ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 893 เหตุการณ์น่าสยดสยอง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 893 เหตุการณ์น่าสยดสยอง
ตอนที่ 893 เหตุการณ์น่าสยดสยอง
เขตหอดูดาว ถนนฝั่งซ้าย ในอพาร์ตเมนต์ใหม่ของลูเมี่ยนและพรรคพวก
“เราจะไปสุสานใต้ดินกัน” ลูเมี่ยนเหลือบมองยานพาหนะที่สัญจรไปมานอกหน้าต่าง แล้วบอกจินนากับฟรังก้าในห้องนั่งเล่น
เขาอยากได้ข้อมูลเพิ่มจากร่างของกริสโมนา ก่อนที่ฟรังก้าจะติดต่อ ‘นางมารดำ’ อีกครั้ง เพื่อรับมือเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งต้องให้จินนาไปลานพิธีชั้น 3 ของสุสานใต้ดินเพื่อเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารทุกข์ระทม’
จินนาชำเลืองมองเสื้อคลุมดำของลูเมี่ยน แล้วถามอย่างระมัดระวัง
“คุณอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างในไหม? จะได้สบายตัวขึ้น”
ลูเมี่ยนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วตอบ
“ก็ดี”
จินนากลับเป็นฝ่ายแปลกใจ เพราะคิดว่าลูเมี่ยนจะต่อต้านมากกว่านี้ ต้องหาเหตุผลมากมายมาโน้มน้าว
ฟรังก้าก็ประหลาดใจเช่นกัน ตอนที่เธอดื่มโอสถ ‘แม่มด’ เธอยังยอมรับสภาพไม่เร็วเท่านี้
ดวงตาสีน้ำเงินของหญิงสาวขยับเล็กน้อย คาดเดาบางสิ่งได้รวดเร็ว ความรู้สึกกลายเป็นซับซ้อนทันที
นอกจากความสูง รูปร่างของลูเมี่ยนตอนนี้คล้ายกับจินนา หลังรับเสื้อผ้าจำนวนไม่มาก เขาก็เดินเข้าห้องนอนไป ไม่ได้ปล่อยตัวเต็มที่แม้ทั้งสามคนจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้นแล้ว
เห็นภาพนี้ จินนาพอจะเข้าใจอย่างคลุมเครือ จึงเหลือบมองไปทางฟรังก้า
“เฮ้อ…” ฟรังก้าถอนหายใจ
จินนาเม้มริมฝีปากตาม
ไม่นาน ลูเมี่ยนก็เดินออกมาในเสื้อเชิ้ตผู้ชายผ้าเมล็ดฝ้าย กับกางเกงขายาวสีเข้ม ดูสง่างามและห้าวหาญ
ฟรังก้ามองสำรวจแล้วพูดว่า
“คุณตัวสูงเกินไป ต้องหาช่างตัดเสื้อมาตัดชุดสตรีเฉพาะตัวถึงจะพอดี”
ลูเมี่ยนส่งเสียง ‘อืม’ แล้วเดินไปหน้ากระจกยาวในห้องนั่งเล่น มองตัวเองที่มัดผมดำอย่างเรียบง่าย
หญิงสาวที่งดงามแต่สีหน้าเย็นชา ทำให้เขารู้สึกสับสนงุนงง จึงล้วงมือเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ โดยไม่รู้ตัว หยิบต่างหู ‘คำลวง’ ออกมา
มือขวาของเขาค้างกลางอากาศ ไม่ได้ใส่ต่างหูทันที
ฟรังก้ารีบก้าวเข้ามา พยายามพูดให้เป็นธรรมชาติ
“ฉันคิดว่า เราไม่ควรบังคับตัวเองตอนนี้ เงื่อนไขที่จะทำให้โอลัวร์ฟื้นคืนชีพได้อย่างแท้จริง คือการที่คุณยังคงรักษาความเป็นตัวเองไว้ ก้าวไปถึงจุดสูงสุดของเส้นทางภัยพิบัติทั้งสอง ระหว่างนี้ เศษเสี้ยวดวงวิญญาณของเธอควรจะค่อยๆ ฟื้นคืนตามความก้าวหน้า โดยไม่ต้องให้คุณตั้งใจไปสวมบทบาทหรือเลียนแบบ”
“อีกอย่าง มาดามเมจิกเชี่ยนคาดว่า ส่วนสำคัญในการฟื้นคืนของโอลัวร์อยู่ที่ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ การที่คุณจะให้เธอปรากฏในร่างตอนนี้ อาจไม่ใช่เรื่องดี เหมือนกับการข้ามไปยังเส้นทางใกล้เคียงก่อนถึงจุดลำดับ 4” จินนาพูดเสียงอ่อนโยน
“ใช่ ฉันไม่รู้ว่าพี่สาวคุณเคยสอนวลีนี้ไหม ‘ทำเกินพอดีก็ไม่ดี’ หมายความว่าแม้แต่สิ่งที่ดีที่สุด ถ้าทำมากเกินไปก็จะกลายเป็นไม่ดี” ฟรังก้าเสริม
ลูเมี่ยนเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเก็บต่างหู ‘คำลวง’ กลับเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’
ฟรังก้าค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า
“คุณยังต้องการหมวกที่มีผ้าคลุมหน้า หรือจะใส่เสื้อคลุมแบบเดิม? ถ้าคุณเดินออกไปแบบนี้ จะกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนบนถนนแน่นอน”
ในฐานะ ‘นางมาร’ เหมือนกัน เธอกับจินนาต่างมีประสบการณ์ลึกซึ้งในเรื่องคล้ายกันนี้ แถมลูเมี่ยนยังเป็น ‘นางมาร’ ที่มีเทวบารมีด้วย
ลูเมี่ยนหยิบเสื้อคลุมที่พาดไว้บนพนักเก้าอี้ข้างๆ สวมกลับลงบนตัวอีกครั้ง
มองดูใบหน้าประณีต ผมยาวสีดำที่มัดอย่างเรียบง่ายค่อยๆ ถูกปิดด้วยฮู้ด ลูเมี่ยนหมุนตัวเดินไปทางประตู
จินนาสวมหมวกทรงกลมสำหรับสตรี ซึ่งมีผ้าคลุมหน้าสีดำห้อยลงมา ส่วนฟรังก้าเตรียมหมวกแก๊ป กดปีกหมวกลงต่ำ
……………
ชั้น 3 สุสานใต้ดิน ในลานประกอบพิธี
ลูเมี่ยนโยนกระจกหลายบาน สร้าง ‘วงกตกระจก’ ขึ้น ด้วยวิธีนี้ แม้จะมีคนอื่นมาสำรวจบริเวณใกล้เคียง ก็จะมองไม่เห็น ‘นางมาร’ ทั้งสาม และจะเดินผ่านไปตามปกติ
ขณะที่จินนาปรับสภาพและผสมโอสถอยู่ ฟรังก้ามองไปยังขอบวงกตที่ดูปกติ แล้วอุทานด้วยความทึ่ง
“สมแล้วที่เป็นครึ่งเทพ แม้ฉันจะรู้ว่ามิติโดยรอบถูกซ่อนด้วย ‘วงกตกระจก’ แต่กลับยังมองไม่เห็นความผิดปกติเลย”
เมื่อเทียบกัน ‘วงกตกระจก’ ของเธอทำได้ไม่ถึงระดับนี้
ไม่รอให้ลูเมี่ยนตอบ เธอถามด้วยความอยากรู้
“คุณตั้งใจจะส่งศพของอัวซอง·ซ็องซงให้ลุดวิกเมื่อไร?”
หลังอัวซอง·ซ็องซงเสียชีวิตเพราะถูกพลังชะตากรรมก่อมลทินอย่างรุนแรง การปล่อยให้อยู่ในโลกในกระจกพิเศษต่อไปถือเป็นเรื่องอันตราย ลูเมี่ยนและคณะจึงไม่ได้ ‘สื่อวิญญาณ’ แค่นำศพออกมา
ลูเมี่ยนคิดสักครู่ ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว
“ยังไม่รีบ ค่อยๆ ล่อเขาไว้ก่อน บางที พิธีเลื่อนเป็นลำดับ 3 ของเส้นทาง ‘นักล่า’ อาจต้องอาศัยความร่วมมือของทีม และการมีสมาชิกระดับเทวทูต จะช่วยลดข้อกำหนดเรื่องจำนวนลงได้มาก”
“นอกจากนี้ ไม่ว่าคุณจะย่อยโอสถ ‘ทุกข์ระทม’ ที่เหลือ หรือจินนาย่อยโอสถ ‘ทุกข์ระทม’ ก็ใช้ประโยชน์จากลุดวิกได้ ถ้าให้ผลประโยชน์ทั้งหมดกับเขาในคราวเดียวเลย แล้วจะทำอย่างไรเพื่อรั้งไม่ให้เขาจากไป?”
เห็นลูเมี่ยนพิจารณาจริงจังเรื่องกลับสู่ลำดับ 3 ของเส้นทาง ‘นักล่า’ ฟรังก้ารู้สึกดีใจและโล่งอก แขนทั้งสองข้างอดไม่ได้ที่จะแกว่งไปมา
“อ็องโตนีก็ใกล้จะเป็นลำดับ 5 แล้ว เหลือแค่เตรียมพิธีขั้นสุดท้าย” ลูเมี่ยนพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
“เอ่อ…” ฟรังก้าชะงักไป “ตั้งแต่เมื่อไร?”
“เมื่อวานเขาเล่าว่า ขณะที่พวกคุณผลักดันเรื่องนิกายนางมาร เขาก็ทำภารกิจของมาดามจัสติสด้วย ได้เชื่อมต่อกับสมาคมแปรจิตเบื้องต้นแล้ว จึงได้รับรางวัลที่เหมาะสม เขายังใช้พลัง ‘สะกดจิต’ ในชีวิตประจำวันเสมอ รวมถึงช่วยฉันด้วย จึงย่อยเสร็จไปได้สักพักแล้ว” ลูเมี่ยนอธิบายสั้นๆ “สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือ ไปทำพันธสัญญากับสัตว์โลกวิญญาณ เพื่อให้ได้คุณสมบัติรักษาสติในแดนฝัน ซึ่งอาจใช้วิธีอื่นแทนได้ เช่นอาหารของลุดวิก”
ฟรังก้าดุ๊บดั๊บริมฝีปาก
“พวกเราใส่ใจอ็องโตนีไม่พอสินะ…”
“สำหรับ ‘ผู้ชม’ เขาอาจไม่ต้องการให้พวกคุณเอาใจใส่หรือสังเกตมากนัก” ลูเมี่ยนชำเลืองมองมุมหนึ่งของวงกตกระจก “เหมือนที่ตอนนี้เขาก็อยู่ด้วย หากสถานการณ์ไม่ถูกต้อง เขาจะรีบปลอบโยนจินนาทันที”
เขาก็อยู่ด้วย? ฟรังก้ารู้สึกเหมือนได้ยินเรื่องผี
ขณะนั้น จินนาที่กินปลามะนาวน้ำแข็งเสร็จแล้ว ก็ปรุงโอสถทุกข์ระทมที่มีพื้นสีดำสนิท มีฟองสีเขียวลอยฟุ้ง
ลูเมี่ยนยกสองแขนขึ้นทันที
เบื้องหลังจินนา เสาน้ำแข็งใสกระจ่างที่มีส่วนนูนหลายจุดผุดขึ้นจากพื้น พร้อมทำหน้าที่เป็นหลักประหาร
จากนั้น จินนาส่งโอสถทุกข์ระทมให้ลูเมี่ยน แล้วปีนขึ้นยอดเสาน้ำแข็งเอง ปล่อยให้ฟรังก้ามัดร่างกายแน่นหนา จำกัดการเคลื่อนไหว
รอบตัวลูเมี่ยนสว่างด้วยอีกาสีขาวจัดจำนวนมาก พวกมันบินวนออกไป ตกลงบนร่างของจินนา
จินนาถูกจุดไฟอย่างรวดเร็ว สีหน้าบิดเบี้ยวอย่างห้ามไม่อยู่
ลูเมี่ยนเหยียบบันไดน้ำแข็งที่แข็งตัวเป็นชั้นๆ มาถึงเบื้องหน้าจินนา แล้วเทโอสถเข้าปากเพื่อนร่วมทางผู้นี้
จินนาเริ่มมึนงง ความเจ็บปวดกระชากเธอไว้ ทำให้ยังคงมีสติรู้ตัวอยู่เพียงน้อยนิด
ลูเมี่ยนทิ้งตัวจากยอดบันไดน้ำแข็ง ลงสู่พื้นอย่างเบาหวิว แล้วตั้งจิตสัมผัสสิ่งรอบข้างอย่างจดจ่อ
เขารอการมาเยือนของร่างกริสโมนา เมื่อไร้ตราผนึกของมิสเตอร์ฟูล ปัจจุบันเขาไม่อาจเข้าไปในบริเวณรอบบ่อน้ำสตรีซามาเรียได้อีก
ฟรังก้าจับตามองจินนาตลอด เห็นผิวของเธอไหม้ดำกะทันหัน เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวจนผิดรูป ทุกข์ทรมานจนดูน่ากลัว ฟันกัดไว้ไม่อยู่ เปล่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
สิ่งนี้ทำให้ฟรังก้าเจ็บปวดใจผิดปกติ ทรมานยิ่งกว่าตอนที่ตัวเองทำพิธีนี้เสียอีก
ทันใดนั้น ดวงตาสีฟ้าอ่อนของลูเมี่ยนถูกแต้มด้วยสีดำเหล็กก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นสีเงินผสมดำ
เขารู้สึกว่าร่างของกริสโมนา หรือจิตสำนึกตกค้าง ได้มาถึงภายในวงกตกระจกแล้ว แต่ไม่อาจมองเห็นไม่ว่าจะพยายามสักเพียงใด
ความคิดจินนาล่องลอยไม่หยุด ตัวตนค่อยๆ หลงหาย นึกถึงความเจ็บปวดและความสุขยามอยู่กับลูเมี่ยน ทั้งนึกถึงประสบการณ์และอารมณ์ตอนช่วยให้ฟรังก้าสุขสม หลงใหลเพราะความเพลิดเพลิน ตื่นรู้เพราะความทุกข์ทรมาน
ในสภาวะเช่นนี้ จินนาไม่อาจรู้ว่า ตนถูกนางมารต้นกำเนิดสังเกตเห็นหรือไม่ เมื่อรวบรวมความคิดได้บางส่วน เบื้องหน้าก็ปรากฏร่างอันศักดิ์สิทธิ์ที่สวมเสื้อคลุมสีขาวเรียบ มองเห็นไม่ชัดและพร่าเลือน
“มาดามกริสโมนา” จินนาเรียกชื่ออีกฝ่าย และได้บทเรียนจากครั้งก่อน รีบฉวยโอกาสถามเข้าประเด็นว่า “เหตุใดสตรีแท้ที่เดินบนเส้นทางนางมาร ถึงถูกเกลียดชังจากนางมารต้นกำเนิดนักเล่า?”
กริสโมนาตอบด้วยเสียงแผ่วเบา
“มารดาของข้า เกลียดชังนางมารที่ไม่ได้ผ่านความทุกข์ทรมานจากการเปลี่ยนเพศ อีกทั้งยังเป็นความระแวง”
“ทำไมถึงต้องระแวง?” จินนาถามต่อ
กริสโมนากล่าวด้วยน้ำเสียงว่างเปล่าผิดปกติว่า
“สตรีแท้ที่เป็นนางมาร หลังกลายเป็นเทวทูต หรือหลังกลายเป็นนางมารยุพนิรันดร์ จะเผชิญเรื่องน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง อาจผ่านพ้นได้หรือไม่ได้ ถ้าไม่ได้ สำหรับมารดาของข้า นั่นเป็นปัญหาใหญ่มาก จึงไม่อาจปล่อยให้เกิดขึ้น”
จินนาชะงัก แล้วหลุดปากถาม
“แล้วท่านเล่า?”
บนใบหน้าพร่าเลือนของกริสโมนา ปรากฏริ้วสีเลือดขึ้นทันที เสียงที่เคยว่างเปล่ากลับแฝงความกดดันระคนเจ็บปวด
“มันคือเหตุผลที่ข้าตาย…”
ก่อนคำพูดจะจบ ร่างของนางมารหายนะรายนี้ ซึ่งเคยเป็นบุตรแห่งเทพตัวจริง ก็เริ่มจางลงกะทันหัน
“เรื่องน่าสะพรึงกลัวที่ต้องเผชิญ…เป็นแบบใด?” จินนาฉวยโอกาสถาม
ร่างของกริสโมนาจางหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงครึ่งประโยค
“สิ่งนั้น โลกในกระจก…”
จินนาฟื้นคืนสติอย่างฉับพลัน เห็นผิวไหม้ดำบนร่างกายหลุดลอกเป็นแผ่นๆ ส่วนเชือกถูกไฟเผาขาดไปตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบได้
เธอรีบซ่อนร่าง แล้วมองหามุมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
ฟู่ว…ฟรังก้าเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็ระบายความกังวลและทรมานที่อัดอั้นในใจออกมาโดยสัญชาตญาณ
ในขณะเดียวกัน เธอคล้ายได้ยินลูเมี่ยนถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก
……………………………………………………..