ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 914 สอดส่อง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 914 สอดส่อง
ตอนที่ 914 สอดส่อง
เมื่อพูดถึงข้อสันนิษฐานทั้งสองแล้ว ลูเมี่ยนกล่าวเสริม
“เมื่อครู่ฉันรู้สึกว่า การเข้าชั้นใต้ดินโรงพยาบาลมู่ซูจะอันตรายมาก หากปัญหาที่นั่นเกิดจากจิตใต้สำนึกในแดนฝันถักทอขึ้น จากความประทับใจของมิสเตอร์ฟูลต่อมารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย รวมถึงผู้ใต้บังคับบัญชา ก็คงไม่ถึงขนาดนี้”
เขาหมายถึงว่า ตนโน้มเอียงไปทางข้อสรุปที่ว่า สัญลักษณ์แทนจิตสำนึกหลักของแดนฝัน ไม่สามารถเผชิญหน้าโดยตรงได้
จินนาที่นั่งตำแหน่งผู้โดยสารหน้า มองโรงพยาบาลมู่ซูที่ห่างออกไป ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าว
“แต่ตำรวจที่นำโดยมิสเตอร์สตาร์ แค่พบศพผู้แจ้งสาร ดูเหมือนไม่พบความผิดปกติอื่นในโรงพยาบาลมู่ซู”
“นั่นแสดงว่า จิตสำนึกหลักของแดนฝัน แม้ไม่สามารถเผชิญหน้าโดยตรง แต่มีวิธีปกปิดและหลอกลวง” อ็องโตนีแสดงความเห็น
“อาจมีหนอนบ่อน” ฟรังก้าที่กำลังขับรถพูดพึมพำ เธอเคยอ่านนิยายและดูหนังแนวสายลับมามาก “จิตสำนึกหลักของแดนฝัน ย่อมมีส่วนหนึ่งเป็นของราชันสวรรค์ พระองค์คงยินดีเห็นพลังที่แทรกซึมเข้ามาของมารดาพฤกษาแห่งแรงกระหายได้เกิดผลบางอย่าง จึงตั้งใจมองข้ามรายละเอียดบางประการ”
“เรื่องนี้บ่งชี้ว่า ไม่ว่าจะเป็นมิสเตอร์ฟูลหรือราชันสวรรค์ ต่างก็ล้วนอยู่ในสภาวะหลับใหล จิตสำนึกแท้จริงพร่าเลือน ต้องถูกกระตุ้นโดยตรงจึงจะแสดงปฏิกิริยาอย่างเช่นเมื่อครู่ ตามปกติแล้ว แค่บางครั้งบางคราวจึงจะมอบวิวรณ์ตามคำวิงวอน หรือการเตือนทางพลังวิญญาณ ไม่เช่นนั้น พวกเราคงถูกพบและเตะออกไปนานแล้วตั้งแต่ติดต่อกับคนธรรมดาในแดนฝัน” ลูเมี่ยนสรุปจากเหตุการณ์ที่ประสบในสองวันนี้ รวมถึงรายละเอียดที่อาร์คาน่าใหญ่กล่าวในเอกสาร
ฟรังก้าฉวยโอกาสเตือนเพื่อนร่วมทีม
“ดังนั้น อย่าคิดถ่ายทอดสด อย่าทำพฤติกรรมที่จะกลายเป็นกระแสค้นหายอดนิยมในที่สาธารณะ หากทำลงไป เมื่อร่างในความฝันของราชันสวรรค์เลื่อนเห็นวิดีโอที่เกี่ยวข้อง ก็คงไล่ตะเพิดพวกเราออกทันที”
“อา…แม้ราชันสวรรค์ไม่เห็น ผู้ใต้บังคับบัญชาของพระองค์ก็จะสนใจ”
หลังความเงียบชั่วครู่ จินนาถาม
“การถ่ายทอดสดคืออะไร?”
อ็องโตนีสงสัยเช่นกัน
“สิ่งนี้จะถูกคนมากมายเห็นหรือ?”
“คล้ายข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์?”
พวกคุณปรับตัวได้ไม่ดีเท่าลูเมี่ยนสินะ…ฟรังก้าถอนใจพลางอธิบายสั้นๆ ระหว่างขับรถ
“เปิดโทรศัพท์มือถือของพวกคุณ แล้วกดเข้าแอปฯ พื้นหลังดำลายขาวที่ฉันดาวน์โหลดให้พวกคุณไว้…”
“ช่วงนี้ที่ฮิตที่สุดคือ ‘เดธเมทัลที่แท้จริง’…”
พวกจินนาต่างจดจ่อและจริงจัง ยังคงรับความรู้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตต่อไป
……………
เมื่อใกล้เที่ยงคืน
ลูเมี่ยนพาฟรังก้าผ่านโลกในกระจก มาถึงห้างหมิงเยว่ที่ได้ไปเมื่อช่วงเที่ยง มาถึงด้านหลังกระจกบางอย่างในห้องควบคุม
พวกเขาที่ซ่อนตัวอยู่หลังกระจก มองผ่านกระจกเห็นจอใหญ่ที่แบ่งเป็นหลายภาพ เห็นฉากในพื้นที่ต่างๆ ของห้าง เห็นยามสองคนที่นั่งเฝ้าหน้าจอเข้าเวรกลางคืน
ตอนนี้ ห้างหมิงเยว่ปิดทำการไปนานแล้ว ฉากในจอสอดส่องหลายแห่งมืดสนิท มีเพียงบางส่วนที่ปกคลุมด้วยแสงจันทร์สุกสกาว
ในเมืองแห่งความฝันนี้ ดวงจันทร์ไม่ได้มีสีแดงม่วง แต่เป็นสีขาวเงินจางๆ บางครั้งมีสีเหลืองแซม
ฟรังก้าทั้งกระตือรือร้นและระมัดระวัง ยื่นมือขวาออกไปนอกกระจก ห้านิ้วจับกระจกเงาแต่งหน้าบานใหญ่
กระจกเงาพลันสะท้อนภาพหน้าจอยักษ์ สะท้อนฉากต่างๆ ที่ถูกกรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบ
ถัดมา บนพื้นผิวของกระจกเงาเริ่มกระเพื่อมด้วยแสงเลือนรางที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
วงกตกระจก!
ขอบเขตการสอดส่องที่ยามสองคนเห็น และภาพจากกล้องในห้อง ถูกแทนที่ด้วยภาพลวงจากกระจกเงาทันที
ฟรังก้าเคยจินตนาการว่า หากกลับบ้านเกิดแล้วจะยังใช้พลังพิเศษได้ และตอนนี้ก็เหมือนการซักซ้อมในความฝัน
เธอเดินออกจากกระจกที่ซ่อนตัว วางกระจกเงาลง ปรับมุมให้เหมาะสม แล้วเดินไปยังโต๊ะควบคุมพร้อมลูเมี่ยน
ภาพในดวงตาของพวกเขายังคงเหมือนตอนที่ไม่มีคนนอกเข้ามา
ลูเมี่ยนมองไปที่ฟรังก้า พลางกล่าวเสียงต่ำ
“รีบทำเถอะ”
เขาไม่รู้วิธีใช้งานระบบสอดส่องนี้ ไม่เช่นนั้นคงลงมือเอง
ฟรังก้าทั้งปรับภาพลวงในกระจก ให้เห็นว่าแสงสว่างไม่เปลี่ยน รวมถึงศึกษาระบบสอดส่องของห้างไปพร้อมกัน
ด้วยการค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตล่วงหน้า รวมถึงวางแผนไว้ก่อน เธอใช้เวลาเพียงสองสามนาที ก็เรียกวิดีโอบันทึกของซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงเที่ยงออกมาได้
ไม่นานนัก ภาพหยุดนิ่งตรงฉากที่เธอกับพวกลูเมี่ยน กำลังเดินย้อนกลับจากทางเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต
ในระยะไกลของภาพ ตรงจุดวางสินค้านำเข้า ร่างหนึ่งในชุดกระโปรงสีขาว กำลังเดินออกไปนอกกรอบภาพ
ร่างนี้มีใบหน้างดงามโดดเด่น หูเล็กประณีต คอขาวยาว บุคลิกสะอาดราวไร้ฝุ่นแม้เม็ดเดียว ผมมวนหลวมๆ ดูมีความเกียจคร้านอยู่หลายส่วน
“เป็นศพหญิงที่คืนชีพนั่นจริงๆ” ฟรังก้าหยิบภาพร่างที่ทำด้วย ‘ทำนายด้วยฝัน’ มาเปรียบเทียบอย่างจริงจัง
ไม่รอให้ลูเมี่ยนตอบ เธอเสริมว่า
“หน้าตา บุคลิก และเสน่ห์แบบนี้ ดูเหมือนนางมารระดับครึ่งเทพ ไม่ใช่กามเทพน้อยในเส้นทางคนตระหนี่”
“นางมารสักคนจะมาฟื้นคืนชีพที่โรงพยาบาลมู่ซูได้ยังไง?”
ลูเมี่ยนพยักหน้าแผ่วเบา ยังไม่คาดเดาอะไร เพียงหันไปถามฟรังก้า
“ช่วยหาเส้นทางทั้งหมดของศพหญิงในห้างได้ไหม?”
“ได้” ฟรังก้าจัดการระบบกล้องวงจรปิดอย่างง่วน
ไม่นานนัก ทุกจอใหญ่ก็แสดงร่างศพหญิงในฉากต่างๆ
ฟรังก้าดูกล้องพร้อมหาร่องรอยตามไทม์ไลน์ไปรอบหนึ่งแล้ว พลางชำเลืองมองลูเมี่ยนที่จดจ่อกับรายละเอียด แล้วกล่าวอย่างครุ่นคิด
“เธอเดินเตร่ไร้จุดหมาย ไม่ซื้ออะไร เข้าร้านดูไม่กี่นาทีแล้วออก ไม่เหมือนกำลังติดตามใคร หรือมองหาของอะไร”
ลูเมี่ยนเปรียบเทียบคนเดินในทุกภาพ ไม่พบใครปรากฏทุกฉากนอกจากศพหญิง
“เธออาจเพิ่งเคยเห็นเมืองแบบนี้ กำลังท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์?” ลูเมี่ยนนึกถึงพวกตัวเอง
“แล้วเพราะไม่มีเงิน เลยไม่กล้าซื้ออะไร?” ฟรังก้าหยอกพร้อมยิ้ม
ลูเมี่ยนส่ายหน้าทันที
“คงไม่ง่ายขนาดนั้น”
“พวกเราเกือบเจอศพหญิงนี้ตอนเที่ยง หลังกินข้าว ศพผู้แจ้งสารก็ผิดปกติ และศพที่ฟื้นคืนชีพไปโรงพยาบาลมู่ซู ซึ่งเป็นจุดที่ศพหญิงนี้ฟื้นคืนชีพ”
“ถ้าไม่ใช่การจัดแจงของพระองค์ ไม่ใช่บทละครของพระองค์ ความบังเอิญเช่นนี้ ก็บ่งชี้ว่าทั้งสองเชื่อมโยงกันใกล้ชิด”
ฟรังก้าครุ่นคิดแล้วกล่าว
“ถ้าศพนี้เป็น ‘นางมาร’ จริง…ฉันเคยเจอแบบนี้”
“ตอนเพิ่งเป็น ‘แม่มด’ ฉันทำนายเรื่องหนึ่ง ได้วิวรณ์ที่ค่อนข้างดี แต่เป็นในแง่เวลาและสถานที่ ก็เลยเดินเตร่ไร้จุดหมายบนถนนอาเขตในกรุงทรีอาร์ทั้งวัน สุดท้ายได้เจอเรื่องที่อยากพบ”
ลูเมี่ยนที่เพิ่งเป็น ‘นางมาร’ ยังไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ จึงพยักหน้ารับ
“คุณหมายถึง ศพหญิงที่ฟื้นคืนชีพได้รับวิวรณ์จากการทำนาย เลยมาเดินเตร่ที่ห้างนี้?”
พูดถึงตรงนี้ ดวงตาลูเมี่ยนมืดลง
“สิ่งที่เธอได้คือ เข้าใกล้พวกเรา พบร่องรอยว่าศพผู้แจ้งสารซ่อนอยู่หลังกระจกบานใด จึงเกิดเหตุที่ศพผู้แจ้งสารผิดปกติทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ?”
“เธอเป็นลูกน้องราชันสวรรค์ กำลังหาศพผู้แจ้งสาร?”
“ราชันสวรรค์กับมารดาพฤกษาแห่งแรงกระหายร่วมมือกัน ใช้โรงพยาบาลมู่ซูหาลูกน้องที่ควบคุมได้ หวังทำร้ายตัวละครในแดนฝัน?”
ฟรังก้า ‘อืม’ เสียงหนึ่ง
“ที่เธอเจอพวกเราโดยอ้อม ดูเหมือนวิวรณ์จากการทำนาย แต่จริงๆ คือกฎการรวมตัวของตะกอนพลังกำลังทำงาน”
“มีแค่ ‘นางมาร’ และผู้วิเศษลำดับสูงในเส้นทาง ‘ประตู’ เท่านั้น ที่อาจมีอิทธิพลต่อโลกในกระจกจากระยะไกล ทำให้ศพผู้แจ้งสารที่ซ่อนหลังกระจกผิดปกติ”
“ศพหญิงนั่นอาจเข้าข่ายทั้งสองกรณี”
ฟรังก้าหมายความว่า ศพหญิงนั่นอาจเป็น ‘นางมาร’ ระดับครึ่งเทพที่ได้รับพรจากเส้นทาง ‘ประตู’
ลูเมี่ยนเห็นด้วยกับฟรังก้า ครุ่นคิดสองสามวินาทีแล้วเอ่ยปาก
“แต่การฟื้นคืนชีพของศพหญิง ไม่ใช่เพื่อหาศพผู้แจ้งสารแน่ จากคำให้การของพนักงานดูแล ก่อนผู้แจ้งสารจะถูกฆ่า เธอก็ฟื้นคืนชีพแล้ว”
“เธอมีบทบาทสำคัญยิ่งกว่านั้น แบกรับภารกิจสำคัญ?”
ฟรังก้าส่งเสียง ‘ซี้ด’
“ช่วงไม่กี่วันนี้ นอกจากสังเกตคนและเหตุการณ์รอบมิสเตอร์ฟูล ต้องหาวิธีตามหาศพหญิงนี้ด้วย ดูว่าจะหลบเลี่ยงราชันสวรรค์ เพื่อกำจัดเธอได้ลับๆ ไหม”
ในโลกจริง ฟรังก้าจะไม่พูดแบบนี้ เพราะไม่รู้ว่าสตรีที่ฟื้นคืนชีพอยู่ลำดับ 4 หรือ 3 หรือสูงกว่า เธอคงแค่เสนอขอความช่วยเหลือจากอาร์คาน่าใหญ่ แต่ในเมืองแดนฝัน ทุกคนถูกกดพลังลงมาที่ลำดับ 7 ‘นางมาร’ ระดับครึ่งเทพก็แค่มีพลังพิเศษมากกว่าเธอบางชนิด ไม่ต่างกันมากด้านความแข็งแกร่ง และลูเมี่ยนก็เป็น ‘นางมาร’ ระดับครึ่งเทพเช่นกัน ทีมยังมีคนมาก สามารถรุมได้
ลูเมี่ยนคิดแล้วเอ่ยปาก
“ถนนข้างนอกน่าจะมีกล้องใช่ไหม? เราจะหาทิศทางสุดท้ายของศพหญิงนี้จากกล้องได้ไหม?”
“ได้ก็ได้…แต่ต้องบุกรุกหน่วยงานรัฐบาล ถ้าถูกพบก็เท่ากับต่อต้านจิตสำนึกหลักของแดนฝัน” ฟรังก้าไม่เห็นด้วยที่จะเสี่ยงตอนนี้ ข้อมูลอีกมากยังไม่ได้รวบรวม!
ลูเมี่ยนกดความอยากรู้ในใจ ช่วยฟรังก้าเรียกคืนภาพกล้อง ลบร่องรอยตัวเอง แล้วถอนตัวกลับไปในวัตถุกระจก จากนั้นฟรังก้าก็ยุติ ‘วงกตกระจก’ แล้วเก็บกระจกแต่งหน้า
ยามสองคนรู้สึกแค่ว่า หน้าจอมีสัญญาณรบกวนชั่วครู่ แต่ก็กลับเป็นปกติได้รวดเร็ว
ฟรังก้าและลูเมี่ยนกลับไปยังรถ ซึ่งจอดอยู่ริมถนน พบกับจินนาและคนอื่นที่คอยช่วยเหลือ
ระหว่างรถมุ่งไปเขตเมืองเก่า ลูเมี่ยนและฟรังก้าเล่าผลจากการดูกล้อง รวมถึงการคาดเดาให้เพื่อนร่วมทีมฟัง
พูดไปพูดมา ลูเมี่ยนเงียบลงกะทันหัน
“เป็นอะไรไป?” จินนาถาม
ลูเมี่ยนเอ่ยเสียงหนักแน่น
“พวกเรายังคิดได้ว่า ไปดูกล้องของห้างเพื่อหาศพหญิงนั่น แล้วศพหญิงนั่นจะคิดได้ไหมว่า ควรดูกล้องเพื่อเช็กว่ามีผู้หญิงหน้าตาโดดเด่นเดินผ่านแถวนั้นบ้างหรือเปล่า?”
คนที่ซ่อนศพหลังกระจกได้ ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็น ‘นางมาร’ เช่นกัน!
สีหน้าฟรังก้าเปลี่ยนไป เธอหลุดปากว่า
“ห้องควบคุม!”
……………………………………………………..