ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 917 ระเบิดเชื้อโรค
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 917 ระเบิดเชื้อโรค
ตอนที่ 917 ระเบิดเชื้อโรค
เลือดเนื้อเปื้อนหนองสีเหลืองเขียวพร้อมระเบิดฉับพลัน ดั่งห่าฝนชโลมทุกคนในห้องควบคุม
ฟรังก้าไม่ทันใช้ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ไม่ทันคว้าจินนาและคนอื่น พาหลบเข้ากระจกเครื่องสำอางในมือ ได้แต่เผชิญแรงระเบิดไม่หนักหน่วงนัก รวมถึงเลือดเนื้ออันตราย กับเมือกเหนียว
เพล้ง เพล้ง เพล้ง!
ในสถานการณ์นี้ ทั้งสามต้องเปิดใช้ ‘กระจกตัวแทน’ ต้องถูกคลื่นลมกระแทกแตกร้าว แล้วเปรอะด้วยเลือดเนื้อเหนียว กับหนองสีเหลืองเขียวที่ยังเคลื่อนไหวอยู่
ลุดวิกที่ได้รับ ‘กระจกตัวแทน’ จาก ‘นางมาร’ ทั้งสาม ไม่ได้เปิดใช้ แต่นั่งยองลง กอดตัวแน่น ลด ‘พื้นที่รับกระสุน’ ให้เหลือน้อยที่สุด
ระหว่างนั้น เขาอ้าปากกว้าง
มุมปากของเขาไร้ขีดจำกัด แยกไปถึงหลังศีรษะ ริมฝีปากบนดันดวงตา จมูก หน้าผาก ให้ตรงไปยังเพดาน ส่วนริมฝีปากล่างเกือบแตะหน้าอก
แปะๆๆ เลือดเนื้อสีเหลืองเขียวในลมระเบิด แย่งกันพุ่งเข้าปากมหึมาของลุดวิก ตรงดิ่งสู่กระเพาะเขา
น่าเสียดาย ลุดวิกที่กำลังเพลิดเพลินกับบุฟเฟ่ต์ ทนได้เพียงสองวินาที ก็ถูกบังคับเปิดใช้ ‘กระจกตัวแทน’ แตกกระจายเต็มพื้น
ดูเหมือนรูปทรงปากมหึมาสยดสยองของเขา จะมีแค่รูปลักษณ์ภายนอก ขาดความแข็งแกร่งเพียงพอ เทียบเท่าเพียงลำดับ 7 เท่านั้น
ลมระเบิดสงบลงในพริบตา ร่างของฟรังก้า จินนา และคนอื่นๆ ปรากฏขึ้นใหม่ในห้องควบคุมที่เปรอะไปด้วยเลือดเนื้อเหนียว เจิ่งนองด้วยหนองสีเหลืองเขียวทุกหนแห่ง
ในฐานะ ‘นางมารทุกข์ระทม’ ฟรังก้าและจินนาต่างสัมผัสได้ว่า ที่นี่เต็มไปด้วยโรคระบาดอันตราย กำลังติดเชื้อสู่ร่างตนอย่างรวดเร็ว
โดยไม่ลังเล ฟรังก้ายกมือขวา เผยให้เห็น ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ที่กำแน่นในอุ้งมือ
เครื่องรางเปล่งประกายนี้ได้รับการผลิตใหม่โดยลูเมี่ยน ปัจจุบันใช้ ‘ข้ามกระจก’ ได้สี่ครั้ง
ทันทีที่เห็นฟรังก้าแสดง ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ จินนากับอ็องโตนีรีบเข้าใกล้ คว้าแขนและแขนเสื้อเธอไว้ ส่วนลุดวิกลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยังวิ่งไปหา ‘นางมาร’ ใจหิน
วินาทีต่อมา ร่างทั้งสี่จางหาย เข้าไปในกระจกเครื่องสำอางที่ฟรังก้าถือในมืออีกข้าง
ฟรังก้าไม่หยุดพัก พาพรรคพวกข้ามไปยังเครื่องประดับโลหะที่มีผิวสะท้อนเงาอีกแห่งในห้องควบคุม
เพล้ง!
กระจกเครื่องสำอางนั่นไม่มีคนถือ จึงตกลงพื้น แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มิติหลังกระจกที่สอดคล้องกันก็พังทลายตาม
ชิ้นส่วนเหล่านี้ต้องรอเวลาต่างกัน เพื่อกลับมาเป็นกระจกในความหมายของศาสตร์เร้นลับ หากไม่นับปัจจัยอื่น ยิ่งชิ้นใหญ่ ยิ่งสะท้อนเงาดี เวลาสร้างมิติหลังกระจกใหม่ก็ยิ่งสั้น ตรงข้าม ยิ่งชิ้นเล็ก ยิ่งใช้เวลามาก หากเล็กถึงระดับหนึ่ง อาจเสี่ยงไม่กลับเป็นกระจกในทางศาสตร์เร้นลับอีก
หลังย้ายเข้าเครื่องประดับกระจก ฟรังก้าทั้งระวังการโจมตีทีเผลอจากศพหญิงคืนชีพ พลางพูดเร็วสุดๆ
“นางมารสิ้นหวังไม่มีพลังทำให้คนเกือบตายแล้วนำมาทำเป็นระเบิดโรคระบาด…”
“หรือว่านั่นคือ ‘นางมารยุพนิรันดร์’?”
“ก็อาจได้รับความช่วยเหลือจาก ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ หรือครอบครองวัตถุคล้ายกัน” จินนาเสนออีกความเป็นไปได้ตามความรู้สึกตัวเอง
“โรงพยาบาลมู่ซูไม่ได้มีแค่ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ เท่านั้นหรือ?” ฟรังก้าพลันได้แรงบันดาลใจ “โรงพยาบาลในฐานะองค์รวม คงมีพลังรักษาที่เกี่ยวกับเส้นทาง ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ด้วย ยังรวมไปถึงอิทธิพลจากเส้นทาง ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ต่อจิตใจ, แรงกระหาย, ซากศพ, ตำนานผีโรงพยาบาล และควบคุมโรคกับจุลชีพก่อโรคจากศรัทธาใน ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ หรือเส้นทาง ‘นางมาร’ ด้วย!”
ฟรังก้าทั้งบอกเล่า ทั้งสังเกตสถานการณ์ในห้องควบคุม พลางใช้พลัง ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ส่งข้อมูลผ่านกระจก ส่งข่าวกรองง่ายๆ ไปยังกระจกบนตัวลูเมี่ยน
ตราบเท่าที่ลูเมี่ยนยังไม่ออกจากเขตหัวฟงที่อยู่ตอนนี้ เขาต้องได้รับแน่นอน!
จินนาเตรียมพร้อมรับมือทางอุโมงค์เหมือนใยแมงมุม ส่วนอ็องโตนีไตร่ตรองแล้วพูด
“ศพหญิงคืนชีพนั่น แทบไม่ได้รับผลจาก ‘การข่มขวัญ’ เลย ทำให้ผมรู้สึกว่าเธอเหมือนคนตายมากกว่าคนเป็น”
ความคิดฟรังก้าหมุนเร็ว ในพริบตาเกิดการคาดเดาสองข้อ
“เธอเป็นซอมบี้ที่ถูกปลุก…แถวนี้มีผู้ศรัทธา ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ที่ควบคุมเธอซ่อนอยู่?”
“หรือไม่ก็…ก่อนหน้านี้พวกเราเคยสงสัยไม่ใช่หรือ ว่าเธออาจมีโลกิเป็นพวกพ้อง? อาจมีความเป็นไปได้ว่า แท้จริงเธอเป็นเพียงหุ่นเชิด โดย ‘นักเชิดหุ่น’ ที่ควบคุมเธออยู่ กำลังซ่อนตัวที่ใดสักแห่งแถวนี้?”
ฟรังก้าเคยปะทะกับ ‘โลกิ’ มาก่อน และเคยติดต่อกับนักสืบลับจากหน่วยแปดของอินทิส จึงคุ้นเคยกับรูปแบบของพวก ‘นักเชิดหุ่น’ ดี
“แต่ตามข้อมูลจากไพ่อาร์คาน่าใหญ่ แม้กระทั่ง ‘นักเชิดหุ่น’ ปกติก็ควบคุมหุ่นได้ในระยะเพียงร้อยกว่าเมตร และตอนนี้ พลังได้ถูกกดให้อยู่แค่เทียบเท่าลำดับ 7 ฉันคิดว่าระยะห่างสุดระหว่างพวกเขากับหุ่นเชิด ไม่น่าจะเกินสี่สิบเมตร พวกเราเพิ่งตรวจสอบรอบๆ ก่อนมาห้องควบคุม แต่ก็ไม่เจอใคร…” จินนาแย้ง
พูดถึงตรงนี้ เธอชะงักทันที
ไม่ใช่ไม่มีใคร ที่จริงมีอยู่สองคน!
ฟรังก้าและอ็องโตนีนึกถึงปัญหาได้เช่นกัน จึงมองไปยังหน้าจอโดยพร้อมเพรียง
ในรัศมีห้าสิบเมตรมีคนอยู่จริง นั่นก็คือยามสองคนนั้น!
ยามคนหนึ่งถูกดัดแปลงเป็นระเบิดจุลชีพก่อโรค ร่างแตกสลายกลายเป็นเลือดเนื้อแพร่เชื้อ ส่วนยามอีกคนยังคงนั่งประจำที่ ส่วนลึกของดวงตามีประกายสีเทาขาว กำลังจดจ้องหน้าจอใหญ่แน่นิ่ง!
ฟรังก้าและอ็องโตนีมองไปทางยามคนนั้น
ยามดูเหมือนจะรับรู้ได้ จึงหมุนร่างกลับมา
เสื้อผ้าขาดวิ่น ร่างเต็มไปด้วยหลุมบ่อ ใบหน้าบางจุดหนังหาย บางจุดถูกถลอก บางจุดเนื้อฉีก เน่าเปื่อยมีหนองไหล
นี่คือ ‘ผลข้างเคียง’ จากการถูกระเบิดของยามอีกคนในระยะใกล้
ยามที่ใบหน้าครึ่งหนึ่งแทบไม่เหลือเค้ามนุษย์ สะท้อนแสงวูบวาบจากหน้าจอ มุมปากยกขึ้น เผยรอยยิ้มเกินจริง น่าสยดสยอง และมืดมน
ขณะที่รอยยิ้มกำลังแย้มบาน ร่างก็พองขึ้นกะทันหัน กลายเป็นลูกโป่งรูปมนุษย์เหมือนเพื่อนร่วมงาน
บึ้ม!
ลูกโป่งระเบิด เนื้อเลือดเหนียวข้น รวมถึงหนองสีเหลืองเขียว กระเด็นไปทั่วเครื่องประดับโลหะที่ฟรังก้าและคนอื่นซ่อนตัว จนเกิดเป็นความเละเทะ มองไม่เห็นสถานการณ์ภายนอกอีกต่อไป
“พวกเราย้ายตำแหน่ง” ฟรังก้าถือโอกาสที่ผลของ ‘ข้ามกระจก’ ยังเหลืออยู่ หันไปบอกจินนาและลุดวิก
…………
ในจัตุรัสหมิงเยว่ ซึ่งก่อร่างจากภาพวิดีโอเฝ้าระวัง
ลูเมี่ยนโน้มหลัง ชักดาบเหี้ยมหาญ วิ่งอย่างบ้าคลั่งจากหน้าห้องน้ำชายหญิง ไปยังทางเข้าโถงที่มีศพคืนชีพ
ด้านหลังเขา บนกระจกล้างหน้าระหว่างห้องน้ำสองห้อง ร่างสตรีในชุดกระโปรงขาว มวยผมหลวม พลันปรากฏอย่างกะทันหัน
นี่คือภาพจำลองที่นางมารสิ้นหวังสร้างโดยอาศัยกระจก!
แม้มีเพียงเศษเสี้ยวพลังของร่างจริง แต่หากเป็นการลอบสังหารก็ยังทำได้ มันกำลังจะโจมตีลูเมี่ยนจากด้านหลัง ด้วยการจู่โจมที่อันตรายถึงชีวิต!
เกือบจะพร้อมกัน ด้านหลังร่างสตรีนี้ อีกร่างหนึ่งก็ปรากฏชัดขึ้น
เงาร่างนั้นมีผมดำสยาย ใบหน้าเด่นชัดสวยงาม สีหน้าเย็นชา ไม่ใช่ใครนอกจากร่างสตรีของลูเมี่ยน
ภาพจำลองที่สร้างโดย ‘แม่นยำ’ นี้ พริบตาเดียวก็กลายเป็นเพลิงทมิฬเงียบงัน แต่บ่มเพาะการทำลายล้างขั้นสุด ห่อหุ้มภาพสะท้อนศพคืนชีพไว้ทั้งหมด เผาไหม้เธอโดยสมบูรณ์ท่ามกลางเสียงร่ำไห้อันเจ็บปวด
ตึก ตึก ตึก! ลูเมี่ยนถือดาบเหี้ยมหาญ ไม่หยุดชะงัก ไม่หันหลัง พุ่งปรี่ไปยังศพหญิงคืนชีพ
ทันใดนั้นเอง ตรงหน้าศพคืนชีพ หอกน้ำแข็งยาวสุกใสแต่คมกริบก่อตัวขึ้นทันที เหมือนเม่นสวยงามสะอาดกำลังชูหนามแหลมคม
ป่าหอกน้ำแข็งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ ‘แม่มด’ ลำดับ 7 จะทำได้ มีเพียงผู้ที่เคยถึงระดับ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ซึ่งควบคุมน้ำแข็งได้มากขึ้น แต่ถูกจำกัดให้เทียบเท่าลำดับ 7 เท่านั้นจะกระทำได้ เปรียบได้กับการที่ ‘ควบแน่นหอกน้ำแข็ง’ วิวัฒนาการเป็น ‘ป่าหอกน้ำแข็ง’ ในลำดับ 4 และตอนนี้ ‘ป่าหอกน้ำแข็ง’ แสดงศักยภาพได้เพียงระดับลำดับ 7
หากลูเมี่ยนไม่หยุดทันเวลา เขาจะชนกับป่าหอกน้ำแข็ง ถูกแทงทะลุร่าง เกิดรูพรุนสีเลือดหลายแห่ง
ตอนนี้ ร่างลูเมี่ยนพลันพร่าเลือน บิดเบี้ยว เหมือนภาพจากสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าถูกรบกวนรุนแรง
จากพร่าเลือนบิดเบี้ยว จนกระทั่งหายสิ้น ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา ร่างลูเมี่ยนปรากฏเร็วรี่ ณ ด้านหลังศพหญิงคืนชีพ
เขาเหวี่ยงดาบเหี้ยมหาญในแนวเฉียง ฟันใส่หัวไหล่ของเป้าหมาย
พรึ่บ! บนผิวดาบเหี้ยมหาญปะทุเปลวเพลิงแดงทันที
เปรี้ยง! ลูเมี่ยนฟันศพคืนชีพขาดเป็นสองส่วนในดาบเดียว ระเบิดเป็นเศษกระจกแตกกระจาย
ศพคืนชีพที่ใช้ร่างแทน ยังไม่ปรากฏในทันที ราวกับหายไปในความมืดของห้างชั้น 4 อันไร้ผู้คน
ลูเมี่ยนไม่เปลี่ยนสีหน้า ยังคงตามแรงส่งกดดาบเหี้ยมหาญลงด้านล่าง
บึ้มบึ้มบึ้ม! ลูกไฟแดงเพลิงนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากดาบ ครอบคลุมพื้นที่ไม่เลือกหน้า ระเบิดกำแพงพังถล่ม จุดไฟเผาสินค้า
นรกเพลิงสีแดงฉาน นำพาให้ครึ่งเล็กของชั้น เข้าสู่อุณหภูมิสูงที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ภายใต้การโจมตีไม่เลือกเป้าในวงกว้าง ศพหญิงคืนชีพได้รับผลกระทบ จนถูกบังคับออกจากสภาวะ ‘ล่องหน’ ปรากฏตัวด้านหลังลูเมี่ยน
…………
ในห้องควบคุม
ศพคืนชีพที่ก่อนหน้าต่อสู้กับพวกฟรังก้า ออกจากกระจกที่ซ่อนตัว ปรากฏในห้องที่มีเลือดเนื้อเหนียว รวมถึงหนองเหลืองเขียวเปรอะไปทั่ว
เธอฉวยโอกาสที่ภายในนี้เต็มไปด้วยจุลชีพก่อโรค เต็มไปด้วยพลังเสื่อมโทรม ซึ่งหากฟรังก้าและคนอื่นเข้ามา จะติดเชื้อและได้รับผลกระทบทันที ควบแน่นพลังในมือสร้างหอกน้ำแข็งยาว ซึ่งมีน้ำค้างแข็งขาวปกคลุม แทงไปยังจอภาพที่พื้นผิวมีรอยบุบหลายแห่ง แถมยังเปื้อนเลือดเนื้อกับหนอง
‘ระเบิดโรค’ สองลูกก่อนหน้านี้ ถือเป็นพลังที่ไม่รุนแรงนัก ส่วนใหญ่เน้นแพร่จุลชีพก่อโรคและพลังเสื่อมโทรม จึงไม่สามารถทำลายจอใหญ่ไกลๆ ได้โดยตรง
แต่ ณ ปัจจุบัน ศพคืนชีพต้องการทำลายจอภาพด้วยตัวเอง ให้มิติต่างภพที่เชื่อมต่อพังทลาย ให้ศัตรูที่ต่อสู้อยู่และ ‘ตัวเอง’ อีกคน ตกลงในกระแสอลหม่านพร้อมกัน จนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ!
……………………………………………………..