ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 912 ติดตาม
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 912 ติดตาม
ตอนที่ 912 ติดตาม
ลูเมี่ยนมองเศษกระจกสีเทามืดบนพื้น ใช้พลังวิญญาณรับรู้อยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกว่า
“ศพผู้แจ้งสารมีปัญหา แต่ไม่รู้สาเหตุ”
ฟรังก้าถามอย่างไม่แน่ใจ
“ตอนนี้กระจกแตกแล้ว ศพผู้แจ้งสารตกลงไปในห้วงลึกของโลกในกระจก หลงทางในกระแสวุ่นวายด้านในแล้วสินะ?”
กระจกทุกบานจะมีมิติด้านหลังที่สอดคล้องกัน เชื่อมต่อกันผ่านอุโมงค์สลัวเหนือจริง รวมกันเป็นโลกในกระจก
เมื่อกระจกบานใดแตก พื้นที่ด้านหลังจะพังทลายตามทันที สิ่งของที่อยู่ตรงนั้น หากไม่อาศัยอุโมงค์คล้ายใยแมงมุมหนีได้ทัน ก็จะถูกกระแสวุ่นวายของโลกในกระจกกลืนกิน ถูกลากลงห้วงลึก สภาพแวดล้อมและอันตรายที่ซ่อนอยู่ในนั้น เป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับผู้วิเศษที่ไม่มีร่างสัตว์ในตำนานสมบูรณ์
กระจกบานหนึ่งเมื่อแตก จะกลายเป็นกระจกเล็กๆ นับไม่ถ้วน แต่ในมุมมองศาสตร์เร้นลับ องค์รวมของมันถูกทำลายแล้ว สัญลักษณ์และหน้าที่เดิมจะสูญสิ้นไป ส่วนกระจกใหม่ที่เกิดขึ้น ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งจึงจะสร้างมิติด้านหลังของตัวเอง เชื่อมโยงกับโลกในกระจกอันกว้างใหญ่ กลายเป็นกระจกที่สมบูรณ์ตามศาสตร์เร้นลับ
ในช่วงเวลาหนึ่ง เศษกระจกเหล่านี้ไม่สามารถใช้สะท้อนศัตรู ส่งคำสาป หรือใช้เดินทางผ่านโลกในกระจก แต่ไม่กระทบ ‘วิญญาณอาฆาต’ ที่ใช้มันทำการกระโจนกระจก
แน่นอน เมื่อครู่ลูเมี่ยนใช้ ‘ไฟประลัยกัลป์’ ทำลายกระจก เศษที่เกิดขึ้นถูกทำลายสิ้นในแง่ศาสตร์เร้นลับ ไม่มีทางสร้างมิติด้านหลังได้อีก ทำให้ศัตรูที่อาจซ่อนอยู่ ไม่สามารถระบุตำแหน่ง ไม่สามารถล็อกพิกัดของพวกลูเมี่ยนได้
ลูเมี่ยนไตร่ตรองแล้วเอ่ยปาก
“ศพผู้แจ้งสารถูกกระแสวุ่นวายของโลกในกระจกพาไปแล้ว แม้แต่เทวทูตก็ยากจะเจาะลึกเข้าไปในโลกกระจก ค้นหาแล้วนำมันออกมา เว้นแต่จะเป็นเทวทูตในเส้นทาง ‘ประตู’ อย่างมาดามเมจิกเชี่ยน หรือเทวทูตนางมารที่ครอบครองโลกในกระจกอย่างลึกซึ้ง”
“แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า ศพผู้แจ้งสารจะล่องลอยในห้วงลึกของโลกในกระจกตลอดไป จนถูกอันตรายที่นั่นทำลายจนมอดม้วย มีความเป็นไปได้ว่า หลังผ่านไประยะหนึ่ง มันจะถูกกระแสวุ่นวายพัดออกจากโลกในกระจก ออกมาจากกระจกสุ่มบานหนึ่ง”
“แดนฝันของมิสเตอร์ฟูลอยู่ที่เมืองนี้เป็นหลัก ถ้าศพผู้แจ้งสารออกมาจากกระจก พวกเราย่อมมีวิธีค้นหา เพื่อยืนยันว่ามันเกิดปัญหาหรือเปล่าสินะ?” จินนาเข้าใจความนัยที่ลูเมี่ยนต้องการสื่อ
ลูเมี่ยนแย้มยิ้ม
“ใช่”
“พวกเราอดทนรออีกสักพัก รอให้ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณเตือนก่อน”
ศพผู้แจ้งสารเดนิสเป็นสิ่งที่เขาซ่อนไว้ มีความเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับแน่นแฟ้นกับตัวเขา
ฟรังก้าพยักหน้ารับ หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูกระแสคำค้นหายอดนิยม บางครั้งหัวเราะออกมา แบ่งปันความสุขกับลูเมี่ยน จินนา และอ็องโตนี บางครั้งก็ถกกันว่า ข่าวบางข่าวมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในแดนฝันหรือไม่ เกี่ยวข้องกับสถานะปัจจุบันของมิสเตอร์ฟูลหรือเปล่า
รอจนลุดวิกกินบะหมี่หมดชามที่หก และกำลังดูมือถืออยู่ ลูเมี่ยนก็ยิ้มบนใบหน้า ยกศีรษะขึ้น พลางพูดเสียงทุ้ม
“ศพผู้แจ้งสารน่าจะหลุดออกจากโลกในกระจกแล้ว”
“อา…รีบใช้ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ยืนยันตำแหน่งที่แน่ชัดเถอะ” ฟรังก้าหยิบกระจกบานหนึ่งออกมา
ลูเมี่ยนส่ายหน้า หัวเราะเบาๆ
“ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น”
เขาเหลือบมองไปทางลุดวิก
ลุดวิกนำมือขวาใส่ปาก ล้วงคอสองสามครั้ง จนเด็กชายอาเจียนเส้นผมสีเหลืองไหม้กระจุกเล็กๆ ออกมา
“ใช้เส้นผมผู้แจ้งสารที่มีรากผมติดอยู่ระบุตำแหน่งได้โดยตรงเลย” ลูเมี่ยนแนะนำ
“คุณเอาผมจากศพ มาซ่อนในท้องลุดวิกตั้งแต่เมื่อไร?” ฟรังก้าถามอย่างตกตะลึง
ลูเมี่ยนยิ้มตอบ
“เมื่อคืนก่อนนอน ตอนที่อ็องโตนีเฝ้ายาม”
“ผู้แจ้งสารตายอย่างกะทันหัน ทั้งยังพิสดาร ฉันย่อมต้องป้องกันศพกลายพันธุ์ และการซ่อนเส้นผมของศพในร่างกายลุดวิก สามารถต่อต้านการทำนายและการพยากรณ์ได้”
พูดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนถือเส้นผมสีเหลืองไหม้กลุ่มเล็กที่ดูเปียกชื้น ลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยปาก
“ออกเดินทางได้”
เกือบจะพร้อมกัน เขาเผาเส้นผมบางส่วน แล้วนำเถ้าถ่านทาลงบนผิวกระจกบานหนึ่ง
พร้อมกับการแทรกซึมของเถ้าถ่าน ผิวกระจกปรากฏประกายวารีสีสลัว สะท้อนภาพเหตุการณ์หนึ่ง
มันคือผนังติดคราบน้ำมัน มิติกว้างขวางมาก บนพื้นเต็มไปด้วยฝุ่นและขี้หนู หน้าต่างกระจกบานใหญ่ก็สกปรกเหลือหลาย ศพของผู้แจ้งสารเดนิสนอนอยู่บนพื้นตรงหน้ากระจกบานหนึ่ง
“ดูเหมือนโรงงานร้าง เครื่องจักรถูกขนออกไปหมดแล้ว…” ฟรังก้ามองดูแวบหนึ่งแล้วพูด
“อยู่ชานเมือง ห่างจากพวกเราไม่ถึงสิบกิโลเมตร” ลูเมี่ยนเสริมข้อมูล
“เทเลพอร์ตไปที่นั่นไหม?” จินนาถาม
ลูเมี่ยนสามารถ ‘ข้ามกระจก’ ไปยังกระจกอีกบานที่อยู่ไม่เกินสิบกิโลเมตรและมีพิกัดชัดเจนได้ จึงล็อกเป้าที่กระจกหน้าต่าง ซึ่งมีการโยนศพผู้แจ้งสารออกมาแล้ว แม้ไม่มีพิกัด เขาก็รับรู้กระจกในระยะห้าร้อยเมตรรอบตัวได้ ทำให้เคลื่อนที่ไปทีละช่วง
ส่วนความสามารถ ‘เทเลพอร์ต’ ยังใช้ได้ แต่ถูกจำกัดให้กำหนดพิกัดเองได้ในระยะไม่เกินหนึ่งกิโลเมตร หากเกินต้องเคยไปที่นั่น หรือมีพิกัดที่ถูกต้อง ไปได้ไกลสุดถึงขอบแดนฝัน
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ ให้เพื่อนร่วมทีมจับตัวเขาไว้ แล้วพาทุกคนเข้าไปในกระจกที่ฟรังก้าวางบนโต๊ะ
ทะลุผ่านอุโมงค์มืดสลัว พวกเขาดิ่งลงสู่ห้วงลึกของโลกในกระจก ตรงไปยังกระจกหน้าต่างที่มีพิกัดกำหนดไว้
ท่ามกลางความมึนงงของอ็องโตนี เงาร่างทั้งห้าปรากฏพร้อมกันบนกระจกสกปรกของโรงงานร้าง
ลูเมี่ยนไม่รอช้า รีบรับรู้กระจกบานอื่นในรัศมีห้าร้อยเมตร แล้วกระโดดข้ามไป
พวกเขาปรากฏ ณ ชั้นบนสุดของตึกสำนักงานด้านข้างโรงงาน พ้นจากกระจกหน้าต่าง แต่ละคนแยกย้ายซ่อนตัว มองไปยังเป้าหมาย
จากมุมนี้ พวกเขามองเห็นศพผู้แจ้งสารเดนิสได้พอดี
“อย่ากัด ให้อมไว้” ลูเมี่ยนส่งอมยิ้มให้ลุดวิก ให้เขาอยู่นิ่งๆ
ฟรังก้ากับจินนาพินิจศพผู้แจ้งสารอย่างละเอียด ยังไม่มีร่องรอยเน่าเนื่องจากถูกซ่อนในโลกกระจก แต่ใบหน้าซีดไร้เลือด ดวงตาแข็งค้างด้วยความกลัว และรายละเอียดด้านอื่นยังบ่งชี้ว่า ตายมาแล้วราวสิบกว่าชั่วโมง
“ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย…” ฟรังก้าพึมพำแผ่ว
ลูเมี่ยนนิ่งไม่ขยับ สังเกตการณ์อย่างอดทน
ผ่านไปเกือบห้านาที ในสายตาพวกเขา นิ้วของศพผู้แจ้งสารพลันขยับเล็กน้อย
บัดซบ! สุดยอด…ตายแล้วฟื้นหรือ? ฟรังก้าตกใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะ ‘ทึ่ง’ ในใจ
ศพผู้แจ้งสารเดนิสเริ่มจากนิ้วที่ขยับก่อน ตามด้วยแขนที่ยกขึ้น
สุดท้าย มันค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สีหน้าเรียบเฉย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
ศพกลายเป็นซอมบี้จริงๆ? แขนของจินนาขนลุกซู่
ร่างเดนิสที่ฟื้นคืนชีพ เดินออกไปนอกโรงงานร้างด้วยความเร็วปานกลาง
มันเดินออกจากเขตโรงงานร้าง มุ่งไปยังริมถนน ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
ไม่นาน แท็กซี่สีเขียวว่างๆ คันหนึ่งแล่นผ่านมา ศพเดนิสยกแขนขวาโบกเรียกหนึ่งครั้ง
เมื่อแท็กซี่จอดลงตรงหน้า เขาค่อยๆ เปิดประตูรถ แล้วนั่งลงตรงเบาะหลัง
ฟรังก้าใช้มือทั้งสองถูใบหน้า
“รู้สึกน่าขนลุกยิ่งกว่าโลกความจริงอีก…”
“เส้นทาง ‘มรณา’ กำลังควบคุมศพหรือ?”
ลูเมี่ยนไม่รีบไล่ตามรถแท็กซี่ไป เพราะกระจกที่ผสมเศษผมเดนิส ยังแสดงสถานะปัจจุบันของศพผู้แจ้งสารอยู่
ฟรังก้ากับจินนาลอง ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ เพื่อยืนยันว่า การคืนชีพของศพเป็นอย่างไร
“ไม่ได้เรื่อง…พวกที่รอบรู้และปลอดภัย ไม่มีใครตอบสนองเลย พวกเขาไม่ได้อยู่ในแดนฝันของมิสเตอร์ฟูล!” ฟรังก้าพบว่า เธอทำได้แค่การทำนายแบบง่าย คือถามพลังวิญญาณตัวเองผ่าน ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’
จินนายืนยันสิ่งที่พบ
“ใช่ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ของฉันก็ล้มเหลวเหมือนกัน”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดแล้วกล่าว
“ในแดนฝันของมิสเตอร์ฟูล ผู้ที่ถามด้วย ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ได้ นอกจากพลังวิญญาณตัวเอง ก็มีแค่เทพแท้จริงที่ฉายภาพเข้ามาโดยตรง แต่ต้องมั่นใจว่าตอนทำนาย ภาพสะท้อนนั้นมีอยู่จริง และการเอ่ยนามต้องแม่นยำ”
“การถามสิ่งมีชีวิตอื่นในโลกวิญญาณท้องถิ่น อาจเท่ากับถามมิสเตอร์ฟูลหรือราชันสวรรค์ ซึ่งอาจได้วิวรณ์ดีที่สุด หรือไม่ก็ถูกเตะออกจากแดนฝันเลย อา…เราก็ไม่มีนิยามแม่นๆ เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตพวกนั้นด้วย”
“ใครจะกล้าถามเทพแท้จริงล่ะ…” ฟรังก้าพูดเบาๆ
ลูเมี่ยนพลันยิ้ม
“งั้นยังมีอีกทางเลือก ผู้ที่ให้ผลทำนายแม่นยำที่สุด อาร์คาน่าใหญ่กล่าวไว้ว่า อีกฝ่ายคือกระจกวิเศษบานหนึ่งของมิสเตอร์ฟูล”
“ฉันว่าเรายังไม่ถึงเวลาต้องใช้เขาหรอก…” ฟรังก้าแสดงท่าทีคัดค้าน
ลูเมี่ยน ‘อืม’ ออกมา สายตายังจับจ้องกระจก ซึ่งแสดงสถานการณ์ของศพผู้แจ้งสาร
ผ่านไปราวยี่สิบกว่านาที แท็กซี่จอดหน้าโรงพยาบาลที่ค่อนข้างเขียวชอุ่ม อาคารดีไซน์โดดเด่น
ลูเมี่ยนและคณะเห็นป้ายโรงพยาบาลเพียงแวบเดียว
“โรงพยาบาลมู่ซู”
“โรงพยาบาลมู่ซู…การตายของผู้แจ้งสารเกี่ยวข้องกับมารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย?” ฟรังก้าพึมพำสงสัย
ลูเมี่ยนไม่ตอบ เพียงมองร่างผู้แจ้งสารเดนิสที่ฟื้นคืนชีพ หยิบโทรศัพท์ที่มีสายไม่ได้รับหลายสายจากกระเป๋า สแกนจ่ายค่าโดยสาร แล้วเดินช้าๆ ไปยังอาคารตรวจโรคของโรงพยาบาลมู่ซู
ร่างดังกล่าวเพิ่งผ่านประตูใหญ่ กระจกของลูเมี่ยนก็เกิดคลื่นวูบวาบ เกิดความมืดสลัวเป็นระลอก ก่อนกลับสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว ไม่แสดงตำแหน่งของผู้แจ้งสารอีก
“ฉันอยากเทเลพอร์ตไปแถวโรงพยาบาลมู่ซู ตามเข้าไปดูว่าศพผู้แจ้งสารจะไปไหน” ลูเมี่ยนละสายตากลับมากล่าว
ฟรังก้าบ่นแผ่วเบา
“ศพไม่ควรไปที่ห้องเก็บศพหรอกหรือ?”
จินนาพูดกับลูเมี่ยน
“คุณควรเปลี่ยนรูปลักษณ์ก่อนเข้าไป พอเข้าในโรงพยาบาลมู่ซูแล้ว อาจถูกเปิดเผยตัวได้ง่าย ไม่ควรให้กระทบตัวตนปัจจุบัน อา…แค่ ‘คำลวง’ อาจไม่เพียงพอ”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดเล็กน้อย ไม่เสียเวลา
พร้อมกับคำตอบ ผมสีดำของเขาเริ่มยาวขึ้น
……………………………………………………..