ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 863 ยื่นมือเข้ากรงเสือ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 863 ยื่นมือเข้ากรงเสือ
ตอนที่ 863 ยื่นมือเข้ากรงเสือ
กำลังให้กำเนิดบุตร? อ็องโตนีมีลางสังหรณ์ไม่ดีอย่างแรงกล้า
เขาตัดสินใจละทิ้งคำถามที่สอง ซึ่งอัศวินดาบร่างเอาไว้ แล้วถามไปตรงๆ ว่า
“ใครกำลังให้กำเนิดบุตร?”
คนรับใช้ตอบด้วยความงุนงงระคนหวาดกลัว
“ทุกคนกำลังให้กำเนิด!”
“ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ต่างก็กำลังให้กำเนิด!”
ผู้ชายก็กำลังให้กำเนิด…อ็องโตนีรู้สึกขนลุก เกือบจะสะกด ‘ปลอบโยน’ ใส่ตัวเอง
เขาล้วงลูอิดอร์อีกเหรียญจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยิ้มพูดกับคนรับใช้ว่า
“คุณลืมไปหรือครับ ว่ายังทำลูอิดอร์หล่นอีกเหรียญ?”
คนรับใช้รู้สึกว่า แสงจากลูอิดอร์กำลังสะท้อนเข้าสู่ม่านตา
เขาเชื่อว่าชายตรงหน้าต้องการติดสินบน จึงรีบพยักหน้าแล้วขานรับ
“ใช่ ใช่…ผมลืมไป”
พร้อมกับคำพูดดังกล่าว ความคิดของคนรับใช้ก็พร่าเลือนทันที ราวกับได้ยินและไม่ได้ยินในเวลาเดียวกัน
พอได้สติกลับมา เขาลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ลูอิดอร์ในมือก็หายไป
ในตรอกห่างจากตลาดไปสองถนน อ็องโตนีเห็นเงาของมาริค อัศวินดาบ สะท้อนในแอ่งน้ำฝน
ก่อนอัศวินดาบจะพูด อ็องโตนีรีบรายงานข่าวที่ได้มา แล้วกล่าวว่า
“ฝ่ายปล่อยตัณหาเพียงปล่อยตามแรงกระหาย คงไม่ถึงกับเอาการให้กำเนิดบุตร เป็นเครื่องหมายแทนพวกตนกระมัง?”
อัศวินดาบดวงตาผ่อนคลายลง พลางพูดด้วยสีหน้าหนักอึ้ง
“ในฝ่ายปล่อยตัณหา พวกศาสนิกของปฐมจันทราอาจทำแบบนั้น แต่ไม่ถึงกับให้ผู้ชายให้กำเนิดได้”
“จากท่าทีของฝ่ายปล่อยตัณหา การนำของสำคัญมายังกรุงทรีอาร์ การก่อตัวของแผนวังวน และการที่ ‘คนกลาง’ ผู้นับถือเทพมารอยู่เบื้องหลัง…ผมสงสัยว่า มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหายของฝ่ายปล่อยตัณหา กับองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ของชุมนุมท่องราตรี คงเริ่มร่วมมือกันแล้ว และนั่นคือส่วนสำคัญของวังวน!”
อัศวินดาบ เมื่อมาถึงทรีอาร์ย่อมล่วงรู้ถึงแผนวังวนจากไพ่อาร์คาน่าใหญ่ เขาตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำเช่นกัน
“ข้อสันนิษฐานของคุณ ฟังแล้วก็น่ากังวลจริงๆ…ผมจะรีบรายงานต่อมาดามเฮอร์มิทและผู้นำระดับสูงของฝ่ายระงับตัณหาทันที หากจำเป็น ทางเราจะจัดการอย่างเด็ดขาด”
อ็องโตนีพยักหน้าแผ่วเบา
“ดีที่สุดคือควรแจ้งทางการ ในกรุงทรีอาร์ ไม่มีใครเหมาะจะจัดการเรื่องนี้ไปกว่าพวกเขา…”
“ผมต้องกลับไปหาพวกพ้องก่อน ให้ทางนั้นระวังการมาของวังวน!”
พูดจบ อ็องโตนีเตรียมหมุนตัววิ่งออกจากตรอก
“สหายของผมจะพาคุณไปพบเจ็ดไม้ จะได้เร็วกว่า” อัศวินดาบร้องเรียกอ็องโตนีไว้ “ค่าตอบแทนที่ตกลงกัน จะส่งมอบเมื่อสถานการณ์สงบ”
ผู้ถือไพ่อาร์คาน่าเล็กหายวับไปจากผิวแอ่งน้ำ
เขารีบร้อนจะเขียนจดหมายถึงไพ่อาร์คาน่าใหญ่ของตน ‘เฮอร์มิท’
…………
ณ อพาร์ตเมนต์ 702 บ้านเลขที่ 9 ถนนโอโรเซ เขตหอรำลึก
ฟรังก้าและจินนาเบียดกันบนโซฟายาว เปรียบเทียบทองปอนด์โลเอ็นในมือ
“ฉันรู้สึกว่ามันพิเศษ แต่บอกไม่ถูกว่าพิเศษตรงไหน” ฟรังก้าเอ่ยอย่างดีใจ
จากนั้นเธอก็เงยหน้า มองไปทางลูเมี่ยนที่แย่งที่นั่งไป
“นี่สินะ ค่าตอบแทนของมิสเตอร์สตาร์…หึๆ มีแต่คุณที่ยังไม่ได้!”
ลูเมี่ยนพูดอย่างขบขัน
“คุณลืมอ็องโตนีไปแล้วหรือ?”
“แล้วก็ ลูกาโนก็ยังไม่ได้เหมือนกัน”
จินนามองฟรังก้าที่เอนพิงตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างชั่งคำ
“ตอนแรกที่ฉันได้เหรียญทองนำโชค เคยคิดว่าเป็นพรติดมากับวัตถุ แต่หลังจากเธอกับลุดวิกได้รับมันตามมา ฉันสงสัยว่า บางทีมันอาจเป็นตัวแทนของสัญลักษณ์หรือหลักฐาน และต่อไป พวกเราอาจต้องเผชิญกับบางเหตุการณ์ด้วยกัน”
“ลูเมี่ยนเต็มไปด้วยความพิเศษ ต้องถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องแน่ ในไม่ช้าคงต้องได้รับบ้างสักเหรียญ”
“อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังไม่มี” ฟรังก้าถือเหรียญทองนำโชคแกว่งไปมาอย่างอวด
หลังจากพูดคุยเรื่องนี้สักพัก ฟรังก้าก็เก็บเหรียญทองนำโชคแล้วถามลูเมี่ยน
“การฝึกอบรมลุดวิกเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ก็เชื่อฟังคำสั่งดี ต่อไปแค่ต้องผ่านเหตุการณ์บางอย่างร่วมกัน ให้เขาสร้างความเข้าใจกับพวกคุณ” ลูเมี่ยนครุ่นคิดแล้วพูด “ผมจะวางภารกิจที่เหมาะสม สักสองสามสัปดาห์น่าจะบรรลุเป้าหมาย”
“งั้นฉันมีโอกาสสูงที่จะย่อยโอสถทุกข์ระทมเสร็จก่อนคุณเลื่อนลำดับ ตอนนี้ปัญหาใหญ่สุดคือ จะทำให้นางมารดำเชื่อได้อย่างไรว่า ฉันย่อยมันเสร็จเร็วขนาดนี้” สองวันมานี้ การย่อยโอสถทุกข์ระทมของฟรังก้าคืบหน้าไปมาก จึงคาดว่าต้องการเวลาอีกราวหนึ่งสัปดาห์
จินนานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูด
“โอสถสุขสมของฉันย่อยเสร็จแล้ว พักปรับตัวสักสองวัน ก็จะทำพิธีเลื่อนลำดับเป็นนางมารทุกข์ระทมได้”
“เร็วขนาดนี้เชียว?” ฟรังก้าอุทานด้วยความประหลาดใจ
จินนามองฟรังก้าด้วยสีหน้าซับซ้อนครู่หนึ่ง ไม่ได้ตอบอะไร
ฟรังก้าอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วร้อง ‘อ๋อ’ ออกมา
เธอเข้าใจเหตุผลแล้ว ทำให้ความรู้สึกซับซ้อนทั้งขมขื่น อัดอั้น เศร้า แต่ก็ดีใจและภาคภูมิใจ
“ผมให้วัตถุดิบโอสถและปลามะนาวน้ำแข็งที่เหลือ กับจินนาไปแล้ว” ลูเมี่ยนพูดต่อ
“อา” ฟรังก้าปรับอารมณ์ได้เร็ว
รับรู้ถึงจินนาที่พิงอยู่ข้างกาย สูดกลิ่นหอมจากร่างของเธอ แล้วมองลูเมี่ยนนั่งเลียนแบบท่าทางของตนอยู่ประจำฝั่งตรงข้าม ฟรังก้าพลันรู้สึกว่า สองวันนี้ช่างมีความสุขและมั่นคง นอกจากความทุกข์และความเศร้าที่ผุดขึ้นมาบางคราว ที่เหลือก็ดีไปหมด ลูเมี่ยนเริ่มแสดงความใส่ใจได้เองแล้ว แม้จะไม่มากนักก็ตาม
นับแต่ข้ามมิติมา นี่เป็นครั้งแรกที่ฟรังก้ารู้สึกแบบนี้
“ช่างเถอะ ถือว่าเราเปิดฮาเร็มก็แล้วกัน แต่ว่า…” ฟรังก้าแอบถอนหายใจแผ่วเบา
เธอหวังว่าช่วงเวลาเช่นนี้จะคงอยู่ไปอีกนาน หวังว่าจะไม่มีวังวนหรือวันสิ้นโลกมาเยือน
ทันใดนั้นเอง ลูเมี่ยนเอียงศีรษะมองไปยังประตูด้านข้างห้องรับแขก
ร่างของอ็องโตนีปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
“มีข่าวสำคัญ” อ็องโตนีเข้าตรงประเด็น
ลูเมี่ยนลุกจากเก้าอี้เอนหลัง พยักหน้าให้อ็องโตนีรายงานต่อ
อ็องโตนีรีบเล่าข้อมูลจากคนรับใช้ที่ไปจ่ายตลาด พร้อมข้อสันนิษฐานของตน
ระหว่างนั้น ‘นางมาร’ ทั้งสอง จินนาและฟรังก้า ต่างรู้สึกถึงอันตรายจากพลังวิญญาณ
ลูเมี่ยนเอ่ยขึ้นอย่างไม่ลังเล
“ผมจะแจ้งเรื่องนี้แก่มาดามเมจิกเชี่ยน แล้วรีบไปรวมกลุ่มกับลุดวิกและลูกาโน พากันย้ายไปบ้านลับแห่งใหม่ หลังจากนั้นก็รอดูว่า อาร์คาน่าใหญ่จะมอบภารกิจใดให้พวกเรา”
…………
ณ พระราชวังโบราณสง่างาม ตั้งอยู่เหนือม่านหมอกสีเทาขาวไร้ขอบเขต
รอบโต๊ะทองสัมฤทธิ์ที่มีคราบด่างประปราย ร่างพร่าเลือนราวถูกหมอกสีเทาแทรกซึม เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วทีละร่าง
มีทั้งหมดแปดร่าง
เก้าอี้หัวโต๊ะและท้ายโต๊ะทองสัมฤทธิ์ยังว่างเปล่า
มิสจัสติสลุกขึ้นยืน กวาดตามองรอบวงแล้วเอ่ยปาก
“นี่คือการชุมนุมฉุกเฉินที่ได้รับความเห็นชอบจากมิสเตอร์ฟูล”
มาดามเมจิกเชี่ยนไม่รีรอ ทันทีที่มิสจัสติสนั่งลง ก็รีบถามมิสเตอร์สตาร์ที่นั่งทแยงมุม
“การส่งสองถ้วยไปตักน้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรีย เป็นความคิดของคุณ หรือการชี้นำจากศาสนจักรรัตติกาล?”
มิสเตอร์สตาร์นั่งอย่างสำรวม
“เป็นวิวรณ์ที่ผมได้รับในความฝัน”
“ความฝัน…เทพธิดารัตติกาลกำลังเตือนให้เราระวังปัญหาเกี่ยวกับแฮร์ริสันหรือ? ไม่ผิดแน่…พระองค์คงทราบว่าแฮร์ริสันเข้าออกบ่อน้ำสตรีซามาเรียหลายครั้ง จนกระทั่งจับจังหวะได้แล้ว…” มาดามเมจิกเชี่ยนไม่ซักต่อ หันไปมองมาดามเฮอร์มิทฝั่งเดียวกัน “ทางราชินีเงื่อนงำมีข่าวคราวส่งมาบ้างไหม?”
มาดามเฮอร์มิทส่ายหน้าก่อน แล้วตอบว่า
“เธอไม่ติดต่อมาระยะหนึ่งแล้ว สองวันก่อนฉันพยายามตามหาเธอ แต่ไม่มีการตอบรับ…”
พูดมาถึงตรงนี้ มาดามเฮอร์มิทชะงักไปเมื่อเห็นลางบอกเหตุบางอย่าง
แล้วเธอก็เห็นสายตาของมิสเตอร์แฮงแมน มิสเตอร์มูน มิสเตอร์ซัน และมาดามจัดจ์เมนต์ พร้อมใจกันจ้องมาที่ตน ด้วยแววตาหนักอึ้ง เผยความระแวดระวังอย่างเปิดเผย
………..
เรือรุ่งอรุณถูกพายุเหวี่ยงขึ้นสูงกลางอากาศ สลับกับถูกกระแทกลงสู่วังวนในมหาสมุทร พยายามรักษาสมดุลอย่างยากลำบาก ราวกับของเล่นที่ถูกโยนลงทะเล
บนดาดฟ้าเรือไม่มีลูกเรือสักคน ทั้งใบเรือและเชือกเรือเคลื่อนไหวได้เอง ราวกับมีผู้มองไม่เห็นกำลังควบคุมอยู่
ผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบ ในที่สุดพายุก็สงบ เรือรุ่งอรุณของแบร์นาแดต ราชินีเงื่อนงำ ผู้นำของราชันทั้งหกแห่งท้องทะเล กลับมานิ่งสงบอย่างรวดเร็ว
เบื้องหน้าเรือ เกาะที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่สีเขียวเข้มเกือบดำ บรรจงปรากฏชัดขึ้นใต้ท้องฟ้าสีครามและเมฆขาว
แบร์นาแดต ราชินีเงื่อนงำ ในชุดเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้สวมทับด้วยเสื้อกัปตันสีน้ำตาล ก้าวจากห้องใต้ดาดฟ้าตรงไปยังหัวเรือ
ดวงตาทั้งสองของเธอสีครามดั่งห้วงมหาสมุทรลึกล้ำ คิ้วเรียวตรงทอดยาวงดงาม ผมสีน้ำตาลอ่อนสยายยาวจรดเอว ท่อนล่างสวมกางเกงขายาวและรองเท้าบูตหนังที่สะดวกต่อการเคลื่อนไหว
ราชินีเงื่อนงำยืนมือเปล่า จ้องมองเกาะนั้น แววตาหม่นหมอง ใบหน้าไร้อารมณ์
ขณะที่เกาะใกล้เข้ามา มีคนอีกผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องใต้ดาดฟ้า
เป็นสตรีผมดำตาสีน้ำตาล หน้าตาสะสวย มีรูปลักษณ์ชาวโลเอ็นโดยแท้ สวมเสื้อคลุมยาวสีเข้ม ปักกระเป๋าหลายใบและลายดอกไม้นานาพันธุ์ อันเป็นการแต่งกายที่พ่อค้าโบราณนิยม
‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล!
ศาสนิกแห่งเทพมารผู้นี้ ผู้ริเริ่มแผนการวังวน มาปรากฏตัวบนเรือของราชินีเงื่อนงำ!
เพิร์ลเดินมายังหัวเรือ ยืนเคียงข้างแบร์นาแดต จ้องมองเกาะนั้นพร้อมรอยยิ้มเด่นชัด
……………………………………………………..