ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 865 เหล่าผู้ค้าขาย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 865 เหล่าผู้ค้าขาย
ตอนที่ 865 เหล่าผู้ค้าขาย
ผลึกสีเทาขาวถูกหมอกคลุมแล้วละลายไปทีละแท่ง ร่างของเพิร์ลกลายเป็นหมอกสีขาว พองขยายกลายเป็นวังวนมหึมา
ในวังวนดังกล่าว ใบหน้าของ ‘หัวหน้างาน’ ปรากฏและหายไป บางครั้งบิดเบี้ยว บางครั้งปกติ
เธอเหม่อมองท้องฟ้า เสียงพร่าเลื่อนลอย เอ่ยด้วยภาษาแห่งระเบียบ
“แบร์นาแดตมอบข้อมูลตำแหน่งเกาะดั้งเดิมของอนุสาวรีย์บรรจุศพโรซายล์ สถานประกอบพิธีวังวน และวัตถุดิบบางส่วน เพื่อขอการค้าสีเทา โดยเธอต้องการให้ ‘หมอกไร้รูป’ อันยิ่งใหญ่ประทานพรแก่โรซายล์ ให้มลทินในพระวรกายของพระองค์เข้าสู่สมดุลอย่างแท้จริง”
เมื่อเพิร์ลพูดจบ จุดแสงก็ปรากฏในวังวนสีขาว ในนั้นคือห้วงว่างมืดมิด ตรงกลางมีดาวดวงหนึ่งแข็งแกร่งและหนักอึ้ง ผิวดาวถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาวหลายชั้น โดยพวกมันล้วนเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง
ทันใดนั้น หมอกขาวที่คลุมดาวแยกออกเป็นสายหนึ่ง ตกลงสู่ขอบจุดแสง ซึ่งมีบาเรียที่มองไม่เห็นอยู่
สายหมอกขาวแผ่กระจายกลายเป็นความว่างเปล่า แล้วอาศัยพลังจากพิธีกรรม กล่องมืดบรรจุความจริง รวมถึงรอยแยกบนบาเรีย แทรกผ่านไปอย่างแยบยล ตกลงบนกลุ่มหมอกขาวที่เพิร์ลแปลงร่าง ตกลงบนใบหน้าพร่าเลือนที่สลับระหว่างเกรี้ยวกราดกับยิ้มแย้ม
ทั้งสองรวมร่างเป็นหนึ่ง
จากนั้น หมอกขาวที่เพิร์ลแปลงร่างได้แยกออกเป็นส่วนใหญ่ ไหลเชื่องช้าดุจสายธารไปยังอนุสาวรีย์บรรจุศพของ ‘จักรพรรดิมืด’ ที่สร้างโดยการขุดเจาะภูเขา แล้วซึมเข้าไปอย่างไม่ขาดสาย
‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตหันหลังให้อนุสาวรีย์บรรจุศพนั่น
เส้นผมสีเกาลัดของเธอแยกออก ตรงท้ายทอยงอกดวงตาใสเย็นชาไร้ความรู้สึกขึ้นหนึ่งคู่ อวัยวะอื่นบนใบหน้าค่อยๆ ก่อตัวพร่าเลือนรอบดวงตา
ราวกับจะงอกเป็นอีกคนหนึ่งของเธอ
แบร์นาแดตใช้ดวงตานี้ มองเห็นภาพหลายฉากในอนุสาวรีย์บรรจุศพสีดำ ยืนยันว่าโรซายล์ผู้เป็นบิดาที่หลับใหลอยู่ ถูกหมอกขาวห่อหุ้มแล้ว
หมอกค่อยๆ แทรกซึมเข้าร่างของโรซายล์ เริ่มบิดเบือนมลทินที่เกิดใหม่ให้ช้าลง ทั้งยังบิดเบือนพลังที่ทำให้มลทินตายเร็วด้วย
เนื่องจากมลทินจากหมอกขาว กับมลทินดั้งเดิม มีปริมาณต่างกัน การที่ทั้งหมดจะเข้าสู่สมดุลที่แท้จริงยังต้องใช้เวลาคงสภาพพิธีอยู่ระยะหนึ่ง
บนท้องฟ้าสีคราม ซึ่งมีก้อนเมฆขาวลอยเป็นหย่อม ดวงอาทิตย์ที่ยังไม่ถึงเที่ยง แผ่รัศมีเจิดจ้าบาดตา ราวกับล่วงรู้ว่า บนเกาะดั้งเดิมแห่งนี้กำลังมีการค้าสีเทาอันอันตรายผิดวิสัย
เพิร์ลที่ได้รับกำลังจากสายหมอกขาวในจุดแสง ใบหน้ายิ่งพร่าเลือนเลื่อนลอย สายหมอกขยายคลุมบริเวณที่ปราศจากต้นไม้ แต่ไม่เข้าใกล้แบร์นาแดตและอนุสาวรีย์บรรจุศพของ ‘จักรพรรดิมืด’
จุดแสงปรากฏขึ้นในหมอกทีละจุด
ใบหน้าบิดเบี้ยวของเพิร์ลมองไปยังจุดแสงหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยระคนพร่าเลือน
“เจ้าดารา’ ผู้ยิ่งใหญ่ตกลงจะลงมือเต็มกำลัง กดบาเรียไว้ จนเทพแท้จริงทั้งหมดในโลกดาราไร้เรี่ยวแรงจะแทรกแซงเรื่องภายในบาเรีย…”
เพิร์ลพูดมาถึงตรงนี้ จุดแสงที่เธอจ้องมองก็ปรากฏแสงสว่างจ้าขึ้นกลุ่มหนึ่ง สว่างจนกลืนความมืดทั้งหมด จนบาดตาเทวทูตให้บอด
พร้อมกันนั้น ท้องฟ้าเบื้องสูงก็สว่างวาบขึ้นทันที ราวกับมีระเบิดแสงในห้องปิดทึบ
แม้แต่เพิร์ลที่อยู่ภายใต้การปกป้องของพิธี ก็ยังต้องหลับตาลง
เธอและราชินีเงื่อนงำ แบร์นาแดต ไม่อาจเห็นท้องฟ้าที่กลายเป็นความว่างเปล่า ในห้วงลึกนั้นมีบาเรียใสที่มีรอยแยกมากมาย
ในความว่างเปล่านั้นประกอบด้วย ดวงอาทิตย์ที่ดูราวกับวาดขึ้น; สิ่งมหึมาที่ถูกห่อหุ้มด้วยความมืดหนาทึบ; ร่างน่าสะพรึงกลัวที่ถูกห้อมล้อมด้วยพายุฟ้าผ่า; ดวงตาสีทองที่เปิดขึ้นในรอยแยกคู่หนึ่ง ซึ่งเชื่อมต่อกับร่างสูงชะลูด; รวงข้าว ดอกไม้ และน้ำพุที่เต็มไปทั่วมุมหนึ่ง; แสงริบหรี่พร่าเลือนที่ฉายภาพอารยธรรมเป็นฉาก;
‘ลูกไฟ’ ขนาดมหึมา หนักอึ้ง และแน่นทึบ ฟาดลงบนบาเรียล่องหนและมีรอยแยก แสงระเบิดสว่างจ้าทั่วความว่างเปล่า จนลวดลายนามธรรมที่ประกอบจากมโนทัศน์แทบโปร่งใส
สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวทั่วโลกในบาเรีย เพียงทำให้ผู้คนลืมตาไม่ขึ้นครู่หนึ่ง
ใบหน้าของเพิร์ลในหมอกขาวหลับตาทั้งสอง กล่าวด้วยภาษาแห่งระเบียบว่า
“สิ่งที่พระองค์ต้องการเป็นค่าตอบแทนคือ ทำลายตราผนึกของยานที่อยู่ใต้ทะเล ณ ท่าเรือซานตา”
เมื่อเพิร์ลพูดจบ จุดแสงหนึ่งขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ภาพในนั้นคือมหาสมุทรสีคราม
เมื่อแสงจ้าที่ทะลุบาเรียไม่บาดตาแล้ว เพิร์ลลืมตามองมหาสมุทรในจุดแสง เอ่ยด้วยเสียงเลื่อนลอยว่า
“ท็อปซายแห่ง ‘สำนักอร่อย’ เต็มใจจ่ายค่าตอบแทนนี้…”
พร้อมกับคำพูดของเพิร์ล วังวนน่าสะพรึงกลัวก่อตัวขึ้นบนมหาสมุทรสีคราม
จากวังวนปรากฏสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง สูงนับร้อยเมตร ท่อนล่างเป็นงูยักษ์ หุ้มด้วยหนังคล้ายฉลามที่มีลวดลายประหลาด ท่อนบนแยกเป็นเก้าลำคอ แต่ละลำคอมีหัวต่างกัน ทั้งหัวงู หัวฉลามยักษ์ หัวหมาป่าดำขนเปียก และหัวมังกรในตำนาน
หัวตรงกลางประหลาดที่สุด ดูเหมือนหน้าคนแต่เหลือเพียงปาก ในปากมีฟันคมกริบราวกับจะกัดทุกสิ่งให้แหลก
หัวนั้นพุ่งเข้าใส่พลังไร้รูปที่ผนึกทะเลบริเวณใกล้เคียง แล้วกัดกินอย่างบ้าคลั่ง หัวอื่นบางส่วนกลืนกินฝูงปลา บางส่วนพ่นพิษใส่ตรงที่ผนึก บางส่วนใช้พลังบั่นทอนผนึก
“สิ่งที่เขาต้องการคือ..” เสียงของเพิร์ล หัวหน้างาน ลอยผ่านหมอกขาวเข้าสู่โสตของแบร์นาแดต “ให้เทวทูตแห่งความหิวโหยอันยิ่งใหญ่ กลับคืนมาอีกครั้ง!”
แบร์นาแดตนอกม่านหมอกขาว รวบรวมพลังสร้างหอกยาวโบราณขึ้นมาเล่มหนึ่ง หอกนั้นปรากฏในยุคบรรพกาล เปรอะเปื้อนด้วยโลหิตของผู้ทรงอานุภาพ ทั่วทั้งเล่มมีจุดและปื้นสีแดงคล้ำ สามารถทำร้ายเทพเจ้าได้
ภาพฉายซ้ำของหอกลองกินุส!
แบร์นาแดตขว้างหอกโบราณอันแผ่รัศมีแห่งความพินาศ ไปยังม่านหมอกขาว เป้าหมายไม่ใช่เพิร์ล หัวหน้างาน แต่เป็นจุดแสงที่เพิ่งขยายใหญ่
เธอต้องการหยุดยั้งการแลกเปลี่ยนสีเทา ไม่ให้วังวนหมุนต่อไปจนก่อภัยพิบัติ เนื่องจากตนบรรลุจุดประสงค์แล้ว เพียงรักษาสภาพไว้อีกครู่ก็พอ!
หอกลองกินุสทะลุผ่านหมอกขาว พุ่งเข้าปะทะจุดแสงที่สะท้อนมหาสมุทรสีคราม
แต่มันไม่อาจทำให้จุดแสงหม่นมัวหรือดับลง ราวกับการพุ่งเข้าใส่เงาลวงตา
พร้อมกับที่หอกโบราณสลายไป เพิร์ล หัวหน้างาน หันมาทางแบร์นาแดตพร้อมรอยยิ้มเกินจริง
“วังวนก่อตัวสมบูรณ์แล้ว เว้นแต่คุณจะสังหารฉันได้ มันจะไม่มีวันหยุด”
“และถ้าฉันตายตอนนี้ โรซายล์จะไม่มีวันได้สมดุลที่แท้จริง และสมดุลอันเปราะบางจะไม่มีวันคืนกลับมา”
แบร์นาแดตชะงักกึก
ทันใดนั้น เพิร์ลมองไปยังจุดแสงอีกจุดหนึ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงลวงตา
“ผู้ช่วยเหลือท็อปซายแห่งสำนักอร่อย คือมิสเตอร์ฮิกดันแห่งสมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง”
จุดแสงที่เพิร์ลจ้องมองขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉายให้เห็นห้องหรูหรา
ในห้องนั้น บนเก้าอี้โบราณพนักพิง มีชายชราผมขาวโพลนหวีเรียบร้อยนั่งอยู่อย่างสงบ
ชายชราสวมเสื้อเชิ้ตขาวรีดเรียบ ชุดทางการสีดำ หูกระต่ายสีเทา ใบหน้าคมสันหล่อเหลา แต่ผิวหนังส่วนที่เปิดเผยเน่าเปื่อยมีหนองไหล บางครั้งมีหนอนจากซากศพเน่าไต่ออกมา
เสียงทุ้มน่าฟังของเขา ลอดผ่านจุดแสง ทะลุหมอกขาวมาถึงใบหน้าของเพิร์ล
“แต่ข้าไม่รู้ว่าเป้าหมายอยู่ที่ใดในทรีอาร์”
เพิร์ลยิ้มบิดเบี้ยว เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เลื่อนสายตาไปยังจุดแสงดวงที่อยู่เฉียงขึ้นไป
จุดแสงนั้นขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นห้องมืดที่ปิดประตูหน้าต่างสนิท
แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างกระจกเข้าสู่ห้องมืด ทำให้เห็นฝุ่นละอองลอยกลางอากาศชัดเจน
ใต้ละอองฝุ่นคือ กี่ทอผ้าโบราณที่ทำจากไม้ ข้างกี่มีหญิงสาวผมดำยาวถึงเอวนั่งอยู่
สตรีผู้นั้นมีบุคลิกเหนือโลก ใบหน้างดงาม แต่หลับตาสนิท คอยดึงผมตัวเองทอเข้ากับเส้นด้ายบนเครื่องไม่หยุด
หางตาเธอมีเลือดปนหนองไหล แขนซ้ายขาดกลางท่อนร่วงบนพื้น ขาทั้งสองใต้กระโปรงขาวว่างเปล่า เบื้องหลังมีรูปปั้นสตรีอ่อนช้อยตั้งตระหง่าน รูปปั้นนั้นไม่มีใบหน้าแต่กำลังงอกใบหน้าคล้ายกับตัวเธอ
เส้นผมแต่ละเส้นบนกี่ทอผ้า เปล่งประกายวิบวับ ในประกายนั้นบรรจุข้อมูลมากมาย
ราวกับได้ยินคำถามจากเพิร์ล หัวหน้างาน หญิงสาวใช้มือขวาลูบผ่านเส้นผมดำบนกี่หลายเส้น
เส้นผมดำที่เธอสัมผัส พลันสว่างวาบขึ้นทุกเส้น เผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
“ฝ่ายปล่อยตัณหาของโรงเรียนกุหลาบ นำเงาของเทพีความงามมายังทรีอาร์ เพื่อใกล้ชิดกับทรีอาร์ยุคที่สี่ พวกเขาทำอย่างลับซ่อน ไม่ถูกพวกครึ่งเทพแห่งทรีอาร์ค้นพบ…”
“ฝ่ายระงับตัณหาสังกัดศาสนจักรเดอะฟูล พบร่องรอยและสิ่งของสำคัญก่อนหน้า แต่พวกเขามีข้อกังวลมาก ไม่ได้ลงมือทันที รอโอกาสสืบสวนให้สมบูรณ์ จนพลาดจังหวะไป…”
“ลูเมี่ยน·ลีพาลุดวิกและพรรคพวก ย้ายไปยังบ้านลับในสวนพฤกษศาสตร์ เขต 14 กรุงทรีอาร์ ถ้าเขารู้ว่าวังวนครั้งนี้จะใหญ่โต คงนึกเสียใจที่ไม่ได้พาพรรคพวกเทเลพอร์ตไปเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ แต่เขาจะไปคาดคิดได้อย่างไร”
ชะตากรรมเหล่านี้ ถักทอเข้าด้วยกัน ก่อร่างเป็นอนาคตที่คาดการณ์ได้
เสียงราวภาพลวงตาของเพิร์ล หัวหน้างาน ดังก้องอยู่ในห้อง
“เฮโลส ข้ารับใช้แห่งชะตา ผู้ริเริ่มกลุ่มนักล่าฝัน ถักทอเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่ปลุกความระแวงของบุคคลลำดับสูง อีกทั้ง เธอจะแจ้งตำแหน่งของเทวทูตทั้งสององค์ด้วย…”
ขณะที่เพิร์ลพูด เฮโลสดีดนิ้วลงบนเส้นด้ายแห่งชะตา ซึ่งแทนการย้ายไปบ้านลับใหม่ของลูเมี่ยนและลุดวิก
ประกายแสงหนึ่งดวงกระเด็นออกมา แยกเป็นสามส่วน เข้าสู่หมอกขาวที่เป็นร่างของเพิร์ล แล้วลอยแยกย้ายไปคนละทิศทาง
……………………………………………………..