ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 901 คำถามสุดท้าย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 901 คำถามสุดท้าย
ตอนที่ 901 คำถามสุดท้าย
มาดามเมจิกเชี่ยนเห็นลูเมี่ยนได้รับเหรียญทองนำโชคเหรียญสุดท้าย จึงถอนใจเบาๆ อย่างโล่งอก
แม้อาร์คาน่าใหญ่จะยืนยันผ่านการทำนาย พยากรณ์ และวิเคราะห์จิตวิทยาว่า เหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ แต่เมื่อผู้เกี่ยวข้องเป็นเทวทูตบรรพกาล บุตรแห่งเทพแท้จริง ก็ไม่มีใครกล้ารับรองว่า ผลลัพธ์จะเป็นไปตามคาด หากมีความคลาดเคลื่อน พวกตนก็ต้องวางแผนใหม่
มาดามเมจิกเชี่ยนหยิบขวดทองคำใบเล็ก สลักสัญลักษณ์ลึกลับออกมาจากที่ใดสักแห่ง แล้วยิ้มกล่าวกับอะซิก·อายเกสว่า
“มิสเตอร์อะซิก นี่คือน้ำส่วนเกินจากบ่อน้ำสตรีซามาเรีย สิ่งที่เกิดจากมลทินพลังต้นกำเนิดแม่น้ำโลกแห่งความตาย มันมีคุณสมบัติทั้งฟื้นตัวดวงวิญญาณ ทำให้หลับใหล นำพาความตายสมบูรณ์หรือแดนฝันแท้จริง และมอบสถานะตื่นตัวในแดนฝัน…พวกเราอยากขอท่าน ช่วยให้มันแสดงคุณสมบัติเพียงอย่างเดียว ระหว่าง ‘ทำให้หลับใหล’ หรือ ‘ให้มอบสถานะตื่นตัวในแดนฝัน’ และเสริมให้แข็งแกร่งขึ้น”
ฟื้นตัวดวงวิญญาณ…ลูเมี่ยนไม่สนใจว่า ยังมีน้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรียเหลืออยู่หรือไม่ เพียงจดจ่ออยู่กับคุณสมบัติ ‘ฟื้นตัวดวงวิญญาณ’
นี่จะช่วยให้เศษเสี้ยวดวงวิญญาณของโอลัวร์ค่อยๆ กลับมาสมบูรณ์ได้ไหม?
“ไม่มีปัญหา” อะซิกรับขวดทองคำเล็กบรรจุน้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรีย
มาดามเมจิกเชี่ยนราวกับล่วงรู้ความคิดลูเมี่ยน จึงอธิบายว่า
“น้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรียมีคุณสมบัติฟื้นตัวดวงวิญญาณจริง แต่จำกัดเพียงการฟื้นตัว เหมือนความสามารถ ‘งอกใหม่เมื่อถูกตัด’ ที่ทำให้แขนหรือขาที่ขาดหายงอกใหม่ได้ แต่ไม่สามารถทำให้แขนและขางอกเป็นคนใหม่ได้ นั่นเป็นขอบเขตของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’”
เธอตอบคำถามไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า นางมารดำปลอมคืออะไร โดยเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นตนเอง หรือผู้ทำนายที่แม่นยำที่สุด ก็ยังไม่รู้คำตอบที่ถูกต้อง ซึ่งแฝงความหมายว่า ความลับที่เกี่ยวข้องกับนางมารดำปลอม ย่อมเชื่อมโยงกับโลกในกระจกพิเศษอย่างแน่นอน
“การมีฤทธิ์ฟื้นตัวได้บ้าง ก็นับว่าดีแล้ว” ลูเมี่ยนเงียบไปครู่ แล้วพูดเสียงเบา
ขณะเดียวกัน เบื้องหลังอะซิกปรากฏงูยักษ์น่าสะพรึงอันเลือนราง ตั้งตระหง่านขึ้น จวนจะแตะถึงท้องฟ้าลวงตา
งูยักษ์มีเปลวไฟสีขาวซีดลุกโชนในเบ้าตา เบื้องหลังราวกับมีปีกคู่หนาเกินจริง ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวคล้ำจนดูดำขนาดใหญ่ ตามร่องเกล็ดมีขนนกสีขาวโผล่ออกมาทีละเส้น
แม้ลูเมี่ยนจะมองไม่เห็นรายละเอียดของขนนกแต่ละเส้น หรือเกล็ดแต่ละแผ่น รวมทั้งสัญลักษณ์ประหลาดด้านบน แต่เพียงแค่มองตรงไปยังร่างนี้ ก็รู้สึกราวกับตนกำลังสิ้นอายุอย่างรวดเร็ว ผิวหนังเหี่ยวแห้งยุบลง
นี่คือความเสียหายที่กระจกตัวแทนไม่อาจถ่ายโอนได้
ยังดีที่งูยักษ์ปีกเลือนรางนั่น รีบขดตัวในพริบตา พันขวดทองคำใบเล็กที่แม้แต่เบ้าตาของมันก็ใส่ไม่เต็ม เอาไว้ภายในวงขดชั้นแล้วชั้นเล่า
ตามมาอย่างรวดเร็ว งูยักษ์น่าสะพรึงจางหายไป หดตัวเข้าขวดทองคำเล็กในชั่วพริบตา
ลูเมี่ยนค่อยๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติ
อะซิกส่งขวดทองคำเล็กคืนให้ ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’
“ผู้ที่สัมผัสน้ำในขวด จะตกอยู่ในภวังค์หลับใหลยาวนาน แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น”
“จะมีผลกับเทพแท้จริงบ้าง แต่ไม่มากนัก เว้นแต่เทพองค์นั้นจะอ่อนแอมากอยู่แล้ว หรือกำลังอยู่ในภาวะหลับใหล”
“หากต้องการให้ผู้ที่หลับใหลเพราะเหตุนี้ตื่นขึ้น ต้องไปเอาน้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรียมาอีก ใช้วิธีคล้ายกัน แต่ทำในทางตรงข้าม หรือตามหาเทพแท้จริงที่มีอำนาจเกี่ยวข้องมาช่วย”
ลูเมี่ยนไม่แปลกใจที่น้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรียที่ปรุงแต่งแล้ว มีผลกับเทพแท้จริงเพียงเล็กน้อย
วิญญาณที่เหลือของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ยังตื่นขึ้นในแม่น้ำลึกลับ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดบ่อน้ำสตรีซามาเรียเป็นครั้งคราว ดังนั้นย่อมไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่เป็นแค่ผลพลอยได้!
มาดามเมจิกเชี่ยนมอบขวดทองคำเล็กให้ลูเมี่ยน
“นี่อาจใช้ได้ผลในแดนฝัน แต่ยังไม่แน่นอน”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ เก็บขวดน้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรียที่ผ่านการปรุงแต่งแล้ว ใส่ในกระเป๋านักเดินทาง
มาดามเมจิกเชี่ยนหันไปโค้งคำนับอะซิก
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของท่าน วันนี้พวกเราบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมดแล้ว”
“ท่านมีอะไรที่ต้องการให้พวกเราทำไหม?”
อะซิกทอดสายตาไปยังภาพสีน้ำมันที่อยู่สองข้างโถงทางเดิน กล่าวด้วยท่าทางใจลอย
“ตอนนี้ยังไม่มี”
“ข้าหลับไปหลายปีแล้ว อยากเดินเที่ยวไปทั่ว ดูนั่นดูนี่ ดูว่าโลกนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง”
ก่อนที่แสงดาวจะโอบล้อม ลูเมี่ยนหันศีรษะมองกลับ พบว่าอดีต ‘กงสุลมรณะ’ ผู้มีแววตาเต็มไปด้วยความผ่านร้อนผ่านหนาว กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าภาพสีน้ำมันภาพหนึ่ง พลางใช้นิ้วมือลูบผิวของภาพอย่างเงียบงัน
…………
ยามเย็น
ยกเว้นลูกาโนที่ได้รับแจ้งว่าจะมีวันหยุดระยะหนึ่ง สามารถจัดการเวลาได้อย่างอิสระ ลูเมี่ยน ฟรังก้า จินนา อ็องโตนี และลุดวิก ต่างมารวมตัวกันที่อพาร์ตเมนต์บนถนนซ้ายในเขตหอดูดาว
มาดามเมจิกเชี่ยนสวมชุดกระโปรงยาวคอตั้ง สีขาวครีมปักลวดลายสีทอง สวมหมวกปีกกว้างกันแดด ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง กล่าวกับผู้ถือเหรียญทองนำโชคทั้งห้าคนว่า
“ฉันขอเน้นย้ำอีกครั้ง ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น”
“ในแดนฝันของมิสเตอร์ฟูล หากพวกเธอตาย ร่างจริงก็ตาย หากคลุ้มคลั่งหรือเสียสติ ร่างจริงก็เป็นเช่นกัน หากถูกราชันสวรรค์หรือสิ่งอื่นสร้างมลทิน โลกจริงก็รับผล หากป่วยทางจิตหรือมีอารมณ์ปั่นป่วนรุนแรง ร่างที่หลับอยู่ก็จะได้รับผลเหมือนกัน”
“หากแค่บาดเจ็บหรือเหนื่อยล้า จะมีผลไม่มากนัก ฟื้นฟูได้เร็วโดยออกจากแดนฝันชั่วครู่ หรือจะใช้เวลาในฝันเพื่อรักษาตัวก็ได้”
“ข่าวดีคือ พวกศัตรูที่ใช้วิธีอื่นเข้าสู่แดนฝันของมิสเตอร์ฟูล รวมถึงผู้วิเศษที่ถูกราชันสวรรค์ควบคุม ก็ถูกตีกรอบไว้เช่นกัน แต่ราชันสวรรค์ควบคุมแดนฝันได้บางส่วน จนกว่าจะถึงช่วงสุดท้าย พวกเธอควรหลีกเลี่ยงและอย่ามีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับพระองค์”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนก็ถามขึ้น
“ในฝันของมิสเตอร์ฟูล ราชันสวรรค์ปรากฏในฐานะอะไร และมีรูปลักษณ์อย่างไร?”
หากรู้ชัดประเด็นนี้ ก็จะหลบเลี่ยงราชันสวรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาดามเมจิกเชี่ยนส่ายศีรษะ
“หากพวกเราทราบ ผู้ถือเหรียญทองนำโชคก่อนหน้า คงไม่ถูกขับออกจากฝันหรือถูกตีกรอบการกระทำเร็วขนาดนั้น”
“การยืนยันตัวตนของราชันสวรรค์ในฝัน เป็นจุดสำคัญของภารกิจครั้งนี้”
มาดามเมจิกเชี่ยนพูดถึงเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับแดนฝัน สุดท้ายเธอถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“ตอนนี้ พวกเธอเลือกได้แล้ว จะถือเหรียญทองของมิสเตอร์ฟูลเข้าฝันจริงของเขา และพยายามปลุกเขาหรือไม่?”
“หากไม่ พวกเราไม่บังคับ แต่พวกเธอต้องทำตามการชี้นำของพลังวิญญาณ และส่งมอบเหรียญทองนำโชคออกไปโดยเร็ว”
“หากยินดี เมื่อภารกิจสิ้นสุด ไม่ว่ามิสเตอร์ฟูลจะถูกปลุกสำเร็จหรือไม่ ทางเราจะมอบรางวัลอย่างงามแก่พวกเธอ”
“ฉันไม่มีปัญหา” ลูเมี่ยนที่สวมเสื้อคลุมแต่ไม่สวมฮู้ด ตอบเป็นคนแรก
“ฉันด้วย” จินนาเป็นคนที่สอง
ตามด้วยฟรังก้าและอ็องโตนี พวกเขาต่างยินดี
มีเพียงลุดวิกที่ลังเล เด็กชายผูกโบแดงคนนี้มีสีหน้าเปลี่ยนไปมา ไม่รู้กำลังต่อต้านอะไร
สุดท้าย เขามองฟรังก้าและจินนา แล้วกัดฟันพูดว่า
“ผมยินดีที่จะไปแดนฝัน”
แม้สิ่งที่กินในฝันจะปลอม เป็นสิ่งไม่จริง แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องเรียนและสอบ!
ฟรังก้าที่ดูดซึมโอสถ ‘ทุกข์ระทม’ แล้ว มองลุดวิกอย่างขบขัน เอียงไปกระซิบข้างหูจินนา
“เด็กคนนี้ไม่ฉลาดจริงๆ พอฟังมาดามเมจิกเชี่ยนจบ ฉันก็ได้ข้อสรุปทันทีว่า”
“ถ้าย่อยโอสถในฝันของมิสเตอร์ฟูล โลกจริงก็จะย่อยด้วย!”
จินนาตอบเบาๆ
“รอเข้าฝันของมิสเตอร์ฟูล แล้วค่อยบอกความจริงนี้กับลุดวิก”
ถึงตรงนี้ มาดามเมจิกเชี่ยนค่อยๆ พยักหน้ารับ
“ฉันดีใจที่พวกเธอตัดสินใจแบบนี้ สุดท้ายขอเตือนอีกครั้ง พยายามเลื่อนเวลาถูกเตะออกจากฝันให้นานที่สุด หากถูกเตะออกเกินสามครั้ง การเข้าครั้งต่อไปจะถูกเตะทันที หรือถูกจำกัดโดยสมบูรณ์ เป็นได้แค่ผู้ชม”
“ครับ/ค่ะ มาดามเมจิกเชี่ยน” พวกลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน
จุดแสงดาวเจิดจ้าร่วงลงมาห่อหุ้มพวกเขาไว้
ในชั่วพริบตา ทั้งห้าคนปรากฏตัวในคฤหาสน์หรูหรา
“ที่นี่ก็อยู่ในทรีอาร์ พวกเธอเลือกห้องเองได้ แต่ห้ามอยู่ติดกัน เพื่อป้องกันเมื่อคนหนึ่งถูกพบ จะส่งผลถึงคนอื่นๆ ใกล้เคียง” มาดามเมจิกเชี่ยนแนะนำสั้นๆ
“ค่ะ” หลังตัดสินใจแล้ว ฟรังก้าไม่ลังเลอีก เธอใจร้อนอยากลิ้มลอง
หลังพวกลูเมี่ยนเลือกห้องเรียบร้อย มาดามเมจิกเชี่ยนพูดกับพวกเขาที่กลับมายังโถงทางเดิน
“ตอนนี้ ให้ไปนอนบนเตียงพร้อมกำเหรียญทองนำโชคของตัวเองไว้”
“แค่นี้ก็พอแล้วหรือคะ?” ฟรังก้าถามอย่างสงสัย
ง่ายเกินไปกระมัง?
มาดามเมจิกเชี่ยนหัวเราะ
“ไม่หรอก นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรก ขั้นต่อไปต้องให้มิสจัสติสลงมือ”
“อา” พวกลูเมี่ยนไม่ถามต่อ เพียงกลับไปยังห้องที่เลือกไว้ กำเหรียญทองนำโชคที่ส่องประกายวาว แล้วเอนตัวลงบนเตียงแข็งแรงยืดหยุ่น ห่มผ้านวมนุ่มฟูที่ส่งกลิ่นแสงแดด
……………………………………………………..