ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 868 เผชิญหน้า
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 868 เผชิญหน้า
ตอนที่ 868 เผชิญหน้า
ณ เบื้องบนทรีอาร์ มีร่างประหลาดมหึมาโบราณ ตกแต่งลวดลายรางๆ ปรากฏลอยขึ้นมา มันดูราวกับนาฬิกาแขวนผนังแกะสลักจากหิน แบ่งเป็นสิบสองช่อง แต่ละช่องมีทั้งสีเทาขาวและดำเขียว ปะปนกัน แต่ละส่วนแบ่งแยกชัดเจน อีกทั้งมีสัญลักษณ์แตกต่างกันออกไป
ตึง!
เสียงระฆังกังวานลึกลับ ราวกับข้ามกาลเวลาอันไกลโพ้น ทำให้ทั้งทรีอาร์ดูเหมือนจมดิ่งสู่ภวังค์
ในช่วงเวลาหยุดนิ่งครู่หนึ่งนี้ ตัวหนอนมีวงแหวนสิบสองวงสลับระหว่างโปร่งใสและทึบแสง พากันคลานพล่านไปทั่ว มุดเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ ไล่ค้นหากฎเกณฑ์ที่หลอกลวงได้ เพื่อให้หลุดพ้นจากอิทธิพลแห่งชะตากรรม
ท่ามกลางเสียงระฆังที่ดูราวกับมาจากยุคบรรพกาล ลูเมี่ยนและคณะต่างแข็งค้างอยู่กับที่
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เมื่อได้ยินลูเมี่ยนเอ่ยถึงคำว่า ‘คนในวง’ ฟรังก้าและจินนาต่างล้วงไพ่ทาโรต์ออกมาจากกระเป๋านักเดินทางพร้อมกัน
ไพ่ใบนั้นมีภาพเทวทูตเป่าแตรนำวิญญาณผู้ล่วงลับวาดอยู่บนหน้าไพ่
ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ ‘จัดจ์เมนต์’!
ทันใดนั้น นางมารทั้งสองเริ่มร่ายคาถาด้วยภาษาเฮอร์มิสเสียงแผ่วเบา
“ขอการพิพากษา!”
ทั้งสองรับรู้ถึงการตอบสนองจากมาดามจัดจ์เมนต์ แต่กลับรางเลือนยิ่งนัก ไม่อาจสถาปนาการเชื่อมต่อแท้จริงได้
นางมารทั้งสองรู้ได้ทันทีว่า สวนพฤกษศาสตร์หรือบริเวณรอบกระท่อมไม้แห่งนี้ กำลังถูกกดดันด้วยพลังรุนแรงกว่า มิใช่เพียงอิทธิพลจากพลังของคนในวงเท่านั้น
ในขณะที่พวกเธอกำลังวิงวอนขอให้มาดามจัดจ์เมนต์เสด็จเยือน ลูเมี่ยน อ็องโตนี และลูกาโน เห็นกระท่อมไม้ที่พวกเขาอยู่เริ่มผุพัง ถล่มลงมาดุจลำต้นไม้ถูกฝังอยู่ใต้ดินมาเนิ่นนาน
บึ้มบึ้ม!
ลูกไฟสีขาวจ้าพุ่งขึ้นไปต้อนรับ ระเบิดเพดานที่กำลังถล่มลงมา ไม่ยอมให้ซากไม้ผุพังแตะต้องใครแม้แต่คนเดียว
พร้อมกับการผุพังของกระท่อม ลูเมี่ยนเห็นร่างสองร่าง ปรากฏห่างออกไปหลายสิบเมตรเบื้องหน้า
ร่างหนึ่งในนั้นรูปร่างผอมบาง ส่วนสูงปานกลาง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและชุดทางการสีดำรีดจีบเรียบกริบ ผูกเนกไทสีเทา ใบหน้ามีโครงสร้างคมเข้มและชัดเจน
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูชราภาพ แต่ยังพอเห็นได้ว่าในวัยหนุ่มคงหล่อเหลาเอาการทีเดียว ผมขาวโพลนหวีเสยเรียบร้อย บนใบหน้ามีกระฝ้าสีน้ำตาลประปราย ดูราวกับจะเน่าเปื่อยเป็นหนองได้ทุกเมื่อ
อีกร่างหนึ่งสวมชุดทางการเช่นกัน อายุราวห้าสิบกว่า ผมสีทองดกหนาแซมด้วยสีขาวประปราย ดวงตาใสกระจ่างดุจผืนทะเลสาบ หนวดเคราตัดแต่งอย่างงดงามยิ่ง แม้จะสูงวัยแล้วยังนับได้ว่าเป็นชายหน้าตาดี
เมื่อเห็นร่างหลัง แม้ลูเมี่ยนเตรียมใจไว้แล้ว แต่ยังเค้นเสียงแหบแห้งออกมาจากลำคอ
“อัวซอง·ซ็องซง!”
นี่คือผู้นำองค์กร ‘คนบาป’ บิดาของร่างเดิมโอลัวร์ ผู้ศรัทธาในชะตากรรม ซึ่งนำพาโศกนาฏกรรมมาสู่โอลัวร์!
“ซ็องซง นางมารสองคนนั่น ขอให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ” ชายมีกระฝ้าหลายจุดบนใบหน้า ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นฟรังก้าและจินนา เอ่ยกับอัวซอง·ซ็องซง ‘คนในวง’ ทันที
นี่มิใช่เพียงความปรารถนาในโฉมงาม หากแต่ยังมีแรงดึงดูดมาจากปัจจัยในระดับลึกด้วย
อัวซอง·ซ็องซงจ้องมองลูเมี่ยน แย้มยิ้มพลางตอบสหาย
“ไม่มีปัญหา ฮิกดัน”
ลูเมี่ยนข่มความปรารถนาพุ่งเข้าไปแก้แค้นอย่างไม่คิดชีวิต รีบบอกลุดวิก
“นายไปจัดการไอ้ผมทองนั่น!”
คราวก่อน เด็กหนุ่มอาศัยการข่มขวัญจากออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิต ทำให้อัวซอง·ซ็องซงได้รับอิทธิพล จนพลัง ‘คนในวง’ ในโลกในภาพวาดแตกสลายไปเอง จึงหลุดพ้นจากพลังเหนือธรรมชาตินี้ได้ แต่ปัจจุบัน ออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิต ถูกนักพรตโลกแห่งความตายผนึกไว้แล้ว อีกทั้งอัวซอง·ซ็องซงเคยพลาดท่า ย่อมต้องระแวดระวังเป็นพิเศษ
ดังนั้น ลูเมี่ยนจึงหวังให้ลุดวิก ผู้มีร่างกายและศักดิ์ของเทวทูต เข้าโจมตีอัวซอง·ซ็องซง เพื่อดูว่าจะสามารถใช้กำลังดิบ บีบบังคับทำลายอิทธิพลของพลังคนในวงได้หรือไม่
หากไม่หลุดพ้นจากพลังคนในวง ต่อให้ลูเมี่ยน ฟรังก้า จินนา และคนอื่นพยายามมากเพียงใด ก็ล้วนแต่จะถอยกลับสู่จุดเดิม ไม่เกิดผลใด
ลุดวิกชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับจะบอกว่า ‘ผมหรือ? จะให้ไปต่อสู้กับคุณลุงเก่งกาจนั่น? ผมยังเป็นเด็กอยู่เลยนะ!’
ด้านหนึ่งเพราะลุดวิกไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเข้าร่วมต่อสู้ด้วย อีกด้านหนึ่ง เขารู้สึกอย่างน่าประหลาดว่าตนไม่ควรต่อสู้ แต่ควรร่วมมือกับชายชราสองคนตรงหน้านี้ ปล่อยให้พวกเขาพาตัวไป
ในความพร่าเลือน ลูเมี่ยนได้ยินเสียงระฆัง ความคิดพลันสับสนไปชั่วขณะ
ฟรังก้า จินนา อ็องโตนี และคนอื่น รวมถึงอัวซอง·ซ็องซงกับฮิกดันอยู่ฝั่งตรงข้าม ต่างมีความรู้สึกคล้ายกัน
ในไม่ช้า เด็กหนุ่มได้สติกลับมา รีบล้วง ‘น้ำตาดำ’ ออกจากกระเป๋านักเดินทาง โยนให้ฟรังก้า
จากน้ำเสียงและท่าทีที่ศัตรูนามฮิกดันมีต่ออัวซอง·ซ็องซง ลูเมี่ยนเชื่อว่าอีกฝ่ายต้องเป็นนักบุญ ครึ่งเทพตัวจริง ดังนั้น ฟรังก้าจำต้องใช้ ‘น้ำตาดำ’ จึงจะมีหนทางประวิงเวลาต่อกรได้นานพอ รอจนกว่าทางนี้จะทำลายผลของพลังคนในวงได้สำเร็จ
ขณะโยน ‘น้ำตาดำ’ ให้ฟรังก้า ลูเมี่ยนก็เร่งเร้าลุดวิก
“รีบไปเร็วเข้า!”
“หลังจากนี้ ฉันจะจัดงานเลี้ยงสุดหรูหราให้นายเลย!”
ลุดวิกมีท่าทีสนใจ แต่เท้าทั้งสองยังยืนนิ่งไม่ไปไหน
ในยามนั้น อัวซอง·ซ็องซงและฮิกดันไม่มีสถานะเทวทูต ดูเหมือนจะยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของพลังประหลาดบางอย่าง ดูเชื่องช้า ไม่ได้เปิดฉากโจมตีในทันที
น้ำเสียงของลูเมี่ยนพลันเปลี่ยนเป็นเฉียบขาด คำรามต่ำ
“นายอยากถูกส่งกลับศาสนจักรความรู้หรือ?”
ลุดวิกสะดุ้งตกใจ พลันหันด้านข้างเผชิญหน้ากับอัวซอง·ซ็องซง
“หรือว่านายไม่ชอบชีวิตในปัจจุบัน?” ลูเมี่ยนเสริมอีกประโยคตามความเข้าใจที่มีต่อลุดวิก
ลุดวิกเม้มปากโดยไม่รู้ตัว แล้วยัดช็อกโกแลตเข้าปาก ก่อนวิ่งตึงๆ พุ่งเข้าหาอัวซอง·ซ็องซง
ลูเมี่ยนส่งสัญญาณด้วยสายตา ให้ฟรังก้าและจินนาซึ่งเพิ่งหลุดพ้นจากความเชื่องช้า
ความหมายคือ ให้ฟรังก้ารับหน้าที่ตรึงฮิกดันไว้ ต่อกรกับเขา ส่วนจินนาให้คอยช่วยเหลือฟรังก้า แต่ไม่ต้องเสี่ยงเข้าปะทะตรงๆ
ฟรังก้าและจินนาต่างพยักหน้าขึงขัง
คนแรกพันเครื่องประดับ ‘น้ำตาดำ’ ไว้ที่ข้อมือ ก่อนร่างหายวับไปอย่างรวดเร็ว
จินนาก็กลืนหายไปเช่นกัน
ลูเมี่ยนไม่ลังเล พอละสายตา ก็หยิบแหวนกระดูก ‘เสียงกระซิบของปีศาจ’ มาสวมนิ้วกลางข้างขวาทันที
ร่างของเขาพลันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีม่วงน้ำเงินส่งกลิ่นกำมะถันฉุนจัด ความชั่วร้ายเริ่มแผ่ซ่าน
สิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มโล่งใจคือ ช่วงนี้ได้ระบายความต้องการและอารมณ์สั่งสมไว้ออกไปเกือบหมดแล้ว สภาพดีกว่าตอนใช้วัตถุมรดกของฮิโซกะที่โมโรลาอยู่มาก
ต่อมา เขากุมด้าม ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ แล้วชักมันออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
ความกล้าหาญพลันเอ่อท้นร่างของลูเมี่ยน ตาจ้องอัวซอง·ซ็องซงที่พยายามบงการโชคชะตาอันไร้ค่าของลุดวิก แปรร่างเป็นหอกเพลิงขาวอมเขียวลุกโชน พุ่งวูบไปข้างหน้า
แก้แค้น! แก้แค้น!
ฉันจะไม่ถอยเด็ดขาด!
ก่อนใช้ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ลูเมี่ยนวางกลยุทธ์โดยรวมไว้แล้ว
ฟรังก้าและจินนาคอยตรึงฮิกดันไว้ทางโน้น ส่วนตัวเขากับลุดวิกจะรุกหนักอัวซอง·ซ็องซง หาทางทำลายอิทธิพลของ ‘คนในวง’ ด้านอ็องโตนีให้คอยสนับสนุนทั้งสองฝั่ง พร้อมทำหน้าที่เป็นสมองกลภายนอกของตน
ส่วนลูกาโนไม่ต้องร่วมรบ คอยหาจังหวะรักษาก็พอ
…………
ภายในอนุสาวรีย์บรรจุศพของ ‘จักรพรรดิมืด’ อันมืดสลัว ผนังสีดำสนิทล้อมรอบแท่นสูงสีเดียวกันตรงกลาง
บนแท่นดังกล่าว ตั้งเก้าอี้ยักษ์ที่ดูคล้ายหล่อจากเหล็กดำ สลักลวดลายบิดเบี้ยวซับซ้อน ส่วนบนของพนักพิงยื่นขึ้นเป็นรูปมงกุฎ
ยามนี้ บนเก้าอี้หนักอึ้งนั้นมีเงาดำมหึมานั่งอยู่ โครงหน้าของเงาปรากฏออกมาค่อนข้างชัดเจน
ดวงตาสีน้ำเงิน สันจมูกโด่ง ริมฝีปากบาง หนวดเล็กที่แต่งแต้มอย่างงดงาม…
ร่างของเงาดำชัดเจนขึ้นตามลำดับ ดูเหมือนสวมเกราะสีดำ คลุมทับด้วยผ้าคลุมอันหรูหรา
‘จักรพรรดิมืด’ โรซายล์·กุสตาฟ
จักรพรรดิแห่งอินทิส ผู้ทำให้ยุคสมัยหนึ่งถูกขนานนามตามพระองค์!
พระองค์ยังคงเวียนว่ายในการเกิดใหม่และดับสูญไม่หยุดหย่อน แต่ความเร็วของทั้งสองสภาวะถูกบิดเบี้ยวให้ช้าลง จนทำให้พระองค์ฟื้นคืนสติและปรากฏเป็นร่างได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อเห็นโรซายล์ในสภาพเช่นนี้ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตน้ำตาคลอ ร้องเรียกด้วยความเจ็บปวดระคนดีใจ
“พ่อ!”
ดวงตาของโรซายล์แปรเป็นสีเลือด บนใบหน้าปริแยกเป็นสองช่อง แลเห็นแสงสีเลือดส่องออกมา
แต่สิ่งเหล่านี้หายวับไปหลังการดับสูญและเกิดใหม่รอบถัดมา
ไม่ว่าจะเป็นการดับสูญหรือการเกิดใหม่ ต่างช้าลงกว่าเดิม
โรซายล์มองธิดาคนโต ถอนหายใจพลางเอ่ย
“พ่อไม่ได้บอกหรือ ว่าอย่ากลับมาอีกน่ะ?”
แบร์นาแดตตอบด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
“แต่พ่อคะ…ฉันอยากช่วยพ่อ!”
“ฉันไม่สนใจว่า ผู้ตื่นขึ้นมาจะเป็น ‘มิสเตอร์ฟูล’ หรือองค์นามว่า ‘ราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค’ อย่างน้อยต้องทำให้พ่อยังมีสติ และคงสภาพไว้โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือชนิดพิเศษ”
‘ราชินีเงื่อนงำ’ หยุดครู่หนึ่ง ก่อนเสริมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“อีกอย่าง ฉันทำนายไม่ได้ว่า วันสิ้นโลกจะมาถึงเมื่อใด จะจบลงเช่นไร ฉันไม่อยากรอต่อไปแล้ว”
โรซายล์ถอนหายใจด้วยความปลาบปลื้มอยู่บ้าง
“นังลูกโง่…”
“แล้วใครช่วยลูกหลบเลี่ยงข้อห้ามของพ่อ จนหวนกลับมาที่นี่ได้อีก?”
“ท…ท่านผู้นั้น” แบร์นาแดตไม่ปิดบังอะไรจากบิดา
“อาดัมหรือ? ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ คนปัจจุบัน?” โรซายล์ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย
แบร์นาแดตพยักหน้าเบา
โรซายล์แค่นหัวเราะเย็นชา แล้วมองแบร์นาแดตพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงซับซ้อน
“ลูกถึงกับเลือกร่วมมือกับสาวกของ ‘หมอกไร้รูป’…ไม่รู้บ้างหรือว่ามันอันตรายแค่ไหน?”
แบร์นาแดตเงียบไปวินาทีหนึ่งก่อนตอบ
“เป็นการหลอกใช้ต่างหาก…”
“สิ่งต่างๆ ที่สามารถสร้างสมดุลมลทินในตัวพ่อ ตอนนี้ล้วนอยู่นอกบาเรีย ในจำนวนนี้มีเพียง ‘หมอกไร้รูป’ ที่สามารถแทรกผ่านบาเรียเข้ามาได้ค่อนข้างง่าย”
“ฉันยังเตรียมการบางอย่างไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้วังวนดำเนินต่อไป”
“ฉันจงใจไม่ตอบจดหมายของแคทลียา ให้เธอเข้าร่วมชุมนุมทาโรต์ เมื่ออยู่เหนือหมอกสีเทาจะได้รู้ตัวเร็ว และด้วยกำลังของ ‘ชุมนุมทาโรต์’ เอง รวมถึงกลุ่มพันธมิตร แค่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ก็ย่อมสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ…”
“ฉันยังทำนายเห็นผู้ค้าบางส่วนที่เพิร์ลตามหา พบความเคลื่อนไหวผิดปกติของฝ่ายปล่อยตัณหาของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ จึงจัดแจงให้ลูกน้องเปิดเผยข้อมูลแก่ฝ่ายระงับตัณหา…”
“…”
“ฉันยังทำนายผลของเรื่องนี้ด้วย สถานการณ์ไม่ได้พัฒนาไปในทางแย่ลง”
“ท่านผู้นั้นก็…บอกใบ้เช่นนี้เหมือนกัน”
โรซายล์ส่ายหน้า เอ่ยกับแบร์นาแดตด้วยน้ำเสียงค่อนข้างหนักแน่นในเชิงสั่งสอน
“บางที สถานการณ์ไม่ได้แย่ลง อาจเพราะมีคนมากมายยอมเสียสละ”
“สำหรับอาดัม นี่คงเป็นสิ่งจำเป็น”
“แต่สำหรับลูกล่ะ?”
……………………………………………………..