ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 866 ภาพวาด
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 866 ภาพวาด
ตอนที่ 866 ภาพวาด
ณ กระท่อมไม้หลังหนึ่งในเขตสวนพฤกษศาสตร์ กรุงทรีอาร์
ลูเมี่ยนและคณะถูกแสงจ้าระเบิดกลางอากาศแยงตา จนต้องหลับตาแน่นเป็นนาที
ลุดวิกฟื้นคืนสติเป็นคนแรก แล้ววิ่งไปทางหน้าต่าง มองสำรวจพืชพรรณภายนอก ราวกับกำลังค้นหาบางสิ่ง
ลูเมี่ยนฟื้นเป็นคนที่สอง แล้วรีบขมวดคิ้วพลางกล่าวกับฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีว่า
“นี่คือจุดเริ่มต้นของวังวนอย่างเป็นทางการหรือ? ดูเอิกเกริกไปหน่อยนะ”
“ไม่รู้เหมือนกันว่าจะลามมาถึงพวกเราไหม…” ฟรังก้าเพิ่งเอ่ยประโยคนี้จบ ก็มีลางสังหรณ์ถึงอันตรายอย่างรุนแรง
ในแง่นี้ ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของเหล่านางมารแม่นยำเสมอ
“ต้องลามมาแน่ ฉันมีลางสังหรณ์แล้ว พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้!”
ลูเมี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเร่งพึมพำแผ่วเบา
“เทอร์มีโพลอส แกไม่เตือนเพราะอยากเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นสินะ?”
ขณะพูด ลูเมี่ยนส่งสัญญาณให้ฟรังก้า จินนา อ็องโตนี และลูกาโนเข้ามาใกล้ แล้วจับแขน ไหล่ และเสื้อกั๊กของเขาคนละจุด
มีเพียงลุดวิกที่ไม่เข้าใจ
ลูเมี่ยนมองไปทางเด็กชาย แล้วเอ่ยเสียงเข้มว่า
“นายอยากโดนทำโทษให้คัดลายมือหรือ? รีบมานี่เดี๋ยวนี้!”
ลุดวิกตกใจกลัว เร่งหันกลับมาตามสัญชาตญาณ แต่วินาทีถัดมา เขาอดไม่ได้ที่จะเหลียวไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้งด้วยความอาลัยอาวรณ์
เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรอคอยอะไร เพียงรู้สึกว่าควรจะรออยู่ที่นี่ รอคอยบางสิ่งที่สำคัญยิ่ง
“หา?” ลูเมี่ยนเร่งอีกครั้ง
สีหน้าลุดวิกแปรเปลี่ยนไปมา ในที่สุดก็ต้านทานความเกรงขามในตัวพ่อทูนหัวและความกลัวการเรียนไม่ไหว จึงย่ำเท้าตึกๆ วิ่งมาหาลูเมี่ยน แล้วกำเสื้อกั๊กสีดำของพ่อทูนหัวไว้
ความเข้าใจยังไม่เพียงพอ พิธีการยังไม่สมบูรณ์…ลูเมี่ยนถอนหายใจแผ่วเบา พลางกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา
เขาจะเทเลพอร์ตคนกลุ่มใหญ่นี้ไปยังเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ ไปยังสำนักงานใหญ่ของโบสถ์เดอะฟูล!
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนก็เห็นแผ่นสีหนาทึบซ้อนทับกันเป็นชั้น และร่างประหลาดโปร่งใสนับไม่ถ้วน เห็นลำแสงบริสุทธิ์เจ็ดสายทอดอยู่ไกลเหนือศีรษะ
ขณะที่เขากำลังจะข้ามโลกวิญญาณไปยังเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ตามความคุ้นเคย ร่างกายพลันรู้สึกหนักอึ้ง หลุดออกจากโลกมหัศจรรย์และเลือนรางนี้
ลูเมี่ยนพบว่าตนเองและคณะ กลับมาอยู่ในกระท่อมไม้ในเขตสวนพฤกษศาสตร์อีกครั้ง กลับสู่จุดที่ลุดวิกเพิ่งจับเสื้อกั๊กของตน
ด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่านมา แววตาของเด็กหนุ่มเข้มขึ้น แล้วเอ่ยเตือนฟรังก้า จินนา และเพื่อนร่วมทางด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“คนในวง!”
…………
ณ เกาะดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์บรรจุศพแห่งสุดท้ายของจักรพรรดิโรซายล์ ในบริเวณหน้าสุสานที่มีหมอกขาวบางปกคลุม
สามเสี้ยวข้อมูลที่กระเด็นออกจากจุดแสงที่เฮโลส ข้ารับใช้แห่งชะตาอยู่ ลอยแยกย้ายสู่จุดแสงสามจุด
จุดหนึ่งคือตำแหน่งของฮิกดันแห่งสมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง อีกจุดอยู่ในอุโมงค์แห่งหนึ่งในทรีอาร์ใต้ดิน เป็นตำแหน่งของร่างที่ถือโคมไฟคาร์ไบด์ ไม่ใช่ใครนอกจากแฮร์ริสัน ผู้มาเยือนจากเกาะแห่งการคืนชีพ ผู้สวมเสื้อคลุมยาวสีดำ มีหน้าตาไม่เหมือนชาวทวีปเหนือและใต้
สำหรับจุดแสงอีกจุด มันฉายความมืดสลัวออกมาก่อน แล้วจึงวาดเค้าร่างขึ้น ร่างนั้นอายุราวห้าสิบกว่าปี มีผมสีทองดกหนาแซมขาว ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดั่งทะเลสาบใสกระจ่างแลลึกล้ำ
เขาเป็นชาย หนวดเคราตกแต่งเรียบร้อยผิดปกติ คิ้วตาจมูกปากคมสัน แม้อายุมากก็ยังหล่อเหลา
อัวซอง·ซ็องซง!
อัวซอง·ซ็องซง ‘คนในวง’ แห่งองค์กร ‘คนบาป’!
บิดาของโรช·หลุยส์·ซ็องซง หรือร่างเดิมของโอลัวร์ ผู้ศรัทธาในชะตากรรม อัวซอง·ซ็องซง!
อัวซอง·ซ็องซงในชุดทางการสีดำ พอได้รับข้อมูลตำแหน่งที่ลูเมี่ยน ลุดวิก และคณะอยู่ ก็พลันหายวับไปในความมืด อันสะท้อนจากจุดแสงที่พองขยาย
ฮิกดันแห่งสมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง ก็รีบออกจากห้องเดิมของตน ไม่ร่วมวงการแลกเปลี่ยนอันซับซ้อนไร้ระยะทางในความเป็นจริงนี้อีก
ต่อเรื่องนี้ เพิร์ล ‘หัวหน้างาน’ ไม่ได้แปลกใจ เธอประกาศความคืบหน้าของการแลกเปลี่ยนด้วยน้ำเสียงเลือนรางลวงตา
“อัวซอง·ซ็องซงแห่งองค์กร ‘คนบาป’ ได้รับข้อมูลสำคัญในการเก็บกู้เทวทูตแห่งชะตากรรมแล้ว ส่วนสิ่งที่ต้องจ่ายเป็นการตอบแทนนั้น วัฏจักรแห่งชะตาอันยิ่งใหญ่จะเป็นผู้มอบให้”
“มิสเตอร์ฮิกดันแห่งสมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่งได้เริ่มปฏิบัติการ ค่าตอบแทนจะมอบให้หลังจากที่เขาเก็บกู้เทวทูต ‘ความหิวโหยบรรพกาล’ และช่วยเหลืออัวซอง·ซ็องซง โดยโลกิแห่งวันเอพริลฟูลจะเป็นผู้จ่าย…”
ขณะที่ถ้อยคำของเพิร์ลแพร่กระจาย ขณะที่นามอันทรงเกียรติเหล่านั้นถูกเอ่ย บริเวณรอบหมอกขาวเริ่มมืดครึ้ม เกิดเงาไหวระริก ราวกับว่าจะมีเจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังจะมาเยือน
โดยปกติ เพิร์ลไม่ควรรู้และเอ่ยถึงข้อมูลผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ เพราะจะนำมาซึ่งผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัว หลังจากที่เธอใช้เหตุการณ์ก่อนหน้าโน้มน้าวแบร์นาแดต ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ผู้มีแนวโน้มไปทางสีเทา เธอเพียงได้รับพรใหม่ผ่านการบวงสรวงครั้งใหญ่ กลายเป็น ‘ผู้ถักทอวังวน’ ตัวจริง แต่ยังไม่ถึงระดับเทวทูต
เพียงแต่ขณะนี้ เธออยู่ภายใต้การปกป้องของพิธีกรรมวังวน อีกทั้งเพิ่งได้รับ ‘หมอกไม่จีรัง’ ซึ่งเป็นสายหมอกแห่งสัจธรรมที่เธอศรัทธา จึงไม่ได้รับผลกระทบ ความรู้ทั้งหมดของเธอเกี่ยวกับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ ล้วนมาจากสายหมอกดังกล่าว ก่อนหน้านี้เพียงติดต่อกับองค์กรลับและนิกายใต้ดินที่เกี่ยวข้อง จนบรรลุข้อตกลงที่ค่อนข้างแน่นอน
ขณะนี้ แบร์นาแดตแยกร่างเป็นกระแสข้อมูลนับไม่ถ้วน ทะลักดั่งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ พุ่งเข้าสู่ใบหน้าของเพิร์ลในหมอกสีเทา
เธอหวังใช้วิธีนี้โน้มน้าวอีกฝ่าย ให้การค้าขายไม่อาจดำเนินต่อไปได้ แต่ไม่ถึงกับทำลายพิธีกรรมปัจจุบัน
ใบหน้าของเพิร์ลซึ่งประกอบจากหมอกพลันกระจายตัว สลายไปจากการรับรู้ของแบร์นาแดต
กระแสข้อมูลอันมโหฬารทะลักผ่านไป ดูเหมือนหลงทางในหมอกสีขาว ค้นหาเท่าไรก็ไม่พบตำแหน่งของเป้าหมาย
ในไม่ช้า กระแสข้อมูลก็แยกตัวจากหมอกสีขาว ผสานเป็นร่างของแบร์นาแดตอีกครั้ง ส่วนใบหน้าของเพิร์ลปรากฏตามจุดต่างๆ ในหมอก บ้างยิ้ม บ้างสาปแช่ง บ้างแกล้งเป็นมิตร บ้างพูดไม่หยุด
ใบหน้าเหล่านั้นหลอมรวมเข้าด้านใน กลายเป็นใบหน้าพร่าเลือนของเพิร์ล อันบิดเบี้ยวสลับปกติในห้วงลึกของหมอกสีขาว
เพิร์ลเอ่ยด้วย ‘ภาษาแห่งระเบียบ’ ว่า
“แฮร์ริสันจากเกาะแห่งการคืนชีพ ได้รับข้อมูลที่อยู่ของลูเมี่ยน·ลีแล้ว เมื่อพิธีกรรมวังวนสิ้นสุด เขาจะใช้โลกในกระจกพิเศษเดินทางไปยังทรีอาร์ยุคสี่ครั้งหนึ่ง โดยจ่ายค่าตอบแทนด้วยวัตถุพิเศษจากเส้นทางแห่ง ‘โชคชะตา’”
“นี่คือวัตถุที่มาดามเฮโลส ผู้รับใช้แห่งโชคชะตาต้องการ…”
ขณะที่เพิร์ลประกาศการค้าขายครั้งใหม่ ร่างครึ่งท่อนบนโปร่งแสง ดุจภาพลวงตา งอกออกมาจากด้านหลังของแบร์นาแดต
ร่างนั้นเหมือนแบร์นาแดตทุกกระเบียดนิ้ว รวมถึงเสื้อผ้า ในมือถือหน้ากากสีขาวซีดที่มีช่องเฉพาะดวงตา เปล่งประกายวาววับดุจโลหะ รีบสวมเข้ากับใบหน้า
ความตายสีจาง!
‘ความตายสีจาง’ สมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ที่แบร์นาแดตครอบครอง!
เธอจะใช้มันควบคุมเพิร์ล
ทันใด สายตาของแบร์นาแดตพร่าเลือนไปครู่หนึ่ง รู้สึกราวกับสภาพแวดล้อมและระยะห่างรอบตัวปั่นป่วนผิดปกติ
เธอถูกบังคับให้เปลี่ยนตำแหน่ง ในโสตประสาทได้ยินเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคย
“แบร์นาแดต…”
…………
ภายนอกอนุสาวรีย์บรรจุศพของ ‘จักรพรรดิมืด’ ในหมอกสีขาวที่หนาแน่นขึ้นและแปรเปลี่ยนไม่หยุด
แฮร์ริสันอยู่ในจุดหนึ่งของทรีอาร์ใต้ดิน ภายในจุดแสงที่เขาดำรงอยู่ หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา
วัตถุนั้นคือลูกปัดขนาดเท่าหัวแม่มือ สีสันหลากหลาย ผิวดุจแก้ว แผ่รัศมีชวนให้สงบ
แฮร์ริสันโยนลูกปัดนั้นเข้าไปในหมอกสีขาวรอบตัว
ภายใต้สายตาของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ล ลูกปัดทะลุผ่านจุดแสงที่แฮร์ริสันอยู่ ผ่านหมอกสีขาวอันหนาทึบ บินเข้าไปในจุดแสงที่มาดามเฮโลส ผู้ริเริ่ม ‘นักล่าฝัน’ สถิตอยู่
หญิงงามผู้ทอโชคชะตาใช้มือขวารับลูกปัดผิวแก้วหลากสีนั้นไว้
ดวงตาที่ปิดสนิทของเธอเห็นภาพหนึ่ง
ชายหัวโล้น สวมเสื้อคลุมสีเหลืองและผ้าคลุมประหลาด นั่งขัดสมาธิบนเตียง เบื้องหลังศีรษะมีดวงแสงบริสุทธิ์ ในห้วงลึกของดวงแสงราวกับเชื่อมต่อไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซ่อนเร้นสรรพสิ่งมากมาย
เฮโลสวางลูกปัดลง ถอนผมเส้นหนึ่ง เริ่มทำสิ่งสุดท้ายที่ตนจำต้องทำ
นั่นคือพร
พรจากโชคชะตา!
“แผนการวังวนจะสำเร็จลุล่วง”
พร้อมกันกับถ้อยคำ เส้นผมสีดำของเฮโลสถูกทอเข้ากับเส้นด้ายก่อนหน้า
ทันใดนั้น พลังที่มองไม่เห็นฉีกกระชากผิวหนังครึ่งใบหน้าขวาของเฮโลสออกเป็นแผ่นใหญ่ เผยให้เห็นก้อนเนื้อที่กระตุกบิดไปมา เลือดสดไหลนอง
เธอยังไม่ได้ก้าวขึ้นเป็นเทวทูต จึงไม่อาจถักทอโชคชะตาลึกล้ำเช่นนี้ได้ตามวิสัยปกติ ต้องพึ่งเทวรูปเทพธิดาเพื่อบังคับให้สำเร็จ แต่ทุกครั้งที่ถักทอ เธอจะได้รับบาดเจ็บสาหัส ดวงตาบอด เท้าและขาทั้งคู่ แขนซ้าย และนิ้วมือถูกหักในกระบวนการเดียวกัน
หากไม่ตายคาที่ ก็สามารถแลกเปลี่ยนยาพิเศษผ่านการค้ากับพวก ‘คนกลาง’ เพื่อรักษาอาการได้
ใบหน้าของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลในหมอกสีขาว ทอดสายตาไปยังจุดแสงอีกดวง
ภาพที่สัมพันธ์กับจุดแสงดังกล่าว คือแท่นบูชาในปราสาทโบราณ รอบแท่นมีศพไม่สมประกอบนอนเรียงราย เลือดเนื้อและกระดูกถูกนำมาทำเป็นพู่กันและสี
ชายผมยาว ดวงตาว่างเปล่า สีหน้าคลุ้มคลั่ง เสร็จสิ้นการตระเตรียมเบื้องต้น ณ กึ่งกลางแท่นบูชา
นั่นคือภาพสีน้ำมันอาถรรพ์ ซึ่งเหลือเพียงสองแปรงสุดท้ายจะเสร็จสมบูรณ์
ภาพดังกล่าววาดนภาดาวอันมืดมิดไร้สิ้นสุด ด้านซ้ายมีวงสีเลือดหมุนวนเข้าด้านใน ดุจอุโมงค์พิเศษและปากของสิ่งมีชีวิต ส่วนด้านขวามีผงกระดูกมากมายเปล่งประกายสีเงินผสมดำ เหลือเพียงนิดเดียวจะเชื่อมต่อเป็นวง
เสียงของ ‘หัวหน้างาน’ เพิร์ลดังขึ้น
“มิสเตอร์ไซกีแห่ง ‘สมาคมมายา’ ผู้ศรัทธาในสายสังเวย ผู้ได้รับพรและมีผู้ติดตามมากมาย กำลังจะเสร็จสิ้นภาพวาดอันยิ่งใหญ่!”
“ต่อไป เราจะได้เห็นภาพนั้นปรากฏ ‘หมอกไม่จีรัง’ ผู้ยิ่งใหญ่จะมอบค่าตอบแทนให้มิสเตอร์ไซกีด้วยพระองค์เองในช่วงท้ายของพิธีกรรมวังวน นั่นคือสิ่งที่องค์ผู้ยิ่งใหญ่ของเขาต้องการเห็นเช่นกัน”
……………………………………………………..