ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 871 ช่วงสำคัญ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 871 ช่วงสำคัญ
ตอนที่ 871 ช่วงสำคัญ
ณ ส่วนลึกของเกาะดั้งเดิม ท่ามกลางม่านหมอกขาว เพิร์ลเห็นประตูสุสานของ ‘จักรพรรดิมืด’ เปิดออกด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว
ร่างมหึมาในชุดเกราะดำสวมเสื้อคลุมงดงามก้าวออกมาอย่างสง่า ระหว่างเขากับเพิร์ลมีสายธารหมอกขาวไหลพรั่งพรู
โรซายล์·กุสตาฟ…ใบหน้าเพิร์ลหดเกร็งด้วยสัญชาตญาณ แม้หมอกจากร่างเธอก็ยุบตัวลง
โรซายล์ไม่แม้แต่เหลือบมอง ‘ผู้ทอวังวน’ เริ่มย่างขึ้นสู่อากาศทันที จนถึงขอบโลกประหลาดเลือนรางนามธรรม ราวยอดเขาลอยขึ้น
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เมฆที่เหลือบิดเบี้ยวทั้งหมด ราวมีบางสิ่งเริ่มมีชีวิตขึ้นมา
โรซายล์จ้องไปยังจุดห่างไกล ยกแขนทั้งสองขึ้น เปล่งเสียงก้องกังวาน
“ชาวอินทิสทั้งหลาย จักรพรรดิของพวกเจ้ากลับมาแล้ว!”
ทันใดนั้น เมฆในตำแหน่งสูงถูกพลังล่องหนผลักให้รวมตัว โอบล้อมหมุนวนลงมา ก่อเกิดวังวนอันน่าสะพรึงอีกแห่ง
ศูนย์กลางของวังวนนี้คือโรซายล์·กุสตาฟ
ในเวลาเดียวกัน ชาวอินทิสทั้งหลาย รวมถึงผู้ที่ยังใช้ระเบียบแบบแผนที่โรซายล์นำมา ต่างได้ยินเสียง ‘จักรพรรดิกลับมาแล้ว’ ส่วนใหญ่มีสีหน้างุนงง สงสัยว่าหูของตนมีปัญหาหลังเกิดแสงจ้า ส่วนคนจำนวนน้อยสีหน้าแปรเปลี่ยน ไม่กล้าเชื่อสิ่งที่คาดเดา
ทว่า ณ สุดขอบฟ้าตะวันออก มีลำแสงสว่างวาบขึ้นกะทันหัน สั่นไหวราวคลุ้มคลั่ง ดูประหนึ่งจะข้ามระยะทางไกลเพื่อโผเข้าสู่อ้อมกอดโรซายล์ นำมาซึ่งความบิดเบี้ยวนานัปการ
เบื้องหลังลำแสงดังกล่าว ยังมีลำแสงอีกสามสายลอยปรากฏ ราวถูกพลังล่องหนผลักดัน บีบให้รีบไปก่อนกำหนด
ตามสถานที่ต่างๆ บนโลก บางคนเดินออกจากประตู แต่พบว่ากลับมาอยู่บ้าน บางคนเห็นวิหารที่เคยสว่างไสว กลับมืดมิดเงียบสงัด บางคนดื่มนมตามความเคยชิน ไม่ทันสังเกตว่าใช้รูจมูกดื่ม ทว่าเรื่องนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ
โรงเรียนภาคบังคับที่ถูกทิ้งร้างมานาน พลันสว่างไสวแปลกประหลาด ราวยังมีนักเรียนมากมายนั่งฟังบทเรียนอย่างเงียบสงบ
พาลีสใช้ ‘หนอนกาลเวลา’ ค้นหาช่องโหว่ในการจ้องมองของ ‘โชคชะตา’ จนพบจุดที่ใช้ประโยชน์ได้ แต่ ‘หนอนกาลเวลา’ ที่แยกออกไป กลับไม่เชื่อฟังคำสั่งเสียแล้ว
มาดามเมจิกเชี่ยนที่พาเหล่ามาดามเฮอมิทและมาดามจัสติสท่องเที่ยวอีกครั้ง พบว่าตนไม่ได้เข้าใกล้จุดหมาย กลับห่างจากทะเล เบื้องหน้าของเธอปรากฏ ‘มาดามจัดจ์เมนต์’ และเด็กชายวิล·อัสตินซึ่งถูก ‘มาดามจัดจ์เมนต์’ จูงมือไว้
จุดแสงที่ปรากฏในหมอกขาว ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพียงหม่นลงเล็กน้อย ‘ผู้ทอวังวน’ เพิร์ลตกใจในทีแรก ก่อนผุดสีหน้ายินดีปรีดา
เธอไม่คาดคิดว่าโรซายล์จะออกมา บังคับตัวเองฟื้นคืนชีพก่อนพิธีกรรมสิ้นสุด กลับขึ้นครองตำแหน่งเทพ ‘จักรพรรดิมืด’ ทำให้ ‘เอกลักษณ์’ และตะกอนพลังลำดับ 1 ทั้งสามกลับคืนมาเอง สำหรับพัฒนาการนี้ เธอไม่กล้าคาดเดาแม้ในความฝัน ถึงขั้นไม่เคยคิดให้เฮโลส ข้ารับใช้แห่งโชคชะตาไปทอมัน แต่นี่คือเรื่องดี สำหรับเธอ และสำหรับองค์ ‘หมอกไม่จีรัง’ ผู้ยิ่งใหญ่ที่เธอศรัทธา นับเป็นเรื่องดีอย่างสมบูรณ์!
“ผลลัพธ์ครั้งนี้จะมหาศาลเหลือคณานับ!” เพิร์ลเพิ่งเกิดความคิดดังกล่าว ‘หมอกไม่จีรัง’ ผู้ยิ่งใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเธอผ่านพิธีกรรม ก็ส่งความรู้สึกบางอย่างมา ช่วยให้ความผูกพันระหว่างทั้งสองแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ช่วยให้หมอกขาวที่แผ่ปกคลุมหนาทึบขึ้น และแปรเปลี่ยนไม่หยุดนิ่งมากยิ่งขึ้น
เพิร์ลพลันทอดสายตาไปยังคฤหาสน์ในกรุงทรีอาร์ ไปยังร่างเลือดอันบิดเบี้ยว ซึ่งทะลุผ่านรัศมีศักดิ์สิทธิ์และหมอกขาวออกมา
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“รางวัลล่วงหน้าของฝ่ายปลดปล่อยตัณหาแห่งโรงเรียนกุหลาบคือ ‘ร่างเทพแห่งความงาม’ สมบัติปิดผนึกที่พัฒนาจากตะกอนพลังลำดับ 1 ของเส้นทางจันทรา โดยมาดามเฮลท์แห่งชุมนุมท่องราตรีเป็นผู้จ่ายค่าตอบแทน”
เมื่อภาษาแห่งระเบียบของเพิร์ลแผ่ก้อง จุดแสงอีกดวงหนึ่งก็พองขยายอย่างรวดเร็ว
จุดแสงฉายให้เห็นห้องลับ ซึ่งมีรูปปั้นสตรีใบหน้าพร่าเลือนตั้งตระหง่านกลางห้อง บนผนังรอบด้านมีเด็กๆ มือเท้างอคล้ายกรงเล็บนก ปีนป่ายเต็มไปหมด ขณะที่เบื้องล่างกองด้วยมนุษย์สีหน้าเลื่อนลอยอยู่เป็นจำนวนมาก
ยามนี้ เบื้องหน้ารูปปั้นมีหญิงท้องป่องยืนอยู่ ใบหน้าอิ่มเอิบ คิ้วงามจมูกโด่ง ดวงตาสีเขียวมรกตเปล่งประกายดั่งอัญมณี ผมสีน้ำตาลมวยสูง สวมเพียงเสื้อคลุมสีขาวหลวมๆ ดุจสตรีมีครรภ์
สุภาพสตรีผู้ฟูมฟักเทพ!
เงาเลือดบิดเบี้ยวจากคฤหาสน์ทรีอาร์ อาศัยไอหมอกขาวทะลุจุดแสงที่เชื่อมต่อ ปรากฏข้างเพิร์ล แล้วเดินตรงไปยังจุดแสงของมาดามเฮลท์ ราวกับจะกลับคืนสู่อ้อมอกมารดา
มันเดินช้ายิ่ง ถูกบั่นทอนด้วยผลและความบิดเบี้ยวจากการคืนชีพของโรซายล์
“เชิญท่านเริ่มได้” เพิร์ลผู้ไม่อาจเปลี่ยนสถานะ ‘ร่างเทพแห่งความงาม’ ขอให้มาดามเฮลท์แห่งชุมนุมท่องราตรีมอบค่าตอบแทนล่วงหน้า
เฮลท์พยักหน้าน้อยๆ หมุนกายกลับ หันหน้าสู่รูปปั้นสตรีกลางห้องลับ เสียงทุ้มพร่าเอ่ยบทสวด
บทสวดใกล้จบลงโดยเร็ว ทารกกรงเล็บบนผนังกลายเป็นรางเลือน แปรเป็นลำแสงพุ่งสู่ท้องรูปปั้น ขณะที่มนุษย์เลื่อนลอยซึ่งกองอยู่ ระเบิดออกทีละคน กลับคืนสู่องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ในรูปเลือดเนื้อ
รูปปั้นสตรีค่อยๆ อาบย้อมด้วยแสงสีแดงเรื่อ ดุจพระจันทร์แดงในรูปลักษณ์มนุษย์
มาดามเฮลท์หมุนกายกลับ ทำท่าอุ้มทารกไปทางจักรพรรดิโรซายล์กลางอากาศ
เธอตะโกนด้วยภาษาคนยักษ์บรรพกาล
“กลับมาเถิด บุตรของมารดา!”
จากร่างจักรพรรดิโรซายล์ แสงจันทร์สีเลือดหลั่งไหลออกมาเป็นสาย แยกจากร่างของเขา พุ่งเข้าจุดแสงที่มีรูปปั้นเทพสตรี
นี่คือมลทินที่บีบให้โรซายล์ต้องฝืนเป็นเทพแท้จริงแล้วยอมตาย แต่ก็ยังไม่อาจหลุดพ้น!
บัดนี้ มันถูกดูดออกไปหมดสิ้น ไม่มีผลต่อสภาวะโรซายล์ ไม่พยายามปล่อยมลทินสู่ตัวเขาอีกต่อไป
ปัญหาที่รบกวนโรซายล์นับร้อยปีถูกแก้ง่ายดายเช่นนี้ แต่สภาวะปัจจุบันของเขาต้องอาศัยมลทินจากหมอกไม่จีรัง รวมถึงตะกอนพลังที่เข้ากันได้ดีกว่า เพื่อสร้างสมดุลกับมลทินองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ การดึงออกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมทำลายสมดุล!
เพียงชั่วพริบตา โรซายล์ถูกไอหมอกขาวเติมเต็ม ไอหมอกบิดเบือนความเร็วการล่วงลับ บิดเบือนระยะห่างระหว่างจุดที่ปลูกถ่ายเข้าด้วยกัน ค่อยๆ กัดกร่อนจักรพรรดิ หมายจะปล่อยมลทินเข้าสู่ตัวเขาอย่างสมบูรณ์
แบร์นาแดตในอนุสาวรีย์บรรจุศพจักรพรรดิมืดเห็นภาพนี้ สีหน้าไม่สงบเหมือนตอนอยู่นอกอนุสาวรีย์เมื่อครู่ ทำได้เพียงร้องเรียกอย่างร้อนรน
“อาดัม ไหนล่ะคำสัญญาของท่าน?”
โรซายล์ไม่หวั่นไหวต่อการเปลี่ยนสภาวะตน ราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว โดยยังคงกางแขนทั้งสอง รอให้ ‘เอกลักษณ์’ ของจักรพรรดิมืดปรองดองกับตะกอนพลังลำดับ 1 ทั้งสามส่วน
นี่คือคุณสมบัติของเทพแท้จริง ‘จักรพรรดิมืด’ เมื่อฟื้นคืนชีพ ไม่ว่าเอกลักษณ์และตะกอนพลังลำดับ 1 ทั้งสามส่วนจะถูกใครครอบครองหรือถูกจัดเตรียมให้กินหรือไม่ ก็บังคับให้กลับคืนได้ หลอมรวมเข้าตัวโดยตรง ไม่ต้องมีพิธีพิเศษ ไม่ต้องทำเป็นโอสถ!
แสงจันทร์แดงเรื่อลอยขึ้นจากทั่วเกาะดั้งเดิม รวมตัวกับมลทินที่ถูกดูดจากร่างจักรพรรดิโรซายล์ เกิดเป็นก้อนแข็ง กลายเป็นจันทร์แดงย่อส่วน
เสียงอันพร่าเลือนเลื่อนลอยของเพิร์ล ดังอย่างทันท่วงที
“มาดามเฮลท์ขอให้องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ เรียกคืนมลทินจากร่างโรซายล์·กุสตาฟ มลทินนี้จะเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับ ‘ร่างเทพแห่งความงาม’ มอบให้ฝ่ายปล่อยตัณหาแห่งโรงเรียนกุหลาบ…”
มาดามเฮลท์รับพระจันทร์แดงย่อส่วนที่พยายามกลับคืนสู่อ้อมกอดมารดา แล้วผลักออกจากจุดแสงที่เธออยู่
พระจันทร์แดงย่อส่วนเข้าสู่ไอหมอกขาวที่เพิร์ลสร้าง ค่อยลอยไปยังจุดแสงอีกจุด
มิใช่จุดที่ร่างเทพแห่งความงามปรากฏ แต่เป็นจุดที่มีร่างเลือนรางห้อยแขวน และมีต้นไม้ใหญ่ประหลาดยืนเฝ้า
‘ผู้ทอวังวน’ เพิร์ลข่มใจไม่ให้ตื่นเต้น ตรวจสอบเหตุการณ์ที่ ‘สำนักอร่อย’ ท็อปซายทำลายผนึกทะเลอีกครั้ง
อีกอึดใจ หมอกเทาจางๆ ซึมออกจากก้นทะเล ประสานกับท็อปซายรูปร่างเหมือนไฮดรา
……………
ทรีอาร์ สวนพฤกษศาสตร์
ฟรังก้าเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงจักรพรรดิเสด็จกลับมา เธอทั้งตกตะลึง งุนงง แต่ก็ยินดีปรีดาไม่เบา
ขณะเดียวกัน ลางสังหรณ์ทางวิญญาณบอกเธอว่า ระเบียบที่นี่ถูกบิดเบือน รวมถึงผลของ ‘คนในวง’ ด้วย
เมื่อมีจุดบิดเบือน พวกเขาก็หนีได้โดยไม่ต้องแตะต้อง ‘คนในวง’!
“จุดบิดเบือนอยู่ไหน?” ฟรังก้าคิดได้แค่นั้น ก็เห็นจินนาหยิบกระจกออกมาทำ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ อย่างรวดเร็ว
จินนาก็มีลางสังหรณ์คล้ายกัน
ฮิกดันสองคนกำลังถูกลูเมี่ยนผู้ถือ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ โจมตีอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่สนใจความผิดปกติรอบตัว ทำให้ไม่มีเวลาสนใจ ‘นางมาร’ ทั้งสองชั่วขณะ
เช่นเดียวกัน หน้าอัวซอง·ซ็องซงมีเพียงลุดวิกที่พยายามรบกวน แต่เพราะขาสั้นตัวเตี้ย จึงวิ่งมาไม่ถึง
‘คนในวง’ ตัดสินใจฉับไว กดที่ขมับตัวเอง ทำให้แสงประหลาดทะลุผ่านศีรษะ
ในความเจ็บปวดรุนแรงที่แม้แต่ ‘นักพรต’ ยังทนได้ยาก เขาเข้าสู่ภาวะใกล้ตายทันที
ผลของ ‘คนในวง’ ถูกกระตุ้นตามมา
ลูเมี่ยน อ็องโตนี และคนที่เหลือ เกิดอาการเลือนรางชั่วขณะ แล้วพบว่าตนกลับมาอยู่ในกระท่อมไม้ที่ยังไม่พังถล่ม กลับสู่สภาพที่ยังไม่ได้หยิบ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ และเครื่องประดับ ‘น้ำตาดำ’ ออกมา
ฟรังก้าและจินนาลงมือ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ไม่ทันเวลา
ลูเมี่ยนหยิบเครื่องประดับ ‘น้ำตาดำ’ ออกมาอีกครั้งโดยอัตโนมัติ ตั้งใจจะโยนให้ฟรังก้า แต่ทันทีที่จับสมบัติปิดผนึกชิ้นนี้ เด็กหนุ่มก็รับรู้ถึงโลกในกระจกได้โดยตรง รับรู้ถึงสิ่งพิเศษนั่น รับรู้ถึงการเรียกหาของ 0-01 จากโมโรลา
“รับรู้ได้แบบนี้เลย? เมื่อก่อนทำไม่ได้นี่…”
“ความผิดปกติเมื่อครู่ บิดเบือนระเบียบที่นี่และผลของ ‘คนในวง’ จนเกิดการเปลี่ยนแปลง? นั่นคือ เราออกไปผ่านโลกในกระจกได้โดยไม่ต้องกระตุ้น ‘คนในวง’ แล้วสินะ?” ลูเมี่ยนตัดสินใจได้ทันที
เด็กหนุ่มรีบตะโกนบอกพวกฟรังก้า ก่อนที่อัวซอง·ซ็องซงจะฆ่าตัวตายอีกครั้ง เพื่อนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
“จับตัวผมไว้!”
เวลามีจำกัด เขาจึงไม่อาจอธิบาย ได้แต่หวังว่าเพื่อนร่วมทีมจะเชื่อใจตน
พวกฟรังก้าแม้มีข้อสงสัย แต่ก็จับตัวลูเมี่ยนอีกครั้ง รวมทั้งลุดวิก
วินาทีถัดมา ลูเมี่ยนใช้ ‘น้ำตาดำ’ โดยอาศัยกระจกหน้าต่างกระท่อม เข้าสู่โลกในกระจกอันมืดมิด เลือกอุโมงค์สายหนึ่งและเคลื่อนที่ผ่านไปยังสถานที่ห่างไกล
ไม่ผิดจากที่คาด คราวนี้พวกเขาไม่ได้กระตุ้นผลของ ‘คนในวง’
ขณะที่ลูกาโนเกิดความปีติล้นเหลือ ทุกคนก็รู้สึกตาพร่า โลกหมุนคว้าง
เมื่อได้สติ ลูเมี่ยนพบว่าตนและทุกคน มาถึงโลกที่เกือบมืดสนิทโดยสมบูรณ์ ตรงหน้าคือแฮร์ริสัน ผู้มาเยือนจากเกาะแห่งการคืนชีพ
รอบตัวแฮร์ริสันมีเทียนที่จุดไว้สี่เล่ม กับอาหารท้องถิ่นอีกสี่อย่าง ประกอบด้วยขนมปังสองก้อน เส้นเฟเนพ็อต และข้าวสวย ซึ่งตอนนี้ทั้งหมดขึ้นรา
แฮร์ริสันมองลูเมี่ยน แล้วแย้มยิ้มเล็กน้อย
“จากคำทำนายขององค์ราชันสวรรค์ แกนำพาส่วนสำคัญของเรื่องนี้มาด้วย หากขังแกเอาไว้ ก็จะไม่มีเหตุไม่คาดฝันใดๆ อีก”
ขณะที่แฮร์ริสันพูด อัวซอง·ซ็องซง พร้อมฮิกดัน ก็ปรากฏตัวในความมืดเช่นกัน
อัวซอง·ซ็องซงมองหน้าลูเมี่ยน มุมปากมีรอยยิ้ม
“แกไม่รู้หรือว่า ฉันหนีออกจากทรีอาร์ยุคที่สี่ได้โดยอาศัยโลกในกระจกพิเศษ?”
……………………………………………………..