ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 928 เพิ่มเพื่อน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 928 เพิ่มเพื่อน
ตอนที่ 928 เพิ่มเพื่อน
เมื่อได้ยินสเตียโน่อาสาช่วย ลูเมี่ยนคิดฉับไว ยิ้มพลางว่า
“ขอบคุณมากจริงๆ!”
สเตียโน่วางกระเป๋า หยิบเครื่องมือซ่อมรถออกมาทีละชิ้นเหมือนนักมายากล แล้วเปิดฝากระโปรงรถสีเทา
ฟรังก้าเห็นท่าไม่ดี อดคร่ำครวญในใจไม่ได้
“อย่านะ!”
“เดิมเสียแค่หนึ่งสองพัน พอคุณซ่อมเสร็จคงเสียเป็นหลายพันแน่!”
เธอเดาได้ว่า ลูเมี่ยนยินดีให้สเตียโน่ช่วย เพราะข้อมูลจากไพ่อาร์คาน่าใหญ่ไม่มีเรื่องภาพสะท้อนในแดนฝันของผู้นำศาสนจักรไอน้ำคนนี้ เขาดูไม่สำคัญ ไม่เกี่ยวกับการตื่นของมิสเตอร์ฟูล แต่บังเอิญพบทีมถึงสองครั้ง นี่บ่งบอกว่าอาจเป็นฟ้าลิขิต หรือเขาอาจซ่อนความพิเศษไว้ หากสังเกตเขาเพิ่มในตอนนี้ อาจได้คำชี้แนะสำคัญในอนาคต
สำหรับพวกนางมาร นี่ทั้งเป็นข้อสรุปจากตรรกะ และเป็นการชี้นำจากลางสังหรณ์ทางจิตวิญญาณ
“ช่างเถอะ นี่แค่ความฝัน ไม่ใช่ความจริง ถ้ามิสเตอร์ฟูลเชื่อว่า ผู้นำศาสนจักรเทพจักรกลไอน้ำเก่งซ่อมเครื่องจักร สเตียโน่ก็ซ่อมรถได้…” ฟรังก้าปลอบใจตัวเอง พลางแอบสร้างน้ำแข็งขับไล่ความร้อนในรถ
ไม่นานนัก สเตียโน่เงยหน้าที่มีเคราเหลืองอ่อนเล็กน้อย ซ่อนมือเปื้อนน้ำมัน ใช้หลังมือดันแว่นตรงสันจมูก บอกฟรังก้าในรถและลูเมี่ยนนอกรถว่า
“ซ่อมเสร็จแล้ว”
จริงอะ? อย่ามาหลอกกันนะ…ฟรังก้าลองสตาร์ท พบว่ารถติดได้อีกครั้งอย่างราบรื่น
ลูเมี่ยนหยิบขวดน้ำแร่บรรจุน้ำต้มสูตร ‘นางมารนักล่า’ ไปที่ฝาท่อริมถนน ให้สเตียโน่ล้างมือและเครื่องมือ
เมื่ออีกฝ่ายเช็ดมือสะอาดและเก็บเครื่องมือแล้ว ลูเมี่ยนกล่าวขอบคุณอีกครั้ง หยิบมือถือมาปลดล็อก ยิ้มพลางว่า
“เพิ่มเพื่อนในวีแชตกันไหม ถ้าหลังจากนี้คุณต้องการความช่วยเหลือ ก็หาพวกเราได้ ฮะๆ…แต่นั่นต้องอยู่ในความสามารถพวกเรานะ”
สเตียโน่มองลูเมี่ยนอย่างจริงจัง ยิ้มตอบว่า
“ได้”
แล้วเขาก็หยิบมือถือออกมา ให้ลูเมี่ยนสแกนรหัสเพิ่มเพื่อนในวีแชต
หลังสแกนเสร็จ ลูเมี่ยนพบว่าชื่อเล่นอีกฝ่ายคือ ‘พลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ’
รู้สึกแปลกๆ…ลูเมี่ยนโบกมือลาสเตียโน่ กลับเข้ารถสีเทา แล้วโชว์วีแชตของมิสเตอร์คนนี้ให้จินนาและคนอื่นดู
ฟรังก้าชำเลืองมองแวบหนึ่ง พูดขบขันว่า
“ชื่อเล่นนี่เหมือนวิชาในมหาวิทยาลัยเลย”
“ลองดูโมเมนต์เขาสิ!”
นี่เป็นเพื่อนคนแรกนอกทีมที่ลูเมี่ยนเพิ่มในวีแชต เขาลืมสนิทที่ฟรังก้าเคยบอกว่า เราสามารถดูโมเมนต์เพื่อรวบรวมข้อมูลได้
เขารีบกดรูปโปรไฟล์สเตียโน่ แล้วเข้าสู่หน้าโมเมนต์
“วันนี้ ศาสตราจารย์เข้าใจแนวคิดเรื่องข้อมูลผิดไปค่อนข้างมาก ข้อมูลคือพลังงาน พลังงานก็มีข้อมูล แก่นแท้อย่างหนึ่งของทุกสิ่งคือการรวมตัวของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง”
“เมื่อวาน พบรถเก่าคันหนึ่ง ความงามของกลไกทำให้ฉันหลงใหล”
“13 สิงหาคม ฉันสร้างเครื่องจักรมหัศจรรย์ขึ้นมา”
“—เพื่อนแสดงโมเมนต์เพียงสามวันล่าสุด—”
“เครื่องจักรมหัศจรรย์?” ลูเมี่ยนพึมพำสงสัย “มหัศจรรย์แค่ไหนกัน? ในฐานะคนท้องถิ่นของเมืองแห่งความฝัน เครื่องจักรที่สร้างไม่ว่าจะมหัศจรรย์แค่ไหนก็ไม่น่าเกินข้อจำกัดของความฝันเอง”
“ดูท่าจะเป็นผู้นำระดับสูงของศาสนจักรไอน้ำจริงๆ และยังแสดงสภาวะพยายามเรียนรู้และวิเคราะห์ หลังสัมผัสอารยธรรมที่ก้าวหน้ากว่า นี่คงเป็นตรรกะพื้นฐานตอนจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลถักทอตัวตนนี้ขึ้นมา” ฟรังก้าพูดไปเรื่อยๆ ขณะขับรถกลับสู่ถนนใหญ่
ช่วงต่อมา พวกเขาสังเกตการณ์เป้าหมายสำคัญอย่าง เนี่ยเจิน แฟนสาวเผิงเติง, กรีชา ผู้เช่าร่วมของเผิงเติง, โมเบธ ผู้เช่าร่วมของโจวหมิงรุ่ย เป็นต้น
เมื่อใกล้เลิกงาน พวกเขากลับมาหน้าตึกที่เผิงเติงทำงาน รอคอยอดทนให้เขาเสร็จสิ้นวันอันยุ่งวุ่นวาย
เผิงเติงปรากฏตัวราวหกโมงเย็นกว่า เลือกนั่งรถไฟใต้ดินกลับหมู่บ้านเหอรุ่น
ฟรังก้าขับรถพาจินนาและลุดวิกไปดักรอที่จุดหมาย ส่วนลูเมี่ยนกับอ็องโตนีตามเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน
ตลอดทาง ผู้หญิงหลายคนจับจ้องลูเมี่ยน ดูเหมือนจะหลงในความหล่อ ทั้งที่ก่อนออกจากบ้าน เขายังแต่งหน้าให้ตัวเองดูขี้เหร่ลงบ้าง
แน่นอน มีผู้ชายไม่กี่คนแอบมองด้วย
ขณะที่เผิงเติงจดจ่อกับมือถือ ไม่สนใจว่ารอบข้างมีสาวสวยหรือไม่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่านั่นเป็นเพียงเพศเดียวกันที่มีเสน่ห์
“หากเป็นความหล่อระดับปกติ ยังไม่ถึงขั้นมีคนมาทักและดึงดูดความสนใจมากนัก เว้นแต่มีจุดเด่นเพิ่ม ไม่อย่างนั้นก็ไม่กลายเป็นเทรนด์หรือข่าวหน้าหนึ่ง…” ลูเมี่ยนรู้สึกโล่งใจขึ้น
ส่วนอ็องโตนีที่อยู่ข้างกายกลับถูกคนรอบข้างมองข้ามไปโดยปริยาย
ด้วยเทคนิคการติดตามของ ‘นักล่า’ และความสามารถของ ‘นางมาร’ ที่หลบเข้าเงามืดได้ตลอดเวลา ลูเมี่ยนติดตามเผิงเติงไปถึงบริเวณใกล้หมู่บ้านเหอรุ่นอย่างสบายๆ
คนหลังไม่ได้กลับบ้านทันที แต่เลี้ยวไปทางถนนอันคังเหนือ เดินไปถึงแถวสวนซินตู แล้วเข้าร้านอาหารชื่อ ‘หยูโจว’
ลูเมี่ยนมองซ้ายขวา เห็นฟรังก้าเลื่อนกระจกรถลง โบกมือให้พวกเขา
เมื่อขึ้นรถแล้ว ฟรังก้าถามอย่างห่วงใย
“ได้อะไรมาบ้างไหม?”
ลูเมี่ยนส่ายหน้าก่อน แล้วพึมพำสงสัย
“ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าในโทรศัพท์เขามีอะไร ทำไมถึงดูได้ตลอดเวลา”
นั่งรถไฟใต้ดินก็ดู ขึ้นบันไดเลื่อนก็ดู แม้แต่เดินก็ยังดู
“คุณไม่เข้าใจหรอก” ฟรังก้าถอนหายใจ
จินนามองร้าน ‘หยูโจว’ แล้วนึกขึ้นได้
“นี่เป็นร้านที่มิสเตอร์ฟูลกับเผิงเติงกินประจำ รออีกหน่อย มิสเตอร์ฟูลอาจจะมา”
“เราจะสังเกตปฏิสัมพันธ์ของพวกเขาไหม?”
ลูเมี่ยนมองท้องฟ้าแวบหนึ่ง
“ได้”
หน้าร้อนในเมืองแห่งความฝันนี้ กว่าจะมืดก็ต้องหลังสองทุ่มไปแล้ว
จินนาตอบรับว่า ‘อืม’
“งั้นฉันซื้อเป็ดย่างให้ลุดวิกสักตัว จะได้ไม่บ่นหิว”
เธอหาอาหารเย็นให้ลุดวิกไว้แล้ว ที่ร้าน ‘เป็ดย่างฟืนผลไม้’ ฝั่งเดียวกับรถ มีป้ายเขียนว่า ‘ตัวละสามสิบหยวน’
ลูเมี่ยนเห็นลุดวิกมีน้ำลายไหลออกมุมปาก จึงยิ้มพูดว่า
“เอาสองตัว พวกเราลองชิมด้วย”
นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป พวกเขาได้ชิมเป็ดย่างและกินซาลาเปาเสร็จแล้ว แต่ก็ยังไม่พบโจวหมิงรุ่ย ร่างในความฝันของมิสเตอร์ฟูล ส่วนเผิงเติงก็กินเสร็จและกำลังเดินกลับหมู่บ้านเหอรุ่น
“มิสเตอร์ฟูลอยากเปลี่ยนรสชาติคืนนี้หรือ?” ฟรังก้าจิ้มแผ่นแป้งห่อเป็ดชิ้นสุดท้ายลงในซอสหวาน แล้วยกเข้าปาก
กึก!
เธอได้ยินเสียงกลืนน้ำลายชัดเจน
เหลือบเห็นลุดวิกหน้าเต็มไปด้วยความอยาก ฟรังก้าร้อง ‘เอ่อ’ แล้วส่งอาหารในมือให้เขา
ลูเมี่ยนละสายตาจากนอกหน้าต่าง
“อาจไปทำอย่างอื่น ฉันไม่เห็นเขากลับสวนซินตู”
“จะตามต่อไหม?” จินนาชี้ไปทางเผิงเติง
ลูเมี่ยนส่ายหน้า
“มืดแล้ว ติดตามต่อไปอาจเกิดเรื่องไม่คาดคิดได้”
ฟรังก้าพูดเสียงเห็นด้วย
“อาร์คาน่าใหญ่ก็เคยบอกว่า หนึ่งในสัญญาณที่บ่งชี้ปัญหาของเผิงเติงคือ เขาไม่เคยพบมิสเตอร์ฟูล หรือโจวหมิงรุ่ย หลังฟ้ามืดเลย”
“พวกเขาเป็นเพื่อนวัยเด็ก การกินอาหารดึกหรือดูหนังด้วยกันเป็นเรื่องปกติ มิสเตอร์ฟูลชวนหลายครั้ง เผิงเติงก็เคยชวน แต่ไม่เคยได้เจอกันสักที ทุกครั้งเป็นเพราะเผิงเติงมีธุระ บ้างก็แฟนไม่อนุญาต บ้างก็แฟนป่วยกะทันหัน หรือเพื่อนร่วมห้องทำกุญแจพัง ต้องรอช่างมาเปิด…”
“แต่เวลาที่พวกเขานัดกินข้าวหรือเที่ยวตอนกลางวัน ทุกอย่างกลับราบรื่น แฟนที่คอยขัดขวางเผิงเติงบางครั้งก็มาร่วมด้วย”
“พอรวมกับคำเตือนจากกระจกวิเศษที่ว่า ‘ระวังยามค่ำคืน’ พวกรายละเอียดนี้ก็ดูประหลาดมาก” ลูเมี่ยนพยักหน้าตอบรับ
กลับมาที่ห้องเช่า
ฟรังก้าเห็นลูเมี่ยนมองท้องฟ้าที่มืดลงเรื่อยๆ แล้วจมอยู่ในความคิด จึงถามอย่างสงสัย
“คิดอะไรอยู่?”
“ฉันคิดจะออกไปข้างนอกคืนนี้ เดินเที่ยวเหมือนคนทั่วไป ดูว่าจะเจออะไรผิดปกติอีกไหม” ลูเมี่ยนพูดอย่างระมัดระวัง
เขาอยากลองสำรวจ ‘ปัญหายามค่ำคืน’ ก่อนที่จะพบโจวหมิงรุ่ยอย่างเป็นทางการในบ่ายพรุ่งนี้
เมื่อคืนพวกเขาไม่ได้ออกไปไหน ทุกอย่างปกติ
“เหมือนคนทั่วไป…” ดวงตาฟรังก้าเป็นประกาย เธอยิ้มพูดกับลูเมี่ยนและจินนา “ไปดูหนังกันเถอะ!”
ลูเมี่ยนและคนอื่นๆ รู้จักภาพยนตร์แล้ว และรู้สึกอยากรู้อยากเห็น ข้อเสนอของฟรังก้าจึงได้รับการเห็นชอบเป็นเอกฉันท์
ฟรังก้ายิ้มเหมือนหมาจิ้งจอกที่ขโมยแม่ไก่ได้
“ไปห้างอื่นกันเถอะ จะได้ขูดสลากอีกนิดหน่อย เพื่อเงินค่าตั๋วหนังกับป๊อปคอร์นคืนนี้ยังไงล่ะ”
ไปที่เดิมไม่ได้ เดี๋ยวถูกจับตามอง!
พอได้ยินคำว่า ‘ป๊อปคอร์น’ ลุดวิกที่แต่เดิมดูเบื่อๆ ก็ทำตาเป็นประกายทันที
…………
ในห้างอีกแห่ง
ฟรังก้าขูดสลากได้เงินรางวัลกว่าสองพัน นำเพื่อนๆ มุ่งหน้าไปโรงหนังชั้น 4 อย่างพึงพอใจ
ขณะผ่านชั้น 3 พวกเขาเห็นคนต่อแถวยาวหน้าร้านหนังสือบรรยากาศเก๋ไก๋
“งานเซ็นหนังสือหรือ?” ฟรังก้าที่สงสัยทุกอย่างในเมืองแห่งความฝัน จูงจินนาเข้าไปดูว่าเป็นนักเขียนคนไหน
“ราชินีนิยายรัก…ปลาเค็มไร้ความฝัน…ผู้เขียนนิยายชุดโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่…” ฟรังก้าอ่านคำบนป้ายโฆษณา
“นามปากกาแปลกดีนะ” จินนาแสดงความเห็น
ฟรังก้ายิ้มพูดว่า
“นี่แค่แปลกธรรมดา เดี๋ยวฉันโหลดแอปให้ดูว่า นามปากกาพวกนักเขียนนิยายออนไลน์นั่น แต่ละคนแปลกยิ่งกว่าแปลก!”
ระหว่างพูด ฟรังก้าเขย่งปลายเท้า มองไปยังนักเขียนที่กำลังเซ็นหนังสือ ลูเมี่ยนเดินมาข้างๆ เธอ มองเข้าไปในร้านเช่นกัน
ไม่กี่วินาทีต่อมา เมื่อนักเขียนคนนั้นเงยหน้า สีหน้าลูเมี่ยนและฟรังก้าก็แข็งค้างพร้อมกัน
“เป็นอะไรไป?” จินนาสังเกตเห็นความผิดปกติ
ฟรังก้าตอบด้วยสีหน้าประหลาด
“ฉันคงไม่ได้ตาฝาด…”
“ทำไมเธอถึงเป็นราชินีนิยายรักได้…”
“ใคร?” จินนาถามอย่างสงสัย
“มาดามเมจิกเชี่ยน” ลูเมี่ยนตอบด้วยเสียงที่กดต่ำลง
……………………………………………………..