ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 890 สังหาร
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 890 สังหาร
ตอนที่ 890 สังหาร
เช้าวันรุ่งขึ้น
ลูเมี่ยนและคณะเพิ่งรับประทานอาหารเช้าในห้องเสร็จ ขณะรอลุดวิกเก็บกวาด ก็ได้ยินเสียงกระดิ่งประตู
นอกประตูเป็นเด็กหนุ่มครึ่งคนยักษ์สูงกว่าสองเมตร แขนขายาว ผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนหยิกฟู
เขามีคิ้วหนาตาโต หน้าเหลี่ยม หลังจากมองลูเมี่ยน ฟรังก้า และจินนาแล้ว ก็ก้มมองปลายเท้าตัวเองพลางกล่าว
“ผมมาหา ลูเมี่ยน·ลี…เอ่อ อาจจะเป็นคุณลูเมียนนา·ลีครับ”
เขาใช้ภาษาฟุซัคโบราณ
“ฉันเอง” ลูเมี่ยนเข้าใจว่า นี่คงเป็นทูตที่มิสเตอร์ซันส่งมาพาตนไปยังหอคอยแฝดแห่งเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่
อาร์คาน่าใหญ่คงตั้งใจส่งเด็กหนุ่มมา เพื่อให้ความแตกต่างด้านส่วนสูงไม่ดูเกินจริง
เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก พูดอย่างเขินอายว่า
“ผมได้รับคำสั่งจากหกสภา ให้พาคุณไปพบอาวุโสเดอร์ริค·เบเกอร์ที่หอคอยแฝด”
“ตกลง” ลูเมี่ยนพยักหน้าให้จินนาและฟรังก้า แล้วเดินตามเด็กหนุ่มออกจากโรงแรม มุ่งหน้าไปยังหอคอยแฝด ณ มุมหนึ่งของเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่
ระหว่างทาง เด็กหนุ่มครึ่งคนยักษ์เดินนำอยู่ด้านหน้า ร่างกายดูแข็งทื่อ บางครั้งเดินมือและเท้าข้างเดียวกันพร้อมกัน ราวกับลืมวิธีเดินปกติ
เขาหันมามองลูเมี่ยนเป็นระยะ แต่ไม่รู้จะพูดอะไร จึงรีบหันหน้ากลับไป
เมื่อเดินมาได้เกือบครึ่งทาง เขาคิดหัวข้อสนทนาได้ จึงหันตัวครึ่งหนึ่งถามว่า
“เอ่อ…คุณไม่กังวลหรือว่า ผมอาจเป็นคนไม่ดี? บางทีเรื่องคำสั่งจากหกสภา และการไปพบอาวุโสเดอร์ริค·เบเกอร์ที่หอคอยแฝด อาจเป็นเรื่องที่ผมกุขึ้นก็ได้นะ?”
คนแบบนาย ฉันฆ่าได้สามสิบศพในลมหายใจเดียว…ลูเมี่ยนแค่นึกในใจ ไม่ได้พูดออกมา
ในแง่หนึ่ง ทั้งคู่ต่างเป็นสาวกของมิสเตอร์ฟูล ทั้งยังไม่ได้สนิทกัน จึงไม่จำเป็นต้องเยาะเย้ย อีกแง่หนึ่ง ลูเมี่ยนคิดว่าหากพี่สาวโอลัวร์อยู่ด้วย ก็คงจะไม่ตอบเช่นนั้น
เขายิ้มน้อยๆ พลางเอ่ยปาก
“ไม่กังวลหรอก เพราะที่นี่คือเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่”
เด็กหนุ่มครึ่งคนยักษ์ดูมีความสุขทันที พูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจจากก้นบึ้ง
“ใช่ครับ พระองค์สอนให้พวกเราเป็นคนใจดี ให้รู้จักควบคุมตนเอง เมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ของเราปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภทอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเฝ้าระวังการลักขโมย การฉ้อโกง และพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกัน…”
เด็กหนุ่มครึ่งคนยักษ์เปิดประเด็นสนทนา เล่าไม่หยุดถึงเรื่องที่มิสเตอร์ฟูลส่งเทวทูตมาช่วยเมืองเงินพิสุทธิ์ มอบดินแดนแห่งพันธสัญญานี้ให้ และวิธีที่พวกเขาสร้างเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ขึ้นมา
เรื่องเหล่านี้ ลูเมี่ยนเคยได้ยินซ้ำหลายรอบตอนดื่มในเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ แต่ตอนนี้เขาไม่รู้สึกเบื่อ ปล่อยให้เด็กหนุ่มครึ่งคนยักษ์เล่าต่อไปอย่างราบรื่น
เขาได้ยินความสุขของความสงบสันติจากคำบรรยายของอีกฝ่าย
ด้วยการสนทนาเช่นนี้ ทั้งสองมาถึงหอคอยแฝด อาคารหลักของเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ ฝั่งซ้ายเป็นยอดแหลม มีห้องสมุดและสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ส่วนฝั่งขวาเป็นยอดโดม เป็นสำนักงานของ ‘หกสภา’ ผู้ปกครองเมือง
ลูเมี่ยนทอดสายตาไปยังหอคอยทรงโดม พบว่ารอยแยกของกระเบื้องหินใกล้พื้น มีกอพืชสีดำคล้ายเส้นผมงอกเป็นกลุ่มๆ บางครั้งห้อยต่ำ บางครั้งโยกไหวแผ่วเบา ราวกับมีลมอ่อนพัดผ่าน
ครั้งก่อน ลูเมี่ยนก็เห็นพืชสีดำพวกนี้ แต่ไม่ได้ใส่ใจ แต่ครั้งนี้ เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงทางสายเลือด
ทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่ง หรือการสืบทอดชีวิต ของเทพธิดาแห่งการเก็บเกี่ยวโอมีเบล่า!
สมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ แม้ถูกผนึกแล้ว ก็ยังมีอิทธิพลต่อโลกภายนอกอยู่บ้างสินะ? ลูเมี่ยนละสายตา เดินตามเด็กหนุ่มครึ่งคนยักษ์เข้าไปในหอคอยยอดแหลม
พวกเขาเดินบนกระเบื้องหินสีดำแผ่นใหญ่ ผ่านเสามหึมาหลายต้น จนมาถึงห้องสมุดชั้น 3
หน้าชั้นหนังสือที่ดูน่าหวาดหวั่น มีชายร่างสูงใหญ่สวมเสื้อคลุมสีขาวเรียบง่ายยืนอยู่
ชายผู้นั้นสูงเกินสองเมตร ผมสีน้ำตาลอ่อนหวีเรียบ ภายนอกดูราวอายุเพียงยี่สิบสองยี่สิบสามปี แต่บุคลิกสงบนิ่งและน่าเกรงขามอย่างยิ่ง ไม่ต้องสงสัยว่า เขาคือมิสเตอร์ซันที่ลูเมี่ยนเคยพบ หนึ่งในบุคคลสำคัญระดับสูงสุดของศาสนจักรเดอะฟูล
“อาวุโสเบเกอร์ครับ มาดามลูเมียนนามาแล้วครับ” เด็กหนุ่มครึ่งคนยักษ์กล่าวอย่างเคารพ
มิสเตอร์ซัน ผู้มีนามว่าเดอร์ริค·เบเกอร์ มองมายังลูเมี่ยน พยักหน้าแล้วกล่าวว่า
“ตามผมมา”
ลูเมี่ยนตอบอย่างสุภาพว่า
“ขอบคุณ”
เด็กหนุ่มครึ่งคนยักษ์โบกมือ เดินไปทางประตู หลังจากเดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็หันตัวกลับมา ตะโกนใส่แผ่นหลังของลูเมี่ยนว่า
“ผมชื่อรูเจสต์!”
พูดจบ รูเจสต์รีบหันตัวกลับ วิ่งตึงๆ ลงบันไดไป
ลูเมี่ยนเดินตามมิสเตอร์ซัน ลึกเข้าไปในห้องสมุดเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ เข้าไปในห้องลับ ณ ส่วนลึกสุด ภายในห้องมีแฟ้มเอกสารที่ประกอบด้วยบันทึกวางกระจัดกระจายอยู่
“นี่คือบันทึกทั้งหมดเกี่ยวกับ ‘พรแห่งธรณี’ ผมได้แปลให้คุณเป็นภาษาฟุซัคโบราณแล้ว” มิสเตอร์ซันกล่าวรวบรัด แล้วนั่งลง ณ ตำแหน่งติดกำแพง ไม่พูดไม่จาอีกเลย ราวกับกลายเป็นรูปปั้นหิน
ลูเมี่ยนเข้าใจว่า นี่เป็นการป้องกันหากเขาเกิดอุบัติเหตุระหว่างอ่านเอกสาร จึงพยักหน้าเบาๆ แล้วนั่งลง หยิบกระดาษปึกใหม่ขึ้นมา
เขาอ่านอย่างไม่รีบร้อน ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงจึงเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง ‘เทพธิดาแห่งการเก็บเกี่ยว’ โอมีเบล่า กับเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่
ในยุคที่สอง ช่วงเวลาที่เทพบรรพกาลปกครองแผ่นดินและท้องฟ้า เมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ขึ้นตรงต่อราชสำนักคนยักษ์ ประชาชนทั้งหมดเป็นทาสของคนยักษ์
แต่ต่างจากดินแดนมนุษย์อื่นๆ ที่อยู่ใต้ราชสำนักคนยักษ์ สถานการณ์ของเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ดีกว่ามาก เพราะพวกเขานับถือและติดตาม ‘รองเทพ’ ของราชาคนยักษ์ผู้เป็นเทพบรรพกาล หรือก็คือราชินีคนยักษ์ ‘เทพธิดาแห่งการเก็บเกี่ยว’ โอมีเบล่า
ในบันทึกของเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ ราชินีคนยักษ์โอมีเบล่าเคยเสด็จเยือนเมืองหลายครั้ง โดยแสดงให้เห็นสองรูปลักษณ์
รูปลักษณ์หนึ่งเกี่ยวกับความสว่างและความดีงาม มีแก่นความเชื่อคือ ‘การเก็บเกี่ยวน่ายินดี ชีวิตมีค่า’ พระองค์มองประชาชนเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่เป็นดั่งลูกหลาน ทำให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ปศุสัตว์และสัตว์ปีกขยายพันธุ์มาก ประชากรเพิ่มขึ้นรวดเร็ว นี่คือเหตุที่ประชาชนแทบไม่เคยถูกทารุณกรรมโดยไร้เหตุผล และไม่ขาดแคลนอาหาร
อีกรูปลักษณ์หนึ่งนำมาซึ่งความว่างเปล่าและความตาย ประชาชนเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ทุกคนรู้ดีว่า ‘การเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ย่อมมาพร้อมความว่างเปล่าที่สุด’ ‘มีเพียงชีวิตเท่านั้นที่ดับความโกรธของแผ่นดินได้’ ‘ความตายเหมือนการเกิดใหม่ เป็นเรื่องธรรมดาและงดงาม ไม่ต้องหวาดกลัว’ ‘เมื่อเราได้รับของขวัญจากแผ่นดิน ก็ต้องชำระราคาที่เหมาะสม’
หากโอมีเบล่ารูปลักษณ์นี้เสด็จเยือน จะเรียกร้องพิธีบูชายัญนองเลือด ใช้มนุษย์จำนวนมากเป็นเครื่องบูชา แม้ชาวเมืองจะทำตาม สละญาติพี่น้อง บางครั้งพวกเขาก็ยังเผชิญความอดอยากนานถึงหนึ่งปี หากไม่ทำเช่นนั้น ความอดอยากอาจยาวนานถึงสามถึงห้าปี
นี่หรือคือยุคที่ถูกปกครองโดยเทพบรรพกาล? แม้แต่เมืองเงินพิสุทธิ์ ซึ่งมีสภาพดีกว่าเมืองอื่น ก็ยังเป็นเช่นนี้…ลูเมี่ยนพลิกไปยังหน้าถัดไป
หน้านี้บันทึกถ้อยคำสรรเสริญจากราชสำนักคนยักษ์ ซึ่งมีต่อราชินีคนยักษ์โอมีเบล่า สิ่งที่ทำให้ลูเมี่ยนสนใจมากที่สุดคือประโยคหนึ่งที่ว่า
“ราชินีผู้สูงส่ง อาศัยความเป็นมารดาของพระองค์ ช่วยให้ราชาผู้ยิ่งใหญ่สงบอารมณ์ลงได้…”
นี่หมายความว่าอย่างไร? ความเป็นมารดา..ช่วยราชาคนยักษ์ผู้เป็นเทพบรรพกาล ระบายตะกอนพลังที่มากเกินไปออกมาโดยการให้กำเนิดบุตร เพื่อให้กลับมามีสติบางส่วน? ลูเมี่ยนครุ่นคิดขณะอ่านต่อไป
อีกสิบห้านาทีผ่านไป เขาพลิกไปถึงช่วงที่ราชสำนักคนยักษ์เสื่อมโทรมลงกะทันหัน
เมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ซึ่งได้รับสมบัติปิดผนึกระดับเทพชิ้นใหม่ ทราบแล้วว่าราชาคนยักษ์ผู้เป็นเทพบรรพกาลถึงคราวร่วงหล่น พวกเขากังวลว่าจะตกไปอยู่ในเงื้อมมือของราชาปีศาจผู้โหดร้ายยิ่งกว่า
ท่ามกลางความหวาดหวั่น ในคืนที่ไร้จันทร์แดง ราชินีคนยักษ์โอมีเบล่าปรากฏตัวนอกเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่
ครั้งนี้ พระองค์ไม่ได้เสด็จลงมาโดยตรง แต่ค่อยๆ เดินมาทีละก้าว
สภาพของพระองค์ย่ำแย่มาก จึงสั่งให้ผู้ศรัทธาจัดพิธีกรรม บูชายัญประชาชนครึ่งหนึ่งให้แก่พระองค์ เพื่อเติมเต็มชีวิตของพระองค์
บันทึกเหตุการณ์ช่วงต่อมาค่อนข้างคลุมเครือ แต่ผลลัพธ์ชัดเจน
“ในคืนนั้น มนุษย์สังหารเทพ บ่าวสังหารนาย บุตรสังหารมารดา”
กล่าวคือ โอมีเบล่าที่ฟื้นคืนชีพอย่างประหลาด สุดท้ายสิ้นพระชนม์เพราะการทรยศของสาวกในเมืองเงินพิสุทธิ์? ลูเมี่ยนไม่รู้สึกแปลกใจนัก
หลังจากวันนั้น เมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่พบว่าซากศพของโอมีเบล่าไม่มีตะกอนพลังในความหมายที่แท้จริง แต่ยังคงมีพลังอันทรงอานุภาพ และอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว พวกเขาฝังประวัติศาสตร์ตอนนี้อย่างสิ้นเชิง ซ่อนความลับนี้ไว้ แม้ภายหลังจะหันไปนับถือ ‘เทพสุริยันบรรพกาล’ ก็ไม่ได้บอกที่มาอันแท้จริงของสมบัติปิดผนึกระดับเทพ ‘พรแห่งธรณี’ แก่เจ้านายพระองค์นั้น จนกระทั่งเทวทูตไถ่ถอนของมิสเตอร์ฟูลมาช่วยเหลือพวกเขา
ถึงตรงนี้ บันทึกเกี่ยวกับโอมีเบล่า ‘เทพธิดาแห่งการเก็บเกี่ยว’ ก็สิ้นสุดลง ต่อไปเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติปิดผนึก ‘พรแห่งธรณี’
“ในสภาพแวดล้อมใดก็ตาม ‘พรแห่งธรณี’ สามารถสร้างพืชที่กินได้ชนิดหนึ่งได้ตามธรรมชาติ และส่งเสริมการเจริญเติบโต การขยายพันธุ์ และการเก็บเกี่ยวในรัศมีห้าสิบกิโลเมตร”
“‘พรแห่งธรณี’ จะทำให้คนตายทุกคนในรัศมีห้าสิบกิโลเมตร กลายเป็นวิญญาณมารที่น่ากลัว เว้นแต่ว่าผู้นั้นจะตายเพราะถูกญาติสายตรงฆ่า และสำหรับผู้ที่เคยกินอาหารที่มันสร้างขึ้น หรือมีความเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับมัน จะกลายเป็นวิญญาณมารภายในรัศมีสามร้อยกิโลเมตร…”
เมื่อเห็นบันทึกเกี่ยวกับสมบัติปิดผนึก ซึ่งแตกต่างจากบันทึกทางการ ลูเมี่ยนเงยหน้าขึ้นทันที มองไปยังมิสเตอร์ซันที่นั่งอยู่ริมผนัง
เขาถามด้วยความสงสัยว่า
“คนตายทุกคนจะกลายเป็นวิญญาณมารหรือ?”
“แม้แต่คนที่ตอนมีชีวิตอยู่ยังไม่ถึงลำดับ 5 ก็กลายเป็นวิญญาณมารได้หรือ?”
ตามที่ลูเมี่ยนรู้ วิญญาณมารคือสิ่งมีชีวิตประเภทวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุด ตัวที่อ่อนแอก็ยังมีระดับลำดับ 5 ส่วนพวกที่แข็งแกร่งสามารถทัดเทียมครึ่งเทพเลยทีเดียว
“ใช่” มิสเตอร์ซันพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง
‘พรแห่งธรณี’ มีพลังน่ากลัวจริงๆ…นี่เท่ากับผลิตผู้วิเศษลำดับ 5 ได้ครั้งละมากๆ ซ้ำยังมีครึ่งเทพปะปนมาด้วย…นี่คือสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ หรือ? ลูเมี่ยนประเมินโดยอัตโนมัติจากแง่มุมด้านพลังการต่อสู้
เขาลองถามอย่างระวังคำพูด
“สูงสุดแล้ว คนตายกี่คนสามารถกลายเป็นวิญญาณมารได้ในคราวเดียว?”
“ไม่เคยลอง” มิสเตอร์ซันตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ลูเมี่ยนพลันรู้สึกตัว รีบกล่าวขอโทษ
“ขออภัย”
เขาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติปิดผนึกระดับเทพนั้นต่อไป ในเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ สมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ถูกเรียกว่าสมบัติปิดผนึกระดับเทพ
……………………………………………………..