ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 935 สัมภาษณ์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 935 สัมภาษณ์
ตอนที่ 935 สัมภาษณ์
ลูเมี่ยนไม่ได้ทักทายฮวงเทา เขามองตรงไปข้างหน้าจนลิฟต์เปิด
ช่วงเวลาเร่งด่วนผ่านไปแล้ว มีคนรอลิฟต์เพียงสี่ห้าคนที่ทยอยเดินเข้าไป
วันนี้ลูเมี่ยนหวังเพียงผ่านการสัมภาษณ์ ไม่ต้องการเรื่องวุ่นวาย ไม่คิดจะสังเกตท่านประธานฮวงหรือมีปฏิสัมพันธ์เพิ่มเติม เขาเลือกยืนให้ไกลจากฮวงเทาที่สุด เพียงพยักหน้าอย่างสุภาพเมื่อสบตากัน
ท่านประธานฮวงเป็นคนดังที่ทุกคนในตึกรู้จัก คนในลิฟต์ต่างทักทายเขา ลูเมี่ยนจึงไม่อาจเมินเฉยได้ทั้งหมด
ฮวงเทาล้วงมือในกระเป๋า สนทนาอย่างเป็นกันเองกับชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนเป็นผู้บริหารของกลุ่มบริษัทอินทิส ไม่มีท่าทีของเจ้านายใหญ่เลยแม้แต่น้อย
ระหว่างลิฟต์เคลื่อนขึ้น ทุกคนรวมทั้งลูเมี่ยนต่างแยกย้ายออกตามชั้นที่ต้องการ ส่วนฮวงเทาออกที่ชั้น 16
แท้จริงแล้ว ห้องทำงานประธานของเขาอยู่ใกล้แผนกธุรการชั้น 10 ส่วนชั้น 16 ถูกจัดเป็นคลับหรูสำหรับต้อนรับแขกสำคัญและเป็นที่พักผ่อนส่วนตัว
ที่นี่มีแม้กระทั่งสระว่ายน้ำในร่ม
เลขาฯ สาวสวยที่ยืนเฝ้าทางออกลิฟต์ส่วนตัวหันมา หัวเราะอย่างจนใจ
“ท่านประธานฮวงคะ ทำไมถึงแย่งใช้ลิฟต์กับพนักงานอีกแล้วล่ะ”
ปกติลิฟต์พนักงานทั้งสี่ตัวจะขึ้นมาชั้น 16 ไม่ได้ แต่ฮวงเทาสามารถใช้บัตร ลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้า เพื่อให้ลิฟต์ขึ้นมาได้
ฮวงเทาไม่พูดอะไร เพียงยิ้มมองเลขาฯ สาวที่ทั้งสวยและดูมีวุฒิภาวะ สายตาของเขากวาดผ่านทุกรายละเอียดบนใบหน้าเธอ
เลขาฯ สาวรู้สึกใจสั่น เสียงเบาลง
“ท่านประธานคะ ดิฉันแต่งหน้าไม่ดีหรือคะ”
ฮวงเทายิ้ม
“สิ่งสวยงามย่อมคู่ควรแก่การชื่นชม”
โดยไม่รอให้เลขาฯ สาวตอบ เขาเดินตรงไปยังสระว่ายน้ำ พึมพำกับตัวเอง
……………
ในลานจอดรถติดกับศูนย์สลากกินแบ่ง
ฟรังก้าที่มาช้าห้านาทีเพราะรถติด หันไปบอกอ็องโตนี
“ยังไม่มีอะไรผิดปกติ”
เธอไม่ได้พูดว่า ‘ครั้งนี้ราบรื่นจริง’ หรือ ‘วันนี้น่าจะขึ้นเงินรางวัลได้สำเร็จ’ ออกมา
รอให้เงินเข้าบัญชีก่อนค่อยดีใจก็ไม่สาย!
อ็องโตนีได้ฟังขั้นตอนการขึ้นเงินรางวัลจากฟรังก้าซ้ำๆ เจ็ดแปดรอบแล้ว เขาพยักหน้า เปิดประตูลงจากรถ เดินไปยังศูนย์สลากกินแบ่ง
ฟรังก้ารู้สึกไม่สบายใจ โยนลูกอมให้ลุดวิก
“นายรออยู่ในรถ อย่าไปไหนทั้งนั้น”
“อื้อ!” ลุดวิกกัดลูกอมทันที แทะกระดาษห่อออกก่อน แล้วกลืนลงท้อง
ฟรังก้าปล่อยให้รถยังสตาร์ทเครื่องไว้ เพื่อให้แอร์ทำงานต่อ
เธอลงจากรถ พึมพำ
“นี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี คุณพ่อคุณแม่อย่าเอาเป็นแบบอย่าง อย่าทิ้งเด็กไว้ในรถคนเดียว ดึงกุญแจออกก็อันตราย ไม่ดึงก็ยิ่งอันตราย…”
แต่การทิ้งลุดวิกไว้ในรถ สิ่งที่ตกอยู่ในอันตรายไม่ใช่เด็ก แต่เป็นรถและคนเดินถนนโดยรอบ
ฟรังก้าอาศัยเงาจากแสงแดดยามเช้า แทรกตัวเข้าศูนย์สลากกินแบ่ง แล้วหลบอยู่หลังสิ่งกำบังไม่ไกลจากอ็องโตนี
เธอเงี่ยหูฟังการสนทนาระหว่างอ็องโตนีกับเจ้าหน้าที่ ถือโทรศัพท์พร้อมโทรไปแก้ไขคำพูดของอีกฝ่ายได้ทันที
เจ้าหน้าที่บอกกับอ็องโตนีว่า
“รางวัลที่หนึ่งยังขึ้นเงินไม่ได้ตอนนี้ รางวัลอื่นขึ้นได้”
จริงหรือ? วิธีแยกสลากจากคนถือได้ผลจริงๆ…หรือว่าความจริงแล้วแดนฝันมุ่งเป้าเฉพาะคนถูกรางวัลที่หนึ่งกันแน่? ฟรังก้าที่ซ่อนตัวอยู่รู้สึกตื่นเต้นดีใจยิ่งนัก
หลังพูดคุยอีกไม่กี่ประโยค เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูสลาก อ็องโตนีแกล้งมีธุระ หยิบโทรศัพท์โทรหาลูเมี่ยน
ชั้น 10 ของตึกเทคโนโลยี สำนักงานใหญ่กลุ่มบริษัทอินทิส นอกห้องประชุม ‘ซีโลเน’
ลูเมี่ยนนั่งบนเก้าอี้พร้อมผู้สมัครงานอีกสามคน รอการสัมภาษณ์
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาดังขึ้น
เมื่อเห็นผู้โทรคือ ‘อันเรย์’ เขากดปฏิเสธสาย แล้วสอดมือขวาเข้ากระเป๋ากางเกง
ในนั้นมีกระจกขนาดครึ่งฝ่ามือและสลากที่ถูกรางวัลที่สอง
ลูเมี่ยนใช้ใยแมงมุมหลายชั้นห่อหุ้มสลาก จากนั้นเคลือบน้ำแข็งทับด้านนอก แล้วจุดไฟ ‘เพลิงทมิฬ’ บนผิวของน้ำแข็ง
หลังเตรียมการเสร็จ เขากดสลากลงบนกระจก
สลากตกลงสู่อุโมงค์มืดมิด พุ่งตรงไปยังกระจกอีกบานที่สัมพันธ์กัน
ระหว่างทาง เปลวไฟดำที่ลุกไหม้เงียบๆ ได้ส่องสว่างส่วนลึกของโลกในกระจกเล็กน้อย ราวกับเตือนสิ่งไม่รู้ทั้งหมดที่กล้าคิดจะแตะต้องสลาก
เมื่อสลากมาถึงกระจกของอ็องโตนี ‘เพลิงทมิฬ’ ดับลงแล้ว เผาละลายน้ำแข็งและทำให้ใยแมงมุมขาด
สลากที่สมบูรณ์มุดออกจากกระจก พอดีกับที่มือของอ็องโตนียื่นเข้ามากดไว้
อ็องโตนีหยิบสลากออกมา ส่งให้เจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่รับไป มือหดเล็กน้อยพลางพึมพำ
“เก็บไว้ในตู้เย็นตลอดเลยหรือ?”
……………
ชั้น 10 ของตึกเทคโนโลยี นอกห้องประชุม ‘ซีโลเน’
ลูเมี่ยนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ดูเหมือนสิ่งที่รบกวนการขึ้นเงินรางวัลคือ แดนฝันที่มาจากราชันสวรรค์จริงๆ ถ้าเป็นมิสเตอร์ฟูลที่เห็นว่ามีปัญหาและต้องการขัดขวางฟรังก้า ด้วยเหรียญทองนำโชคที่ระบุตำแหน่งได้ เขาคงไม่ถูกหลบเลี่ยงได้ง่ายขนาดนี้…
ผ่านไปสักพัก โทรศัพท์ลูเมี่ยนสั่นหลายครั้ง
เขาหยิบขึ้นมาดู เพื่อนชื่อ ‘ดาบซ่อนแขนแท้’ ในวีแชตส่งข้อความติดกันหลายบรรทัด
“ขึ้นเงินรางวัลสำเร็จแล้ว!”
“บ้านเรามีเงินแล้ว!”
“แต่รางวัลที่หนึ่งยังเบิกไม่ได้”
“รางวัลที่หนึ่งยังเบิกไม่ได้…” ลูเมี่ยนสงสัยทันที “คนถูกรางวัลที่หนึ่งเป็นพวกเรา หรือศัตรู? การขัดขวางจากแดนฝันมาจากราชันสวรรค์ หรือมิสเตอร์ฟูล?”
สิ่งที่เขาเคยคาดเดาไว้กลับไม่มั่นใจขึ้นมา
เพราะผู้ขัดขวางฟรังก้าไม่ให้เบิกเงินอาจเป็นมิสเตอร์ฟูล แต่จุดประสงค์คือ ส่งผลต่อคนถูกรางวัลที่หนึ่ง พวกเขาเป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบ วันนี้ไม่ว่าสลากกับผู้รับเงินจะแยกกันหรือไม่ ก็จะสำเร็จอยู่ดี
ลูเมี่ยนกำลังครุ่นคิด หางตาเห็นโจวหมิงรุ่ยเดินผ่านมาแต่ไกล แต่เขาไม่ได้สนใจการสัมภาษณ์ทางนี้ กำลังคุยอะไรบางอย่างกับโรแซน
“คนต่อไป หลี่หมิง” ผู้สัมภาษณ์เรียกให้ลูเมี่ยนเข้าห้องประชุม
ลูเมี่ยนเข้าไปอย่างสงบ ทักทายผู้สัมภาษณ์สองคนชายหญิงอย่างสุภาพ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่จัดไว้
หลังถามคำถามทั่วไปหลายข้อ ผู้สัมภาษณ์หญิงอายุราวสามสิบมองสำรวจลูเมี่ยน
“ทำไมคุณถึงออกจากโรงเรียนมัธยมกลางคัน?”
“รักในวัยเรียน” ลูเมี่ยนตอบอย่างไม่อายแม้แต่น้อย
“รักในวัยเรียนไม่น่าถึงขั้นต้องออกจากโรงเรียนนี่?” ผู้สัมภาษณ์ชายที่เคยมีรักในวัยเรียนเหมือนกันถามอย่างสงสัย
“มีลูก” ลูเมี่ยนเสริมอย่างสงบ
ผู้สัมภาษณ์ทั้งสองคนพูดไม่ออก ต่างก้มหน้า เตรียมใช้ปากกาเขียนบันทึกเรื่องนี้ เพื่อใช้ประเมินต่อไป
ดวงตาของลูเมี่ยนพลันเปลี่ยนเป็นสีเงินดำ
เขายื่นมือทั้งสองออกอย่างซ่อนเร้น สัมผัสและขยายสายธารแห่งโชคชะตาที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง
ผู้สัมภาษณ์ทั้งสองจึงเขียนข้อความที่แทบไม่ต่างกัน
“รูปลักษณ์ดี สูงเกินมาตรฐาน หนุ่มแน่น แต่งงานมีลูกเร็ว ต้องเลี้ยงดูครอบครัว ให้ความสำคัญกับเงินมาก…”
เขียนเสร็จ ผู้สัมภาษณ์หญิงถามต่อ
“ลูกของคุณอายุเท่าไร?”
“เจ็ดขวบ” ลูเมี่ยนตอบตามจริง
“เจ็ดขวบ? คุณดูเหมือนเพิ่งอายุ 22 ปีนะ?” ผู้สัมภาษณ์ชายหลุดปากด้วยความตกใจ “คุณไม่ได้บอกว่าเพิ่งมีรักในวัยเรียนตอนมัธยมปลายหรือ?”
“ผมแค่บอกว่าเพราะรักในวัยเรียน ผมเลยออกจากโรงเรียนมัธยมปลายกลางคัน ไม่ได้บอกว่าเพิ่งมีรักตอนมัธยมปลาย” ลูเมี่ยนอธิบายจริงจัง “ผมมีลูกตั้งแต่มัธยมต้นปีสาม พอขึ้นมัธยมปลายปีสอง พ่อแม่เสียทั้งคู่ ต้องเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงแฟน เลี้ยงลูกเอง ก็เลยต้องออก”
ผู้สัมภาษณ์ทั้งสองมองหน้ากัน ไม่รู้จะประเมินเรื่องนี้อย่างไร
ผ่านไปสิบกว่าวินาที ผู้สัมภาษณ์ชายถาม
“คุณเคยเรียนกังฟูไหม?”
“ต้องแสดงให้ดูไหม?” ลูเมี่ยนถามจริงใจ
ขณะถาม บุคลิกของเขาดูคมกริบขึ้นเล็กน้อย
“ไม่ต้องหรอก ผมรู้สึกได้” ผู้สัมภาษณ์ชายรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูเป็นคนต่อสู้เก่ง
หลังถามเรื่องเงินเดือนที่คาดหวังแล้ว ผู้สัมภาษณ์หญิงบอกลูเมี่ยน
“คุณกลับไปรอฟังข่าวได้ ถ้าวันนี้พรุ่งนี้ไม่ได้รับโทรศัพท์ ก็แสดงว่าไม่ผ่าน”
เธอพูดตรงไปตรงมา เพราะชายหนุ่มคนนี้ดูน่าเข้าใกล้ แม้จะออกจากมัธยมกลางคัน มีรักมีลูกเร็ว แต่มีมารยาทดี ทั้งยังหน้าตาคิ้วเข้มตาโต
ลูเมี่ยนที่ใช้ ‘เสน่ห์’ เล็กน้อยลุกขึ้น กล่าวลาอย่างสุภาพ
……………
“ลาลาลา ลาลาลา ฉันคือเด็กขายหนังสือพิมพ์ผู้คร่ำหวอด…”
ฟรังก้าขับรถไปด้วย ฮัมเพลงเด็กไปด้วยอย่างอารมณ์ดี
เธอได้รับเงินรางวัลหนึ่งแสนห้าหมื่นหกพันกว่าหยวนแล้ว และแต่ละรายการไม่เกินหนึ่งหมื่น จึงไม่ต้องเสียภาษี
ตอนนี้ ทีมไม่มีปัญหาการเงินชั่วคราว ต่อไปนอกจากติดต่อและหยั่งเชิงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ก็คือหาเงินให้มากขึ้น ไปเช่าของ 1-2 ชิ้นจากร้านชำซิงเมิ่ง
แต่เดี๋ยวนะ ความคิดที่จะซื้อสลากแบบเดียวกัน คงต้องเลื่อนไปสักระยะ การต่อสู้ที่ซ่อนอยู่ในเรื่องถูกรางวัลและขึ้นเงิน ดูเหมือนจะดุเดือดมาก!
แน่นอน สลากขูดยังซื้อต่อได้ แค่ต้องเปลี่ยนร้านบ่อยๆ
ขณะกำลังฝันถึงอนาคต มือถือฟรังก้าก็ดังขึ้นทันที
เธอที่สวมหูฟังอยู่เลือกรับสาย
คนโทรมาคือฝ่ายบุคคลบริษัทอินทิส ให้ฟรังก้าไปสัมภาษณ์ช่วงเช้าพรุ่งนี้
ฮ่าๆ คนลงตัวแล้ว อะไรๆ ก็ลงตัวไปหมด! ฟรังก้าพูดกับตัวเองอย่างดีใจออกนอกหน้า
หลังจากนี้เธอต้องใช้ ‘คำลวง’ และเทคนิคแต่งหน้า ทำตัวให้ดูไม่สวยพอประมาณ เพื่อไม่ให้ประธานฮวงจับตา จนต้องลาออก จนภารกิจติดต่อโจวหมิงรุ่ยล้มเหลว
การทำตัวให้ดูไม่สวยไม่ได้หมายถึงทำให้น่าเกลียด แค่ลดความสวยลงระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้น หากวันใดประธานฮวงที่ชอบดูหน้าตามาเดินแถวแผนกบริหาร แล้วเห็นว่าพนักงานคนนี้ไม่สวย ไล่ออกทันที จะทำอย่างไร?
……………
สวนเต๋อชวง ตึก 5 ชั้น 23
จินนาที่ไม่พบเหตุการณ์ผิดปกติทั้งวัน พิงอยู่ข้างหน้าต่าง มองดูโรแซนที่สวมเสื้อเชิ้ตสุภาพสตรี กระโปรงทรงเอพร้อมถุงน่องและรองเท้าส้นสูง เดินกลับมายังที่พัก เปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสบาย ถือกระเป๋าถือสีขาว แล้วออกจากตึกไปอีกครั้ง
……………………………………………………..