหรือเปล่าว่า หนึ่งในฉายาของพระองค์คือ ‘เทพแห่งการเล่นสนุก’?”
“บางที พระองค์อาจต้องการเห็นพัฒนาแบบนี้ก็ได้”
“ที่คุณเข้าใจจิตใจอามุนด์ขนาดนี้ เพราะความรู้สึกร่วมในฐานะพวกชอบเสพสนุกหรือ…?” ฟรังก้าพึมพำเบาๆ
จินนาพยักหน้ารับ
“ดังนั้น โลกในกระจกพิเศษนั่น ก็เป็นผลพลอยได้จากการรวมหยินหยางของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ กับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ เพื่อเข้าใกล้วิถีสวรรค์?”
“หรือเป็นสิ่งจำเป็นที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อให้ได้ครอบครองวิถีสวรรค์ คล้ายข้อกำหนดพิธีกรรมในการเลื่อนลำดับสูง?”
“ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ แต่แนวคิดและทิศทางน่าจะถูกต้อง” ฟรังก้าหยิบปากกาหมึกซึมสีแดงเข้มจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ใช้ขาตัวเองรองเขียน จดบันทึกเนื้อหาที่แปลจากเกราะซ่อนเงาลงใต้ประโยคต่างๆ
เธอยังใส่ใจให้ความหมายของตัวอักษรแต่ละตัว โดยอิงจากโครงสร้างประโยค รูปร่างตัวอักษร และการคาดเดาที่สมเหตุสมผล สุดท้าย หญิงสาวรวบรวมสิ่งที่พวกเขาอภิปรายเป็นรายงานแนบไว้ ซึ่งไม่ใช่ข้อสรุป แต่เพียงหวังให้แนวคิดแก่ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ทั้งหลาย
ฟู่…หลังทำเสร็จ ฟรังก้าถอนหายใจแล้วพูดว่า
“ครั้งนี้เรียกเกราะซ่อนเงาออกมา ได้ผลลัพธ์มากกว่าที่คิดไว้โข…ปัจจุบันยืนยันได้แล้วว่า เกาะแห่งการคืนชีพคือภูเขาศักดิ์สิทธิ์เผิงไหล และแฮร์ริสันคือศพที่ลอยจากเผิงไหลจนถึงแม่น้ำ!”
สิ่งที่ทำให้ฟรังก้าผิดหวังคือ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าโลกของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ และแฮร์ริสันคือโลกเดียวกับที่พวกตนข้ามมิติมา เพียงภาษา วัฒนธรรม และหน้าตาคล้ายกัน ไม่พอเป็นเงื่อนไขตั้งข้อสันนิษฐาน
เธอวางแผนว่าครั้งหน้า หากเรียกเกราะซ่อนเงา จะถามตรงๆ ว่าอีกฝ่ายเคยได้ยินเกี่ยวกับ ‘ราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค’ หรือไม่
นี่คือต้นเหตุที่ทำให้พวกตนข้ามมิติมา!
อ็องโตนีไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเกราะซ่อนเงา ภูเขาเผิงไหล และแม่น้ำมากนัก ฟังแล้วงุนงงอยู่บ้าง แต่เขารู้ดีถึงความสำคัญของเกาะแห่งการคืนชีพและแฮร์ริสัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ทั้งหลายกำลังสนใจ
“แฮร์ริสันตายแล้วฟื้นคืนชีพ? สมแล้วที่เป็นคนจากเกาะแห่งการคืนชีพ…แล้วทำไมเกาะแห่งการคืนชีพ ถึงได้หายไปจากโลกของนักพรตโลกแห่งความตายล่ะ?”
“จากที่แฮร์ริสันพูดกับ ‘จอมเวทปีศาจ’ ดูเหมือนคนจากเกาะแห่งการคืนชีพ ได้ปรากฏตัวในโลกเรามาเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนาน…”
“เกาะแห่งการคืนชีพหายไปจากโลกเดิมเพราะข้ามมิติมาที่โลกเรา? ตอนนี้มันติดต่อกับโลกเดิมได้อีกแล้ว?” จินนาเข้าใจที่มาของความตกใจของฟรังก้า หลังเห็นภาพมายาตามคำถามข้อสอง
พูดจบ เธอชะงักไปทันที รู้สึกว่าไม่ควรวิเคราะห์ไปทางนี้
ดวงตาฟรังก้าพลันเปล่งประกาย
“เป็นไปได้!”
เธอรีบลุกจากเก้าอี้เอนหลัง เดินไปเดินมา แล้วพูดอย่างเคืองๆ
“เฮ้อ…ทำไมครั้งนี้ถึงไม่ได้ล่อแฮร์ริสันออกมากันนะ!”
แม้เธอจะรู้แล้วว่าผู้มาเยือนจากเกาะแห่งการคืนชีพ อาจอันตรายกว่าที่คิด แต่การไป ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ครั้งนี้ก็มี ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ คอยจับตาอยู่
“ต่อไป ภารกิจหลักคือหาตัวแฮร์ริสัน หรือ ‘คนในกระจก’ ปาเลีย” ลูเมี่ยนลุกขึ้น พูดในฐานะหัวหน้าทีม
‘คนในกระจก’ ปาเลียก็คือจัสมิน นักวิชาการด้านแร่
ไม่รอให้ฟรังก้าและคนอื่นตอบ เขาเสริมว่า
“ผมจะเริ่มรวบรวมวัตถุดิบเสริมสำหรับ ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ ด้วย”
“ของ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ก็รวบรวมด้วยก็ได้ ยังไงตอนนี้ไม่มีเบาะแสชัดเจนให้ติดตาม มีเวลาว่างเยอะ” ฟรังก้า ‘อืม’ ออกมา
อ็องโตนีกล่าว
“ผมจะพยายามทำภารกิจนี้ แต่ผมมีอีกภารกิจด้วย”
“เข้าร่วม ‘สมาคมแปรจิต’ นั่นหรือ?” ฟรังก้าถามอย่างสงสัย
“นั่นเป็นภารกิจระยะยาว” อ็องโตนีอธิบายสั้นๆ “ไพ่อาร์คาน่าเล็ก ‘อัศวินดาบ’ ของ ‘มาดามเฮอร์มิท’ มาถึงทรีอาร์แล้ว ต้องการความช่วยเหลือจากผู้วิเศษเส้นทาง ‘ผู้ชม’ ซึ่ง ‘มาดามจัสติส’ แนะนำผมไป”
“ต้องการความช่วยเหลือแบบไหน?” ลูเมี่ยนถาม
อ็องโตนีส่ายหัว
“พวกเรายังไม่ได้พบกัน”
ลูเมี่ยนพยักหน้า
“ถ้าต้องการความช่วยเหลือ เรียกผมได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
…………
ทวีปใต้ ในบ้านสร้างด้วยไม้ซุง
‘สตาร์’ ผู้สวมถุงมือแดงพิงพนักเก้าอี้ สายตาเหม่อลอยมองกระดาษและปากกาบนโต๊ะ
ทันใดนั้น เบื้องหน้าเขาพลันสว่างไสวด้วยแสงระยิบระยับคล้ายดวงดาว รวมตัวอย่างรวดเร็วเป็นประตูใหญ่เปล่งประกาย
ประตูเปิดออก ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ ถือจดหมายจากฟรังก้าเดินออกมา
……………………………………………………..