ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 903 ทุกสิ่งคุ้นเคย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 903 ทุกสิ่งคุ้นเคย
ตอนที่ 903 ทุกสิ่งคุ้นเคย
เมื่อชานชาลาลับหายไป ลูเมี่ยนสำรวจตู้โดยสาร
ที่นั่งไม้ หน้าต่างแคบ แสงน้อย ผู้โดยสารอื่นดูเหมือนคุยกันแต่ไร้เสียง ราวละครใบ้
จินนาและอ็องโตนีที่เพิ่งเจอเรื่องแบบนี้ครั้งแรก ก็พินิจสิ่งรอบข้างเงียบๆ ลุดวิกทั้งเจ็บปวดทั้งหมกมุ่นกับขนมลวงตา ฟรังก้าอารมณ์หม่นหมอง เอนพิงตู้ มองวิวข้างนอก
ทุ่งเลี้ยงสัตว์กว้างใหญ่ รวมถึงไร่นาเขียวชอุ่ม ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว สลับกับปราสาทเก่าและหมู่บ้านแบบโบราณ งดงามดั่งภาพสีน้ำมัน
ทีละเล็กละน้อย ฟรังก้าเห็นพระราชวังน้ำแข็ง บ้านเรือนลอยเหนือเมฆ รองเท้าคริสตัลเป็นคู่ๆ เต้นรำบนลานกว้างแต่ไกล…
วิวนอกรถไฟเริ่มเป็นเหมือนฝัน ดั่งนิทานหลายเรื่องมาบรรจบกัน
ไม่นานนัก รถไฟสีเหล็กดำก็วิ่งเข้าสู่หมอก มองไม่เห็นอะไรนอกหน้าต่างอีก
ลูเมี่ยน ฟรังก้า และคนอื่นๆ กำเหรียญทองนำโชคแน่นตามสัญชาตญาณ ไม่มีใครพูด รักษาความเงียบ กลัวว่าการเคลื่อนไหวเกินจำเป็นจะทำให้เข้าแดนฝันของมิสเตอร์ฟูลไม่ได้
ในหมอกหนาทึบดั่งความฝัน รถไฟไอน้ำสีเหล็กดำที่แล่นออกจากห้วงจินตนาการ เคลื่อนที่รวดเร็วด้วยเสียงโครมคราม
ตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ ลูเมี่ยนรู้สึกว่าเสียงโครมครามของล้อรถไฟที่กระทบรอยต่อราง ค่อยๆ เบาลงจนหายไป
ทันใด เสียงสตรีดังขึ้นข้างหู
“มีใครรับอะไรไหม?”
“ข้าวกล่อง ขนม ไอศกรีม เครื่องดื่ม ของฝาก เนื้อแห้ง…”
ฟรังก้าพรวดพราดนั่งตัวตรง ใบหน้าทั้งตกตะลึงเจืองุนงง
เธอผุดลุกขึ้นยืนทันที หันตัวมองไปยังทางเข้าตู้โดยสาร เห็นสตรีสวมเสื้อเชิ้ตขาว กระโปรงยาวสีม่วงแดง หมวกนุ่มใบเล็กสีม่วงแดง กำลังเข็นรถเข็นโลหะหลายชั้น มุ่งตรงมาหาพวกเธอ
บนรถเข็นมีของหลากสีสันเรียงเป็นชั้น มีเครื่องดื่มในขวดแปลกตา รวมถึงกล่องข้าวที่ซ้อนกัน
นี่มัน…สายตาฟรังก้ากวาดมองสองข้างรถเข็น เห็นผู้โดยสารที่เคยเป็นเพียงเงาพร่า แปรเปลี่ยนเป็นภาพชัดเจน พวกเขาสวมเสื้อผ้าที่มักปรากฏในความฝันเธอ บ้างเล่นมือถือต่างยี่ห้ออย่างเงียบงัน บ้างคุยกับเพื่อนเสียงเบา บางครั้งมีเสียงเด็กร้องไห้
นี่คือภาพที่ฟรังก้าฝันอยากเห็นอีกครั้งแม้ยามหลับ แต่เจอมันในตอนนี้กลับทำให้เธอหนาวสั่น หวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก
นี่…นี่คือแดนฝันของมิสเตอร์ฟูล?
“เป็นอะไรไป?” ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืนตาม ถามเสียงเบา
เขาเห็นตู้โดยสารเปลี่ยนไป แม้แต่ที่นั่งและพนักพิงก็นุ่มฟู ราวหุ้มด้วยปุยฝ้ายหนาย้อมสีน้ำเงิน
เขาสังเกตว่าการแต่งกาย วิธีพูดของผู้โดยสารพวกนั้นต่างจากพวกตนชัดเจน
แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้สีหน้าฟรังก้าแปรเปลี่ยนรุนแรง
นี่คือความฝัน เจออะไรก็ไม่น่าแปลกใจ!
ริมฝีปากฟรังก้าขยับเล็กน้อย เหลียวไปมองอ็องโตนีที่นั่งแถวหน้ากับลุดวิก แล้วลดเสียงพูดกับลูเมี่ยนและจินนา
“ฉากพวกนี้ คล้ายกับในโลกของฉันไม่มีผิด…”
ลูเมี่ยนเข้าใจทันทีว่าทำไมฟรังก้าถึงมีปฏิกิริยาแบบนั้น จึงจงใจพูดเหมือนไม่สำคัญ
“คุณลืมราชันสวรรค์ไปแล้วหรือ?”
“พระองค์ก็มาจากโลกเดียวกัน ความฝันที่พระองค์มีส่วนร่วม จะปรากฏฉากที่เกี่ยวข้องบ้าง มันก็ปกติแล้วไม่ใช่หรือ?”
“ก็จริง…” ฟรังก้ายิ้มเยาะตัวเอง “ฉันตื่นเต้นและกลัวเกินไป จนลืมจุดนี้ไป”
จริงด้วย นี่มันปกติมาก!
นี่ก็คือความฝันของราชันสวรรค์ที่หลับใหลอยู่เช่นกัน!
จินนาลุกขึ้นยืน เหลียวซ้ายแลขวาสักครู่แล้วพูดว่า
“นั่นหมายความว่า พวกเราเข้าสู่แดนฝันของมิสเตอร์ฟูลแล้วสินะ?”
ขณะพูด เธอแบฝ่ามือขวา พบว่าใต้เหรียญทองนำโชควาววับมีตั๋วรถไฟอยู่ใบหนึ่ง เขียนว่า
“หนิงเป่ย—หยางตู้”
แม้จินนาจะรู้จักแค่ตัวเลขบนตั๋ว แต่เธอเข้าใจความหมายของตัวอักษรประหลาดพวกนั้นได้ เช่นเดียวกับที่ผู้โดยสารฝั่งตรงข้ามเข้าใจภาษาอินทิสที่เธอพูด พวกเขาเหลียวมามองอย่างสงสัย แต่เมื่อเห็นเสื้อผ้าประหลาดของพวกเธอ ก็ดูเหมือนจะคิดว่าปกติ จึงละสายตาไป
ตามคำอธิบายของมาดามเมจิกเชี่ยน ในแดนฝันของมิสเตอร์ฟูล ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารทางภาษา หรือการอ่านตัวอักษรไม่ออก แก่นแท้คือการสื่อสารกับจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูล และมิสเตอร์ฟูลเชี่ยวชาญทุกภาษา
แม้เข้าใจความหมายตัวอักษรแปลกหน้าโดยตรง ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจลึกซึ้ง จินนาเคยกังวลเรื่องนี้ แต่มาดามเมจิกเชี่ยนให้วางใจ ตอนนี้จินนาเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใด มาดามถึงไม่กังวล
ตัวอักษรพวกนี้ฟรังก้ารู้จักดี ย่อมเป็นล่ามที่เชื่อถือได้มากกว่าใคร!
“น่าจะใช่” ลูเมี่ยนเก็บเหรียญทองนำโชค เหลือแต่ตั๋วรถในมือ
จินนาเห็นผู้โดยสารอื่นเข้าใจคำพูดพวกเธอได้ จึงกระซิบถามฟรังก้า
“พวกนั้นถืออะไรในมือ?”
ดูแปลกพิลึก…
ลูเมี่ยนรีบใช้ ‘ขวดเสกสรร’ อาศัยหน้าต่างรถ ครอบที่นั่งสองแถวที่พวกเธออยู่ แต่ทำให้บาเรียดูโปร่งใส
ฟรังก้าฮึกเหิมทันที ลืมความหดหู่และตกตะลึงไปสิ้น ยิ้มพลางแนะนำ
“นั่นคือมือถือ ผลิตภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่รวมความสามารถโทรเลข ละคร และส่งสารผ่านกระจกเข้าด้วยกัน มันมีฟังก์ชั่นอีกมากที่พวกคุณนึกไม่ถึง เดี๋ยวฉันจะหามาหลายเครื่อง แล้วสอนใช้ละเอียด ตอนนี้อธิบายให้เข้าใจยากเกินไป!”
พูดไปพูดมา ฟรังก้าเริ่มมีสีหน้าภาคภูมิใจ
“นั่นคือเสื้อยืด นั่นคือกางเกงยีน นั่นคือรองเท้ากีฬา…”
เธอเพิ่งพูดถึงตรงนี้ ลุดวิกก็ร้องตะโกน
“ผมอยากได้ข้าวกล่อง อยากได้ขนม อยากได้ไอศกรีม อยากได้เครื่องดื่ม อยากได้เนื้อแห้ง!”
เด็กชายตัวน้อยกลืนน้ำลาย ลืมไปว่าอาหารในความฝันล้วนเป็นของปลอมทั้งสิ้น
“เอ่อ…มาดามเมจิกเชี่ยนกำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย” ฟรังก้ามองลูเมี่ยน “ฉันจำได้ว่า ในซองที่มาดามจัสติสให้มามีเงินสดอยู่”
ลูเมี่ยนเปิดซอง ดึงธนบัตรใหม่สีแดงสดออกมาหนึ่งปึก แล้วยกเลิก ‘ขวดเสกสรร’
“คนละสองพันหยวน” เขาบอกเพื่อนๆ
“ก็พอไหว” ฟรังก้าพยักหน้า แล้วหันไปมองลุดวิกด้วยความกังวล “เด็กคนนี้ค่าอาหารวันเดียวก็เกือบพันแล้ว…”
นี่ยังไม่รวมถึงกรณีที่กินของดีๆ นะ!
“ต้องมีวิธีหาเงินอยู่แล้ว” ลูเมี่ยนใช้เงินสองร้อยสั่งข้าวกล่องห้าชุด
ฟรังก้าดิ้นรนครู่หนึ่งก่อนพูดว่า
“ให้ลุดวิกหมดนั่นแหละ แม้ฉันอยากรื้อฟื้นรสชาติอาหารในความทรงจำ แต่ไม่ควรสิ้นเปลืองเงินที่นี่ ข้างหน้ายังมีตัวเลือกที่ดีกว่า”
หลังกองข้าวกล่องทั้งห้าไว้ตรงหน้าลุดวิก จินนาถามเสียงเบา
“ตอนนี้ดูข้อมูลอัตลักษณ์ของมิสเตอร์ฟูลในความฝันได้หรือยัง?”
เธอสังเกตเห็นผู้โดยสารรอบข้างเหล่มองตนกับฟรังก้า จึงนั่งลงอีกครั้ง
ลูเมี่ยนไตร่ตรองสักครู่
“ยังไม่ถึงที่หมาย รอกันอีกหน่อย รอออกจากสถานีปลายทางค่อยดู”
ระมัดระวังไว้ก่อนดีที่สุด!
ระหว่างคุยกัน ลูเมี่ยนหยิบกระจกเงา โยนลงในช่องว่างระหว่างลุดวิกกับพนักพิง
เขากำลังจะใช้มายากลกระจกเงาปิดบังสถานการณ์อันน่าเหลือเชื่อ ซึ่งลุดวิกกินข้าวกล่องห้าชุดรวดแล้วยังไม่อิ่ม
เมื่อสักครู่ เขาเห็นคนแอบใช้มือถือจ่อมาทางนี้ ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณบ่งบอกว่า ไม่ควรปล่อยเรื่องผิดปกติให้ปรากฏต่อสายตาสาธารณชน
“รถไฟขบวนนี้ไม่มีเสียงดังโครมครามหรือ?” จินนาชวนฟรังก้าคุยเล่น
ฟรังก้าพูดด้วยน้ำเสียงโอ้อวดพลางหัวเราะ
“แน่นอน นี่เป็นรถไฟรุ่นใหม่ล่าสุด แถมวิ่งเร็วมาก!”
เธอชี้ไปยังจอแสดงผลด้านหน้าตู้โดยสาร บนนั้นมีความเร็วรถตามเวลาจริง รวมถึงตัวเลขและสัญลักษณ์ที่จินนาคุ้นเคย
ขอบคุณพระโรซายล์ผู้ยิ่งใหญ่!
ฟรังก้าแนะนำรายละเอียดที่ทำให้ลูเมี่ยน จินนา และอ็องโตนีสับสนอย่างกระตือรือร้น พลางแก้ไขความเข้าใจเป็นระยะ อาทิ
“ที่นี่เปิดกว้างกว่าทรีอาร์หรือเปล่า? ฉันเห็นคนเปิดแขนขา…”
“ไม่ๆๆ พวกเราห่างไกลจากทรีอาร์มาก นี่แค่อิสระในการแต่งตัว ไม่ล่วงเกินผู้อื่น เป็นความมีวัฒนธรรม ส่วนตัวยังไม่เปิดกว้างเท่าทรีอาร์!”
“แล้วลักษณะของพวกเรา จะดูแปลกเกินไปไหม?”
“ไม่ต้องกังวล แค่บอกว่าไปร่วมงานการ์ตูนคอนเวนชั่น!”
“การ์ตูนคอนเวนชั่นคืออะไร?”
“…”
ระหว่างสนทนา รถไฟแล่นออกจากม่านหมอก เบื้องหน้าปรากฏมหานครยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยตึกสูงนับไม่ถ้วน แต่ละหลังเทียบเท่ายอดเขา พื้นผิวปกคลุมด้วยผนังกระจก ส่องประกายทองวาบภายใต้แสงอาทิตย์
ลูเมี่ยนและจินนาต่างกลั้นหายใจโดยสัญชาตญาณ ราวกับเข้าใกล้ดินแดนแห่งทวยเทพ
นั่นคือปาฏิหาริย์บนพื้นพิภพ นั่นคือนครเหนือยอดเขา!
ฟรังก้าหยุดเล่า ดวงตาสีน้ำเงินดั่งทะเลสาบจ้องมองเมืองดังกล่าว สีหน้าดูคล้ายคิดถึงระคนโศกเศร้า
รถไฟค่อยๆ ลดความเร็วเข้าสู่เมือง และจอดเทียบชานชาลาที่สะอาดเรียบร้อย สว่างไสวและกว้างขวาง
ผู้โดยสารในตู้รถไฟหายวับไปทันที ราวกับผู้ถักทอไร้เรี่ยวแรงจะรักษาไว้อีกต่อไป เมื่อลูเมี่ยนกับพวกฟรังก้าสบตากัน รายแรกจูงลุดวิกลงจากรถไฟก่อน ตามด้วยจินนา ฟรังก้า และอ็องโตนี รวมเป็นกลุ่มที่แต่งตัว ‘แปลกประหลาด’
พวกเขาออกจากชานชาลาพร้อมผู้โดยสารจำนวนมากจากตู้อื่นๆ โดยขึ้นบันไดเลื่อนอัตโนมัติ และภายใต้การนำทางของ ‘ไกด์’ ฟรังก้า พวกเขาออกจากสถานีมาถึงลานกว้างด้านนอก ไม่มีใครพูดอะไรตลอดทาง
เมื่อผู้คนรอบข้างเดินห่างออกไป บริเวณใกล้เคียงเริ่มโล่ง ลูเมี่ยนหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนที่มาดามจัสติสมอบให้ ดึงเอกสารเกี่ยวกับอัตลักษณ์ในความฝันของมิสเตอร์ฟูลออกมา แล้วคลี่ต่อหน้าเพื่อนร่วมทาง
ฟรังก้าเห็นทันทีว่าตอนต้นของเอกสารมีชื่อหนึ่งเขียนด้วยภาษาแม่ของเธอ
“โจวหมิงรุ่ย”
……………………………………………………..