ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 909 สืบคดี
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 909 สืบคดี
ตอนที่ 909 สืบคดี
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฟรังก้าล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำห้องนอนใหญ่ แล้วเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น เห็นถุงพลาสติกวางเต็มโต๊ะไม้ ในถุงขาวโปร่งแสงมีอาหารแยกไว้ทั้งปาท่องโก๋ บัวลอยงา เกี๊ยวนึ่ง เสี่ยวหลงเปา และซาลาเปาธรรมดา ข้างๆ มีแก้วน้ำเต้าหู้และขวดนมวางเรียง
กลิ่นหอมลอยฟุ้งทำให้ฟรังก้ารู้สึกคุ้นเคยและน่าลิ้มลอง จนต้องอุทานด้วยความตกใจ
“ใครซื้อมา?”
ไม่ต้องให้ฉันที่เป็นไกด์พาไป หรือช่วยสื่อสารด้วยหรือ?
พวกเขาเป็น ‘คนต่างชาติ’ ที่เพิ่งมาไม่ถึง 24 ชั่วโมงจริงๆ หรือ?
ลูเมี่ยนยิ้ม พลางชี้เข้าหาตัวเอง
“ก็ฉันไง”
ฟรังก้าสำรวจเขาด้วยสายตา
“คุณซื้ออาหารเช้ามากขนาดนี้ เถ้าแก่ไม่แปลกใจหรือ?”
“ก็ไม่ได้ซื้อจากร้านเดียว” ลูเมี่ยนมองลุดวิกที่กำลังกัดบัวลอยงาจนเห็นไส้ถั่วแดงโผล่ออกมา แล้วยิ้มบอก “แต่มีเถ้าแก่ร้านหนึ่ง เห็นผมถือของกินเยอะ ก็ถามจริงๆ นั่นแหละ”
“แล้วคุณตอบว่าไง?” ฟรังก้าถามอย่างระแวง
ลูเมี่ยนหัวเราะ
“ฉันบอกว่า…ฉันทำขายตรง”
“…” ฟรังก้าอ้าปากค้าง พูดไม่ออก
“เถ้าแก่คนนั้นก็มีปฏิกิริยาแบบเดียวกัน แล้วถามว่าล้อเล่นหรือเปล่า” ลูเมี่ยนยังคงยิ้ม “ฉันบอกว่าใช่ จริงๆ แล้วฉันเตรียมอาหารเช้าสำหรับกิจกรรมทีมบิลดิ้งของบริษัท”
“คุณไปรู้จักคำพวกนี้มาจากไหน?” ฟรังก้าถามอย่างงุนงง
“โอลัวร์เคยพูดถึงน่ะ ฉันก็เคยถาม แต่ไม่เข้าใจความหมาย เมื่อคืนฉันค้นทางเน็ตจนเข้าใจแล้ว”
“เรียนรู้เร็วจังนะ…” ฟรังก้าพูดพลางขยับมุมปาก
เขาท่องเน็ตเป็นแล้ว!
ยังดีที่ยังไม่รู้วิธีใช้แอปฯ สั่งอาหาร ไม่งั้นจะเอาฉันที่เป็นไกด์ไว้ทำอะไร?
ลูเมี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจแบบโอลัวร์
“ฉันสมัครไอดี QQ และวีแชทสำรองแล้ว พอเสร็จงานขั้นสังเกตการณ์ ก็จะลองขอแอดมิสเตอร์ฟูลไป”
“…” ฟรังก้าลองจินตนาการว่าตอนนี้ คนตรงหน้าแท้จริงเป็นสาวสวย และเปลี่ยนเป็นร่างสาวได้ทุกเมื่อ อดไม่ได้ที่จะแซว “คุณจะถูกมิสเตอร์ฟูลคิดว่าเป็นคนขายชา เขาไม่มีทางแอดคุณหรอก”
“อะไรนะ?” ลูเมี่ยนดูงงไป
ในที่สุดก็มีสักเรื่องที่นายไม่รู้! ฟรังก้าดึงเก้าอี้นั่ง แกะปากแก้วน้ำเต้าหู้ หักปาท่องโก๋ครึ่งอัน โยนลงไปแช่
เสร็จแล้วเธอจึง ‘ให้ความรู้’ เรื่องอินเทอร์เน็ตแก่ลูเมี่ยนและอ็องโตนี ที่กำลังกินอาหารเงียบๆ จินนาเข้าเวรช่วงดึกเมื่อคืน ตอนนี้ยังนอนชดเชย
พูดจบ ฟรังก้าครุ่นคิดแล้วบอกลูเมี่ยน
“ถึงคุณจะกลมกลืนและปรับตัวได้ดี แต่ฉันว่าคุณไม่ควรล้อเล่นแบบนั้นตอนซื้ออาหารเช้า มุกทำนองนั้นทำให้คนจดจำ และตอนนี้คุณหล่อมาก เถ้าแก่ร้านต้องจำคุณได้แน่ ซึ่งไม่ดีกับแผนที่เราต้องปิดบังตัวตนและแอบสังเกตการณ์”
“ถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้…ถ้าไม่กลัวโด่งดังเกินไปจนราชันสวรรค์สังเกตเห็น เราก็เปิดไลฟ์หาเงินได้เลย แถมพาลุดวิกไปกินบุฟเฟ่ต์ได้ด้วย!”
ลูเมี่ยนคิดอย่างจริงจัง
“จริงด้วย ฉันจะระวัง ต่อไปให้อ็องโตนีไปซื้อแทน”
แล้วลูเมี่ยนก็ชมฟรังก้าอย่างจริงใจ
“เรื่องแบบนี้ คุณละเอียดกว่าฉันอีกนะ”
ฟรังก้าใช้ตะเกียบคีบปาท่องโก๋ชุ่มน้ำเต้าหู้หวานเข้าปาก เคี้ยวกลืนลงไป แล้วหรี่ตาพูดอย่างเคลิบเคลิ้มและพึงพอใจ
“นี่แหละความรู้สึกที่ใช่…”
เธอหยุดชั่วครู่ แล้วพูดอย่างภูมิใจ
“แน่นอน ฉันเคยสวมบทบาท ‘นักลอบสังหาร’ อย่างจริงจัง ไม่ใช่คนประเภทที่ ‘ฆ่าทุกคนที่เห็น แล้วถือว่าพรางตัวสำเร็จ!’”
ทุกคนคุยกันสักพัก จินนาก็ตื่นนอน เริ่มกินอาหารเช้าที่ลูเมี่ยนเก็บไว้ใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ล่วงหน้า ซึ่งลุดวิกไม่ทันสังเกตเห็น
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตู ก๊อกๆๆ ก็ดังขึ้น
ลูเมี่ยนกับฟรังก้าเดินไปเปิดประตูตามกัน เห็นคนสองคนในชุดตำรวจยืนอยู่ คนหน้าผมร่นสูง ตาสีเทา คนหลังผมดำตาเขียว หน้าหล่อ แต่ดูเหมือนพวกขี้เกียจชอบเที่ยวเตร่
ม่านตาฟรังก้าเบิกกว้างทันที
เธอรู้จักตำรวจหนุ่มตาสีเขียวคนนั้น
นั่นคือมิสเตอร์สตาร์ ไพ่อาร์คาน่าใหญ่!
ฟรังก้ากำลังจะทักทายอย่างดีใจ แต่นึกขึ้นได้ทันที
มิสเตอร์สตาร์ถูกราชันสวรรค์ล็อกไว้ ทุกครั้งที่เข้าแดนฝันไม่นานก็ถูกเตะออก คนตรงหน้านี้คงเป็นเพียงภาพในฝันของมิสเตอร์สตาร์ ที่จิตใต้สำนึกมิสเตอร์ฟูลสร้างขึ้น
“อรุณสวัสดิ์ ผมแซ่เติ้ง เป็นตำรวจประจำย่านนี้” ตำรวจตาสีเทายิ้มถาม “พวกคุณเพิ่งย้ายมาเมื่อวาน ใช่ไหม?”
“ใช่…” ลูเมี่ยนไม่ปิดบัง
ตำรวจที่นี่ ถึงกับรู้ว่าพวกเราเพิ่งมาถึงเมื่อวานเลยหรือ?
ตำรวจทรีอาร์ไม่มีทางมีประสิทธิภาพขนาดนี้…
ตำรวจเติ้งพูดอย่างอ่อนโยน
“มีใบพักชั่วคราวไหม…?”
“หัวหน้าครับ เดี๋ยวนี้เขาเรียกใบรับรองที่อยู่อาศัย” ตำรวจหนุ่มผมดำตาเขียว ที่คาดว่าเป็นภาพในฝันของมิสเตอร์สตาร์ เตือนอย่างอ่อนใจ
ดูเหมือนเขาจะเตือนมาหลายครั้งแล้ว
“ฮ่าๆ ลืมไปเลย” ตำรวจเติ้งหัวเราะแกล้งอาย
“ยังไม่ได้ทำค่ะ” ฟรังก้ากลัวลูเมี่ยนไม่รู้ว่าใบรับรองที่อยู่อาศัยคืออะไร จึงรีบตอบก่อน
“พวกคุณว่างค่อยไปทำเรื่องที่สถานีตำรวจตรงข้ามสวนซินตู้นะ ถ้าต่อไปแต่งงานมีลูก อยากให้ลูกเข้าอนุบาลรัฐ ก็ต้องมีเอกสารนี้” ตำรวจเติ้งเตือนอย่างเป็นกันเอง
นี่ก้าวกระโดดไปถึงแต่งงานมีลูกแล้วหรือ… ฟรังก้ารู้สึกทั้งขำทั้งอับจน
“หัวหน้าครับ…” มิสเตอร์สตาร์ด้านหลังเตือนอีกครั้ง
ตำรวจเติ้งยิ้ม
“เกือบลืมไปเลย วันนี้มาเพราะมีเรื่องจะถาม”
“ช่วยเรียกเพื่อนๆ ของพวกคุณมาด้วย”
เมื่อจินนาจูงมือลุดวิกพร้อมกับอ็องโตนีมาถึงทางเข้า ตำรวจเติ้งก็หยิบรูปภาพออกมา
“พวกคุณเคยเห็นบุคคลในภาพไหม?”
ชายในรูปย้อมผมและคิ้วเป็นสีเหลืองน้ำตาล ใบหน้าไม่คมเข้มนัก ชัดเจนว่าคือเดนิส ผู้แจ้งสาร
“เคยครับ” ลูเมี่ยนตอบอย่างครุ่นคิด “เขาแจกใบปลิวให้พวกเราเมื่อคืน ชื่ออะไรนะ?”
เขามองไปทางจินนา
จินนาที่จูงมือลุดวิกพูดว่า
“นามสกุลต้า จำชื่อไม่ได้ เขาแนะนำคอร์สเรียนพิเศษสำหรับเด็ก ฉันคิดว่าถ้ามีเวลาจะไปดูสถานที่จริง”
เมื่อเห็นลูเมี่ยนกับจินนาพูดราวกับเป็นสามีภรรยาที่มีลูก ตำรวจเติ้งมองสลับระหว่างทั้งสองคน และระหว่างลูเมี่ยนกับฟรังก้าหลายรอบ
คนหนุ่มสาวสมัยนี้…
“เขาทำไมหรือครับ?” ลูเมี่ยนถามอย่างกระตือรือร้นด้วยสีหน้าอยากรู้
ตำรวจเติ้งตอบสั้นๆ
“เมื่อคืนเขาไม่กลับที่พัก เพื่อนร่วมห้องแจ้งความว่าหายตัวไป เรากำลังสืบสวนทุกคนที่เขาติดต่อเมื่อคืน”
ฟรังก้าและจินนาอดกลั้นไม่มองลูเมี่ยน ส่วนเขาพูดความจริงอย่างที่สุด
“เขาแจกใบปลิวให้พวกเรา คุยกันนิดหน่อยแล้วก็ไป”
ตำรวจเติ้งและมิสเตอร์สตาร์ ถามรายละเอียดเพิ่ม แล้วจดบันทึก
หลังจากพวกเขาไป และทุกคนนั่งกลับที่โต๊ะอาหาร ฟรังก้าจึงมองลูเมี่ยน ถามด้วยความเป็นห่วง
“ศพของผู้แจ้งสารยังอยู่ในกระจกบานนั้นไหม?”
ลูเมี่ยนหยิบกระจกออกมาตรวจดู
“ยังอยู่”
ที่นี่ยังมีโลกในกระจกอยู่ ลูเมี่ยนยังเข้าออกได้อิสระ แต่เขากำหนดตำแหน่งกระจกแต่ละบานได้ในระยะแคบลงเหลือห้าร้อยเมตร ในกรณีของกระจกที่รู้ตำแหน่งแล้ว การจะเดินทางระหว่างกัน ระยะห่างทั้งสองฝั่งต้องไม่เกินสิบกิโลเมตร ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงหลงในอุโมงค์ความว่างเปล่า
จินนาพยักหน้า
“งั้นสมมติฐานแรกเมื่อวานก็ตัดทิ้งได้”
“เรื่องสำคัญที่มิสเตอร์ฟูลในฐานะตัวตนในแดนฝัน ไม่รู้หรือไม่เคยได้ยิน ก็จะกลายเป็นจริงและพัฒนาต่อไป”
สมมติฐานที่เหลืออีกสองข้อคือ คนจำลองในความฝันมีจิตใต้สำนึกบางส่วนของมิสเตอร์ฟูลผสมอยู่ และการตายของผู้แจ้งสารเป็นฝีมือลูกน้องราชันสวรรค์
ทั้งสองข้อไม่ขัดแย้งกัน อาจเป็นจริงพร้อมกันได้
ลูเมี่ยน ‘อืม’ หนึ่งที
“ถ้าเป็นฝีมือลูกน้องราชันสวรรค์ การหายไปของศพก็จะทำให้พวกเขาสงสัยเช่นกัน คนที่จะสืบหาผู้แจ้งสารนอกจากตำรวจ น่าจะมีพวกเขาด้วย เราต้องระวัง”
หลังคุยเรื่องนี้สักพัก ลูเมี่ยนมองนาฬิกาผนังที่หยุดเดินนานแล้ว แล้วเหลียวดูท้องฟ้า
“ดูเหมือนจะสายแล้ว”
ฟรังก้าหยิบมือถือออกมา กดให้หน้าจอสว่าง มองดูแล้วพูด
“ถึงเวลาออกจากบ้านแล้ว มิสเตอร์ฟูลก็ใกล้จะไปบริษัทแล้ว”
ลูเมี่ยนคิดสักครู่ แล้วพูดกับฟรังก้า
“ฉันกังวลว่า ถ้าเรียกแท็กซี่ก็จะเจออามุนด์อีก เมื่อคืนฉันเห็นในเน็ตว่ามีทางเลือกเช่ารถ ถึงจะแพงกว่า แต่ปลอดภัยและไม่เป็นที่สังเกต”
“คุณขับรถเป็นไหม?”
“ฉันมีใบขับขี่” ฟรังก้ากะพริบตาพูด “ในเอกสารที่มาดามจัสติสให้มา ก็มีใบขับขี่เหมือนกัน”
“ฉันถามว่าคุณขับรถเป็นไหม” ลูเมี่ยนย้ำอย่างขบขัน
ฟรังก้าอายจนโกรธ
“ฉันสอบใบขับขี่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ยังไม่ทันเรียนจบก็มาถึงอินทิสแล้ว จะมีรถที่ไหนให้ฉันขับ?”
“ถ้าคุณถามว่าฉันขับรถเป็นไหม ฉันก็ได้แต่ตอบว่าฉันมีใบขับขี่”
เธอเชื่อว่า อ็องโตนีที่อยู่ในแดนฝันด้วยกัน คงเดาได้แล้วว่าเธอมาจากต่างโลก
ไม่รอให้ลูเมี่ยนถามต่อ หญิงสาวพูดอย่างมั่นใจ
“ด้วยการมองเห็น การได้ยิน การตอบสนอง และร่างกายแบบผู้วิเศษ กอปรกับความรู้ด้านการขับรถ ฉันคิดว่าคงขับรถได้ไม่มีปัญหา เมื่อวานพวกคุณก็เรียนรู้วิธีใช้ตะเกียบได้เร็วไม่ใช่หรือ?”
“งั้นไปเช่ารถกัน” ลูเมี่ยนตัดสินใจ
แม้ฟรังก้าจะเสียดายเงินมาก แต่คิดว่ายังยืมได้อีกเยอะ เธอจึงข่มความรู้สึกเอาไว้
ก่อนถึงวันชำระหนี้ ไม่แน่พวกเธออาจทำภารกิจสำเร็จ และออกจากแดนฝันไปแล้วก็ได้!
…………
ในที่จอดรถชั่วคราวฝั่งตรงข้ามตึกใหญ่
ลูเมี่ยนและพรรคพวกที่นั่งในรถเก๋งสีเทา จ้องมองผ่านกระจกรถที่ติดฟิล์ม สังเกตพนักงานออฟฟิศที่เดินเข้าตึก มีทั้งเร่งรีบและผ่อนคลาย
……………………………………………………..