ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 889 ข่าวกรองของนิกายนางมาร
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 889 ข่าวกรองของนิกายนางมาร
ตอนที่ 889 ข่าวกรองของนิกายนางมาร
เผชิญกับคำถามของลูเมี่ยน มาดามเมจิกเชี่ยนไตร่ตรองครู่หนึ่งแล้วกล่าว
“ไม่ว่าจะสืบสถานะของนางมารต้นกำเนิด หรือสำรวจความลับชั้นลึกสุดของโลกกระจกพิเศษ หรือค้นพบแก่นแท้ของตัวตนในกระจก หรือเข้าใจความลับการฟื้นคืนชีพของ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ต่างก็ล้วนหลีกเลี่ยงนิกายนางมารไม่ได้”
“เรื่องเหล่านี้สำคัญต่อตัวเธอในปัจจุบันเช่นกัน”
“ดังนั้น ความเห็นของฉันคือให้ ‘สองถ้วย’ ติดต่อกับ ‘นางมารดำ’ ต่อไป ส่วนเธอแฝงตัวในเงามืด คอยป้องกันเหตุไม่คาดฝัน”
“นิกายนางมารคงสงสัยที่มาและเจตนาของ ‘สองถ้วย’ แล้ว แต่ฉันไม่แน่ใจว่าทางนั้นจะใช้กลยุทธ์ใด หากคิดจะใช้ประโยชน์จาก ‘สองถ้วย’ เพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่าง พวกเราก็พอจะอาศัยโอกาสนี้ แอบดูความลับของนิกายนางมารและโลกในกระจกพิเศษ พร้อมได้ทรัพยากรขั้นต่อไปของเส้นทาง ‘นางมาร’ แต่ถ้าทางนั้นเตรียมกำจัดภัย ทำลาย ‘สองถ้วย’ เธอที่ซ่อนตัวอยู่ ต้องลงมือช่วยเหลือทันที ภารกิจนิกายนางมารก็ถือเป็นอันยุติ”
“นี่เป็นภารกิจความเสี่ยงสูง ทั้ง ‘สองถ้วย’ และเธอมีสิทธิ์ปฏิเสธ”
ลูเมี่ยนตั้งใจฟังจบ ยิ้มน้อยๆ พลางเอ่ยปาก
“ฉันคิดว่านิกายนางมารคงไม่ทำอะไรกับฟรังก้าตอนนี้ น่าจะใช้ประโยชน์มากกว่า ไม่เช่นนั้น ในสุสานใต้ดินของโมโรลา จูลี่ในสภาวะเทพเสด็จเยือน คงไม่โยนฉันออกจากโลกในกระจกพิเศษแน่ และหลังจากทางนี้บรรลุเป้าหมาย ได้ ‘น้ำตาดำ’ กลับมาจากโมโรลา ‘นางมารดำ’ ก็คงไม่ถูกฟรังก้าหลอกได้ง่ายๆ”
มาดามเมจิกเชี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย
“ถ้านี่ไม่ใช่การจัดแจงของท่านผู้นั้น ก็หมายความว่า ‘นางมารต้นกำเนิด’ เองก็หวังให้มีผู้วิเศษสักคน ซึ่งซ่อนความหวังฟื้นคืนชีพของทูดอร์ และใกล้ชิดกับพลังสูงสุดของเส้นทางภัยพิบัติและหายนะมากกว่าตัวพระองค์ เติบโตขึ้นด้วยวิธีที่เชื่อว่า ใกล้เคียงคำตอบที่ถูกต้องที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญแทนพระองค์”
ลูเมี่ยนเม้มปาก กล่าวเสียดสีตัวเองว่า
“วิธีหนึ่งในการต่อต้านแผนของเทพแท้จริงคือ ทำให้ตัวเองอยู่ในแผนของเทพแท้จริงอีกองค์หนึ่งหรือหลายองค์ ไม่ว่าแผนนั้นจะดีหรือร้าย”
“หลักการเหมือนกับความสมดุลของมลทินในร่างกาย” มาดามเมจิกเชี่ยนส่ายหน้าพลางหัวเราะ “แต่ต้องจำไว้ว่า ก่อนมิสเตอร์ฟูลตื่น ไม่มีเทพแท้จริงองค์ใดสามารถต่อกรกับท่านผู้นั้นในการจัดแจงได้ ไม่เวนแม้กระทั่งการผนึกกำลังของเทพแท้จริงลำดับ 0 หลายองค์ แต่แน่นอน การรบกวน ‘การจัดแจง’ สามารถกระทำได้ ช่วยให้เธอมีโอกาสสังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันท่วงที หรือก่อนเวลา”
ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ไม่ว่าฟรังก้าจะทำภารกิจนิกายนางมารต่อหรือไม่ ฉันจะติดตามเรื่องนี้เอง คุณช่วยบอกข่าวกรองเกี่ยวกับนิกายนางมารมาอีกได้ไหม? ‘นางมารดำ’ เปิดเผยให้ฟรังก้ารู้เพียงส่วนน้อยแต่ละครั้ง”
มาดามเมจิกเชี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี
“ตอนนี้เธอมีพลังและทัศนคติที่จะรับผิดชอบกิจการด้านหนึ่งด้วยตัวเองแล้ว ถ้ามิสเตอร์ฟูลตื่น เธอนับว่ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะจั่วไพ่อาร์คาน่าใหญ่”
“หลังจากนี้ เรื่องของ ‘นิกายนางมาร’ ก็จะอยู่ในความดูแลของเธอ ถ้าต้องการความช่วยเหลือ หรือทรัพยากรจากอาร์คาน่าใหญ่คนอื่น ให้มาหาฉันหรือ ‘จัดจ์เมนต์’ ได้ทุกเมื่อ”
“อา…เพราะ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ฟื้นคืนชีพได้ เกิดใหม่ได้ ฆ่าให้ตายถาวรยาก ทั้งยังเยาว์วัยตลอดกาล ไม่แก่ชรา อายุยืนยาวมาก ยาวกว่าแม้กระทั่งเทวทูตในหลายเส้นทาง ดังนั้น หากไม่นับ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ลำดับ 4 หากพิจารณาแค่จำนวนผู้วิเศษลำดับ 3 และ 2 ซึ่งสะสมมาและยังมีชีวิตอยู่ นิกายนางมารจะมีมากกว่าทุกศาสนาจารีต”
“ในแง่นี้ มีเพียงผีดูดเลือดที่มีชีวิตยืนยาวเช่นกัน จึงจะเทียบเคียงได้ แต่ก็ยังด้อยกว่า”
“แน่นอน พลังระดับสูงของศาสนาจารีตมีส่วนใหญ่ อยู่บนสมบัติปิดผนึกและวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับ ‘0’ และ ‘1’ หากเจอหายนะใหญ่ สิ่งเหล่านี้สามารถทำหน้าที่แทนยอดฝีมือสูงได้ระดับหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ยังเปลี่ยนเป็นตะกอนพลังเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กำลังสำรองได้รวดเร็ว”
ลูเมี่ยนนึกย้อน
“ตามคำกล่าวของ ‘นางมารดำ’ เมื่อถึงลำดับ 3 ก็ใช้สีตั้งชื่อตัวเองได้ ‘นางมารสี’ เหล่านี้มีทั้งหมดสิบสามคน”
“สี่คนเป็นเทวทูตลำดับ 2 …ในแง่นี้ นิกายนางมารสู้ศาสนาจารีตไม่ได้ เพราะลำดับสูงของพวกเธอล้วนเป็น ‘นางมาร’ ไม่มีเทวทูตเส้นทางอื่น ขณะที่ศาสนาจารีตอาจใช้สมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ หรือตะกอนพลังลำดับ 1 ของเส้นทางอื่นที่ครอบครอง สร้างเทวทูตใหญ่ลำดับ 1 ได้” มาดามเมจิกเชี่ยนอธิบายละเอียด
“ทำไมถึงมี ‘นางมาร’ ลำดับ 1 ไม่ได้ล่ะ?” ลูเมี่ยนแสดงความสงสัย
มาดามเมจิกเชี่ยนหัวเราะเบาๆ
“สิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ คือความรู้ศาสตร์เร้นลับระดับสูงสุดของเส้นทางเทพ”
“ทุกเส้นทางจะมี ‘เอกลักษณ์’ เฉพาะตัว การครอบครอง ‘เอกลักษณ์’ คือกุญแจสำคัญของการเป็นเทพแท้จริง แต่ไม่ใช่เงื่อนไขเดียว ลำดับ 0 ที่แท้จริงยังต้องการตะกอนพลังลำดับ 1 ทุกก้อนในเส้นทาง มาคอยเกื้อหนุนเอกลักษณ์ด้วย รวมทั้งสิ้นสามก้อน ดังนั้น เมื่อมี ‘นางมารต้นกำเนิด’ ลำดับ 0 แล้ว ก็จะไม่มี ‘นางมารสิ้นโลก’ ลำดับ 1 มีได้แค่ ‘นางมารหายนะ’ ลำดับ 2”
“ในทำนองเดียวกัน ศาสนาจารีตก็ไม่มีเทวทูตใหญ่ลำดับ 1 ที่ตรงกับเทพของตน ยกเว้นบางเส้นทางที่พิเศษหน่อย”
ลูเมี่ยนเข้าใจกระจ่างทันที ถามอย่างเฉียบคม
“ฉันไม่มีทางเลื่อนเป็นลำดับ 1 ‘นางมารวันสิ้นโลก’ ได้ เว้นแต่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ จะร่วงหล่นไปก่อนสินะ?”
“ใช่” มาดามเมจิกเชี่ยนเน้นย้ำ “ตะกอนพลังลำดับ 1 ของ ‘นักล่า’ ก็เหลือก้อนเดียว ‘เทวทูตสีชาด’ ครอบครองไปแล้วสองก้อน นั่นคือเหตุผลที่พระองค์กลับมาเป็นราชาเทวทูตได้อีกครั้ง”
“นิยามของราชาเทวทูตคือ ครอบครองตะกอนพลังลำดับ 1 มากกว่าหนึ่งก้อน หรือต้องรวมเอกลักษณ์ด้วย?” ลูเมี่ยนเข้าใจแนวคิดเรื่องราชาเทวทูตมาก่อน แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าใจชัดเจนว่า คำนี้หมายถึงอะไร
มาดามเมจิกเชี่ยนพยักหน้าแผ่วเบา
“ใช่ ไม่ว่าจะครอบครองตะกอนพลังลำดับ 1 สองส่วนหรือสามส่วน หรือมีเอกลักษณ์ หรือมีเอกลักษณ์บวกตะกอนพลังลำดับ 1 หนึ่งส่วนหรือสองส่วน ทั้งหมดล้วนเป็นราชาเทวทูต”
“ราชาเทวทูตที่มีเอกลักษณ์บวกตะกอนพลังลำดับ 1 สามส่วน มีเพียงอาจารย์ของฉัน มิสเตอร์ประตูพระองค์เดียว แต่ท่านได้ใช้อำนาจปิดผนึก ต่อต้านแนวโน้มการรวมตัว หากไม่แล้ว ตะกอนพลังลำดับ 1 สามส่วนกับเอกลักษณ์ในร่างผู้วิเศษคนเดียวกัน ย่อมรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ผู้ครอบครองอาจกลายเป็นเทพทันที หรือคลุ้มคลั่ง หรือตายคาที่”
ถึงว่ามิสเตอร์ประตูเป็นขุนนางอันดับหนึ่งในจักรวรรดิทูดอร์…ลูเมี่ยนถามด้วยความกังวลที่ซ่อนไม่มิด
“ตะกอนพลังลำดับ 1 ก้อนสุดท้ายของเส้นทาง ‘นักล่า’ อยู่ที่ไหน?”
‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีกำลังจะได้มันมาแล้วใช่ไหม?
“มีข่าวลือว่าอยู่กับ ‘นางมารต้นกำเนิด’” มาดามเมจิกเชี่ยนไม่ปิดบังข้อมูลข่าวกรอง “และผู้ที่นำตะกอนพลังลำดับ 1 ก้อนนั้นไปให้ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ว่ากันว่าคือ ‘นางมารดำ’ แคลริส”
ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
มาดามเมจิกเชี่ยนแนะนำสถานการณ์ของนิกายนางมารต่อไป
“นอกจาก ‘นางมารเทา’ จูดิธแล้ว นิกายนางมารยังมี ‘นางมารหายนะ’ ลำดับ 2 อีกสามคน ได้แก่ ‘นางมารเหลือง’ ‘นางมารน้ำเงิน’ และ ‘นางมารม่วง’”
“ลำดับ 3 ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ปัจจุบันมีเก้าคน นอกจาก ‘นางมารดำ’ และ ‘นางมารน้ำเงิน’ ที่เธอรู้จัก ยังมีขาว, แดงสด, เงิน, เขียว, ทอง, น้ำตาล, ส้ม…”
หลังฟังจบ ลูเมี่ยนสังเกตเห็นปัญหาอย่างว่องไว
“ทรีอาร์ที่มีโลกในกระจกพิเศษ ในสายตานิกายนางมารควรเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญมาก พวกเธอกลับไม่ส่ง ‘นางมารหายนะ’ มาดูแลสักคน แต่มอบภารกิจทั้งหมดให้ ‘นางมารดำ’ จัดการ…”
นี่ไม่ปกติเลย
หรือหนึ่งใน ‘นางมารหายนะ’ ทั้งสาม ‘เหลือง’ ‘น้ำเงิน’ ‘ม่วง’ กำลังซ่อนตัวอยู่ในทรีอาร์?
“และการเก็บรักษาตะกอนพลังลำดับ 1 ของเส้นทาง ‘นักล่า’ แล้วใช้วิธีบูชายัญส่งมอบให้ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ก็เป็นเพียง ‘นางมารดำ’ ที่อยู่ลำดับ 3 ไม่ใช่ ‘นางมารหายนะ’ คนไหน นิกายนางมารไม่กังวลหรือว่า ‘นางมารดำ’ มีระดับไม่พอ พลังไม่พอ จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น?” มาดามเมจิกเชี่ยนเตือนลูเมี่ยนว่า ยังมีรายละเอียดอีกประเด็นที่ไม่ชอบมาพากล
หลังแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนิกายนางมารอีกสักพัก มาดามเมจิกเชี่ยนมองท้องฟ้าที่มืดสนิทแล้ว
“พรุ่งนี้ มิสเตอร์ซันจะส่งคนมาพาเธอไปยังหอคอยคู่ เพื่อค้นหาบันทึกของเมืองเงินพิสุทธิ์เกี่ยวกับซากศพของโอมีเบล่า รวมถึงการพาไปสัมผัสกับสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ชิ้นนั้น”
“ในภายหลัง จะกลับทรีอาร์เมื่อไหร่ พวกเธอตัดสินใจเอาเองได้เลย”
“รับทราบ” ลูเมี่ยนตอบ มองดูผู้ถือไพ่อาร์คาน่าใหญ่กลายเป็นประกายดาวเล็กๆ หายไปต่อหน้าต่อตา
…………
ยามค่ำคืน
ฟรังก้าเดินวนเวียนในห้องรับแขก พูดกับตัวเองว่า
“ลูเมี่ยนยังไม่กลับมาอีกหรือ?”
ก็แค่ไปรายงานให้มาดามเมจิกเชี่ยนฟัง แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองเท่านั้นไม่ใช่หรือ?
ผ่านไปตั้งนานแล้ว!
จินนาก็กังวลเช่นกัน เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังถนน
ทันใดนั้น สายตาของเธอก็หยุดนิ่ง
“ตรงนั้น” หญิงสาวชี้ไปที่ยอดหอระฆังที่ติดกับวิหารเดอะฟูล
ฟรังก้าสืบเท้าก้าวเข้ามา เห็นตรงยอดหอระฆังตรงที่ปราศจากราวกั้น มีสตรีคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำ ปล่อยผมดำลงมาบ้าง มีเค้าโครงหน้าประณีตละเอียด ใบหน้าสง่างามสดใส
ไม่ใช่ใครนอกจากลูเมี่ยน
ตอนนี้ ลูเมี่ยนนั่งปล่อยสองขาลงมาด้านนอก สายตามองดูด้านล่างอย่างเงียบงัน
ฟรังก้าและจินนาสบตากันแวบหนึ่ง รีบไปที่วิหารเดอะฟูล เพื่อขึ้นไปบนหอระฆัง
เมื่อเห็นเงาหลังของลูเมี่ยน พวกเธอไม่ได้สอบถามทันที ยังคงเงียบอยู่ ต่างเดินไปคนละด้าน แล้วมองตามไปยังเป้าสายตาของอีกฝ่าย
ตรงนั้นคืออาคารมหึมา จุดไฟสีเหลืองนวลในยามค่ำมืด คือเห็ดนานาชนิดที่ปรากฏเลือนรางในแสงไฟข้างถนน คือร่างของคนยักษ์และครึ่งคนยักษ์ที่ทอดผ่านหน้าต่างกระจกบานแล้วบานเล่า คือแก้วไวน์ที่ยกขึ้น คือควันที่ลอยคลุ้งจากปล่องไฟ เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงจากลานกว้างใกล้เคียง เสียงอึกทึกที่ล้นออกมาจากร้านเหล้า และเสียงหัวเราะร่าเริงที่ได้ยินแว่วๆ จากบ้านเรือนแต่ละหลัง
……………………………………………………..