ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 916 จริงและเท็จ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 916 จริงและเท็จ
ตอนที่ 916 จริงและเท็จ
หลังศพหญิงคืนชีพถอยเข้าอุโมงค์มืด ฟรังก้าที่เพิ่งมีร่างชัดเจน คิดจะฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายยังไม่หลุดจากโลกในกระจกโดยสมบูรณ์ ใช้ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ที่ลูเมี่ยนสร้างใหม่ พาจินนาและอ็องโตนีไล่ตาม
เธอกุมเครื่องรางใสวาวที่หยิบจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ไว้ แต่ลางสังหรณ์ทางวิญญาณทำให้ชะงัก
จุดหมายของการ ‘ข้ามกระจก’ ของศพฟื้นชีพ บัดนี้ยังไม่อาจรู้ได้ อาจมีพวกพ้องคอยรับอยู่ การไล่ตามไปโดยไม่รอบคอบ อาจทำให้ตกหลุมพราง!
ยิ่งไปกว่านั้น การไล่ตามหมายถึงการแยกจากลูเมี่ยน ทำให้ง่ายต่อการถูกโจมตีทีละคน
ฟรังก้าจ้องมองสองวินาที แล้วรีบบอกจินนา อ็องโตนี และลุดวิกที่ยังหายใจเฮือกใหญ่
“ออกจากที่นี่…ไปห้องควบคุม!”
ไม่รู้ว่าศพหญิงคืนชีพซ่อนตัวที่ขอบอุโมงค์นานเท่าใด สร้างจุลชีพก่อโรคทางศาสตร์เร้นลับไว้มากแค่ไหน ถ้าอยู่ในบริเวณนี้ต่อไป ก็จะติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ จนแสดงอาการป่วย!
และการอาศัยเพียงลุดวิกกินทีละคำสองคำ คงมีเพียงฟ้าดินเท่านั้นที่รู้ว่า ต้องกินนานแค่ไหนถึงจะกำจัดจุลชีพก่อโรคทางศาสตร์เร้นลับที่ยังแพร่พันธุ์ได้ต่อเนื่องได้หมด ที่สำคัญกว่านั้น เทวทูตผู้ถูกผนึกรายนี้ มีสภาพร่างกายถดถอยจนเทียบเท่าลำดับ 7 จุลชีพที่กินเข้าไปในท้องอาจไม่ส่งผลต่อเขา แต่จุลชีพที่กัดกร่อนผิวหนัง ดวงตา และทางเดินหายใจ ย่อมทำให้เขาติดเชื้อได้แน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้น ก็ต้องดูว่าลุดวิกจะกินจุลชีพก่อโรคหมดก่อน หรือจุลชีพจะเอาชนะเขาได้ก่อนกัน
นอกจากนี้ เพลิงทมิฬ ‘นางมาร’ ของฟรังก้าและจินนา ก็ถูกจำกัดโดยแดนฝัน สร้างได้เพียงสองสามดวงสองสามกลุ่ม ไม่สามารถเผาจุลชีพก่อโรคในบริเวณรอบข้างอย่างท่วมท้น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของแดนฝันมีทั้งข้อเสียและดี พลัง ‘โรคระบาด’ ของศพหญิงคืนชีพก็ถูกกร่อนลงมาเทียบเท่าลำดับ 7 เช่นกัน ทำให้พวกฟรังก้าไม่ติดเชื้อเร็วนัก ไม่แสดงอาการป่วยเร็วนัก
จินนาและอ็องโตนีไม่ได้สงสัยการตัดสินใจของฟรังก้า มีเพียงลุดวิกเท่านั้นที่อาลัยอาวรณ์
ป่วยก็ต้องกิน!
ตายก็ต้องกิน!
ในช่วงเวลาคับขัน จินนากลับรู้สึกถึงการย่อยของโอสถ ‘ทุกข์ระทม’ อีกครั้ง
“ปล่อยผม! ปล่อย…” ลุดวิกพูดยังไม่ทันจบ ก็ทะลุผ่านผิวกระจกมาถึงห้องควบคุมแล้ว
แต่พวกเขาไม่เห็นลูเมี่ยน
“ลูเมี่ยนก็ถูกโจมตีด้วยหรือ?” ฟรังก้ามีสีหน้าเคร่งขรึม มองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว
หรือไม่ก็ไล่ตามศัตรูบางคนไปแล้ว?
ฟรังก้าเพิ่งพูดจบ ก็เห็นว่าบนจอภาพใหญ่ ทุกภาพการเฝ้าระวังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ภาพเหล่านั้นแสดงฉากต่างๆ ในช่วงเที่ยงวัน ซึ่งมีศพหญิงคืนชีพปรากฏ
ในฉากที่เรียงตัวเป็นตาราง ทั้งแนวตั้งและแนวนอน บรรดาศพหญิงคืนชีพในภาพบันทึก บ้างก็เงยหน้า บ้างก็หันตัวมาครึ่งๆ มองมานอกจอพร้อมกัน
พวกเธอในชุดกระโปรงขาว มวยผมหลวมๆ พลันมีสีหน้าเปลี่ยนไปแบบเดียวกัน มือขาวนุ่มทยอยยื่นเข้าหาเลนส์ ยื่นออกจากจอเฝ้าระวัง ทอดไปทางฟรังก้า รวมถึงพวกจินนาด้านนอก
พวกเธอไต่ออกจากจอทีละคน ใบหน้ามืดหม่น มีประกายวาบวับเป็นครั้งคราว
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว แม้ใช้ลางสังหรณ์ทางวิญญาณ รวมถึงเนตรของ ‘นางมาร’ ฟรังก้าก็ไม่อาจแยกแยะได้เร็วนัก ว่าในบรรดาศพหญิงคืนชีพมากมายเหล่านี้ อันไหนจริง อันไหนปลอม
ชั่วขณะหนึ่ง เธอถึงขั้นสงสัยว่า พวกมันอาจจะจริงทั้งหมด หรือปลอมทั้งหมด
เธอหยิบ ‘ปืนกระหน่ำยิง’ ที่กลายเป็น ‘ปืนสั่งได้’ แล้ว เล็งไปยังภาพเฝ้าระวัง ตั้งใจจะยิงทำลายจอ ให้บรรดาศพที่ยังไต่ออกมาไม่หมด ถูกโยนเข้าไปในส่วนลึกของ ‘โลกจอภาพ’ พร้อมกับการแตกสลายของมิติด้านหลังจอ สกัดให้มาถึงโลกความจริงได้ยาก
นิ้วของฟรังก้ากดอยู่บนไกปืน แต่ไม่ได้เหนี่ยว
เธอคิดว่าการที่ลูเมี่ยนหายไป อาจเพราะเข้าไปใน ‘โลกจอภาพ’ ถ้าเธอยิงทำลายจอ และ ‘โลกจอภาพ’ มีคุณสมบัติบางส่วนของโลกในกระจกจริง ลูเมี่ยนก็จะถูกกระแสวุ่นวายกลืนกิน ซึ่งนับว่าอันตรายมาก
แม้ฟรังก้าจะตอบสนองไม่ทัน แต่เธอยังมีเพื่อนร่วมทาง
อ็องโตนีก้าวออกไปข้างหน้า ดวงตาตั้งขึ้น แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอ่อน
ร่างของเขาแผ่กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวราวกับผู้ยืนอยู่บนยอดห่วงโซ่อาหาร
ข่มขวัญ!
เขาใช้ ‘ข่มขวัญ’ แบบครอบคลุมพื้นที่ โดยกำหนดเป้าหมายให้เป็นจอเฝ้าระวัง!
บรรดาศพหญิงคืนชีพที่ทยอยไต่ออกมา ต่างก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ
พวกเธอราวกับไม่ได้คืนชีพ ยังคงเป็นศพหญิง จึงไม่ตื่นกลัวหรือตระหนกเพราะถูกข่มขวัญ!
จินนารีบหันศีรษะ ชี้ไปยังบรรดาศพหญิงคืนชีพ แล้วเอ่ยถามลุดวิก
“อันไหนอร่อยสุด?”
อันที่อร่อยที่สุดน่าจะเป็นร่างต้น!
และการตัดสินว่าอาหารอย่างหนึ่งอร่อยหรือไม่ คือความเชี่ยวชาญของลุดวิก!
ลุดวิกกลืนน้ำลาย ชี้ไปยังภาพเฝ้าระวังตรงมุมขวาล่าง
“ผมอยากกินอันนั้น!”
“มันอร่อยที่สุด!”
ลุดวิกยังไม่ทันตอบ ฟรังก้าก็อันตรธานไปแล้ว พอเขาชี้เป้าอาหารที่อยากกินเหนืออื่นใด ร่างฟรังก้าในเสื้อยืดดำกับกางเกงขากว้าง ก็ปรากฏเร็วรี่ ณ ข้างศพหญิงคืนชีพมุมขวาล่าง
มือหนึ่งถือ ‘ปืนสั่งได้’ อีกมือถือ ‘มีดเย็นเยียบ’ ที่ใสจนแทบมองไม่เห็น แล้วแทงเข้าใส่เป้าหมายที่ยังไม่ทันปีนออกจากจอภาพ แทงเข้าที่ขมับข้างหูอันงดงาม
เพล้ง! ศพหญิงคืนชีพแตกกระจายราวกระจก โดยที่เงาของศพอื่นๆ ก็เลือนรางไปพร้อมกัน ก่อนจะหายวับไปจากจอภาพเฝ้าระวัง
วินาทีถัดมา ข้างเครื่องประดับกระจกที่ฟรังก้ากับคนอื่นมุดออกมา ศพหญิงคืนชีพในชุดกระโปรงขาว หน้าตาสะสวย คอระหง มวยผมหลวมๆ ก็ปรากฏตัวไร้สุ้มเสียง
มือหนึ่งกำกริชผลึกน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยเพลิงทมิฬ พุ่งแทงหัวใจอ็องโตนีอย่างฉับพลัน
……………
ลูเมี่ยนผ่านจอภาพเฝ้าระวัง แล้วปรากฏตัวในห้างร้างอันมืดมิดและเงียบสงัด
บันไดเลื่อนหยุดทำงาน ทุกร้านรวงล้วนปิดม่านเหล็กไปหมดแล้ว
ลูเมี่ยนกวาดตาเร็วๆ เห็นร่างในชุดกระโปรงขาว เคลื่อนผ่านทางเดินไปห้องน้ำชายหญิงแวบหนึ่ง
รอยประทับดำบนบ่าขวาลูเมี่ยนพลันสว่างวาบ พาร่างเขา ‘เทเลพอร์ต’ ไปทันที
ร่างเขาเพิ่งปรากฏ ณ ทางเข้า มือซ้ายก็ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาแล้ว
ลูเมี่ยนชำเลืองดูจอภาพที่สว่าง พบว่าบัดนี้ไม่มีสัญญาณ
นี่คือสิ่งที่เขาต้องการยืนยัน
“ที่นี่คือมิติอื่นจากภาพกล้องวงจรปิด เป็นโลกลวงหรือ? คล้ายโลกในกระจก และคล้ายโลกในภาพวาดด้วย…” ท่ามกลางกระแสความคิด ลูเมี่ยนเก็บมือถือใส่ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แทนกระเป๋ากางเกง
เขาทำเช่นนี้เพราะกลัวว่าการต่อสู้จะทำให้มือถือพัง
สำหรับครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย นี่เป็นความสูญเสียใหญ่หลวง!
ในดวงตาสีน้ำเงินของลูเมี่ยน ร่างสตรีในชุดกระโปรงขาววิ่งถึงหัวมุมแล้ว
เกือบจะพร้อมกันนั้น ลูเมี่ยน ‘แฟลช’ ไปด้านหลังเป้าหมาย แทงดาบตรงผลึกน้ำแข็งเข้าใส่
ดาบน้ำแข็งเพิ่งแตะร่างสตรีคนดังกล่าว อีกฝ่ายก็สั่นไหวคล้ายคลื่นน้ำ แล้วหายวับไป
ภาพลวงตา มันเป็นเพียงภาพลวงเท่านั้น
ภาพลวงที่สร้างจากกระจกอ่างล้างมือนอกห้องน้ำชายหญิง!
ทันใดนั้นเอง ณ มุมมืดทางเข้าห้องน้ำชาย ร่างเลือนรางปรากฏอย่างรวดเร็ว ในมือถือกระจกขนาดกลาง สะท้อนภาพลูเมี่ยนในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงขายาว
ฉวยจังหวะที่ลูเมี่ยนกำลังสนใจภาพลวง ร่างเลือนรางกดฝ่ามือที่ปกคลุมเพลิงทมิฬของ ‘นางมาร’ ลงบนกระจก
ตา จมูก ปาก และส่วนอื่นของลูเมี่ยน พ่นเพลิงทมิฬชั่วร้ายทันที แต่ร่างกลับค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย จนกระทั่งสลายไป
นี่ก็ภาพลวงเช่นกัน!
ณ มุมมืดทางเข้าห้องน้ำ ด้านหลังร่างเลือนราง ร่างของลูเมี่ยนปรากฏ ดวงตาสีดำสนิท มือขวากำหมัด กล้ามเนื้อพองขยายใหญ่ กระแทกแรงลงบนจุดต่อระหว่างคอกับหลังศัตรู
‘เก็บเกี่ยว’ บวก ‘โจมตีเต็มกำลัง’!
เธอใช้กระจกสร้างภาพลวงได้ ฉันก็ทำได้!
โครม!
หมัดนี้ทำให้ร่างเลือนรางแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ กระเด็นออกในรูปเศษแก้ว
ทันใด ลูเมี่ยนรู้สึกว่าใยแมงมุมมองไม่เห็นนับไม่ถ้วน พันรัดมาจากทุกสารทิศ พยายามมัดมือเท้าและลำตัวเขา พยายามรบกวนการเคลื่อนไหวด้วยวิธีต่างๆ
ลูเมี่ยน ‘ฮึ่ม’ ออกมาทันที เปลวเพลิงดำสนิทที่ผูกมัดความบ้าคลั่งและอันตราย พุ่งจากความว่างเปล่า ตกลงบนใยแมงมุมมองไม่เห็นหลายเส้น
‘เพลิงประลัยกัลป์’ ราวกับเป็น ‘ไฟ’ ของ ‘นักล่า’ จุดติดใยแมงมุมในชั่วพริบตา แล้วลุกลามรวดเร็ว กลืนกินวัตถุไวไฟทั้งหมดรอบข้าง พร้อมเผาไหม้จุลชีพก่อโรคทางศาสตร์เร้นลับที่แพร่อยู่ในอากาศ
เพียงชั่วกะพริบตา ลูเมี่ยนหลุดพ้นจากผลกระทบใยแมงมุมของ ‘นางมาร’ และ ‘โรคระบาด’ ที่ซ่อนอยู่
ณ ทางเข้าทางเดิน ร่างสตรีปรากฏชัดเจนในแสงใยแมงมุมที่ลุกไหม้
เธอสวมชุดกระโปรงขาว มวยผมหลวมๆ หน้าตาสะสวย หูประณีต คอระหง ไม่ใช่ใครนอกจากศพหญิงคืนชีพ
……………
ในห้องควบคุม
ขณะที่ฟรังก้าโจมตีไม่สำเร็จ จินนาและอ็องโตนีก็เปลี่ยนตำแหน่งอย่างชำนาญ
คนหลังอาศัยจังหวะนี้ หลบการแทงของกริชน้ำแข็งจากศพหญิงคืนชีพ
แต่การกระทำดังกล่าวทำให้ทั้งสามคนมารวมกันในมิติแคบๆ ภายในห้องควบคุมที่ไม่ใหญ่นัก
สายตาศพหญิงคืนชีพจับจ้องไปยังยามสองคนที่แน่นิ่งไม่ไหวติง
ยามคนหนึ่งพลันหลุดจากสภาพรูปปั้น ลุกพรวดขึ้นยืน
วินาทีต่อมา ร่างเขาเหมือนถูกอัดก๊าซมหาศาล พองขยายเป็นลูกบอลกลม
ระหว่างนั้น ส่วนลึกในดวงตาสีเทาขาวได้ถูกย้อมด้วยแสงสีเหลืองเขียว
บึ้ม!
ยามคนดังกล่าวระเบิดเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าลมถึงขีดจำกัด เลือดเนื้อและอวัยวะภายในถูกฉีกเป็นชิ้นเล็ก พร้อมหนองสีเหลืองเขียว ถูกพัดด้วยพายุแรงระเบิด กวาดทั่วทุกมุมห้องควบคุม ปกคลุมฟรังก้า จินนา และคนอื่นๆ
ระเบิดไวรัสหรือ? ม่านตาฟรังก้าเบิกกว้างทันที
ศพหญิงคืนชีพก็อยู่ในรัศมีระเบิดด้วย แต่เธอเตรียมพร้อมไว้แล้ว ถอยหลังหนึ่งก้าว หลบเข้าไปในเครื่องประดับกระจก
……………………………………………………..