ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 864 ใจกลางวังวน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 864 ใจกลางวังวน
ตอนที่ 864 ใจกลางวังวน
ณ เขต 14 สวนพฤกษศาสตร์ มีกระท่อมไม้หลังหนึ่งของผู้ดูแล
ลูเมี่ยนไม่ได้เช่ากระท่อมนี้ แต่ใช้เงินติดสินบนผู้ดูแลสวน ให้ยกกระท่อมให้ใช้ในยามต้องการ และแสร้งว่าอีกฝ่ายยังอาศัยอยู่
ฟรังก้ามองต้นไม้เขียวขจีรอบข้าง ก่อนเดินไปหาลุดวิกที่นั่งแทะโดนัทบนโต๊ะไม้เล็ก เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ว่า
“ให้ฉันสั่งการบ้านนายสักหน่อยไหม?”
ลุดวิกเงยหน้าฉับไว มองฟรังก้าด้วยแววตาระแวง ถอยหลังตามสัญชาตญาณ
ฟรังก้าหัวเราะ พลางพึมพำแผ่วเบา
ฉันรู้สึกถึงความทุกข์ของเทวทูต รู้สึกถึงการย่อยอีกส่วนของโอสถ ‘ทุกข์ระทม’!
“เธอจะรังแกเด็กไปไย?” จินนาเห็นเช่นนั้น จึงกล่าวอย่างขบขัน
“จะเรียกว่าเด็กได้หรือ?” ฟรังก้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฉันเคยคิดว่า การทำให้ลุดวิกทุกข์ทรมานกับการเรียน อาจช่วยให้ย่อยโอสถได้ดี แต่ก็ไม่กล้าลอง กลัวจะทำลายการอบรมของลูเมี่ยน จนทำให้เขาหนีออกจากบ้าน แต่ตอนนี้วังวนใกล้มาถึง ย่อยได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น อีกอย่าง ลุดวิกก็ยังไม่เข้าใจพวกเราง่ายๆ”
ลุดวิกจ้องฟรังก้า ดวงตาสีน้ำตาลสื่อความหมายชัดเจน
ไอ้พวกนางมาร!
จินนาครุ่นคิด เห็นด้วยกับคำพูดของฟรังก้า รอให้ลูเมี่ยนเลื่อนลำดับสำเร็จ และตนก้าวสู่ขั้น ‘นางมารทุกข์ระทม’ นี่อาจเป็นอีกวิธีในการย่อยโอสถ
ลุดวิกมองสลับระหว่างฟรังก้ากับจินนา ก่อนพูดอย่างมั่นใจว่า
“ผมจะพยายามทำความคุ้นเคยกับพวกคุณเอง!”
“ดีมาก” ลูเมี่ยนปรบมือเบาๆ พลางพูดกับฟรังก้าและจินนา “พวกคุณก็มีแววเป็น ‘นักวางแผน’ เหมือนกัน ตอนนี้ลุดวิกยอมร่วมทีมกับพวกคุณแล้ว”
ไม่ได้กะจะให้เป็นแบบนี้สักหน่อย…ฟรังก้ามองรอบๆ เห็นแววตาของลูกาโนและอ็องโตนีสื่อว่า ‘บีบคั้นเด็กถึงขนาดนี้ สาแก่ใจเธอหรือยัง?’
ลูเมี่ยนโยนช็อกโกแลตรูปเหรียญทองให้ลุดวิก แล้วเอ่ยถามว่า
“หลังกินกระเพาะของคนครัวนั่น นายคงระลึกความรู้ได้มากขึ้นสินะ?”
ลุดวิกรีบแกะช็อกโกแลต ตอบอย่างจริงใจว่า
“อื้อ!”
การอบรมได้ผลดีทีเดียว…ฟรังก้าเห็นลุดวิกว่านอนสอนง่ายแบบนี้ จึงมองลูเมี่ยนด้วยความประหลาดใจระคนชื่นชม
ลูเมี่ยนดึงเก้าอี้มานั่ง ถามด้วยน้ำเสียงชวนคล้อยตาม
“นายรู้จักเส้นทาง ‘คนกลาง’ บ้างไหม รู้ไหมว่าวังวนที่พวกเขาพูดถึงคืออะไร?”
ช่วงนี้ยุ่งกับการอบรมลุดวิก ลูเมี่ยนเกือบลืมว่าลุดวิกเป็นเทวทูตของเทพมารจากนอกบาเรีย อาจรู้เรื่องเส้นทางของ ‘คนกลาง’ บ้าง
ก่อนไปโมโรลา ลูเมี่ยนเคยถามประเด็นนี้กับลุดวิก ตอนนั้นลุดวิกบอกว่าจำไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาฟื้นความทรงจำได้บ้างและว่าง่ายขึ้นมาก
ลุดวิกเคี้ยวช็อกโกแลตพลางครุ่นคิด ปากยังขยับไม่หยุด
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจว่า
“ความหมายซับซ้อนกว่านั้น เกี่ยวกับการค้าที่มีผู้ค้าหลายราย ไม่ใช่แบบหนึ่งต่อหนึ่ง”
ลุดวิกหยิบขนมปังกองหนึ่งมาวางเรียงบนโต๊ะทีละแผ่น ให้แทนผู้ค้าแต่ละราย
จากนั้นก็ชี้ไปยังแผ่นขนมปัง พลางเอ่ยว่า
“การค้าอาจเกิดขึ้นระหว่างคู่ใดก็ได้ หรืออาจเป็นการค้าสามฝ่าย สี่ฝ่าย หรือมากกว่านั้น เมื่อลากเส้นเชื่อมโยงกัน จะเหมือนใยแมงมุม หรือวังวนที่ดึงผู้คนมากมายเข้ามา”
ลูเมี่ยนเข้าใจความหมาย ครุ่นคิดแล้วกล่าว
“ถ้าอย่างนั้น การค้าระหว่าง ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ กับ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ คงเป็นเพียงห่วงหนึ่งของวังวน แล้วใจกลางวังวนอยู่ที่ใด?”
…………
เขตจัตุรัส นอกคฤหาสน์ที่สมาชิกฝ่ายปล่อยตัณหาของโรงเรียนกุหลาบหลายคนอาศัยอยู่
อ็องกูแลม·เดอ·ฟรองซัว พร้อมกลุ่ม ‘ผู้ชำระ’ มาถึงละแวกนี้แล้ว
เพื่อภารกิจ เขาถึงกับยืมสมบัติปิดผนึกระดับ 1 ‘ดาบสุริยัน’ มาจากศาลประจำเขตตลาด บัดนี้มันปักอยู่ในกระดูกสันหลังของหุ่นยนต์รูปมนุษย์สีเทาขาว
อ็องกูแลมมองท้องฟ้าที่มีเมฆขาวลอยเป็นหย่อม แสงแดดไม่ร้อนนัก กวาดตารอบๆ แล้วเอ่ยว่า
“หน่วยหนึ่งตามผมเข้าไป หน่วยสองซุ่มในทรีอาร์ใต้ดิน หน่วยสามอ้อมไปประตูหลัง…”
สั่งการเสร็จ เขากางแขนเล็กน้อยพลางกล่าว
“นักบุญวีฟและนักบุญเพลสซีกำลังจับตาดูที่นี่อยู่ พวกเราต้องได้รับชัยชนะ!”
“สุริยันจงเจริญ!”
“สุริยันจงเจริญ!” ‘ผู้ชำระ’ ทุกนายขานรับ
เมื่อทุกหน่วยเข้าประจำที่ อ็องกูแลมในเสื้อโค้ตผ้าสักหลาดสีน้ำตาล พุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ทันที โดยมีหุ่นยนต์สีเทาขาวตามชิดข้างเขา
สำหรับภารกิจที่อาจพบ ‘ครึ่งเทพ’ แห่งโรงเรียนกุหลาบ อ็องกูแลมไม่กังวลนัก เพราะอาร์ชบิชอปนักบุญเพลสซี กับนักบุญวีฟ เทวทูตผู้พิทักษ์แห่งทรีอาร์ ได้เสด็จมาประทับในบริเวณใกล้เคียง พร้อมชำระล้างความชั่วร้ายได้ทุกเมื่อ จุดประสงค์หลักคือการบีบให้สมาชิก ‘โรงเรียนกุหลาบ’ ผู้กระหายเลือดออกจากที่ซ่อน หากจำเป็นก็ทำลายคฤหาสน์ทั้งหลัง ชำระล้างทั้งผู้วิเศษและสามัญชนผู้นับถือเทพมารไปพร้อมกัน
แม้อ็องกูแลมจะคิดว่าสามัญชนเหล่านั้นยังพอมีโอกาสช่วยเหลือ บางคนอาจไม่ได้ศรัทธาต่อ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ มากนัก แต่จะช่วยได้ก็ต่อเมื่อความปลอดภัยของลูกทีมได้รับการประกันก่อน
ในฐานะหัวหน้าทีม เขาต้องรับผิดชอบต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอันดับแรก!
ตึก! อ็องกูแลมพุ่งตัวผ่านสวน มาถึงประตูใหญ่ของคฤหาสน์เป็นคนแรก
ในขณะนั้น เขาเห็นหมอกสีขาวจาง ลอยคลุ้งอยู่ภายใน หมอกบิดเบี้ยวรูปร่างไม่หยุด ปรากฏเป็นใบหน้าอันเจ็บปวด ดูราวมีชีวิตจริงผุดขึ้นบนกระจกหน้าต่างและผนังทีละใบหน้า
อ็องกูแลมหยุดชะงัก เตรียมเรียกแสงศักดิ์สิทธิ์มาชำระล้างหมอก
ทันใดนั้น ในห้องชั้นสองของคฤหาสน์ ลึกเข้าไปในหมอกสีขาวจาง มีแสงวาบสีชมพูอมแดงดุจแสงจันทร์สาดส่องขึ้น
แสงนั้นวาดเค้าโครงเป็นร่างซึ่งเชื่องช้าแข็งทื่อ บิดเบี้ยวพร่าเลือน
ด้วยเหตุใดไม่ทราบ เมื่อได้เห็นร่างสีชมพูอมแดงนั่น ทั้งอ็องกูแลมและลูกทีม ต่างรู้สึกราวถูกความงามอันเลอเลิศสั่นสะเทือนจิตใจ
เสียงร้องไห้จ้าของทารกดังก้องอยู่ข้างหู
ตามมาด้วยเสียงอันน่าขนลุกขนพอง ซึ่งฟังไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง
“มากันได้จังหวะพอดี”
……….
ณ จุดลึกในเกาะดึกดำบรรพ์ บริเวณที่ต้นไม้หายไปอย่างฉับพลัน
แบร์นาแดต ราชินีเงื่อนงำ ซึ่งอาศัยความช่วยเหลือของใครบางคน จนสามารถเจาะผ่าน ‘คำสั่งห้าม’ ของบิดา ได้เห็นอนุสาวรีย์บรรจุศพสีดำ ซึ่งสร้างโดยการเจาะโพรงเขาอีกครั้ง
อนุสาวรีย์บรรจุศพสีดำนี้ ส่วนมากเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา มีร่องรอยการก่อสร้างเพียงเล็กน้อย ไม่มีวัชพืชหรือเถาวัลย์ปกคลุม สูงกว่าร้อยเมตร งดงามสง่าอย่างถึงที่สุด
ที่นี่คือสถานหลับใหลของบิดาแบร์นาแดต โรซายล์·กุสตาฟ จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิอินทิสผู้ล่วงลับ ผู้เคยสร้างยุคสมัยหนึ่งขึ้นมา
บนผิวของอนุสาวรีย์บรรจุศพสลักประมวลกฎหมายแพ่งที่โรซายล์บัญญัติและประกาศใช้ รวมถึงจารีตใหม่ทางสังคมที่เขาสร้าง และสิ่งประดิษฐ์บางอย่างที่เขาคิดค้น
จักรพรรดิโรซายล์เคยฝืนข้ามจากเส้นทางผู้ส่องความลับ ไปสู่เส้นทางนักกฎหมาย พยายามจะก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิมืดลำดับ 0 แต่กลับร่วงหล่นในพิธีก้าวสู่ความเป็นเทพ
นี่คือผลลัพธ์ที่เขาตั้งใจ เพราะในบั้นปลายชีวิต เขาเคยไปเยือนดวงจันทร์ จนได้รับมลทินอันร้ายแรงและแอบแฝง จึงหวังพึ่งคุณสมบัติพิเศษของจักรพรรดิมืด หากอนุสาวรีย์บรรจุศพทั้งเก้าแห่งยังคงอยู่ และระเบียบที่สร้างไว้ไม่สูญสลาย ก็อาจฟื้นคืนชีพกลับมาได้ เพื่อสลัดหลุดจากมลทินดังกล่าว
และเมื่อเขาถูกสังหาร ตะกอนพลังดั้งเดิมของเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’ และ ‘นักปราชญ์’ จะแยกตัวออกมาหมด เมื่อฟื้นคืนชีพ จะมีเพียงตะกอนพลังบริสุทธิ์ของจักรพรรดิมืดที่จะถูกเรียกกลับคืนสู่ร่าง เขาจะไม่ตกอยู่ในสภาพกึ่งเสียสติเหมือนจักรพรรดิโลหิตแห่งยุคที่สี่ ผู้ฝืนข้ามเส้นทางที่ไม่ใกล้เคียงกัน
น่าเสียดายที่โรซายล์ซึ่งได้สถานะเทพแท้จริงจากพิธีจักรพรรดิมืดสำเร็จ กลับพบว่ามลทินอันแอบแฝงนั้น แม้ความตายก็ไม่อาจสลัดหลุด
มันผุดเกิดใหม่ไม่หยุดหย่อน
ดังนั้น โรซายล์ผู้ไม่ตายสนิท แต่ก็นับไม่ได้ว่ามีชีวิต จึงปิดผนึกตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกมลทินนั้นเปลี่ยนแปลงจนสิ้น
แบร์นาแดตเคยมาที่อนุสาวรีย์บรรจุศพของจักรพรรดิมืดหนหนึ่ง อาศัยพลังของสมบัติปิดผนึกระดับ 0 ที่ติดตัว อาศัยความช่วยเหลือของมิสเตอร์ฟูล ได้เสริมการปิดผนึกและปกป้องบิดาให้แน่นหนายิ่งขึ้น
วันนี้เธอมาเพื่อ อาศัยมลทินหลายชนิดพัวพันกันจนเกิดดุลยภาพ เพื่อให้บิดาหลุดพ้นจากสภาพปัจจุบัน ฟื้นคืนชีพกลับมา จากนั้นก็รอให้มิสเตอร์ฟูลตื่นขึ้นมา ทำการปิดผนึกมลทินไว้อย่างแน่นหนา หากเป็นเช่นนี้ ต่อให้ผู้ตื่นขึ้นมาไม่ใช่มิสเตอร์ฟูล แต่เป็นราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค บิดาของเธอก็จะอาศัยดุลยภาพในตัวประคับประคองตนเองต่อไปได้
เพื่อการนี้ เธอยอมเสี่ยงผลักดันการค้าในเงามืดบางอย่าง ทั้งยังเตรียมการมากมายตามอนาคตที่ล่วงรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์พัฒนาไปในทางที่เลวร้าย
ตลอดทางที่มา แบร์นาแดตมิได้เผชิญอุปสรรคและการโจมตีมากมายเหมือนครั้งก่อน เดินทางมาถึงด้านนอกอนุสาวรีย์บรรจุศพของบิดาได้อย่างราบรื่น
เธอใช้เรื่องนี้ยืนยันว่า หนึ่งในผู้ร่วมค้าที่เพิร์ลคนกลางหามาคือผู้ใด
และการค้าครั้งนี้ อาจมิได้มีเพียงสองฝ่าย!
“ตอนนี้สามารถประกอบพิธีให้มลทินที่คุณต้องการ เข้าสู่อนุสาวรีย์บรรจุศพได้แล้ว” หัวหน้างานเพิร์ลยิ้มพลางกล่าวกับแบร์นาแดต “แต่ฉันต้องใช้ตะเกียงวิเศษประทานพรเป็นสื่อกลาง”
0-05 ตะเกียงวิเศษประทานพร!
แบร์นาแดตกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“นั่นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของข้อตกลงในการค้า”
เพิร์ลถอนหายใจ พลางยิ้มกล่าว
“มันจะช่วยให้พิธีราบรื่นขึ้น ได้ผลดีขึ้น”
“แต่ไม่เป็นไร การค้าที่คุณช่วยพาฉันมายังที่นี่ ทำให้เจ้านายพึงพอใจมาก จนฉันได้รับพรใหม่ สามารถใช้กำลังตัวเอง ร่วมกับวัตถุที่เหมาะสม ช่วยให้พิธีสำเร็จลุล่วง”
ขณะพูด เพิร์ลกางสองแขนออก ร่างกายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นหมอกสีขาว หมอกพองตัวขยายออก หมุนวนอย่างเชื่องช้า ก่อตัวเป็นวังวน
……………………………………………………..