ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 904 คนขับรถ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 904 คนขับรถ
ตอนที่ 904 คนขับรถ
จินนาอ่านข้อมูลจบอย่างรวดเร็ว แล้วอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ
“อัตลักษณ์ในความฝันของมิสเตอร์ฟูล…ช่างธรรมดาเหลือเกิน”
ดูไม่ออกเลยว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่!
“เราจะทำยังไงกันต่อ?” ฟรังก้าหันไปมองลูเมี่ยน “หาโอกาสเข้าหามิสเตอร์ฟูลหรือ?”
เอกสารนั้นได้บรรยายตารางกิจวัตรประจำวันของโจวหมิงรุ่ยไว้อย่างละเอียด ถ้าโชคไม่เลวร้าย ลูเมี่ยนและคณะก็น่าจะได้พบและเข้าหามิสเตอร์ฟูลในเร็ววัน
ก่อนหน้านี้ เมื่อฟรังก้าเห็นชื่อโจวหมิงรุ่ย หัวใจของเธอก็สะท้านวูบ
เธอไม่คาดคิดว่าชื่อที่มิสเตอร์ฟูลใช้ในความฝัน กลับไม่เป็นไปตามแบบทวีปเหนือใต้ แต่ดันคล้ายกับรูปแบบในประเทศของเธอก่อนข้ามมิติมา
แน่นอนว่า สิ่งนี้สอดคล้องกับสภาพเมืองปัจจุบัน แต่หากชื่อ ‘โจวหมิงรุ่ย’ เป็นของราชันสวรรค์แทนที่จะเป็นของมิสเตอร์ฟูล ฟรังก้าจะเข้าใจและยอมรับได้มากกว่า เพราะสมญานาม ‘ราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค’ มีรูปแบบเหมือนในประเทศของเธอก่อนข้ามมิติ
หรือว่าราชันสวรรค์มีอิทธิพลเหนือกว่า จนทำให้เมืองในความฝันของมิสเตอร์ฟูลเหมือนประเทศบ้านเกิดของเรา และยังใช้ชื่อ ‘โจวหมิงรุ่ย’ ด้วย? ขณะที่ฟรังก้ากำลังครุ่นคิดในใจ ลูเมี่ยนใช้เวลาคิดสักครู่แล้วกล่าว
“ยังไม่ต้องเข้าหามิสเตอร์ฟูล ให้เฝ้าสังเกตคนและเหตุการณ์รอบตัวเขาสักสองสามวัน”
ในฐานะหัวหน้าทีม ลูเมี่ยนไม่ได้แค่ออกคำสั่ง เพียงอธิบายสั้นกระชับ
“ตัวมิสเตอร์ฟูลเอง ย่อมถูกราชันสวรรค์ตรวจสอบอย่างเข้มงวด ถ้าพวกเราเข้าหาเขาโดยไม่ระมัดระวัง ราชันสวรรค์จะพบความผิดปกติได้ง่าย ระบุตัวตนพวกเรา และเตะพวกเราออกจากแดนฝัน”
“นอกจากนั้น ถึงแม้ในเอกสารที่มาดามจัสติสให้มา จะมีตารางกิจวัตรของมิสเตอร์ฟูล รวมถึงรายชื่อคนที่เขาติดต่อเป็นประจำ แต่ฉันก็ยังอยากสังเกตด้วยตัวเองสักระยะ นี่ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อถือในความสามารถหรือสติปัญญาของอาร์คาน่าใหญ่ แต่เพราะพวกเขารู้ข้อมูลพื้นฐานมากเกินไป อาจรบกวนการตัดสินใจ ทำให้พลาดปัญหาที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ”
“อา…อคติจากความรู้สินะ” ฟรังก้าสรุปความหมายที่ลูเมี่ยนต้องการสื่อ ด้วยคำศัพท์เฉพาะของแดนฝันในปัจจุบัน
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“บางคนที่ถูกกล่าวถึงในเอกสาร มิสเตอร์ฟูลอาจไม่ได้ติดต่อกับพวกเขาอีกแล้ว แต่ฉันก็จะไปสังเกตพวกเขา เพื่อค้นหาจุดร่วมและจุดต่างที่อาจมีอยู่”
“งั้นพวกเราไปเช่าที่พักและตั้งหลัก ตามจุดที่ถูกทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่กันก่อนเถอะ” จินนาถือแผนที่เมือง ซึ่งหยิบออกมาจากซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อน
จุดที่ถูกทำเครื่องหมาย ล้วนเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ที่พักปัจจุบันของมิสเตอร์ฟูล สามารถมองเห็นบริเวณนั้นได้ แต่ไม่ได้อยู่ใกล้จนเกินไป
“ฉันไม่มีความเห็นอะไร” ฟรังก้าตอบโดยอัตโนมัติ “งั้นเรียกแท็กซี่ก่อน”
เธอพูดพลางล้วงกระเป๋าเสื้อคลุมสีแดงตัวเล็ก ล้วงอยู่สองสามทีก็นึกขึ้นได้
“ไม่มีโทรศัพท์…”
เธอรีบเสนอทันที
“ที่ร้านใกล้ๆ นี่ พวกเราซื้อโทรศัพท์ราคาไม่กี่ร้อยหยวนสักห้าเครื่องกันเถอะ ไม่สิ…สี่เครื่อง กับนาฬิกาสำหรับเด็กอีกหนึ่งเรือน”
“หากไม่มีโทรศัพท์ ชีวิตในเมืองนี้จะยากลำบากและไม่สะดวก บางครั้ง สิ่งที่ทำได้ด้วยโทรศัพท์ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพลังวิเศษ อย่างหลังทำให้เปิดเผยตัวตนได้ง่าย…ฉันคิดว่า ผู้ถือเหรียญทองนำโชคคนก่อนๆ อาจไม่ได้ระวังเรื่องนี้ แล้วรีบเข้าหามิสเตอร์ฟูล ถึงได้ถูกราชันสวรรค์พบตัวและเตะออกจากแดนฝันอย่างรวดเร็ว”
“ตกลง” ลูเมี่ยนจูงลุดวิกที่กำลังกินไส้กรอกย่าง พลางพยักหน้ารับ
เขามองซ้ายมองขวาแล้วถามว่า
“งั้น…พวกเราควรไปซื้อที่ไหนดี?”
ฟรังก้าหัวเราะขึ้น
“ขอยืมต่างหูคำลวงหน่อย”
หลังสวมต่างหูสีเงิน เธอปรับสีผมและม่านตา แต่งจมูกและโครงหน้าเล็กน้อย ในพริบตาเธอก็มีสไตล์เดียวกับคนเดินถนนโดยรอบ เพียงแต่ยังดูเป็นลูกครึ่งอยู่บ้าง
“ขอรบกวนช่วยอะไรหน่อยได้ไหมคะ?”
ชายคนนั้นตาพร่าไปกับรอยยิ้มสดใสและใบหน้างดงาม จึงเผลอถามออกมา
“มีอะไรหรือครับ?”
ฟรังก้าพูดอย่างกระดากใจ
“โทรศัพท์ฉันหายน่ะค่ะ พอจะ…”
ชายหนุ่มร่างท้วมหยิบโทรศัพท์ออกมาโดยอัตโนมัติ แล้วก็ได้สติ ถามอย่างระแวง
“คุณไม่ได้จะขอยืมโทรศัพท์ผมเพื่อโทรออกใช่ไหม?”
กลโกงโบราณแบบนี้!
ฟรังก้าถอนหายใจพลางกล่าว
“ฉันแค่อยากยืมเงินไว้กินข้าวน่ะค่ะ…”
โดยไม่รอให้ชายหนุ่มตอบ เธอกลับมายิ้มอีกครั้ง
“ล้อเล่นน่ะ อย่างฉันไม่ใช้กลโกงตื้นเขินแบบนี้หรอก”
“แค่อยากถามว่า แถวนี้มีห้างหรือร้านขายโทรศัพท์ที่ไหนบ้าง ถ้าคุณไม่ทราบ ช่วยเปิดโทรศัพท์ค้นให้หน่อยได้ไหม?”
ฟังดูไม่มีปัญหา โทรศัพท์ก็ยังอยู่ในมือเราตลอด…ชายหนุ่มตรวจสอบอย่างระแวดระวัง แล้วบอกทางให้ฟรังก้าอย่างจริงจัง
ฟรังก้ายิ้มพลางโบกมือ
“ขอบคุณมากค่ะ!”
ชายหนุ่มตาลอยอีกครั้ง แล้วถามขึ้นมาเหมือนมีความคิดแวบเข้ามา
“คุณอยากเป็นดาราหรือนักแสดงไหม หรือว่าเป็นสตรีมเมอร์?”
“คุณเป็นนักล่าดารา หรือทำงานในบริษัท MCN หรือคะ?” ฟรังก้าถามด้วยความอยากรู้
เธอไม่ได้คุยกับคนอื่นแบบนี้มานานแล้ว
ชายหนุ่มได้สติกลับมา ยิ้มอย่างเก้อเขินพลางตอบ
“ไม่ใช่ทั้งคู่ครับ แต่ถ้าได้เซ็นสัญญากับคุณ จะให้ผมเป็นนักล่าดาราก็ได้ จะให้เปิดบริษัท MCN ก็จะเปิด!”
“น้องสาว ขอเบอร์โทรหน่อยสิครับ”
ฟรังก้าเข้าใจในที่สุด ว่าชายคนนี้กำลังชมว่าเธอสวยอย่างอ้อมค้อม ทุกอย่างก่อนหน้านี้เป็นแค่ลูกเล่น ส่วนประเด็นหลักคือตอนหลัง
ให้ตาย…คนสมัยนี้นี่ ตอนฉันเล่นเกม ‘แอบเชือด’ ยังไม่มีลูกเล่นเยอะขนาดนี้…ฟรังก้ารำพึงในใจ แล้วตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“ก็บอกไปแล้วนี่คะ โทรศัพท์ฉันหาย เบอร์โทรก็ต้องเปลี่ยนหลังจากนี้ด้วย”
พูดจบ เธอไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายคิดอะไรต่อ เพียงโบกมือลา แล้ววิ่งเหยาะๆ กลับไปหาพวกลูเมี่ยน
ชายหนุ่มร่างท้วมมองตาม พึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าอิจฉา
“กลุ่มคนการ์ตูนนี่นา…”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟรังก้าพาลูเมี่ยนและพวกออกจากห้างใกล้ๆ มายืนริมถนน
พวกเขาใช้บัตรประชาชนและเงินจากมาดามจัสติส ซื้อมือถือสี่เครื่อง นาฬิกาโทรศัพท์เด็กยี่ห้อไม่ดังหนึ่งเรือน และซิมห้าอัน รวม 2,400 หยวน
แต่มีแค่ฟรังก้าที่กดหน้าจอไม่หยุด กับลุดวิกที่คอยเลียนาฬิกาโทรศัพท์ของตน ส่วนลูเมี่ยน จินนา และอ็องโตนีถือโทรศัพท์เหมือนก้อนอิฐ ยังไม่รู้จะใช้อย่างไร
“รอตั้งหลักเสร็จแล้วค่อยสอนพวกคุณ!” ฟรังก้าผูกบัตรประชาชน บัตรธนาคาร และแอปฯ ที่เกี่ยวข้องเสร็จ แล้วกู้เงินก้อนเล็กทันที แทนการหาร้านบริการหรือตู้เอทีเอ็มในละแวกนั้น จากนั้นเริ่มเรียกรถ
ขณะนั้น มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งส่งเสียง ‘วู้ม’ พุ่งผ่านเธอไปอย่างรวดเร็วเกือบเฉียดตัว เกิดลมปะทะใส่หน้าเธอ
ฟรังก้ามองตามมอเตอร์ไซค์ด้วยความโกรธ แล้วสบถกับตัวเองแผ่วเบา
“ขับซิ่งกลางถนนใหญ่ จะรีบไปเกิดใหม่หรือไง?”
เธอเพิ่งพูดจบ มอเตอร์ไซค์คันนั้นเลี้ยวหลบรถบรรทุกเล็กของบริษัทขนย้าย แล้วพบหลุมที่เกิดจากการซ่อมถนนข้างหน้า ซึ่งมีรั้วโลหะเหลืองล้อมรอบ
มอเตอร์ไซค์หักหลบกะทันหัน แล้ว ‘โครม!’ ชนเสาไฟฟ้าริมทาง จนเสาปูนสั่นไหวชัดเจน
พร้อมกันนั้น ชิ้นส่วนของมอเตอร์ไซค์ก็กระเด็นออกไปทุกทิศทาง
ฟรังก้ามองด้วยความตกตะลึง พลางพึมพำว่า
“ไม่เกี่ยวกับฉันนะ…”
ถึงแม้ ‘นางมาร’ จะเชี่ยวชาญในการสาปแช่ง แต่ไม่ได้ทำให้เป็นจริงด้วยคำพูดหรอกนะ!
ขณะที่เธอเตรียมจะโทรเรียกรถพยาบาล ไอ้เวรที่ไม่สวมหมวกกันน็อก กลับลุกขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเข็นมอเตอร์ไซค์ที่บิดเบี้ยวออกไปจากจุดเกิดเหตุ
“ไม่เป็นอะไรเลยหรือ?” ฟรังก้าเผลอหลุดปากด้วยความตกตะลึง
เธอนึกบางอย่างได้ จึงกระซิบพร้อมกับลูเมี่ยน
“ผู้วิเศษหรือ?”
ลูเมี่ยนหันไปบอกกับพวกจินนาทันที
“ไปดูกันหน่อย”
พวกเขาฉวยโอกาสตอนไฟเขียว ข้ามไปยังจุดเกิดเหตุ เห็นเสาไฟฟ้าเบี้ยวแตกร้าว
ลูเมี่ยนมองลงพื้น ย่อตัวลง หยิบกระดาษคนสีขาวธรรมดาขึ้นมาจากกระถางดอกไม้ใกล้ๆ
กระดาษคนแผ่นนั้น ขาดวิ่นยับเยิน
“กระดาษคนตัวแทน? คนขับมอเตอร์ไซค์เมื่อกี้ เป็นเส้นทางนักทำนายหรือ?” ฟรังก้าด่วนสรุป
จินนาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ลูกน้องของราชันสวรรค์?”
“เป็นไปได้ เดี๋ยวใช้วิธีทำนายด้วยฝันย้อนนึกถึงหน้าตาเขา” ลูเมี่ยนพยักหน้า ยัดกระดาษคนกลับที่เดิม แล้วใช้เพลิงทมิฬของนางมารลบร่องรอยตัวเองเงียบงัน
ฟรังก้าบ่นพึมพำ
“ไอ้เวรนั่นไม่เหมือนผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายเลย กล้าซิ่งกลางถนนใหญ่ ซิ่งจนเกิดอุบัติเหตุ นักทำนายที่ฉันรู้จัก ไม่มีใครไม่ระมัดระวัง ไม่เจ้าเล่ห์ และไม่มีแผนการในใจหรอก”
ระหว่างบ่น เธอใช้โทรศัพท์จองรถเรียบร้อย
ไม่นาน รถเก๋งสีขาวคันหนึ่งจอดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
แม้ฟรังก้าจะอธิบายเรื่องรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน กับรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ไปแล้ว แต่เมื่อได้นั่งจริงๆ จินนาและลูเมี่ยนก็ยังรู้สึกตกตะลึงไม่เบา
รถไฟฟ้าพลังงานใหม่ที่เทียบได้กับรถม้ารับจ้างนี้ กลับดูหรูหรา ราวกับมีคำว่า ‘อารยธรรม’ และ ‘เทคโนโลยี’ ติดอยู่ทุกมุม
อ็องโตนีนั่งที่เบาะคนขับข้างหน้า ส่วนจินนา ฟรังก้า และลูเมี่ยนที่อุ้มลุดวิก นั่งเบียดกันบนเบาะหลัง แต่พื้นที่ก็ไม่ได้แออัดจนเกินไป
ลมเย็นจากแอร์ช่วยคลายร้อน รถพาพวกเขาทั้งฟรังก้าที่ไม่สะดวกจะอธิบายความรู้ตอนนี้ กับพวกลูเมี่ยนที่นั่งปิดปากเงียบ ไปถึงจุดหมายในเวลาราวยี่สิบกว่านาที
ตอนลงจากรถ อ็องโตนีส่งสายตาให้ลูเมี่ยน เป็นเชิงบอกให้ไปดูคนขับ
ลูเมี่ยนเดินไปที่ประตูหน้า มองเข้าไปอย่างตั้งใจ เห็นว่าคนขับมีหน้าผากกว้าง หน้าผอม ผมสั้นดำ หยักศกเล็กน้อย ลูกตาเกือบดำสนิท ตรงเบ้าตาขวามีแว่นตาข้างเดียวคล้ายแกะสลักจากคริสตัล
อามุนด์!
คนขับที่คล้ายอามุนด์ ดูเหมือนจะจำลูเมี่ยนได้ ยิ้มโบกมือให้ แล้วสตาร์ทรถ บึ่งพรืดหายไปที่ปลายถนนในพริบตา
“อามุนด์หรือ?” ฟรังก้าและจินนาต่างก็เห็นหน้าคนขับชัดเจน “เขาเข้ามาได้ยังไง? เป็นภาพลวงที่มิสเตอร์ฟูลสร้างไว้ในแดนฝันหรือ?”
“น่าจะตัวจริง พระองค์ดูรู้จักฉัน” ลูเมี่ยนตอบเสียงทุ้ม
ฟรังก้าถอนหายใจ พลางปลอบใจ
“ไม่เป็นไร มาดามเมจิกเชี่ยนเคยบอกว่า หากเป็นเรื่องที่ทำให้ราชันสวรรค์หลับใหลและฟื้นฟูมิสเตอร์ฟูล ท่านผู้นั้นอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา”
ลูเมี่ยนมองไปทางสี่แยกที่รถวิ่งไป แล้วพูดเสียงกดต่ำ
“แต่มาดามเมจิกเชี่ยนก็เคยบอกว่า ท่านผู้นั้นอาจไม่ประสงค์ให้มิสเตอร์ฟูลหวนคืนเร็วเกินไปนัก”
……………………………………………………..