ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 881 สามครั้ง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 881 สามครั้ง
ตอนที่ 881 สามครั้ง
อัวซอง·ซ็องซงรู้สึกว่าน้ำเสียงดังกล่าว ไร้ความอบอุ่นในรอยยิ้มแม้แต่น้อย จนเขาถึงกับสะดุ้งพร้อมกับได้สติ
ปฏิกิริยาแรกคือรีบ ‘เทเลพอร์ต’ หนีไป เพราะลูเมี่ยนกลายเป็นครึ่งเทพแล้ว ทั้งมีเพื่อนอีกสามคนช่วยเหลือ ขณะที่ผู้ช่วยของเขา ฮิกดันซึ่งเป็นครึ่งเทพอีกคน ถูกลูเมี่ยนสังหารอย่างราบคาบในเวลาอันสั้น
ไม่ว่าจะศรัทธาต่อ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ อันยิ่งใหญ่เพียงใด หรือปรารถนาเร่งร้อนที่จะช่วยทูตแห่งชะตากรรม อย่างองค์เทอร์มีโพลอส อัวซอง·ซ็องซงก็ยังมองออกถึงสถานการณ์ตรงหน้า
เขารู้ว่ามีเพียงสองทางเลือก หนึ่งคืออยู่สู้จนตาย สองคือหนีไปรอโอกาสใหม่
ณ เวลานี้ การเลือกไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด
พร้อมกับกระตุ้นรอยประทับสีดำบนร่าง อัวซอง·ซ็องซงก็หายวับไปจากที่เดิม
วินาทีต่อมา เขาปรากฏตัวห่างออกไปสิบกว่าเมตร เบื้องหน้าคือบาเรียโปร่งใสคล้ายแก้ว
บาเรียปรากฏๆ หายๆ ปิดล้อมพื้นที่ขนาดเท่าลานโล่ง
ลูเมี่ยนที่ร่างผอมลงเล็กน้อย ถือดาบใหญ่สีดำเหล็ก ไม่ได้ขัดขวางความพยายามของอัวซอง·ซ็องซง เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะหยันว่า
“ที่นี่คือโลกในกระจกพิเศษ และ ‘นางมาร’ ระดับครึ่งเทพสามารถใช้พลังของโลกนี้ได้พอประมาณ”
“ถ้าอยากทำลายบาเรียกระจกเพื่อ ‘เทเลพอร์ต’ ออกไป มีเพียงวิธีเดียว คือเอาชนะฉันให้ได้”
อัวซอง·ซ็องซงพยายามครู่หนึ่ง แต่ไม่สำเร็จ จึงจำต้องหันมาเผชิญหน้ากับลูเมี่ยน
แล้วเขาก็เห็นอีกฝ่ายเผยรอยยิ้มงดงามแต่อันตราย
ลูเมี่ยนไม่ได้ลงมือทันที เพราะกำลังฟังเสียงเต้นของหัวใจตัวเอง
ตราผนึกของมิสเตอร์ฟูลบนตัวเขาสิ้นฤทธิ์แล้ว แต่อามุนด์ทิ้งพลังบางส่วนไว้ที่เดิม ทำให้เศษวิญญาณของโอลัวร์และคนอื่นๆ ไม่หลุดออกไปจนดับสลาย
แน่นอน นี่เป็นเพียงผลชั่วคราว อย่างมากแค่สองสามวัน ตราผนึกนั้นก็จะแตกสลายสิ้นเชิง
สืบเนื่องความเข้มข้นของตราผนึกทั้งสองแบบ ต่างกันราวฟ้ากับดิน ลูเมี่ยนรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างตนกับพี่สาวใกล้ชิดขึ้นมาก ราวกับได้ยินเสียงเธอ รับรู้ความคิดเธอได้
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!
เสียงหัวใจเต้น ฟังแล้วทั้งคุ้นเคยและอบอุ่น
“เห็นหรือยัง? อัวซอง·ซ็องซงอยู่ตรงหน้า คนนอกรีตที่ทำให้เธอฝันร้ายตลอด หวาดกลัวจนต้องหนีออกจากทรีอาร์”
“เห็นหรือยัง? เขากำลังสั่นกลัว”
ลูเมี่ยนกระซิบสองประโยคด้วยสีหน้าอ่อนโยน แล้วเงยหน้า จับจ้องมองตาอัวซอง·ซ็องซง
ระหว่างนั้น เขา ‘เทเลพอร์ต’ ติดต่อกันหลายครั้ง เปลี่ยนตำแหน่ง ไม่ให้การโจมตีของอัวซอง·ซ็องซงส่งผลต่อตน
ลูเมี่ยนโค้งหลังลง พลางใช้สองมือจับ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’
วินาทีต่อมา ร่างเขาจางหาย ‘แฟลช’ ไปปรากฏหน้าอัวซอง·ซ็องซง ดูเหมือนไม่สนใจการตอบโต้ของอีกฝ่าย ฟันเป้าหมายเป็นสองซีกอย่างรุนแรง
อัวซอง·ซ็องซงไม่ลังเลเพียงเพราะอีกฝ่ายงดงามเย้ายวน อาศัยน้ำอดน้ำทนของ ‘นักพรต’ ทำให้ดวงตารวมพลังแสงสีเขียวเข้ม
เมื่อลำแสงพุ่งออกไป ลูเมี่ยนก็เปลี่ยนเป็นโปร่งใส กลายเป็นกระจกบานหนึ่ง
เพล้ง!
พอกระจกแตกสลาย ร่างของลูเมี่ยนก็ปรากฏด้านหลังอัวซอง·ซ็องซง ยังคงท่าฟันดาบสีดำลงมา
อัวซอง·ซ็องซงรีบให้ร่างกึ่งโปร่งใสที่คล้ายตัวเองพุ่งออกมา จ้องมองลูเมี่ยน
แต่ร่างของลูเมี่ยนกลับจางหายไปทันที ราวกับเป็นภาพสะท้อนจากกระจก
ในเวลาเดียวกัน เหนือศีรษะอัวซอง·ซ็องซง ลูเมี่ยนปรากฏร่าง ถือดาบเหล็กสีดำที่ลุกเป็นเพลิงขาวจัดแซมเปลวไฟสีฟ้า กระโดดฟันลงมาเพื่อจบการโจมตีด้วยท่าสุดท้าย
เปรี้ยง!
‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ฟันลงตรงรอยต่อคอกับไหล่ของอัวซอง·ซ็องซง ผ่าผิวหนังประกายโลหะให้แยกออก เปรอะเปื้อนเลือดสีแดงสด
ตามมาด้วยการระเบิดรุนแรง ร่างของอัวซอง·ซ็องซงเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ
ทันใดนั้นเอง ลูเมี่ยนเริ่มมึนงง ขณะที่อัวซอง·ซ็องซงฟื้นคืนสภาพเดิมในพริบตา พร้อมทั้ง ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังอีกด้านของมิติปิดล้อม
ลูเมี่ยนไม่ได้ไล่ตามไป หันร่าง มองไปยังสาวกแห่งชะตากรรมผมสีทองออกขาว ยิ้มพลางกล่าวว่า
“ครั้งที่หนึ่ง”
อัวซอง·ซ็องซงขนหัวลุกซู่ทันที เข้าใจว่าอีกฝ่ายได้ฆ่าตนไปแล้วหนึ่งครั้ง และยังจะมีอีกหลายครั้งต่อไป
เขารีบกระตุ้นพลังพันธสัญญา ‘ภาพลวงตา’
ร่างของเขาแยกออกเป็นหลายสิบทันที และทุกร่างดูเหมือนจะสามารถ ‘เทเลพอร์ต’ ปรากฏในตำแหน่งต่างๆ มุมต่างๆ ของมิติปิดล้อม
ทุกคนยกมือขวาขึ้นพร้อมกัน ในดวงตาสะท้อนแม่น้ำพร่าเลือนสีปรอทของลูเมี่ยน
นี่อาจเป็นการขยายชะตา หรืออาจเป็นการเปลี่ยนชะตา!
แต่ลูเมี่ยนดูเหมือนแยกไม่ออกว่าอัวซอง·ซ็องซงคนใดเป็นตัวจริง ไม่สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลูเมี่ยนยิ้มออกมาด้วยดวงตาสีฟ้าไร้อารมณ์
เขามองไปยัง ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ พบว่าเลือดของอัวซอง·ซ็องซงที่ควรติดอยู่บนนั้น หายไปจนสิ้น ราวกับกลับคืนสู่ร่างของ ‘คนในวง’ ผู้นั้น
ลูเมี่ยนไม่รู้สึกแปลกใจ พลันขว้าง ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ออกไปยังบริเวณกึ่งกลางมิติปิดล้อม
ดาบเหล็กสีดำเล่มเขื่องตกลงสู่พื้นราวกับกระสุนปืนใหญ่
บึ้มมม!
การระเบิดมหึมาเกิดขึ้นฉับพลัน จนโลกในกระจกพิเศษสั่นสะเทือน เปลวไฟสีขาวจัดแซมสีฟ้าแผ่ปกคลุมทุกตารางนิ้วของพื้นดิน ปกคลุมทุกจุดของอากาศในมิติปิดล้อม
นี่คือเหตุผลที่ลูเมี่ยนจำกัดสนามรบไว้แค่เท่าๆ ลานโล่ง
ภาพลวงตาที่อัวซอง·ซ็องซงสร้าง ถูกทำลายในพริบตา ร่างจริงของเขาหลังต้านทานได้แค่สองวินาที ก็แตกสลาย กระตุ้นผลของ ‘คนในวง’
ตัวลูเมี่ยนเองก็ถูกการระเบิดกลืนกิน เปลวไฟแผดเผาผิวหนัง พายุแรงระเบิดฉีกร่างกายเขา
จากนั้น เขาเปลี่ยนเป็นกระจกบานหนึ่ง
กระจกแตกสลายทันที
แรงระเบิดค่อยๆ สงบลง ลูเมี่ยนมองอัวซอง·ซ็องซงที่อยู่ห่างออกไป รอยยิ้มบนใบหน้าชัดเจนขึ้น
“ครั้งที่สอง”
ดวงตาสีฟ้าอ่อนใสดั่งทะเลสาบบนที่ราบสูง ยังคงไร้แววยินดี
ขณะพูด เส้นใยแมงมุมที่มองไม่เห็น ทยอยแผ่ออกจากร่างลูเมี่ยน พันรอบด้าม ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ดึงมันกลับมา
เมื่อพบว่าดาบตรงสีดำเล่มเขื่อง มีพลังโจมตีครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด และพลังสัญญาของตนไม่พอต้านทานการระเบิดได้ อัวซอง·ซ็องซงก็พลันบังเกิดความสิ้นหวัง
แม้ก่อนรีบไล่ตามมา เขาได้ยกเลิกผล ‘คนในวง’ ที่ใช้ก่อนหน้าไปแล้ว รอจนข้อจำกัดสิ้นสุด แล้วตั้งค่า ‘คนในวง’ แบบเดิมใหม่ ใช้ได้เก้าครั้ง เหลืออีกเจ็ดครั้ง แต่หากลูเมี่ยนขว้างดาบตรงสีดำนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างระเบิดวงกว้างเหมือนเมื่อครู่ เขาไม่คิดว่าผล ‘คนในวง’ อีกเจ็ดครั้งจะมีความหมายมากนัก
เว้นแต่ดาบสีดำนั่น ต้องรอระยะหนึ่งก่อนจะโจมตีลักษณะเดียวกันได้อีก
อัวซอง·ซ็องซงไม่กล้าเสี่ยง ตัดสินใจยกเลิกผล ‘คนในวง’ บนร่างตัวเอง
มือขวาเขากดในอากาศว่างเปล่า มุ่งไปยังร่างลูเมี่ยนที่เพิ่งเคลื่อนเข้ามาใกล้ ดวงตาปรากฏเส้นสีเงินขาวแซมดำหนา
เส้นบิดตัวเหมือนงู ล้อมกรอบร่างลูเมี่ยนไว้ตรงกลาง แล้วเชื่อมหัวท้ายเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
อัวซอง·ซ็องซงต้องการให้ลูเมี่ยนกลายเป็นคนในวง!
ผล ‘คนในวง’ ต่างประเภท ไม่ต้องรอให้ข้อจำกัดสิ้นสุด
และในช่วงเวลาเดียวกัน อัวซอง·ซ็องซงที่เป็นเพียงลำดับ 4 รักษา ‘วง’ ได้แค่หนึ่งวง
เงื่อนไขที่เขากำหนดคือ หากลูเมี่ยนโจมตีเขา จะเกิดผล ‘คนในวง’ รีเซตสถานะของ ‘นางมารสิ้นหวัง’ เงื่อนไขเข้มงวดเช่นนี้ใช้กับ ‘คนในวง’ แบบวงกว้างไม่ได้ และจะถูกกดทับโดยสถานะเป้าหมาย ทำให้ประสิทธิภาพไม่ดีที่สุด ไม่เหมือน ‘คนในวง’ แบบวงกว้างที่แม้แต่ระดับเทวทูตก็ได้รับผลกระทบ
พลังโชคชะตาที่อัวซอง·ซ็องซงผนวกให้ ‘คนในวง’ ครั้งนี้ คงอยู่ได้แค่สามรอบวัฏจักร เมื่อเกินสามครั้ง เริ่มครั้งที่สี่ โชคชะตาที่กำหนดไว้จะมาถึง
แน่นอน โชคชะตาที่กำหนดไว้คืออะไร ขึ้นอยู่กับการเลือกของอัวซอง·ซ็องซงเอง
เนื่องจากต้องทำ ‘วง’ ให้เสร็จโดยเร็ว ไม่งั้นลูเมี่ยนอาจโจมตีก่อน อัวซอง·ซ็องซงไม่มีเวลาแยกแยะมาก เพียงมองผ่านๆ ก็เลือกแขนงหนึ่งจากลำธารสีเงินปรอทลวงตาของลูเมี่ยน แล้วนำเข้าใน ‘วง’
นั่นเป็นแขนงที่ ‘คนในกระจก’ เป็นศัตรูกับ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ซึ่งจะช่วยให้เขาทำลายกำแพงกระจกโดยรอบ ทำให้มีโอกาส ‘เทเลพอร์ต’ หนีไป
ยิ่งโชคชะตาที่กำหนดเลวร้าย ผลลัพธ์สุดท้ายก็ยิ่งแย่ อัวซอง·ซ็องซงต้องใช้พลังโชคชะตามากขึ้น เวลาทำให้กว่าจะ ‘วง’ เสร็จก็ยิ่งนาน ไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน
‘วง’ เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ ลูเมี่ยนตระหนักได้โดยสัญชาตญาณ จึงวาง ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ลงโดยไม่เดินหน้าบุกต่อ
อัวซอง·ซ็องซงเห็นเช่นนั้น รวบรวมแสงสีเขียวหม่นในดวงตาโดยสัญชาตญาณ
ลำแสงสองสายพุ่งตรงเหมือนเส้นแสง ตกลงบนร่างลูเมี่ยน ส่วนลูเมี่ยนกลายเป็นกระจกอีกครั้ง ย้ายไปโผล่ในตำแหน่งไม่ไกลจากเดิม
เห็นภาพดังกล่าว อัวซอง·ซ็องซงชะงักงันชั่วขณะ
ทำไมตอนที่เรากับแฮร์ริสันเผชิญการโจมตีของลูเมี่ยน ถึงไม่เลือกขังเขาไว้ด้วยวิธีนี้บ้าง?
แบบนั้นจะจบการต่อสู้ได้เร็วกว่า ไม่ต้องถูกฆ่าหลายหน…
ตอนนี้ เขายังมี ‘ร่างกระจก’ อีกไม่รู้กี่ร่าง
อัวซอง·ซ็องซงคิดไวทำไว หวังยั่วให้ลูเมี่ยนโจมตี ดวงตาเปล่งแสงสีเขียวหม่นอีกครั้ง
ตอนนั้น แม้ด้วยน้ำอดน้ำทนของ ‘นักพรต’ อัวซอง·ซ็องซงก็ยังคงไอกระแอมอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไอจนลำแสงสีเขียวหม่นเบี่ยงจากเป้า ตกลงบนกำแพงกระจกห่างออกไป
กำแพงแตกร้าวเล็กน้อย แต่พริบตาก็กลับสมบูรณ์เหมือนเดิม
อัวซอง·ซ็องซงเริ่มรู้สึกร่างกายอ่อนแรง ทุกครั้งที่หายใจ ทางเดินหายใจราวกับถูกไฟเผา
พลังวิญญาณเขาก็กำลังถูกผลาญไปเรื่อยๆ
โรค…เราได้รับเชื้อโรคของ ‘นางมาร’ ! อัวซอง·ซ็องซงเงยหน้าพรวด พอดีเห็นลูเมี่ยนยิ้มเยาะหยันแต่งดงาม
“ทำไมแกถึงคิดว่า การระเบิดและเผาไหม้เมื่อครู่ จะฆ่าเชื้อโรคศาสตร์เร้นลับของฉันได้ล่ะ?”
“มันยังอยู่ได้อีกพักใหญ่เลยนะ”
อัวซอง·ซ็องซงใจหายวูบ โจมตีลูเมี่ยนอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ทำลายได้เพียงกระจกสามสี่บาน
ทุกครั้งที่โจมตีไม่เป็นผล เขาก็ยิ่งหมดหวัง ราวกับมองเห็นผลลัพธ์เลวร้ายที่สุด ซึ่งกำลังจะมาถึง แต่พลิกกลับไม่ได้ ทำได้เพียงรอคอยเสียงระฆังแห่งความตาย
เขายังลองแปลงร่างเป็นโลหะ แต่โรคก็ยังติดเชื้อและกัดกร่อนเขาได้
แค่ก! แค่ก! แค่ก!
อัวซอง·ซ็องซงที่ลองหลายวิธีแล้ว สุดท้ายสูญเสียพลังค้ำจุน ล้มฮวบลงกับพื้น ขณะล้มก็ยังไอรุนแรง
เขาไม่มีแรงรักษาผล ‘คนในวง’ บนร่างลูเมี่ยนอีกต่อไป
ลูเมี่ยนค่อยๆ เดินมาหยุดตรงหน้า ‘คนในวง’ มองลงมาจากที่สูงกว่า พลางหัวเราะพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“แค่สามรอบเองหรือ?”
อัวซอง·ซ็องซงเงยหน้าอย่างยากลำบาก มองใบหน้าสวยสดแต่เย็นชา รู้สึกเพียงว่า ตัวเองกำลังดิ่งลงสู่ห้วงเหวไร้ก้น
ความรู้สึกนั้นสิ้นหวังถึงที่สุด
ลูเมี่ยนใช้ใยแมงมุมรัดร่างอัวซอง·ซ็องซง จับเขาแขวน แล้วสร้างเสาน้ำแข็งต้นใหญ่แหลมคมไว้ใต้ร่าง
“ลาก่อน ฝากสวัสดีถึงเจ้านายของแกด้วย” ลูเมี่ยนกล่าวเบาๆ แล้วดึงใยแมงมุมทั้งหมดกลับ
ซวก!
อัวซอง·ซ็องซงร่วงลงอย่างแรง ร่างถูกเสาน้ำแข็งแทงทะลุ
ดวงตาเขาเบิกโพลง เลือดไหลนองจากใต้ร่าง
……………………………………………………..