ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 873 ศึกที่ชะตากำหนด ....................
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 873 ศึกที่ชะตากำหนด ....................
ตอนที่ 873 ศึกที่ชะตากำหนด
………………..
ในโลกกระจกพิเศษ ฮิกดันเห็นเพียงลูเมี่ยนคนเดียวเบื้องหน้า จึงหันไปมองอัวซอง·ซ็องซงทันที
อัวซอง·ซ็องซงถอดแหวนแก้ววงหนึ่ง โยนให้ครึ่งเทพแห่ง ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’
แฮร์ริสันพูดภาษาอินทิสไม่คล่องว่า
“โลกนี้จะนำทางคุณเอง”
ขณะนั้น ลูเมี่ยนซึ่งมีเปลวไฟสีขาวอมเขียวลุกทั่วร่าง กำลังถือ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ วิ่งเข้ามาอย่างเร่งร้อน
ฮิกดันรับแหวนแก้วมาได้ แล้วรีบกระตุ้นพลังมันทันที
ในซากเมืองที่มืดสนิทและมีบางสิ่งปกคลุมอยู่เบื้องบน วัตถุหลายชิ้นที่มีผิวสะท้อนดั่งกระจกสว่างวาบขึ้น ร่างของฮิกดันถูกแสงใสห่อหุ้ม แล้วพุ่งเข้าไปในหนึ่งในนั้น ไล่ตามลุดวิกกับพรรคพวก
ลูเมี่ยนวิ่งได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็หายวับไปจากจุดเดิมทันที
เบื้องหลังอัวซอง·ซ็องซง เปลวไฟสีขาวอมเขียวปรากฏขึ้นกะทันหัน ขยายตัวกลายเป็นร่างลุกไหม้ถือดาบไฟมหึมา
‘คนในวง’ ไม่มีท่าทีตกใจ มีเงาร่างกึ่งโปร่งใสคล้ายคลึงกับเขา โผล่จากด้านหลัง แต่ดูเฉยชาและไร้อารมณ์ยิ่งกว่า
พลังพันธสัญญาใหม่ของอัวซอง·ซ็องซง ‘อัญเชิญเทพมรณา’!
เมื่อถูกร่างกึ่งโปร่งใสครึ่งตัวจ้องมองพร้อมกับเคลื่อนเข้าใกล้ ร่างไฟสีขาวอมเขียวก็หรี่หม่นลงในพริบตา เปลวไฟดับลงเป็นกลุ่มๆ
แต่ไม่มีตัวลูเมี่ยนอยู่ในนั้น
ณ ใต้ฝ่าเท้าอัวซอง·ซ็องซง เงาที่แสงไฟส่องให้เห็น พลันมีชีวิตขึ้นมาอย่างประหลาด กลายเป็นของเหลวดำข้นหนืด คล้ายหลอมรวมจากแรงกระหายและอารมณ์มืดในส่วนลึกสุดของจิตใจ พุ่งทะลักขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด
พวกมันพันรัดสองขาของอัวซอง·ซ็องซงไว้ก่อน แล้วลุกลามไปยังลำตัว
อวตารแห่งตัณหา!
การโจมตีจากเบื้องหลังของลูเมี่ยน เป็นเพียงเครื่องล่อเพื่อดึงความสนใจอัวซอง·ซ็องซง กลยุทธ์สังหารแท้จริงคือ ‘อวตารแห่งตัณหา’ จากแหวนกระดูก ‘เสียงกระซิบของปีศาจ’ ซึ่งช่วยให้เด็กหนุ่มอาศัยมลทินและการผนึกในร่าง ให้เกิดประโยชน์จริงในการต่อสู้
เมื่อเขา ‘เทเลพอร์ต’ ไปเบื้องหลังอัวซอง·ซ็องซง จึงใช้ร่างเพลิงที่สร้างขึ้นเป็นฉากบัง แปลงกลายเป็นสัตว์เงา แทรกเข้าไปในเงาใต้เท้าเป้าหมาย กระตุ้น ‘เสียงกระซิบของปีศาจ’ แหวนกระดูกจาก ‘ฮิโซกะ’
ส่วนศัตรูอีกคนที่อยู่ใกล้เคียง ลูเมี่ยนผู้เปี่ยมด้วยความกล้าไม่ได้สนใจเลย
เด็กหนุ่มวางกลยุทธ์ไว้ก่อนชัก ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ดังนี้
ฟรังก้ากับพรรคพวก หากอาศัยลุดวิกก็น่าจะล่อฮิกดันไปได้ ตัวเขาต้องจัดการเพียงอัวซอง·ซ็องซงกับแฮร์ริสัน แม้แฮร์ริสันไม่ใช่ครึ่งเทพ ไม่มีเทวบารมี แต่มีพลังประหลาดหลากหลาย การสังหารเขาในเวลาอันสั้น ไม่ได้ง่ายกว่าทำให้อัวซอง·ซ็องซงบาดเจ็บสาหัส
ดังนั้น เป้าโจมตีหลักจึงเป็น ‘คนในวง’ อัวซอง·ซ็องซง แล้วอาศัยพลัง ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ ที่ใช้ได้เร็วขึ้น มีคูลดาวน์ลดลงชัดเจน แฟลชไปมาต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงไม่ให้แฮร์ริสันหาโอกาสขโมยสิ่งของหรือพลังสำคัญไปได้
ระหว่างนี้ โรคระบาดศาสตร์เร้นลับจากเครื่องประดับหน้าผาก ‘น้ำตาดำ’ จะแพร่กระจายออกไปตามธรรมชาติ ปกคลุมมิติ ลูเมี่ยนเชื่อว่ามันจะต้านทาน ‘กระดาษคนตัวแทน’ ของแฮร์ริสันได้มาก แฮร์ริสันคงใช้ ‘กระดาษคนตัวแทน’ รับโรคศาสตร์เร้นลับแทนตัวได้ แต่ตราบใดที่ยังอยู่ในสนามรบ เขาก็จะติดเชื้อต่อเนื่อง ‘กระดาษคนตัวแทน’ ย่อมหมดสักวัน และเมื่อเวลาผ่านไป ความถี่การเสียหายและความเร็วของ ‘กระดาษคนตัวแทน’ ก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
เพิ่งถูกของเหลวดำข้นที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความหวาดกลัวปกคลุมร่าง กายเนื้อของอัวซอง·ซ็องซงก็พลันพร่าเลือน
ความคิดลูเมี่ยนสับสนไปชั่วครู่ เมื่อได้สติกลับมา อัวซอง·ซ็องซงถอยห่างไปหลายเมตรแล้ว ไม่มีร่องรอยว่าได้รับผลกระทบจากมลทินอันน่าสะพรึงใน ‘อวตารแห่งตัณหา’ แต่อย่างใด
นี่คืออีกรูปแบบการใช้พลังของ ‘คนในวง’
คราวนี้ อัวซอง·ซ็องซงไม่ได้ดึงซากเมืองทั้งหมดเข้ามาใน ‘คนในวง’ แต่จัดการเฉพาะกับร่างกายตัวเอง เหมือนที่ลูเมี่ยนฟื้นฟูร่างกายและพลังวิญญาณอัตโนมัติทุกหกโมงเช้า ต่างกันที่ จุดกระตุ้นถูกตั้งให้ทำงานเมื่อใกล้ตายหรือถูกโจมตีถึงตาย
การโจมตี ‘อวตารแห่งตัณหา’ เมื่อครู่ทำให้เกิดการกระตุ้นผล ‘คนในวง’ โดยอัตโนมัติ อัวซอง·ซ็องซงอาศัยโอกาสนี้กลับคืนสู่สภาวะปกติ และพึ่งความสับสนชั่วขณะจากวัตถุเชื่อมโยงของความสามารถ ‘คนในวง’ รีบถอยห่างจากลูเมี่ยน มิฉะนั้นจะถูกของเหลวดำข้นห่อหุ้มต่อไป
ทันทีหลังจากนั้น ดวงตาเขารวมแสงสีเขียวหม่น พุ่งวูบไปยังก้อนของเหลวดำข้นที่เพิ่งฟื้นคืนสภาพ
ลูเมี่ยนไม่ทัน ‘เทเลพอร์ต’ ได้แต่เร่งทำให้เงาตนมีชีวิตและสลับตำแหน่งกับมัน
ลำแสงเพิ่งปรากฏก็ตกลงบนเงามืดทันที ทำให้มันจางและแตกสลายในฉับพลัน ไม่มีโอกาสดิ้นรนหนีเลย
เกือบจะพร้อมกัน อัวซอง·ซ็องซงยื่นฝ่ามือขวา
ดวงตาเขาย้อมด้วยสีเงินผสมดำ สะท้อนแม่น้ำสายยาวสีปรอทที่ไหลเงียบๆ นั่นคือสายธารโชคชะตา สายธารโชคชะตาที่เป็นของลูเมี่ยน
‘คนในวง’ อัวซอง·ซ็องซงกำลังจะเปลี่ยนห้วงชะตากับลูเมี่ยน
หลังจากหลบพ้นลำแสงสีเขียวหม่น ลูเมี่ยนไม่หวั่นเกรง ‘เทเลพอร์ต’ ไปอยู่ข้างกายอัวซอง·ซ็องซงอีกครั้ง
ฮึ! อยากจะ ‘เปลี่ยนชะตา’ งั้นหรือ?
ไม่เป็นไร!
แค่ชกแกจนต้องรีสตาร์ท ความพยายามนั้นก็จะกลายเป็นหมัน!
ลูเมี่ยนยกดาบตรงสีดำเหล็ก ซึ่งลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีขาวอมเขียว ฟันลงหนักๆ ใส่อัวซอง·ซ็องซง
เก็บเกี่ยว!
ตอนนี้ แฮร์ริสันสบโอกาสลงมือ จึงยื่นมือขวา จับคว้าแผ่วเบาเพื่อ ‘ขโมย’ การโจมตีของลูเมี่ยน
ผิวกายเขาปรากฏเปลวไฟสีขาวอมเขียว ในมือรวมตัวเป็นดาบมหึมาลุกโชน
บึ้มมม!
แฮร์ริสันฟันดาบไฟมหึมาใส่ลูเมี่ยนจากระยะสิบกว่าเมตร จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
ลูเมี่ยนไม่ท้อแท้ หันร่าง เผชิญคลื่นไฟที่พุ่งอย่างบ้าคลั่งเข้ามา พร้อมฟัน ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ อีกครั้ง
อีกครั้งกับ ‘เก็บเกี่ยว’!
บึ้มบึ้ม!
เปลวไฟสีขาวอมเขียวกับคลื่นกระแทกปะทะกันหนักหน่วง พายุน่าสะพรึงพัดกระหน่ำทั่วซากปรักหักพัง หินกระเด็น ไม้ลุกไหม้
แฮร์ริสันถูกลมพายุไฟโจมตี ร่างเสื่อมสภาพกลายเป็นกระดาษคนสีดำน่าขนลุก
บนผิวมีคราบสนิมแดงอมเหลืองผุดขึ้น ก่อนมอดไหม้เป็นเถ้าในเปลวไฟสีขาวอมเขียว
เมื่อร่างแฮร์ริสันปรากฏใหม่ ณ ริมพายุ ลูเมี่ยนผู้ได้รับพลังจาก ‘0-01’ และมี ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ช่วยรับแรงโจมตีแทน ยืนนิ่งไม่ถอยแม้ครึ่งก้าว จับจ้องอัวซอง·ซ็องซงอีกครั้ง
ดวงตาเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวเหล็กกล้า กวาดหาจุดขาวซีดที่เป็นจุดอ่อนของอัวซอง·ซ็องซง
เด็กหนุ่มเงื้อ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ขึ้นอีกครั้ง รวบรวมพลังจนเกิดฝูงอีกาไฟสีขาวอมเขียวขึ้นด้านหลัง
ในจังหวะดังกล่าว เพราะแฮร์ริสันถ่วงเวลาสำเร็จ อัวซอง·ซ็องซงจึงเตรียมขั้นตอน ‘เปลี่ยนชะตา’ เสร็จสิ้น รอเพียงเวลาครบก็พร้อมรับผลลัพธ์ หากไม่ใช่เพราะลูเมี่ยนมีศักดิ์เทวทูตเทียม อัวซอง·ซ็องซงคงเพียงยื่นมือขวาสัมผัสสายธารแห่งชะตาของเขา เลือกช่วงที่ต้องการ แล้วเริ่มแลกเปลี่ยนทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลางัดแงะ
เปรี้ยง!
ลูเมี่ยนฟัน ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ลงบนศีรษะอัวซอง·ซ็องซง ขณะที่ฝูงอีกาไฟสีขาวอมเขียวบินวนปกคลุมบริเวณโดยรอบ
“คุณใช้ความสามารถคนในวงฟื้นฟูร่างกายได้ แต่ผมก็ใช้การโจมตีแบบกว้างและหน่วงเวลาเล่นงานคุณที่เพิ่งฟื้นได้เช่นกัน!”
“อีกไม่กี่ครั้งที่รีสตาร์ท คุณก็จะได้พบจุดจบที่กำหนดไว้แล้ว!”
บึ้มบึ้ม!
ร่างของอัวซอง·ซ็องซงพร่าเลือนอีกครั้ง พร้อมกับที่ความคิดของลูเมี่ยนก็พลอยสับสนงุนงง
อาศัย ‘คนในวง’ อัวซอง·ซ็องซงฟื้นจากบาดแผลของ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ แต่อีกาไฟสีขาวอมเขียวไม่ได้ช้าลงแม้ลูเมี่ยนจะสับสน พวกมันยังบินตามเส้นทางที่กำหนด พุ่งลงยังจุดต่างๆ
ทันใด ร่างของอัวซอง·ซ็องซงหายวับไปจากจุดเดิม
ท่ามกลางอีกาไฟที่ทยอยระเบิด ร่าง ‘คนในวง’ ปรากฏที่ระยะสามสี่สิบเมตรห่างออกไป
“แกมี ‘เทเลพอร์ต’ ฉันก็ทำพันธสัญญากับ ‘เทเลพอร์ต’ เหมือนกัน!”
ข้างกายอัวซอง·ซ็องซง ร่างลูเมี่ยนปรากฏอย่างรวดเร็ว ไล่ติดไม่ลดละ
ดวงตาเด็กหนุ่มกลายเป็นสีเงินดำสนิท สะท้อนสายธารแห่งชะตาสีเงินปรอทของอัวซอง·ซ็องซง
เขายื่นมือซ้าย ผลักดันลำธารย่อยของสายธารแห่งชะตาอันเลือนราง ไปยังจุดที่อัวซอง·ซ็องซงสลัดหลุดจากการโจมตีไม่ทัน พร้อมกับฟัน ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ด้วยมือเดียวอีกครั้ง สร้างลูกไฟสีขาวอมเขียวเป็นกลุ่ม
หากไม่ใช่เพราะหาตัวเลือกเหมาะสมไม่ได้ ลูเมี่ยนแทบอยากใช้ ‘กระตุ้นชะตา’ ทำให้ผลของ ‘คนในวง’ ของอัวซอง·ซ็องซงเกิดความผิดปกติ ไม่สามารถทำงานได้อีก
บึ้มบึ้มๆ!
พลังวิญญาณลูเมี่ยนถูกการโจมตีต่อเนื่องดูดเกลี้ยง จนต้องรีบปล่อยพลังที่สั่งสมไว้ทั้งหมด ส่วนอัวซอง·ซ็องซงโดน ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ฟันเข้าก่อน พอฟื้นคืนสภาพแล้ว ก็ไม่ทันใช้ ‘เทเลพอร์ต’ หลบหนี จึงโดนลูกไฟสีขาวอมเขียวกลุ่มใหญ่ถาโถมเข้าใส่
ผลของ ‘คนในวง’ ถูกกระตุ้นเป็นครั้งที่สี่จนได้
อัวซอง·ซ็องซงอาศัยโอกาสนี้ฟื้นคืนสภาพ แล้ว ‘เทเลพอร์ต’ ไปอีกทิศทางหนึ่ง
แต่การแลกเปลี่ยนชะตากรรมระหว่างทั้งสองฝ่ายยังไม่หยุดลง เพราะสิ่งที่ถูกนับอยู่ใน ‘วง’ มีเพียงร่างกายและพลังวิญญาณของอัวซอง·ซ็องซง ไม่รวมโชคชะตาและการกระทำ เหมือนที่ลูเมี่ยนรีเซ็ตสภาพทุกเช้าหกโมง แต่ไม่ได้เพิกถอนการกระทำก่อนหน้า หรือทำให้ผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นไร้ผล
ลูเมี่ยนไม่ยอมถอย ยังคงไล่ล่าอัวซอง·ซ็องซงด้วยการ ‘แฟลช’ ไปปรากฏข้างกายเขา
อัวซอง·ซ็องซงไม่เลือกต้านรับอีกต่อไป ใช้พลัง ‘เทเลพอร์ต’ ที่ทำสัญญาไว้ โยกย้ายเปลี่ยนตำแหน่ง
อีกด้านหนึ่ง แฮร์ริสันเสื่อมสภาพกลายเป็นกระดาษคนบางๆ น่าขนลุกอีกครั้ง เพราะมีลางสังหรณ์ว่าตนกำลังจะติดเชื้อโรค
ลูเมี่ยนไล่ล่าอัวซอง·ซ็องซง อาศัย ‘เทเลพอร์ต’ ที่มีช่วงเวลาและความเร็วเหนือกว่า สบโอกาสโจมตีได้อีกสองครั้ง แต่การโจมตีถูกอัวซอง·ซ็องซงใช้พลังวิเศษสลายทิ้ง หรือไม่ก็กระตุ้นผลของ ‘คนในวง’
ดูเหมือน ‘คนในวง’ ของอัวซอง·ซ็องซงยังห่างไกลจากบทสรุปที่กำหนดไว้
แม้มี ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ลูเมี่ยนก็เกิดความสิ้นหวังระดับหนึ่ง เขารู้ว่าเมื่อการแลกเปลี่ยนชะตาเสร็จสิ้น จะเกิดเรื่องร้ายขึ้น ถึงจะมีโอกาสโจมตีศัตรู แต่กลับไม่อาจขัดขวางการแลกเปลี่ยน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่กำลังจะเกิด!
นี่อาจเป็นความหมายของ ‘ชะตากรรม’
บางที นักล่าชะตากรรมอาจต้องจับคู่กับคนในวง จึงจะแสดงความน่าสะพรึงกลัวออกมาได้เต็มที่
ความสิ้นหวังผ่านเลยไปชั่วพริบตา ความกล้าหาญกลับมาครอบงำลูเมี่ยนอีกครั้ง
……………………………………………………..