ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 872 ความกล้าหาญ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 872 ความกล้าหาญ
ตอนที่ 872 ความกล้าหาญ
………………..
ลูเมี่ยนไม่เสียเวลาพูดกับแฮร์ริสัน อัวซอง·ซ็องซง และคนอื่นๆ เลย เพียงต้องการยืนยันว่า ‘คนในกระจก’ มีส่วนลึกในแผนการวังวน และที่นี่คือโลกในกระจกพิเศษ แต่ยังไม่ทราบว่าอยู่ชั้นไหน
ลูเมี่ยนกระตุ้นรอยประทับดำบนบ่าขวาทันที หวังรีบพา ฟรังก้า และคนอื่นๆ ‘เทเลพอร์ต’ หนีก่อนที่อัวซอง·ซ็องซงจะใช้พลังของ ‘คนในวง’
ครั้งนี้ จุดหมายปลายทางคือ ‘เมืองเนรเทศ’ โมโรลา!
ในเมื่อมาถึงโลกในกระจกพิเศษแล้ว และสถานการณ์เลวร้ายที่สุดก็ประจักษ์ชัดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีก สามารถเสี่ยงฝ่าอันตรายที่ซ่อนอยู่ มุ่งหน้าสู่โมโรลา
หากไม่เสี่ยง เมื่อเผชิญกับครึ่งเทพสองคน อย่างอัวซอง·ซ็องซงกับฮิกดัน รวมไปถึงแฮร์ริสัน ผู้มีพลังวิเศษประหลาด ลูเมี่ยนไม่คิดว่าพวกตนจะมีโอกาสชนะ ความตายของทุกคนเป็นเพียงเรื่องของเวลา ไม่สู้เสี่ยงดวงดีกว่า ดูว่าจะฝ่าอันตรายในห้วงลึกของโลกในกระจกพิเศษไปถึงโมโรลาได้ไหม
ที่นั่น ลูเมี่ยนคือผู้แทนของ ‘0-01’ สามารถยืมพลังมากมาย ต่อกรกับครึ่งเทพลำดับ 4 ได้เต็มที่ หากจำเป็น เขายังแสดงพลังลำดับ 3 ได้ชั่วครู่ มีโอกาสไม่น้อยที่จะร่วมกับฟรังก้า จินนา และคนอื่นๆ พร้อม ‘ความช่วยเหลือ’ จากอาร์ชบิชอปแห่งโมโรลาและประชากรนับแสน ผลักดันหรือแม้แต่สังหารอัวซอง·ซ็องซงและฮิกดัน
สำคัญยิ่งกว่านั้น ‘0-01’ จะผลักไสครึ่งเทพลำดับ 5 ขึ้นไป มีโอกาสสูงที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงกลัว เป้าหมายแรกย่อมเป็นนักบุญทั้งสอง!
ลูเมี่ยนอาศัยความสามารถ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ จาก ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ และความเชื่อมโยงพิเศษระหว่างเขากับ ‘0-01’ พาจินนา อ็องโตนี และคนอื่นๆ ที่ยังจับมือกันอยู่ หายวับไปจากจุดเดิม ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในห้วงลึกของโลกในกระจก
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกโลกนี้ผลักไส รู้สึกว่าเบื้องหน้ามีบาเรียที่มองไม่เห็น
เขาถูกบังคับออกจากสภาวะ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ ร่างหลายร่างปรากฏขึ้นพร้อมกันในซากเมืองเล็กๆ อันมืดมิด
เส้นทางไปสู่โมโรลาถูกปิดตายแล้ว
ดูเหมือนจะเป็นฝีมือของพลังระดับสูงในกลุ่ม ‘คนในกระจก’ พวกเขาใช้โลกในกระจกพิเศษได้เหนือกว่า ‘น้ำตาดำ’ ชัดเจน
ลูเมี่ยนพิจารณาชั่วครู่ เห็นว่าอัวซอง·ซ็องซงและคนอื่นยังไม่ตามมา จึงส่งเครื่องประดับหน้าผาก ‘น้ำตาดำ’ ให้ฟรังก้าทันที กล่าวเสียงราบเรียบว่า
“คุณพาพวกเขาย้ายตำแหน่งด้วยกระจกไปเรื่อยๆ ก่อน รอให้สถานการณ์ภายนอกเปลี่ยน…ก่อนหน้านี้เกิดความบิดเบี้ยวของระเบียบแล้ว ต่อไปต้องมีความผิดปกติคล้ายกันอีกแน่ เมื่อถึงตอนนั้น พวกคุณก็ฉวยโอกาส อาศัยกระจก กลับไปพื้นดิน กลับไปทรีอาร์”
“แล้วคุณล่ะ?” จินนาหลุดปากถาม
ลูเมี่ยนยิ้ม
“แน่นอน ผมจะอยู่เล่นสนุกกับพวกเขาสักหน่อย”
“ถ้าผมไปกับพวกคุณ พวกเขาจะไล่ตามไม่หยุด ไม่ให้พวกคุณมีโอกาสหลุดจากโลกในกระจกพิเศษ แล้วใครจะไปตามความช่วยเหลือล่ะ?”
จินนาตาแดงก่ำ กำลังจะพูดอะไร ลูเมี่ยนก็เอ่ยเสียงต่ำว่า
“คุณลืมพี่ชายของคุณแล้วหรือ?”
จินนาอ้าปากเล็กน้อย พูดอะไรไม่ออก
ลูเมี่ยนพยักหน้า กลับมายิ้มอีกครั้ง
“พวกคุณต้องช่วยผมไปตามมาดามเมจิกเชี่ยน มาดามจัดจ์เมนต์ และแจ้งตำแหน่งที่แน่ชัด”
“นอกจากนั้น พวกคุณก็น่าจะช่วยล่อครึ่งเทพออกไปได้สักคนด้วย”
พูดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนยิ้มให้จินนา ฟรังก้า และอ็องโตนีอย่างไม่เกรงกลัว
“ถ้าผมตาย…ฝากแก้แค้นด้วยนะ”
สายตาจินนาพร่ามัวแล้ว เธอกัดฟัน พยักหน้ายากลำบาก บีบคำพูดจากลำคอ
“อื้อ…”
เธอจะแก้แค้นให้ลูเมี่ยนเหมือนที่แก้แค้นให้แม่ของตัวเอง!
ลูเมี่ยนหันไปมองฟรังก้า พูดด้วยสีหน้าสงบ
“เรื่องอื่นๆ ต้องฝากคุณแล้ว”
ฟรังก้าดวงตาเป็นประกายวาววับ ตอบด้วยเสียงแหบพร่า
“อื้อ”
ลูเมี่ยนหยิบแหวนกระดูก ‘เสียงกระซิบของปีศาจ’ มาสวมใหม่ พลางพูดต่อกับฟรังก้า จินนา และคนที่เหลือ
“พวกคุณไม่ใช่เป้าหมายหลัก แม้แต่เป้าหมายรองก็ไม่ใช่ ระหว่างใช้กระจกย้ายตำแหน่งตลอดเวลา หากฮิกดันไล่ตามมาทัน ก็ปล่อยลุดวิกไว้สักที่ระหว่างทาง ให้เขาซ่อนตัวเอง วิธีนี้จะช่วยให้พวกคุณมีเวลามากขึ้น”
“นายไม่คัดค้านใช่ไหม?”
ประโยคหลังนั้นถามลุดวิก
ลุดวิกส่ายหน้า รู้สึกว่านี่คล้ายสิ่งที่ตนรอคอย
เขาเพียงเสนอข้อเรียกร้องหนึ่งข้อ
“ขอของกินเพิ่มหน่อยได้ไหม?”
ลูเมี่ยนซึ่งร่างลุกด้วยเปลวไฟกำมะถันสีฟ้าอมม่วง โยนช็อกโกแลตและคุกกี้ให้ จากนั้นหันไปพูดกับอ็องโตนี
“ถ้าฮิกดันยังไล่ตามไม่หยุด คุณแยกตัวไปเองได้”
เห็นอ็องโตนีจะปฏิเสธ ลูเมี่ยนยิ้มพลางพูดว่า
“ต้องเหลือคนไว้แก้แค้นให้ทุกคนสักคน”
“คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ย่อมต้องเจ็บปวดที่สุด ผมเชื่อว่าคุณเข้าใจประโยคนี้ดี”
อ็องโตนีใช้ ‘ปลอบโยน’ กับตัวเอง
“ได้”
ลูเมี่ยนไม่พูดอะไรอีก เร่งรัด
“พวกคุณรีบไปเถอะ”
ตอนนี้ ฟรังก้าโยน ‘น้ำตาดำ’ คืนให้ลูเมี่ยน
“แค่อาศัยกระจกย้ายตำแหน่งตลอดเวลา ใช้ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ก็พอ ‘น้ำตาดำ’ ใช้พลังของโลกในกระจกพิเศษได้ น่าจะช่วยให้คุณต้านทานได้นานขึ้น”
เสียงของ ‘นางมารทุกข์ระทม’ สะอื้น เธอรู้สึกว่าโอสถกำลังถูกย่อยอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
ลูเมี่ยนไม่ปฏิเสธ รีบพัน ‘น้ำตาดำ’ เข้ากับข้อมือซ้ายทันที
ฟรังก้าหยิบเครื่องรางผลึกน้ำแข็งจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้วกัดฟันพูด
“พวกคุณจับตัวฉันไว้”
จินนามองลูเมี่ยนด้วยดวงตาใสดั่งสายน้ำ ยื่นมือคว้าแขนฟรังก้า ส่วนลูกาโนรีบย้ายไปอยู่ด้านหลังเธอ
แสงเย็นวาววับแวบหนึ่ง พวกเขาหายไป เหลือเพียงกระจกร่วงหล่น
ลูเมี่ยนละสายตา หันไปมองเงาสามสายที่เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
ศัตรูไล่ตามมาแล้ว
มองไปยังอัวซอง·ซ็องซง ฮิกดัน และแฮร์ริสัน ลูเมี่ยนที่มี ‘น้ำตาดำ’ ประดับข้อมือซ้าย และ ‘เสียงกระซิบของปีศาจ’ ในมือขวา ชัก ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
เปลวไฟกำมะถันสีน้ำเงินม่วงบนร่างเขา เปลี่ยนเป็นสีขาวจัดอมเขียว เอวและหลังโค้งงอเล็กน้อย
สีน้ำเงินในดวงตาเข้มขึ้น จับจ้องอัวซอง·ซ็องซงผู้มีผมสีทองอมขาว ใบหน้าเผยรอยยิ้มชัดเจน
เขาเปล่งเสียงจากลำคอ
“อันที่จริง ฉันก็รอแกมานานเหมือนกัน”
…………
มาดามเมจิกเชี่ยนที่บังเอิญพบมาดามจัดจ์เมนต์และวิล·อัสติน เอ่ยถามเด็กชายตรงๆ
“คุณช่วยพาพวกเราไปหาสื่อกลางที่มีพลังชะตากรรมซึมออกมาได้ไหม?”
วิล·อัสตินเจ้าของใบหน้าอวบอิ่ม สวมชุดทางการสำหรับเด็ก เผยสีหน้าลำบากใจ
“ตอนนี้ทุกคนที่ไม่ได้ร่วมแผนวังวน จะถูกพลังชะตากรรมส่งอิทธิพล เดินสู่ความล้มเหลวที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ถ้าผมใช้ลูกเต๋านั่น ก็มีโอกาสช่วยพวกคุณหาเป้าหมายได้ แต่จะทำให้โชคดีที่ผมสะสมมาหมดไป บางที กลับบ้านแล้วอาจเห็นโอโรเลอุสกำลังรออยู่ก็ได้”
“พวกคุณมีของวิเศษที่ช่วยประหยัดโชคดีของผม หรือใช้แทนลูกเต๋านั่นได้ไหม? ผมคิดว่าน่าจะมี”
เมื่อเทวทูตใหญ่ในขอบเขตโชคชะตาพูดคำว่า ‘น่าจะมี’ ‘เมจิกเชี่ยน’ ‘จัสติส’ ‘เฮอร์มิท’ ก็เริ่มตรวจสอบตัวเอง คนหลังรู้ว่าวิลพูดสิ่งใด ผ่านการเชื่อมโยงทางจิตของมิสจัสติส
ทันใดนั้น มาดามเฮอร์มิทนึกขึ้นได้ หยิบกล่องบุหรี่เหล็กออกมาจากที่ใดสักแห่ง
“ราชินีเงื่อนงำทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้ ท่านบอกว่า…ตามคำทำนาย สิ่งนี้จะมอบความช่วยเหลือสำคัญแก่ฉันในอนาคต”
มาดามเมจิกเชี่ยนกวาดตามองแล้วพึมพำ
“บนนั้นมีกลิ่นอายของมิสเตอร์ฟูล”
เมื่อได้ยิน มิสจัสติสนึกถึงหลายสิ่งทันที
เธอถามเพื่อยืนยัน
“ราชันสวรรค์ส่งลูกน้องเข้าร่วมแผนวังวนด้วยใช่ไหม?”
“ใช่” มาดามเมจิกเชี่ยนเริ่มเข้าใจสิ่งที่มิสจัสติสต้องการสื่อ
มิสจัสติสที่ได้คำยืนยัน แสดงรอยยิ้ม
“ราชันสวรรค์เข้าร่วมแผนวังวน ก็เท่ากับมิสเตอร์ฟูลก็เข้าร่วมด้วยไม่ใช่หรือ?”
“ถ้าอย่างนั้น…”
เธอมองกล่องบุหรี่เหล็กในมือมาดามเฮอร์มิท เสียงดังขึ้นพร้อมกันในใจเหล่าผู้ถือไพ่อาร์คาน่าใหญ่
มาดามเฮอร์มิทรีบส่งสิ่งในมือให้เด็กชายวิลทันที
วิลยิ้มแย้มแจ่มใส
“มันใช้ได้!”
เด็กชายพูดกับมาดามเมจิกเชี่ยนและมิสจัสติส
“ผมจะนำทางเอง”
ปากบอกว่านำทาง แต่วิลกลับหลับตาลง
แสงดาวระยิบระยับโปรยปราย มาดามเมจิกเชี่ยนพาทุกคนเริ่มท่องเที่ยวตามสัญชาตญาณของวิล
…………
ภายในส่วนลึกของเกาะดั้งเดิม ในหมอกสีขาวที่แผ่กระจาย
ใบหน้าของ ‘ผู้ทอวังวน’ เพิร์ล บางครั้งสำรวจ ‘ร่างเทพแห่งความงาม’ ที่ค่อยๆ เข้าใกล้จุดแสง ค่อยๆ เข้าใกล้มลทินเหมือนพระจันทร์แดงย่อส่วน บางครั้งมองท่าเรือซานตาและทะเลโดยรอบที่ผนึกเริ่มหลวม บางครั้งเงยหน้าดูโรซายล์·กุสตาฟ ที่สูงตระหง่านราวยอดเขากลางอากาศ
แสงสี่สายที่ปรากฏทีละเส้นบนขอบฟ้า เริ่มใกล้เข้ามาทุกขณะ
เพิร์ลหวังว่าโรซายล์จะฟื้นคืนชีพสมบูรณ์ กลับมาเป็น ‘จักรพรรดิมืด’ โดยเร็ว
หากเป็นเช่นนั้น ‘หมอกไม่จีรัง’ จะได้สิ่งของของพระองค์คืน และมีเทพแท้จริงลำดับ 0 เป็นหุ่นเชิด
ตามแผนเดิมของเพิร์ล ต้องรอถึงช่วงท้ายพิธีวังวน การซื้อขายระหว่าง ‘ชุมนุมท่องราตรี’ และ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ เสร็จสิ้น ‘หมอกไม่จีรัง’ จึงจะสร้างมลทินต่อโรซายล์·กุสตาฟได้สมบูรณ์ ‘จักรพรรดิมืด’ ที่ตายแล้วจึงถูกฟื้นคืนชีพ แต่ตอนนั้น การซื้อขายจะจบแล้ว ไม่มีกลุ่มอำนาจช่วยอีก การฟื้นคืนชีพย่อมถูกขัดขวาง ต้องรอวังวนครั้งต่อไป
แต่ตอนนี้ โรซายล์·กุสตาฟเดินออกจากอนุสาวรีย์บรรจุศพของ ‘จักรพรรดิมืด’ เอง เลือกฟื้นคืนชีพเอง ก่อนพิธีวังวนสิ้นสุด!
กลางอากาศ แสงสายแรกตกลงบนร่างโรซายล์ผู้อยู่ในโลกนามธรรมพิศวง ตามด้วยอีกสามสาย
แสงที่เกินบรรยายระเบิดออกทันที
……………………………………………………..