ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 874 ปลดผนึก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 874 ปลดผนึก
ตอนที่ 874 ปลดผนึก
หลังจากนั้นอีกครู่ อัวซอง·ซ็องซงไม่ได้รอให้การแลกเปลี่ยนห้วงชะตาเสร็จสิ้นอย่างเฉื่อยชา แต่เริ่มใช้พลังวิเศษหลากหลายอย่างกระตือรือร้น จนกลับกลายเป็นฝ่ายกดดันการโจมตีของลูเมี่ยนได้
อีกด้านหนึ่ง แฮร์ริสันใช้ ‘กระดาษคนตัวแทน’ ถี่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหนีโรคระบาดทางศาสตร์เร้นลับที่แพร่อยู่ในซากปรักหักพังของเมืองเล็กๆ
เขาไม่มีเวลาว่างพอจะรบกวนลูเมี่ยนอีก ได้แต่พยายามคิดหาวิธีต่างๆ เท่าที่นึกออก เพื่อกำจัดจุลชีพก่อโรคที่แพร่อยู่ในอากาศ แต่ก็แทบไม่ได้ผล
ลูเมี่ยนรู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนโชคชะตาใกล้เสร็จสิ้นมากขึ้น แม้เขาจะไม่หวั่น แต่ก็ตัดสินใจเสี่ยงสักตั้ง
เด็กหนุ่มเลียนแบบผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักรบ’ ปลดปล่อยพายุแสง มือทั้งสองกลับด้ามถือ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ แล้วแทงลงหนักๆ โดยไม่เสียดายพลังวิญญาณ
โดยมีตัวเขาและ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ เป็นจุดศูนย์กลาง ลูกไฟสีขาวจัดแกมเขียว ขยายออกเป็นชั้นๆ ครอบทั่วซากเมืองเล็ก
บึ้มบึ้ม!
ท่ามกลางแสงไฟวาบหลายระลอก การระเบิดอันหนักหน่วงทำลายอาคารโบราณที่พังทลายไปแล้ว จุดไฟลุกท่วมทุกซอกมุมของซากปรักหักพัง
แฮร์ริสันใช้ ‘กระดาษคนตัวแทน’ อีกครั้ง ด้วยอยู่ชายขอบซากเมืองตลอดเวลา ร่างเขาจึงหลุดออกไป ปรากฏในอุโมงค์มืดที่เคยใช้ไล่ล่า
อัวซอง·ซ็องซงที่อยู่ใกล้ลูเมี่ยนมากกว่า ถูกลูกหลงอย่างไม่อาจเลี่ยง ความพยายามที่จะเปิด ‘เทเลพอร์ต’ อีกครั้งถูกคลื่นลมปะทะบ้าคลั่งขัดจังหวะทันที
ร่างเขาถูกเพลิงเผาไปบางส่วน แต่บาดแผลก็ไม่อันตรายถึงแก่ชีวิต ด้วยน้ำอดน้ำทนของ ‘นักพรต’ เขาเพียงบิดใบหน้าตามสัญชาตญาณ
ฉวยจังหวะนี้ ลูเมี่ยน ‘เทเลพอร์ต’ มาปรากฏตรงหน้าอัวซอง·ซ็องซง
ดวงตาของอัวซอง·ซ็องซงพลันรวมแสงสีเขียวหม่น
เกือบจะพร้อมกัน ลูเมี่ยนอาศัยความเคยชิน อาศัยรูปแบบที่อีกฝ่ายใช้ลำแสงน่ากลัว หมุน ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ครึ่งรอบ ยกขวางไว้ตรงหน้าใกล้อก
ลำแสงสีเขียวหม่นเพิ่งรวมตัวเสร็จ ก็พุ่งใส่ลูเมี่ยนด้วยความเร็วที่หลบไม่ได้ ปะทะ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ พอดี ทำให้เปลวไฟสีขาวแกมเขียวที่หุ้มตัวดาบสีดำเหล็กดับวูบ ประกายโลหะแวววาวหม่นลงไปมาก
ลูเมี่ยนสกัดลำแสงได้สำเร็จจึงปล่อยมือซ้าย จะฉวยโอกาสโจมตีอัวซอง·ซ็องซงให้ถึงตาย
เขารู้สึกว่า ‘คนในวง’ รอบนี้ของอีกฝ่ายใกล้จบ หากกระตุ้นผลอีกสองสามครั้ง อาจพาศัตรูไปสู่บทสรุปที่กำหนด มีโอกาสถูกสังหาร
ทันใดนั้น ขนทั่วร่างลูเมี่ยนลุกตั้งชัน สมองเกือบว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ผลข้างเคียงของเครื่องประดับหน้าผาก ‘น้ำตาดำ’ ปรากฏขึ้นแล้ว
หากไม่มี ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ช่วยแบ่งเบา เด็กหนุ่มคงจะ ‘สุขสม’ ถึงขีดสุด ไม่ใช่แค่เหม่อลอยชั่วครู่
ฉวยช่วงเหม่อลอยชั่วขณะ อัวซอง·ซ็องซง ‘เทเลพอร์ต’ หนีจากซากเมืองเล็กที่ว่างเปล่า แต่ไม่ได้ทิ้งระยะห่างไกลเกินขีดจำกัดการแลกเปลี่ยนชะตา
ลูเมี่ยนได้สติเร็ว กำลังจะไล่ตามอัวซอง·ซ็องซงไป
ทันใด ความคิดเขาช้าลง เหม่อลอย ราวกับถูกแช่แข็งกะทันหัน
ร่างของเขาแข็งทื่อทันที แม้แต่ขยับนิ้วสักนิด ก็ยากลำบากผิดปกติ
การแลกเปลี่ยนชะตาเสร็จสิ้นแล้ว
เคร้ง! ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ตกลงพื้นตรงๆ เพราะลูเมี่ยนไม่มีแรงจับมันแล้ว
ลูเมี่ยนค่อยๆ ทรุดนั่งบนพื้น สายตาว่างเปล่า สีหน้าเหม่อลอย พิงกองหินแตก
เด็กหนุ่มที่ไม่ได้ถูกควบคุมด้วย ‘ความกล้าหาญ’ อีก ย่อมอยากกระตุ้นตราประทับ ‘จักรพรรดิโลหิต’ บนฝ่ามือขวาตามสัญชาตญาณ หวังใช้อารมณ์คลุ้มคลั่งในร่าง ช่วยให้หลุดพ้นจากสภาวะปัจจุบัน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
ความสามารถในการคิดไตร่ตรอง กำลังสูญเสียไปเร็วมาก
นี่คือผลลัพธ์ที่อัวซอง·ซ็องซง จงใจมอบให้โดยเฉพาะ
อัวซอง·ซ็องซงยิ้มพลาง ‘เทเลพอร์ต’ กลับมาตรงหน้าลูเมี่ยน กล่าวเสียงต่ำ
“ถ้าไม่ใช่เพราะแกมีศักดิ์เทวทูตเทียม การแลกเปลี่ยนชะตาคงเสร็จนานแล้ว”
“แกคงไม่รู้ว่า ‘คนในวง’ มีขีดจำกัดสูงสุดที่หมุนเวียนได้คือเก้าครั้ง ยังขาดอีกหลายครั้งกว่าจะทำให้ฉันได้รับความเสียหายจริง”
“แกยังไม่ใช่ครึ่งเทพแท้ มีความแตกต่างโดยแก่นแท้กับฉันที่มีเทวบารมี”
อัวซอง·ซ็องซงพูดพลางหยิบหนังแกะปลุกเสกไม่สมบูรณ์ ซึ่งห่อหุ้มได้เพียงศีรษะ เตรียมจะเปลี่ยนลูเมี่ยนให้เป็นแกะ ควบคุมเขาอย่างสิ้นเชิง
วินาทีถัดมา ลูเมี่ยนรู้สึกว่าความแข็งทื่อของร่าง รวมถึงความเหม่อลอยในความคิด ไม่รุนแรงเท่าเดิม ผลของมันถูกบิดเบือนไป
โอกาส! ลูเมี่ยนเตรียมกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาทันที ดูว่าจะสามารถ ‘เทเลพอร์ต’ ออกจากโลกในกระจกได้เลยหรือไม่
อัวซอง·ซ็องซงสีหน้าเปลี่ยนไปก่อน จากนั้นกระตุ้นรอยพันธสัญญาบางอย่าง พลางร้องเสียงทุ้ม
“ลูเมี่ยน·ลี!”
ลูเมี่ยนที่ร่างยังไม่หายไปสมบูรณ์ รู้สึกสมองวูบ ศีรษะวิงเวียนอย่างรุนแรง ยากจะรักษาผลของ ‘เทเลพอร์ต’ ต่อไป
ขณะเดียวกัน อัวซอง·ซ็องซงคลุมหนังแกะในมือลงบนศีรษะเด็กหนุ่ม ท่องเสียงต่ำเป็นภาษาเฮอร์มิสว่า
“แกะ!”
เกิดแสงสลัวแวบหนึ่ง ลูเมี่ยนกลายเป็นแกะตัวหนึ่ง ขนสีเทาขาว
พลังส่วนใหญ่ถูกผนึก สภาวะความคิดเหม่อลอยตัวแข็งทื่อก่อนหน้า ได้ย้อนกลับมาอีกหน จนเขาอยากจะใช้ ‘น้ำตาดำ’ และแหวน ‘เสียงกระซิบของปีศาจ’ ก็ทำไม่ได้
อัวซอง·ซ็องซงเห็นสถานการณ์ รู้สึกถึงความอ่อนแรงและการสูญเสียพลังวิญญาณ คิดว่ายังพอทนต่อโรคระบาดแห่งศาสตร์เร้นลับได้อีกสักพัก รอให้ผลของ ‘คนในวง’ ถูกกระตุ้นอัตโนมัติ
กระดาษคนที่วาดใบหน้าตลกขบขัน ทั่วร่างน่าขนลุก เดินจากอุโมงค์เข้ามาในซากปรักหักพังที่ยังมีเปลวไฟลุกไหม้เงียบงันหลายจุด คราบสนิมบนร่างเพิ่มขึ้นเร็วจนเห็นได้ชัด
มันมองลูเมี่ยน พลางเปล่งเสียงของแฮร์ริสัน
“ดูเหมือนว่าเพื่อนของแกก็หนีไม่รอดเช่นกัน”
ขณะพูด กระดาษคนยกมือขวาเบาหวิว วาดในอากาศครั้งหนึ่ง
เพียงแลมองลงล่างแวบเดียว ฟรังก้ากับพวกก็ถูกดีดกลับมิติเดิม ไม่อาจหลุดพ้นโลกในกระจกพิเศษ
ฮิกดันที่แยกเป็นสองส่วน เคลือบน้ำเมือกเขียวปนเหลือง ปรากฏในฉากดังกล่าว ขวางทางหนีของฟรังก้าและคณะไว้
หลังใช้ไปอีกสามครั้ง ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ของฟรังก้าเหลือโอกาส ‘ข้ามกระจก’ เพียงครั้งสุดท้าย
เธอไม่พยายามหนีอีก แต่หยิบเกราะสีเงินจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ วางไว้ตรงหน้า หันเข้าหาตัวเอง ส่วนอ็องโตนีก็ชักปืนลูกโม่ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ออกมา
ในอีกฉากหนึ่ง ฮิกดันอีกตัวกำลังตามหาลุดวิก
เห็นเพียงเท่านี้ กระดาษคน ‘แฮร์ริสัน’ ที่ยิ่งขาดวิ่น กล่าวกับลูเมี่ยนด้วยน้ำเสียงแฝงรอยยิ้ม
“พวกพ้องของแกคงตายก่อนแกทุกคน… ‘กระจกตัวแทน’ ของพวกนั้นคงมีไม่มากเท่ากระดาษคนของฉัน แกยังมีโอกาสไว้อาลัยอยู่นะ”
“อันที่จริง พวกแกทำได้ดีทีเดียว หากไม่มีฉัน ไม่มีฮิกดัน หากได้เผชิญหน้ากับอัวซอง·ซ็องซงลำพัง อาจยังมีโอกาสหนีรอด หรือแม้แต่ชนะ”
ลูเมี่ยนที่ถูกควบคุมซ้อนสองชั้น แทบไม่เหลือความสามารถคิดลึกซึ้ง เหลือเพียงอารมณ์ที่ยังกระเพื่อม
ภายในใจเขาราวถูกจุดด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ ความไม่ยอมแพ้ และความเกลียดชัง ดวงตาของแกะที่เขากลายเป็น ท่วมท้นไปด้วยเส้นเลือดฝอย
อัวซอง·ซ็องซงเอียงศีรษะถามกระดาษคนแฮร์ริสัน
“ผมฆ่าเขาเดี๋ยวนี้ ให้องค์เทอร์มีโพลอสหวนกลับมาดีไหม?”
กระดาษคนแฮร์ริสันส่ายหัวช้าๆ
“พระบัญชาของราชันสวรรค์คือกักขัง”
อัวซอง·ซ็องซงคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“ก็จริง…เศษเดนตัวนี้มีพลังระดับสูงหลายอย่างในร่าง การฆ่าตรงๆ อาจไปกระตุ้นการกลายพันธุ์ มีโอกาสส่งผลต่อแผนวังวนทั้งหมด”
“ผมลองปลดผนึกตรงหน้าอกเขา ให้องค์เทอร์มีโพลอสหวนกลับได้ไหม?”
กระดาษคนแฮร์ริสันเงียบไปสองวินาทีแล้วตอบ
“ได้”
นี่ไม่ขัดพระบัญชาราชันสวรรค์
อัวซอง·ซ็องซงเผยรอยยิ้ม
“ส่วนสุดท้าย คงต้องขอคุณช่วยใช้พรจากราชันสวรรค์ หากไม่แล้ว ผมต้องทำให้ลูเมี่ยน·ลีเกือบตาย จึงจะปลดผนึกได้ ซึ่งมันเสี่ยงเกินไป”
วิธีปลดผนึกของ ‘เดอะฟูล’ บนตัวลูเมี่ยน·ลีไม่ใช่ความคิดอัวซอง·ซ็องซงเอง แต่เป็นสิ่งที่ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ มอบให้ผ่านพิธีกรรม
“ได้” แฮร์ริสันไม่ปฏิเสธ
อัวซอง·ซ็องซงรีบหยิบกล่องโลหะสีดำออกมาเปิด
ภายในมีลูกกลมปรอทขนาดเท่าหัวแม่มือวางเรียงกันอยู่หลายเม็ด บนผิวมีคราบสีดำ สลักลวดลายและสัญลักษณ์ซับซ้อน ซึ่งเพียงเห็นก็ทำให้จมดิ่งสู่ความหวาดกลัวชั้นลึกสุด
น้ำเสียงอัวซอง·ซ็องซงเริ่มทุ้มต่ำ แต่คำที่เปล่งกลับผิดปกติราวภาพลวงตา
ลูกปรอทคราบดำลอยขึ้น ถูกพลังงานมองไม่เห็นดึงดูด หมุนวนรวดเร็วในอากาศ ราวกับสายน้ำที่เชื่อมหัวท้าย
ลูเมี่ยนที่คิดได้เพียงเล็กน้อย ได้ยินบทสนทนาระหว่างอัวซอง·ซ็องซงกับแฮร์ริสัน ได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า แต่กลับไม่รู้สึกสิ้นหวังหรือเสียใจ
มาถึงขั้นนี้แล้ว มัวสิ้นหวังหรือเสียใจไปก็ไร้ความหมาย!
ตอนนี้ลูเมี่ยนมีเพียงความโกรธ ความไม่ยอมแพ้ และความเกลียดชัง ดวงตาคู่นั้นของแกะจ้องเขม็ง
ไอ้พวกเศษสวะ!
เพียงสิบกว่าถึงยี่สิบวินาที อัวซอง·ซ็องซงท่องบทสวดจนจบ ปล่อยสายธารสีเงินผสมดำที่ลอยตรงหน้าพุ่งสู่อกลูเมี่ยน
แฮร์ริสันที่ยืนในอุโมงค์ จุดเทียนสี่เล่มขึ้นมาไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร หยิบขนมปังสี่ก้อนวางไว้หน้าเทียนแต่ละเล่ม
เขาเริ่มท่องคาถา พร้อมย่างก้าวและเคลื่อนไหวแปลกประหลาด
ลูเมี่ยนทั้งร่างจมดิ่งสู่ภาวะมืดสลัว ความคิดค่อยๆ หลุดพ้นจากอาการเซื่องซึม
แต่เขายังไม่ทันคิดอะไรอื่น ก็รู้สึกร้อนผ่าวตรงอก และความร้อนอันคุ้นเคยก็ค่อยๆ สลายไป กลายเป็นความเย็นฉับพลัน
ในพริบตา แสงสีเงินผสมดำหลายสาย พุ่งทะลักจากร่างของเขา มาสานเข้าหากันด้านหน้า ถักทอเป็นเค้าโครงร่าง
……………………………………………………..