ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 934 การ์เดี้ยน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 934 การ์เดี้ยน
ตอนที่ 934 การ์เดี้ยน
เมื่อความมืดเกิดขึ้นฉับพลัน ปฏิกิริยาแรกของจินนาคือ จะซ่อนตัวหรือซ่อนในเงา แต่สุดท้ายเธอก็ระงับใจได้ ไม่แสดงพลังเหนือธรรมชาติออกมาในยามที่เกิดเหตุผิดปกติ
เธอใช้ทักษะนักแสดง แกล้งทำเป็นคนธรรมดา แม้จะมองเห็นได้ชัด แต่ก็แสร้งคลำทางออกจากห้องน้ำไปยังหน้าต่าง
พอเข้าห้องนั่งเล่น แสงจากภายนอกทำให้เห็นเค้าโครงโต๊ะกลางและโซฟา จินนาจึงเร่งฝีเท้า ไม่กี่วินาทีก็ถึงหน้าต่าง มองออกไปเห็นว่าตึกไกลๆ ยังมีไฟสว่าง แม้แต่อาคารอื่นในหมู่บ้านก็ไม่ได้มืดทั้งหมด
จินนามองลงไปข้างล่าง ดูเหมือนชั้นอื่นๆ ยังมีไฟ
“มีปัญหาแค่ที่ฉันหรือ อา…ไฟดับ?” จินนาหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงยีน อยากโทรถามฟรังก้าว่าควรทำอย่างไรในสถานการณ์นี้
เธอนึกได้ทันทีว่า ช่วงสองวันนี้ต้องทำงานคนเดียว ติดต่อเพื่อนร่วมทีมไม่ได้ จึงเปลี่ยนจากโทรศัพท์เป็นค้นหาข้อมูลทางเน็ต
เธอไม่ชำนาญการใช้ระบบแปลงเสียงเป็นข้อความ จึงป้อนคำว่า ‘บ้านไฟดับทำอย่างไร’ แล้วกดค้นหา
จากนั้น เธอจำคำกำชับของฟรังก้าได้ ข้ามผลการค้นหาแรกๆ ไป ดูที่ผลลัพธ์ถัดไป
“เมื่อไฟดับ สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือตู้ไฟฟ้า…”
“ขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจงคือ…”
จินนาอ่านไปสักพัก คิ้วเริ่มขมวด
ยากชะมัด!
ในเรื่องพวกนี้ เธอไม่เข้าใจอะไรเลย!
ขณะเลื่อนหน้าจอ เธอเห็นคำตอบหนึ่ง
“หานิติบุคคลสิ!”
“…” จินนาชะงัก “ทำแบบนั้นได้ด้วยหรือ?”
ตอนเข้าพักช่วงบ่าย เธอได้ลงทะเบียนที่นิติบุคคล และเพิ่มเบอร์ในรายชื่อติดต่อ
เธอโทรไปแจ้งเลขห้องและปัญหา เจ้าหน้าที่นิติบุคคลเวรแจ้งว่า ช่างจะมาดำเนินการทันที
ไม่นาน กริ่งประตูก็ดัง ช่างจากนิติบุคคลสะพายกระเป๋าเครื่องมือมาถึงชั้นนี้
เมื่อเห็นจินนา ตาของช่างคนนั้นเป็นประกาย ท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาก
จินนาระแวดระวังอย่างมากขณะให้เขาเข้าห้อง
เธอเตรียมพร้อมตลอดเวลาหากเกิดเหตุผิดปกติ
ช่างคนนั้นตรวจสอบอย่างรวดเร็วแล้วบอก
“ไฟตัดนี่เอง”
พูดจบ เขาดันสวิตช์ขึ้น ห้องก็กลับมาสว่างทันที
ง่ายขนาดนี้เลย? จินนาไม่ยอมแสดงท่าทีไม่รู้เรื่อง
หลังส่งช่างกลับและปิดประตูเรียบร้อย เธออดรำพึงไม่ได้
“ชีวิตในแดนฝันช่างสะดวกจริงๆ…”
“เพียงแต่ค่าส่วนกลางไม่ถูกเลย…”
จินนารีบอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แล้วล้มตัวลงนอน หลับไปเหมือนคนทั่วไป แต่สายใยในจิตยังคงตึงเครียด ไม่ได้ผ่อนคลาย
ในความพร่าเลือน ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณได้ส่งสัญญาณเตือน
เธอตื่นขึ้นทันที พบว่าตัวเองลอยอยู่กลางอากาศเหนือหมู่บ้านในรูปของกายดารา
ที่นี่มีวิญญาณหลายดวงเร่ร่อนอยู่ ดูเหมือนเป็นผู้อยู่อาศัยของสวนเต๋อชวง พายุหลายชั้นแข็งตัวบนท้องฟ้า ปกคลุมบริเวณทั้งหมด ก่อตัวเป็นบาเรียกึ่งโปร่งใสโดยรอบ
ใกล้บาเรียมีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ นั่นคือโรแซนในชุดกระโปรงยาวสีเขียวอ่อน ผมย้อมสีน้ำตาล ตรงหน้าเธอ เงาร่างประหลาดปรากฏจากความมืดลึกทีละร่าง พุ่งเข้าใส่พายุที่แข็งตัวและบาเรียไม่หยุด พยายามจะเข้ามาใน ‘หมู่บ้าน’
ร่างเหล่านั้น บางร่างครึ่งคนครึ่งงู ท่อนบนเป็นหญิงงดงาม ท่อนล่างเป็นหางงูเหลือมหนาใหญ่มีเกล็ดลื่น บางร่างเหมือนมนุษย์ย่อส่วนฝังอยู่ระหว่างปีกนกฮูก มีกรงเล็บแหลม บางร่างเป็นหญิงสาวเปลือยกาย สยายผม อวดเรือนร่างอิ่มเอิบไร้ยางอาย…
เผชิญการบุกรุกของสิ่งมีชีวิตประหลาดพวกนี้ โรแซนหยิบพู่กันภาพสีน้ำมันขนาดใหญ่ วาดลวดลายบนบาเรียกึ่งโปร่งใสอย่างรวดเร็ว
เธอวาดดวงอาทิตย์ที่มีนกน้อยบินวนรอบๆ
ภาพวาดง่ายๆ นี้เพิ่งก่อตัว ดวงอาทิตย์ในภาพก็เปล่งแสงสีทองเจิดจ้า ทำให้เหล่าสัตว์ประหลาดต้องหลับตาพร้อมกัน
แทบจะในเวลาเดียวกัน เหล่านกน้อยลุกเป็นไฟสีทอง บินออกจากบาเรียกึ่งโปร่งใส พุ่งเข้าหาสัตว์ประหลาดต่างๆ
เห็นภาพนี้ นอกจากตกตะลึง จินนายังสงสัยอย่างแรงกล้า
สถานการณ์ไม่เป็นอย่างที่คาด
โรแซนกำลังต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตประหลาดพวกนั้น ไม่ให้เข้าสู่โลกวิญญาณของสวนเต๋อชวง ทำตัวเหมือนเป็นการ์เดี้ยน
แต่พลังที่เธอใช้ชัดเจนว่าเป็นของ ‘จิตรกร’ ซึ่งเป็นพรจากเทพมารแห่ง ‘ชุมนุมวาดฝัน’!
“โรแซนควรร่วมมือกับสัตว์ประหลาดพวกนั้น บุกโลกวิญญาณของหมู่บ้านสิ ทำไมกลับมาปกป้องบาเรียล่ะ?”
“และก่อนหน้านี้ ที่หมู่บ้านซินหง ทั้งเรา ลูเมี่ยน ฟรังก้า และอ็องโตนี ก็ไม่เคยพบสิ่งมีชีวิตประหลาดบุกรุกแบบนี้เลย…เป็นเพราะลูเมี่ยนติดต่อกับภาพในความฝันของมิสเตอร์ฟูล จนเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือว่าสวนเต๋อชวงมีความพิเศษในตัวเองกันแน่?” ขณะที่ยังสงสัย จินนาเห็นโรแซนปกป้องได้มั่นคงดี จึงระงับความคิดที่จะช่วย แกล้งทำเป็นเหมือนกายดาราของผู้อยู่อาศัยอื่นๆ ล่องลอยไปมาอย่างเลื่อนลอยในบาเรีย
จนกระทั่งถึงรุ่งเช้า
……………
หมู่บ้านซินหง ในห้องเช่า
ฟรังก้าที่ตื่นแต่เช้าเพราะเป็นห่วงจินนา เห็นลูเมี่ยนที่อยู่เวรกลางคืน ยกกรงเล็กจากตู้รองเท้ามาวางบนโต๊ะอาหาร ข้างในมีหนูสีเทาขาวตัวหนึ่งถูกขัง
การมีอยู่ของลุดวิกทำให้หนูและแมลงสาบหายไปจากห้องเช่านี้ เพื่อทดลองประสิทธิภาพของโอสถ เมื่อวานพวกลูเมี่ยนจึงเดินวนในหมู่บ้านก่อนฟ้ามืด จนจับหนูได้ตัวหนึ่ง
ฟรังก้านั่งลง เห็นลูเมี่ยนสวมถุงมือ จับหนูที่หดตัวด้วยความกลัวภายใต้สายตาของลุดวิกออกมา แล้วป้อนเครื่องดื่มผู้ไร้หลับให้มัน
หนูเพียงจิบไปหนึ่งอึก เครื่องดื่มที่เหลือก็ทะลักเข้าร่างกายมันดั่งน้ำท่วม ไม่สนว่ามันจะรับไหว
ทันใดนั้น หนูพองขึ้นฉับพลัน ขนสั้นสีเทาขาวตั้งชันเหมือนเม่นและกลายเป็นสีดำ
ใต้รักแร้และบริเวณอกท้องของมัน เนื้อเลือดเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับกำลังจะงอกขาใหม่
คลุ้มคลั่งแล้ว? ความคิดเดียวกันนี้ แล่นเข้าสมองลูเมี่ยนและฟรังก้าพร้อมกัน
ลุดวิกอ้าปากด้วยความตื่นเต้น แล้วงับหนูที่เปลี่ยนแปลงผิดปกตินั้นเข้าปากคำเดียว
กร๊วม กร๊วม กร๊วม! เขาหรี่ตาลงด้วยความพึงพอใจ
“กินแบบนี้จะไม่มีปัญหาหรือ?” ฟรังก้ามองลุดวิกด้วยความกังวล
อาหารนี้มีตะกอนพลังนะ!
ลุดวิกตอบงึมงำว่า
“ก็ไม่มี…ย่อยตะกอนพลัง…ตอนนี้…แค่…เก็บไว้…”
ลูเมี่ยนพยักหน้า หยิบขวดเครื่องดื่มผู้ไร้หลับที่เหลือแต่ขวดเปล่าขึ้นมาพูดว่า
“นี่คือโอสถจริงๆ”
ฟรังก้า ‘อืม’ ออกมาอย่างตื้นตันใจ
“ถ้าไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้ ก็คงลืมไปแล้วว่าที่นี่คือแดนฝัน…”
ชีวิตประจำวันมันช่างจริงเกินไป!
เงยหน้ามองท้องฟ้ายามเช้า ฟรังก้าชั่งใจถามลูเมี่ยน
“ช่วงเช้าคุณไปสัมภาษณ์งาน ช่วงบ่ายเราไปขึ้นเงินลอตเตอรี่ด้วยกันนะ?”
“พวกคุณไปขึ้นรางวัลกันตอนเช้าเลย” ลูเมี่ยนยิ้มพูดก่อนที่ฟรังก้าจะทันสงสัย “แต่ลอตเตอรี่เก็บไว้ที่ฉัน”
ฟรังก้าเข้าใจทันที
“คุณหมายความว่า โชคร้ายที่ทำให้ขึ้นรางวัลยาก หรือแนวโน้มของแดนฝันที่ต่อต้าน มันอยู่ที่ลอตเตอรี่ ไม่ใช่ตัวพวกเรา?”
“ก็ใช่ การต่อต้านจากราชันสวรรค์ ถ้าพุ่งเป้ามาที่พวกเราได้แม่นยำ ก็คงถูกเตะออกจากแดนฝันไปแล้ว”
“อา…ฉันกับอ็องโตนีจะไม่พกลอตเตอรี่ ไปที่ศูนย์ลอตเตอรี่เหมือนไปเที่ยว พอถึงขั้นตอนที่ต้องแสดงลอตเตอรี่ คุณค่อยส่งมันผ่านโลกในกระจกมาให้ แล้วรีบขึ้นรางวัลให้เสร็จก่อนที่เหตุการณ์ต่อต้านจะเกิดขึ้น?”
“ใช่ และนี่ยังเป็นการพิสูจน์ว่า แนวโน้มของแดนฝันที่พวกคุณคาดเดามีอยู่จริงหรือไม่ ถ้ามีจริง กฎการทำงานของมันเป็นอย่างไร” ลูเมี่ยนพยักหน้าเบาๆ
……………
หลังอาหารเช้า ลูเมี่ยนเปลี่ยนเป็นเชิ้ตขาวกับกางเกงดำ หยิบเรซูเม่และเอกสารที่พิมพ์เมื่อวาน พร้อมลอตเตอรี่ใบนั้น แล้วนั่งรถสาธารณะไปตึกเทคโนโลยีที่บริษัทอินทิสตั้งอยู่ ส่วนฟรังก้าขับรถพาอ็องโตนีและลุดวิกไปศูนย์ลอตเตอรี่
หน้าตึกเทคโนโลยี ลูเมี่ยนเงยหน้ามองตึก 16 ชั้นที่ค่อนข้างเก่านี้หนึ่งครั้ง ปะปนไปกับพนักงานออฟฟิศ แล้วเดินเข้าไปอย่างโจ่งแจ้ง
เขาเดินทางราบรื่นตลอดทาง ไม่เกิดเหตุรถเสีย อุบัติเหตุรถชน หรือเหตุไม่คาดฝันใดๆ เพราะพกลอตเตอรี่ จุดหมายของเขากับศูนย์ลอตเตอรี่อยู่คนละทิศทางกัน
ลูเมี่ยนไม่รีบขึ้นไปสัมภาษณ์ แต่เดินมายังป้ายแสดงข้อมูลชั้นต่างๆ แล้วสำรวจโครงสร้างบริษัทในตึก
ตึกนี้เป็นของกลุ่มบริษัทอินทิส ชั้น 1-5 จัดให้บริษัทในเครือบางส่วน ชั้น 6-9 ให้บริษัทอื่นเช่า ชั้น 10 ครึ่งหนึ่งเป็นของบริษัทใหญ่อินทิส อีกครึ่งให้ ‘บริษัทแสงเหนือ’ เช่า ชั้น 11-12 ก็ให้เช่า ชั้น 13-15 เป็นแผนกอื่นๆ ของบริษัทใหญ่อินทิส ชั้น 16 เป็นของเฉพาะท่านประธานฮวงเทา ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ในแดนฝันของจักรพรรดิโรซายล์
“จริงอย่างที่ฟรังก้าพูด ตึกนี้มีปัญหาชัดเจน…อินทิสน่าจะเรียกแผนกและบริษัทในเครือกลับมาครอบครองตึกได้ครบทั้ง 16 ชั้น ทำไมถึงยังให้เช่าบางชั้น? และแผนกบริหาร แผนกเทคนิคถึงกับแบ่งชั้นกับ ‘บริษัทแสงเหนือ’…พูดแบบฟรังก้าคือ ไม่ปกติ สิบส่วนมีความไม่ปกติถึงสิบสองส่วน…” ลูเมี่ยนครุ่นคิดจริงจัง
ตอนได้ข้อมูลตึกนี้ ฟรังก้าเพียงดูรอบเดียวก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
นี่ไม่เหมือนกับสถานการณ์ในความทรงจำเธอเท่าไร
ลูเมี่ยนใคร่ครวญสิบกว่าวินาที แล้วพึมพำกับตัวเองเงียบๆ
“นี่เป็นสัญลักษณ์อะไรหรือเปล่า?”
“ตึกนี้เป็นสัญลักษณ์แทนสาธารณรัฐอินทิส ชั้นที่ให้เช่าเป็นสัญลักษณ์แทนการแทรกซึมของลัทธินอกรีตและกลุ่มอิทธิพลต่างๆ? นี่เป็นความประทับใจของมิสเตอร์ฟูลที่มีต่อสาธารณรัฐอินทิสหรือ?”
ลูเมี่ยนไม่ได้หยุดนาน เขาละสายตา แล้วเดินเข้าไปในห้องลิฟต์
เขามองพื้นผิวโลหะที่สะท้อนเงาเป็นระยะ รอให้ฟรังก้าหรืออ็องโตนีโทรเข้ามือถือ
ขณะที่ตัวเลขแสดงชั้นที่ลิฟต์จอดค่อยๆ เปลี่ยน ข้างกายลูเมี่ยนก็มีคนเพิ่มขึ้นอีกคน
เป็นชายวัยกลางคน ย้อมผมสีน้ำตาลเข้ม หล่อและดูทันสมัยมาก
ท่านประธานฮวง? ลูเมี่ยนเหลือบมองเงาคนนั้น จำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
นั่นคือภาพลักษณ์ในแดนฝันของจักรพรรดิโรซายล์ ประธานกลุ่มบริษัทอินทิส ท่านประธานฮวงเทาที่มักไม่ใช้ลิฟต์ส่วนตัว แต่ชอบมาเบียดลิฟต์กับพนักงาน!
……………………………………………………..