ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 897 ความพิเศษของ ‘นางมารดำ’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 897 ความพิเศษของ ‘นางมารดำ’
ตอนที่ 897 ความพิเศษของ ‘นางมารดำ’
ลูเมี่ยนไม่ได้พึ่งพลังวิญญาณเพียงอย่างเดียว ยังลงมือค้นบริเวณหลังกระจกอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบสิ่งใด
“หรือนี่จะเป็น ‘คนในกระจก’ ของนางมารดำ?” ฟรังก้าถามอย่างสงสัย
“คนในกระจกของ ‘นางมารดำ’ คงไม่อ่อนแอขนาดนี้” ลูเมี่ยนส่ายหน้า
ทั้งสองลองใช้ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ แต่ไม่ได้รับวิวรณ์ที่มีประโยชน์
“จะลองถามผลทำนายจากเป้าหมายที่แม่นที่สุดไหม?” ฟรังก้าเสนอโดยไม่อาจซ่อนความหวาดกลัวและรังเกียจ
ลูเมี่ยนคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว
“รอกลับไปปรึกษา ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ กับคนอื่นก่อน ค่อยพิจารณาทางเลือกนี้”
บางที ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ อาจรู้จาก ‘โลกวิญญาณ’ ว่า ‘นางมารดำ’ ที่ตายไป แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่
ฟรังก้าถอนใจโล่งอก มองไปที่ทางออกของกระจก พูดด้วยความกลัวย้อนหลังว่า
“เมื่อสักครู่ ‘นางมารดำ’ ไม่สนใจสภาพห้องที่กลายเป็นหินเลย ทำเอาฉันตกใจแทบแย่ ความผิดปกติชัดขนาดนั้นอยู่ตรงหน้า แต่เธอเหมือนตาบอด อย่างน้อยก็แสร้งทำเป็นเห็นหน่อยสิ!”
ในเมื่อฉันรู้ว่า ข้ออ้างของฉันไม่มีทางทำให้คุณเชื่อ ฉันก็ยังแสดงอย่างทุ่มเทจนจบไม่ใช่หรือ?
ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูด
“บางที เธออาจไม่สังเกตเห็นจริงๆ ก็ได้”
“นี่…คุณเล่าเรื่องสยองขวัญเก่งกว่าฉันอีกนะ!” ฟรังก้าสั่นสะท้าน
“อาจเป็นไปได้ว่า การตายของ ‘นางมารดำ’ คนนี้ทำให้ ‘นางมารดำ’ ตัวจริง สูญเสียประสาทสัมผัสหรือพลังวิญญาณบางส่วนไป จนไม่สามารถสังเกตเห็นร่องรอยได้ในเวลาสั้นๆ” ลูเมี่ยนให้คำคาดเดา
ฟรังก้าพยักหน้าครุ่นคิด
“ก็คือ ‘นางมารดำ’ ที่คุณฆ่า เป็นส่วนหนึ่งของ ‘นางมารดำ’ ตัวจริง ที่แยกออกมาด้วยเหตุผลบางประการ?”
“ถ้ารวบรวมความรู้ศาสตร์เร้นลับทั้งหมดเกี่ยวกับ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ได้ ก็น่าจะได้คำตอบ” ลูเมี่ยนส่งเสียง ‘อืม’
“ไม่แน่” ฟรังก้าโต้แย้งด้วยความคิดที่กระโดดไปมาตามปกติ “บางที นี่อาจไม่ใช่คุณสมบัติของ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ แต่เป็นความพิเศษของ ‘นางมารดำ’ เอง คุณไม่ได้บอกหรือว่าตำแหน่งของเธอในนิกายนางมาร…ทั้งบทบาทกับ ‘ลำดับ’ ของเธอไม่ค่อยเข้ากัน?”
“ก็เป็นไปได้” ลูเมี่ยนเห็นด้วย “ไม่ว่าจะเป็นคุณ หรือฉันกับจินนา ถ้าต่อไปอยากเดินไปให้ไกลบนเส้นทางนางมาร ความลับเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องไขปริศนาให้ได้…มันคือเหตุผลที่เราหลีกเลี่ยง ‘นิกายนางมาร’ ไม่ได้ จำเป็นต้องติดต่อกับพวกเธอ”
แต่ฉันอยากเปลี่ยนเป็น ‘นักล่า’ ในอนาคต…อา…ลำดับ 4 ต้องเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ ลำดับ 3 อาจหลุดจาก ‘นิกายนางมาร’ แล้ว แต่ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ฟังดูน่าหลงใหล ความเยาว์วัยไม่มีวันสิ้นสุด พิสดารยากจะฆ่า เก่งกาจฟื้นคืนชีพ ทั้งอยู่รอดและมีชีวิตยืนยาว ไม่แก่เฒ่า…รอถึงลำดับ 2 แล้วค่อยเปลี่ยนเส้นทางดีไหม? แต่การเป็นเทวทูตนั้นยากยิ่ง ในไพ่อาร์คาน่าใหญ่ที่เป็นเทวทูต ฉันรู้จักแค่มาดามเมจิกเชี่ยนคนเดียว…ฟรังก้าลังเลกับตัวเอง
เธอมองลูเมี่ยนแวบหนึ่ง แล้วหัวเราะ ‘ฮิๆ’ ทันที
“เมื่อครู่ ฉันต้านทาน ‘เสน่ห์’ ของ ‘นางมารดำ’ ได้นะ!”
คิ้วและหางตาของเธอเหมือนกำลังบอก ‘รีบชมฉันสิ’
ลูเมี่ยนชำเลืองมองเธอ
“ฉันจำได้ว่า ตอนแรกที่รู้จักคุณ คุณเป็นคนมีวุฒิภาวะ ห้าวหาญ มีเสน่ห์ และเด็ดเดี่ยว เป็น ‘พี่สาว’ ที่น่าไว้วางใจ แต่ตอนนี้…”
“เฮอะ! เป็น ‘พี่ชาย’ ที่น่าไว้วางใจต่างหาก” ฟรังก้าโต้ทันที “แต่ละคนมีหลายด้าน ต่อหน้าคนไม่คุ้นกับต่อหน้า ‘พี่น้อง’ ที่ฝากชีวิตได้ จะแสดงออกเหมือนกันได้ไง? จัดการเรื่องเล็กในชีวิตประจำวันกับรับมือวิกฤติฉับพลัน จะมีสไตล์เดียวกันได้ไง? มันเหนื่อยแย่”
เธอกลับมาภูมิใจอีกครั้ง
“นั่นเป็นถึง ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ลำดับ 3 เชียวนะ แม้เธอไม่ได้ใช้ ‘หว่านเสน่ห์’ โดยตรง แต่ลำพังความงาม เสน่ห์ติดตัวของนางมารลำดับสูง และการเปลี่ยนบุคลิกไปเรื่อยๆ คงมีผู้ชายเพียงไม่กี่คนที่ปฏิเสธเธอได้ แต่ฉันทำได้!”
ลูเมี่ยนเดินไปยังทางออกมืดที่จะกลับห้องนั่งเล่น พลางพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“อดทนได้ก็ถือเป็นเรื่องดี แม้การเป็น ‘คู่รัก’ ของ ‘นางมารดำ’ จะทำให้คุณได้สัมผัสร่างกายนางมารระดับสูงและ ‘สุขสม’ ที่เธอให้ รวมถึงจะค่อยๆ ได้ความไว้วางใจจากเธออย่างแท้จริง แต่มันก็จะทำให้คุณหมกมุ่นทีละน้อย สุดท้ายถอนตัวยาก บิดเบี้ยวตกต่ำ ละทิ้งทุกสิ่งที่เคยสำคัญ”
“ใช่” ฟรังก้าตอบโดยไม่ทันคิด พลางเกาหางม้าตัวเองพูด “ประเด็นไม่ใช่ตรงนี้! ประเด็นคือคุณรู้ไหม ทำไมฉันถึงปฏิเสธข้อเสนอของ ‘นางมารดำ’ ได้?”
“ตอนนั้นนึกถึงจินนา?” ลูเมี่ยนครุ่นคิด
ฟรังก้าพยักหน้าพอใจ พูดแบบที่พี่น้องเข้าใจกันที่สุด
“ถูกต้อง!”
ลูเมี่ยนไม่ถามรายละเอียด เดินต่อไป เตรียมกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง
ตอนนั้น ฟรังก้าทั้งฉุกคิดและเผลอพูดด้วยความอยู่ไม่สุข
“นึกถึงคุณด้วย…”
พูดจบ ‘นางมารทุกข์ระทม’ คนนี้ก็แข็งค้างทันที ราวกับถูกฟ้าผ่า
บัดซบ! ทำไมเราถึงพูดออกไป?
ฟรังก้าอยากจะหาหลุมมุดหายไปทันที พร้อมกันนั้น เธอรีบตรวจสอบสภาวะเมื่อครู่ เพื่อยืนยันว่าตนถูก ‘จัดแจง’ หรือแค่ใจร้อนชั่ววูบ
เห็นลูเมี่ยนหยุดฝีเท้า สีหน้าดูซับซ้อนขึ้น ฟรังก้าแน่ใจว่าเมื่อครู่เป็นการดลใจจาก ‘พลังวิญญาณ’ ที่ทำให้เธอใจร้อน ให้เธอลองพูดออกไปดู
เหมือนที่จินนาเคยบอก ต้องให้ลูเมี่ยนรู้ว่าเขายังเป็นคนสำคัญ ได้รับความชื่นชอบ และเป็นที่ต้องการ
พูดออกไปแล้ว ก็ต้องพูดต่อ! ฟรังก้ามองลูเมี่ยนที่ดูเหม่อลอย ตั้งใจใช้น้ำเสียงแข็งกร้าว
“ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงนึกถึงคุณ ทั้งที่คิดเสมอว่า พวกเราแค่มีสัมพันธ์ทางกายอันบริสุทธิ์…อาจเพราะคุณอยู่ในห้องรับแขกมองอยู่ก็ได้”
ลูเมี่ยนส่งเสียง ‘ฮึ’ ออกมาโดยไม่รู้ตัว ราวกับอยากจะค้าน
แต่เขาไม่พูดอะไร เพียงถามด้วยเสียงต่ำ
“คุณนึกถึงฉันว่ายังไง?”
โอ้พระเจ้า! ถามจริงหรือ? พี่ชาย ใครจะพูดเรื่องแบบนั้นออกมาได้! ฟรังก้าบ่นในใจอย่างบ้าคลั่ง พลางยิ้มกริ่มมองสำรวจลูเมี่ยน
“ไม่รู้ทำไม ฉันรู้สึกว่าหลังจากคุณได้สัมผัสสมบัติปิดผนึกจากซากศพโอมีเบล่า คุณยิ่งดูสวยขึ้น จนเทียบชั้น ‘นางมารดำ’ ลำดับ 3 ได้แล้ว อา…แต่ก็แค่เทียบเท่าบุคลิกด้านหนึ่งของเธอเท่านั้น”
ปกติแล้ว ความสวยไม่สามารถวัดเปรียบเทียบได้ แต่ในเส้นทางนางมารทำได้ ผู้ที่มีลำดับสูงจะมีเสน่ห์ความเป็นสตรีมากกว่าผู้ลำดับต่ำ และมักสวยงามกว่า เว้นเสียแต่ว่านางมารลำดับต่ำจะดูดีมาแต่แรก หรือได้ปรับปรุงใบหน้าผ่านวิธีอื่น เช่น ใช้ต่างหู ‘คำลวง’ หรือสัมผัสมลทินความงามสุดขีด ซึ่งลูเมี่ยนเข้าข่ายทั้งสองกรณี
ไม่รอให้ลูเมี่ยนตอบ ฟรังก้าตั้งใจถอนหายใจ
“ตอนนั้น ฉันควรจะนึกถึงคุณที่มีเสน่ห์เทียบเท่า ‘นางมารดำ’ แต่กลับแปลก ที่ดันนึกถึงคุณที่ชอบปากแข็ง เหมือนน้องชายคนหนึ่ง บางที…ฉันคงไม่อยากแสดงสภาพแย่ๆ ต่อหน้าพี่น้องละมั้ง”
ผ่านไปไม่กี่วินาที ลูเมี่ยนชำเลืองมองฟรังก้า
“บางที ฉันกับจินนาอาจกลายเป็นจุดยึดเหนี่ยวของคุณแล้ว”
เฮ้ยๆ อย่าพูดจริงจังเหมือนตำราขนาดนั้นสิ…ฟรังก้าพึมพำ ก่อนเปลี่ยนเรื่องถาม
“การที่ ‘นางมารดำ’ ให้ฉันติดต่อกับสมาชิกหลักของพรรคจักรพรรดิ จะมีความเสี่ยงแฝงอยู่หรือเปล่า?”
“ฉันนึกว่าเธอจะใช้ให้ฉันไปจัดการเรื่องโลกในกระจกพิเศษซะอีก จะว่าไป…ภารกิจติดตามพวก ‘คนในกระจก’ ดูเหมือนทางนั้นจะยังไม่ได้ยกเลิก”
“แผนใหม่ของพรรคจักรพรรดิ อาจเกี่ยวข้องกับโลกในกระจกพิเศษ” ลูเมี่ยนพูดเสียงราบเรียบ
“หา?” ฟรังก้าทำหน้างุนงง
เรื่องพวกนี้เชื่อมโยงกันได้ยังไง?
ลูเมี่ยนอธิบายสั้นๆ
“คุณลืมไปแล้วหรือว่า ผู้นำของ ‘คนในกระจก’ คือใคร?”
“โรซายล์มหาราชในกระจก…พรรคจักรพรรดิ…เข้าใจแล้ว!” ฟรังก้าเข้าใจทันที
เธอมองสำรวจลูเมี่ยนตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ทำไมฉันรู้สึกว่าคุณฉลาดขึ้นอีกล่ะ?”
“นี่เป็นผลจากการผสมผสานเส้นทางนางมารกับนักล่า” ลูเมี่ยนยกมุมปากเล็กน้อย “แต่ก่อนฉันใช้พลัง ‘นักวางแผน’ รวบรวมเบาะแส ศึกษารายละเอียด เพื่อสรุปผล แต่ตอนนี้ฉันได้รับการดลใจก่อน มีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น แล้วค่อยอาศัย ‘นักวางแผน’ วิเคราะห์ความเป็นไปได้ วิธีนี้ประหยัดเวลาได้มาก เหมือนเมื่อสักครู่ พอ ‘นางมารดำ’ พูดถึงพรรคจักรพรรดิที่ศรัทธาโรซายล์ อยากฟื้นฟูระบอบจักรพรรดิ ฉันก็นึกถึงโรซายล์ในกระจกได้เองโดยธรรมชาติ แล้วค่อยเชื่อมโยงทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน”
“พูดจนฉันอยากเปลี่ยนเส้นทางแล้ว…” ฟรังก้าพึมพำขณะตามลูเมี่ยนกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ 702 ที่ยังคงเป็นสีเทาขาวทั้งหมด
เธอหยิบเงิน 300 เฟลคินจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้ววางไว้ใต้ ‘ก้อนหิน’ ไม่ใหญ่ชิ้นหนึ่ง
นี่คือค่าชดเชยให้เจ้าของบ้าน
จัดการเสร็จ ฟรังก้าหันไปมองกระจกเงาเต็มบานที่มีรอยสีเทาขาวจางๆ แล้วพูดเสียงผิดหวัง
“พลัง ‘ข้ามกระจก’ ของ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ หมดแล้ว ‘นางมารดำ’ ก็ไม่ได้ให้อันใหม่ฉันอีก…”
“คุณจะมีอันใหม่เร็วๆ นี้ แม้จะใช้ได้แค่ราวห้าหกครั้งก็ตาม” ลูเมี่ยนพูดราวกับไม่ได้ตั้งใจ
“อะไรนะ?” ฟรังก้ามองเพื่อนอย่างงุนงง “เครื่องรางใหม่มาจากไหน?”
ลูเมี่ยนชี้ที่ตัวเอง
“ฉันไง”
“คุณลืมไปแล้วหรือว่า ฉันเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ สามารถทำยันต์คล้ายๆ กันได้ด้วยการขอพรจากตัวเอง?”
“…จริงด้วย” ฟรังก้าเคลิบเคลิ้มไปกับน้ำเสียงและสีหน้าของลูเมี่ยนเมื่อครู่
ใครจะต้านทานสาวน้อยคนงามที่พูดและทำท่าทางแบบนี้ได้!
จนกระทั่งลูเมี่ยนเปิดประตูเดินจากไป ฟรังก้าจึงนึกขึ้นได้
ท่าทางหมอนี่จะอารมณ์ดีขึ้นไม่เบา ถึงกับตอบคำถามด้วยน้ำเสียงร่าเริงบ้างแล้ว!
หึหึ…ฟรังก้ารีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว ฝีเท้าดูเบาหวิว
…………
ยามค่ำคืน ณ ทรีอาร์ใต้ดิน ในโพรงเหมืองหินแห่งหนึ่ง
ลูเมี่ยนกับลุดวิกดูอ็องโตนีอาศัยนามของมิสเตอร์ฟูล อัญเชิญปีศาจหัวคนตัวนกได้สำเร็จ แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากอีกฝ่าย ส่งผลให้การทำพันธสัญญาล้มเหลว
ปีศาจหัวคนตัวนก ซึ่งเป็นสัตว์โลกวิญญาณ คือส่วนประกอบในพิธีเลื่อนลำดับเป็น ‘นักท่องฝัน’ ลำดับ 5 ของเส้นทาง ‘ผู้ชม’
“ถ้าคุณใช้วิธีปกติอัญเชิญ ฉันบังคับให้มันทำพันธสัญญากับคุณได้” ลูเมี่ยนพูดลอยๆ เมื่อเห็นอ็องโตนียกเลิก ‘กำแพงวิญญาณ’ แล้วเดินออกมา
แต่ตอนนี้เป็นการอัญเชิญในนามมิสเตอร์ฟูล ทั้งสองฝ่ายในพิธีต่างสื่อสารกันในสภาวะที่สงบ
อ็องโตนีพยักหน้า
“แต่วิธีปกติอัญเชิญแล้วไม่มา มันจะไม่ตอบสนอง”
“ผมว่าจะรอถึงเดือนหน้า แล้วขอร้องมิสเตอร์ฟูลอีกครั้ง หวังว่าจะได้รับพรคุ้มครองจากเทวทูตของเขา มาดามจัสติสแนะนำวิธีนี้มา แต่การขอร้องในลักษณะนี้ ควรเว้นระยะเวลาสักพักก่อนทำซ้ำ”
“เดือนหน้าหรือ…อีกไม่กี่วัน พวกเราน่าจะได้เข้าไปในแดนฝันของมิสเตอร์ฟูลแล้ว ถ้ามี ‘นักท่องฝัน’ จะดีกว่ามาก…” ลูเมี่ยนกวาดตามองเล็กน้อย แล้วหันไปทางลุดวิกถามว่า “มีวัตถุดิบอะไรช่วยให้อ็องโตนีมีสติในแดนฝันได้บ้างไหม? แค่ชั่วคราวก็ได้”
……………………………………………………..