ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 888 เส้นทางเปลี่ยน พลังเปลี่ยน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 888 เส้นทางเปลี่ยน พลังเปลี่ยน
ตอนที่ 888 เส้นทางเปลี่ยน พลังเปลี่ยน
หลังเล่าเรื่อง ‘ไฟประลัยกัลป์’ จบ ลูเมี่ยนขมวดคิ้วกล่าวว่า
“ฉันได้ยินว่านิกายนางมาร มีธรรมเนียมเปลี่ยนคู่รักให้เป็นสตรี พวกเธอไม่มีผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักล่า’ เป็นคู่รักบ้างหรือ?”
คำถามนี้แท้จริงคือการถามว่า ‘ทำไมต้องเป็นฉัน’
แค่หานักล่าลำดับ 5 สักคน แล้วล่อให้เปลี่ยนเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ ก็น่าจะตอบโจทย์ ‘หยินแฝงในหยาง หยางแฝงในหยิน’ ได้แล้ว ทำไมต้องจัดแจงให้เป็นฉันด้วย?
“บางที มีแค่เธอเท่านั้นที่เข้าใกล้ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ได้ง่าย เพื่อรับออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ทำให้มีความคล้ายคลึงกับ ‘0-01’ ในทางศาสตร์เร้นลับ” มาดามเมจิกเชี่ยนเข้าใจดีว่าลูเมี่ยนกังวลสิ่งใด
ลูเมี่ยนพูดต่อคล้ายกำลังพูดกับตัวเอง
“เทวทูตสีชาดไม่ต้องใช้ความคล้ายคลึงทางศาสตร์เร้นลับก็มีวิธีครอบครอง ‘0-01’ ได้ เมื่อพระองค์ไม่เห็นแก่ตัว ไม่กลัวการแก้แค้นจาก ‘เทวทูตสีชาด’ แล้วทำไมไม่เสริมกำลังให้พระองค์โดยตรง ทำไมต้องบ่มเพาะ ‘ผู้อ่อนแอ’ อย่างฉัน?”
นี่ไม่ใช่การเสียเวลาหรือ?
มาดามเมจิกเชี่ยนมองคันนาใต้เท้า
“เรื่องนี้ฉันตอบได้ หนึ่งคือ ‘เทวทูตสีชาด’ ไม่สามารถเข้าใกล้พลังสูงสุดของเส้นทางภัยพิบัติทั้งสองได้เหมือนเธอ เว้นแต่ว่า ก้าวต่อไปพระองค์ไม่ได้ต้องการเอา ‘0-01’ คืนมาเป็น ‘นักบวชสีชาด’ แต่ต้องการแทนที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ สองคือการกำเนิด ‘นักบวชสีชาด’ ต้องมาพร้อมการแข่งขัน ความวุ่นวาย และหายนะ หลายฝ่ายแย่งชิงกันจึงจะมี ‘นักบวชสีชาด’ ที่ดีที่สุดในเวลาสั้นที่สุด ถ้ามีแค่ ‘เทวทูตสีชาด’ ทางเดินนี้ ก็จะไม่ราบรื่น”
“ฉันต้องแข่งกับพระองค์หรือ?” ลูเมี่ยนยกมุมปาก หัวเราะเยาะตัวเอง “งั้นฉันก็ต้องขอบคุณท่านผู้นั้น ที่มอบคุณสมบัตินี้มาให้”
ส่วนความสามารถนั้น ยังห่างไกลกันนัก
มาดามเมจิกเชี่ยนพูดต่อ
“สมาชิกนิกายนางมารหลายคนมีคู่รักเส้นทาง ‘นักล่า’ จริง แต่พวกเธอแทบไม่เคยให้คู่รักพวกนี้เปลี่ยนเส้นทางตอนลำดับ 5 แล้วกลายเป็นสตรี อย่างแรกเพราะสมาชิกที่ควบคุมตะกอนพลัง ‘นางมารสิ้นหวัง’ ได้สองส่วนนั้นหายากมาก อีกอย่างคือ พวกเธอดูจะหลีกเลี่ยงเรื่องลักษณะนี้ ตามที่ฉันเข้าใจ ในบรรดา ‘นางมาร’ ระดับครึ่งเทพ มีเพียงคนเดียวที่เคยเป็น ‘นักล่า’ มาก่อน”
“ใคร?” ลูเมี่ยนแสดงความระแวดระวังแบบ ‘นักล่า’ ทันที
มาดามเมจิกเชี่ยนยิ้มพูดว่า
“นางมารน้ำเงิน ยาเรนน่า”
“เธอเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ลำดับ 3 แม่ของเธอคือผู้นำนิกายนางมาร ‘นางมารเทา’ จูดิธ พ่อเป็น ‘นักล่า’ คนหนึ่ง ต่อมาหายสาบสูญ สันนิษฐานว่าถูก ‘นางมารเทา’ สังหาร”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วกล่าว
“นางมารเทาจะเคยเป็น ‘นักล่า’ มาก่อนหรือเปล่า?”
“พี่น้องฝาแฝดของพระองค์ กริสโมนา เกิดมาเป็นสตรี เป็น ‘นางมาร’ พระองค์ในฐานะคู่เทียบ อาจเกิดมาเป็นชาย เป็น ‘นักล่า’ จนถึงลำดับ 4 จึงเปลี่ยนมาเป็น ‘นางมาร’…”
“นางมารดำเคยบอกแค่ว่า ‘นางมารเทา’ เกิดมาเป็นลำดับ 9 ไม่เคยบอกว่าลำดับ 9 คือ ‘นักลอบสังหาร’”
“มีความเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ยังยืนยันไม่ได้ ‘นางมารเทา’ มีอายุมากกว่าไพ่อาร์คาน่าทั้งหมดของ ‘ชุมนุมทาโรต์’ รวมกัน พวกเราไม่รู้เรื่องของพระองค์มากนัก” มาดามเมจิกเชี่ยนนึกอะไรขึ้นมา ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย
งั้นหรือ? ฉันนึกว่าคุณเป็นเทวทูตช่วงต้นยุคที่ห้า เพราะอาจารย์ของคุณคือมิสเตอร์ประตู ราชาเทวทูตที่ทรงพลังที่สุดในยุคที่สี่…ลูเมี่ยนไม่ได้เอ่ยคำพูดเกี่ยวกับอายุของสตรีออกมา
เขาเดินต่อไปอย่างช้าๆ ครุ่นคิดพลางพูดว่า
“นิกายนางมาร หรือ ‘นางมารต้นกำเนิด’ เกลียดชัง ‘นางมาร’ ที่เป็นสตรีแท้ๆ…ต้นเหตุเกิดจากความบิดเบี้ยวในใจเพียงอย่างเดียวจริงหรือ? ไม่มีเหตุผลทางศาสตร์เร้นลับอื่นอีกแล้วหรือ?”
ดูเหมือน ‘นางมาร’ ที่เป็นสตรีแท้ๆ จะไม่มีโอกาสสัมผัสพลังสูงสุดของเส้นทางภัยพิบัติทั้งสอง ภัยคุกคามต่อ ‘นางมารต้นกำเนิด’ จึงน่าจะน้อยที่สุด
“ความบิดเบี้ยวในใจเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่สัญชาตญาณฉันบอกว่า นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด” มาดามเมจิกเชี่ยนเอียงศีรษะมองไปยังเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ ซึ่งเริ่มมีแสงไฟสว่างขึ้น “เจ็ดถ้วยกำลังจะเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารทุกข์ระทม’ แล้ว พวกเธอลองหาข้อมูลจากเงาที่เหลือของกริสโมนาได้”
ลูเมี่ยนไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ เปลี่ยนกลับมาเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงพลัง หลังจากกลายเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’
นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องทำหลังจากสภาวะเริ่มมั่นคงขึ้น
“เมื่อถึงลำดับ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ‘โรค’ เปลี่ยนเป็น ‘กาฬโรค’ ที่ครอบคลุมรัศมีสามกิโลเมตร ตอนนี้ฉันรวบรวม ‘กาฬโรค’ ไว้สามชนิด ชนิดแรกพัฒนามาจาก ‘โรค’ เดิม มุ่งเป้าที่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตทั่วไป โดยติดเชื้อที่หัวใจ สมอง ปอด และอวัยวะอื่นเป็นหลัก จากระยะฟักตัวจนถึงระเบิดของโรคและรุนแรงขึ้น ใช้เวลาเพียงสิบกว่าวินาที หลังจากนั้นใช้เวลาเพียงหนึ่งนาที ก็ทำให้เป้าหมายทรุดหนักจนเกือบเสียชีวิต เวลาที่แน่นอนจะแตกต่างกันตามสถานะและร่างกายของศัตรู”
“กาฬโรคชนิดที่สองคือ ‘เสื่อมถอย’ มาจากจุลชีพก่อโรคทางศาสตร์เร้นลับที่มากับ ‘น้ำตาดำ’ ทำให้เป้าหมายค่อยๆ สูญเสียพลัง จนหัวใจไม่มีแรงเต้น ขณะเดียวกันทำให้พลังวิญญาณค่อยๆ สูญหาย มันไม่เพียงมุ่งเป้าสิ่งมีชีวิตทั่วไป แต่ยังส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตพิเศษและผู้ล่วงลับด้วย ตราบใดที่เป้าหมายมีและพึ่งพาพลังวิญญาณ ก็จะค่อยๆ อ่อนแอลง”
“กาฬโรคชนิดที่สามคือ ‘แข็งทื่อ’ ทำให้ซอมบี้เกิดความแข็งทื่อในร่างกายตามเวลา กลายเป็นซื่อบื้อ จัดเป็นกาฬโรคที่เน้นไปทางศาสตร์เร้นลับ”
“คุณสมบัติ ‘นักล่า’ ที่ผสานกับโรคระบาด ทำให้จุลชีพก่อโรคทางศาสตร์เร้นลับเหล่านี้ต้านทานเพลิงได้ระดับหนึ่ง ไม่เสื่อมสลายทันทีเมื่อถูกเผา ทนทานได้พักหนึ่ง โดยโรคระบาด ‘การเสื่อมถอย’ เองก็อยู่รอดได้ในอุณหภูมิสูงอยู่แล้ว ความต้านทานเพลิงปัจจุบันนับว่าแข็งแกร่งที่สุดในสามโรคระบาด”
“สำหรับโรคเหล่านี้ การเผาด้วยเพลิงทมิฬของ ‘นางมาร’ และการแช่แข็งในวงจำกัดคือวิธีรับมือที่ดีกว่า”
“ฉันยังสร้างสายพันธุ์โรคระบาดเฉพาะตัวได้ โดยผสานคุณสมบัติตนเอง ความรู้ศาสตร์เร้นลับ แนวคิดและการทดลอง รวมถึงวัสดุพิเศษที่จำเป็น แต่ต้องใช้เวลายาวนาน ไม่อาจเห็นผลเร็ว อย่างไรก็ตาม ‘โรคระบาด’ ของ ‘นางมาร’ มุ่งเป้าเฉพาะสิ่งที่มีพลังวิญญาณเท่านั้น ไม่อาจทำให้หินหรือโลหะผุพัง เป็นสนิม หรือเน่าเปื่อยได้เหมือนครึ่งเทพของ ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’”
“ในการใช้ ‘โรคระบาด’ ความ ‘แม่นยำ’ ของนักล่าช่วยให้ฉันรักษาโรคระบาดสองชนิดไว้พร้อมกัน แต่ต้องใช้พลังวิญญาณมากกว่าการรักษาโรคระบาดหนึ่งชนิดถึงสามถึงสี่เท่า”
มาดามเมจิกเชี่ยนพยักหน้าเบาๆ ไม่ขัดจังหวะลูเมี่ยนที่กำลังเรียบเรียงความคิด
“นางมารสิ้นหวังเข้าใจโลกในกระจกและกระจกวิเศษได้ลึกซึ้งมาก ฉันกำหนดตำแหน่งกระจกในรัศมีห้ากิโลเมตรและกระจกที่เคยไปได้ ท่องไปในโลกในกระจกได้อิสระ และส่งข้อมูลผ่านโลกในกระจกไปยังกระจกที่กำหนดตำแหน่งไว้ ซึ่งสะดวกกว่าใช้ผู้ส่งสารมาก แต่ข้อมูลอาจถูกสิ่งมีชีวิตในกระจกดักจับ จึงต้องแนบคำสาปบางอย่างไปกับข้อมูลเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา”
“ฉันยังอาศัยกระจกที่กำหนดตำแหน่งแล้ว ฉายภาพตัวเองไปที่นั้นได้ แทบไม่ต่างจากตัวจริง…ปัจจุบัน การฉายภาพนี้มีข้อจำกัดด้านระยะ ไม่ไกลเกินหนึ่งเมือง”
“ความ ‘แม่นยำ’ ของนักล่า ผสานอยู่ในความสามารถ ‘ฉายภาพกระจก’ ทำให้ฉันสร้างภาพฉายได้พร้อมกันสามถึงห้าภาพ แต่ละภาพมีพลังบางอย่าง ทำอะไรได้บ้าง แต่ไม่สามารถออกนอกขอบเขตที่กระจกสะท้อนได้”
ตอนสู้กับฮิกดัน ครึ่งเทพแห่งสมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง ลูเมี่ยนใช้พลังพิเศษของโลกในกระจกสร้าง ‘ภาพฉายกระจก’ มากมาย ถ้าฮิกดันเพิกเฉย ภาพลวงและภาพฉายเหล่านี้ก็จะสร้างความเสียหายได้ไม่น้อย!
“กระจกวิเศษอื่นๆ เช่น ‘วงกตกระจก’ ‘กระจกตัวแทน’ และ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ก็ถึงระดับลำดับ 4 แล้ว คำสาปผ่านกระจกมีทั้งแบบปกติ แบบผสาน แบบ ‘การเก็บเกี่ยว’ ที่ระเบิดพลังรุนแรงในเวลาสั้น และแบบผสมพลังชะตากรรม ซึ่งสร้างคำสาปด้านโชคชะตาได้” ลูเมี่ยนครุ่นคิด “คำสาปโชคชะตาทำให้เป้าหมายประสบโชคร้ายในช่วงต่อไป ซึ่งพวกเขาไม่ค่อยรู้ตัว เหมาะกับศัตรูที่มีการป้องกันคำสาปแข็งแกร่ง”
ลูเมี่ยนหยุดชั่วครู่ แล้วกล่าวต่อ
“เหมือน ‘นางมารสิ้นหวัง’ คนอื่น หากศัตรูไม่ใช้ร่างตัวแทนได้ทันหลังถูกล็อกเป้า ก่อนทำคำสาปเสร็จ แม้มี ‘กระจกตัวแทน’ หรือ ‘กระดาษคนตัวแทน’ ก็ไม่อาจถ่ายโอนหรือแบ่งรับความเสียหายได้”
“ใยแมงมุม ‘นางมาร’ ก็เปลี่ยนไป แข็งแกร่งขึ้น เหนียวขึ้น ทำอะไรได้มากขึ้น ทั้งพันธนาการ มัด รบกวน ส่งผ่านสุขสม เพลิงทมิฬ และคำสาป คุณสมบัติ ‘นักล่า’ ทำให้ใยแมงมุมคมขึ้น สร้างความเสียหายโดยตรงได้”
“เส้นผมฉันเป็นแหล่งกำเนิดใยแมงมุม ร่างกายศัตรูที่ถูกเส้นผมฉันสัมผัส บริเวณนั้นจะกลายเป็นหินบางส่วน”
“‘สืบเสาะจุดอ่อน’ ไม่จำกัดแค่ค้นพบจุดอ่อน จุดบอบบางของร่างกาย วิญญาณ และการป้องกัน หรือกระแสโชคชะตาที่นำสู่ความตาย แต่ยังรวมถึงจุดอ่อนและจุดระเบิดทางอารมณ์และความปรารถนาด้วย”
“‘เก็บเกี่ยว’ และ ‘โจมตีเต็มกำลัง’ ของเส้นทาง ‘นางมาร’ ผสานกัน สร้างความเสียหายน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น ครึ่งเทพบางคนที่ร่างกายเปราะบาง ฉันกำจัดได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว”
“ครึ่งเทพที่ร่างกายเปราะบาง มักมีพลังเอาตัวรอดที่เน้นหนักในเชิงศาสตร์เร้นลับ หรือทำให้เธอหาร่างแท้ไม่เจอเลย” มาดามเมจิกเชี่ยนเตือน
ลูเมี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย แสดงว่าจะจำไว้
“อย่างอื่นมีเวทมนตร์ดำ รวมถึง ‘ล่องหน’ ความสามารถควบคุมน้ำแข็ง ‘ไม้กายสิทธิ์ตัวแทน’ การทำนายพื้นฐาน เหล่านี้เหมือนกับ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ทั่วไป”
“‘การกระตุ้น’ และ ‘การยั่วยุ’ ผสานกัน ทำให้ฉันใช้คำพูดและพลังศาสตร์เร้นลับกระตุ้นอารมณ์และความปรารถนาของเป้าหมาย ให้ทำในสิ่งที่คาดไว้”
“‘สุขสม’ สามารถรวมกับ ‘การเก็บเกี่ยว’ และ ‘แม่นยำ’ ได้…”
“…”
“ก็ประมาณนี้”
มาดามเมจิกเชี่ยนพยักหน้าเบาๆ
“การข้ามไปยังเส้นทางใกล้เคียง นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและพลังผสมผสานแปลกประหลาด ซึ่งทำไม่ได้ด้วยการใช้สมบัติปิดผนึกของเส้นทางใกล้เคียง”
ลูเมี่ยนส่งเสียง ‘อืม’ แล้วเปลี่ยนเรื่องถาม
“ยังจะให้ฟรังก้าแฝงตัวในนิกายนางมารต่อไปไหม?”
……………………………………………………..