ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 936 จุดขัดแย้ง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 936 จุดขัดแย้ง
ตอนที่ 936 จุดขัดแย้ง
จินนาไม่ได้ติดตามโรแซน เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะเรียกรถผ่านแอป ทั้งการแฝงตัวในเงามืดหรือล่องหนก็ไม่อาจช่วยให้วิ่งไล่ตามรถได้นาน เว้นแต่เป้าหมายจะเจอรถติดหลายครั้ง พวก ‘นางมาร’ เก่งเรื่องใช้พลังแบบฉับพลัน แต่อ่อนเรื่องความต่อเนื่อง
ส่วนทางเลือกที่จะเรียกรถสักคันให้ขับตามไป ไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีแท็กซี่ผ่านมาพอดี หรือรถที่เรียกจะมาถึงในหนึ่งนาที ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ จะหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผลสำหรับไล่ตามได้อย่างไร
จินนาเชื่อว่าหากฟรังก้าอยู่ที่นี่ด้วย อาศัยความรู้และความคุ้นเคยกับแดนฝัน เธอคงหาเหตุผลที่ทำให้คนอื่นเชื่อได้ง่าย แต่ตัวเธอยังทำไม่ได้ อาจพูดผิดไปคำเดียวก็ทำให้คนขับแจ้งตำรวจทันที
แน่นอนว่าปัญหานี้แก้ได้ด้วยการใช้ ‘เสน่ห์’ แต่หลังจากที่เธอลงจากรถ ผลของ ‘เสน่ห์’ ก็จะค่อยๆ จางหาย คนขับเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ ย่อมรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องและอาจแจ้งตำรวจ จินนาไม่อาจใช้ ‘เสน่ห์’ ซ้ำๆ เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายหลงรักเธอไปนาน
เธอออกจากหน้าต่าง ต้มบะหมี่หนึ่งชาม กินอย่างเอร็ดอร่อยจนน้ำซุปก็ดื่มหมดไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
เมื่อฟ้ามืด ค่ำคืนมาเยือน เธอหยิบ ‘ยันต์กระจกน้ำแข็ง’ ที่ลูเมี่ยนทำไว้ขึ้นมากำในอุ้งมือ
พร้อมกับการเปล่งคำว่า ‘กระจก’ ในภาษาเฮอร์มิสโบราณ เครื่องรางที่แกะสลักจากน้ำแข็งก็เรืองแสงสลัว
จินนานำมือแตะลงบนกระจกที่วางบนโต๊ะกาแฟ ร่างของเธอเลือนรางทันที พร้อมกับดำดิ่งเข้าไปในกระจก
หญิงสาวอาศัยพลัง ‘รับรู้กระจกโดยรอบ’ จาก ‘ยันต์กระจกน้ำแข็ง’ ค้นหาวัตถุประเภทกระจกในบ้านโรแซน แล้วเดินทางผ่านอุโมงค์มืดสลัวไปยังที่นั่น
เธอต้องการใช้ช่วงที่โรแซนออกไป ค้นบ้านอีกฝ่ายผ่านทางกระจก เพื่อดูว่าจะพบอะไรบ้าง
เหตุที่เธอไม่ทำในช่วงกลางวันที่โรแซนไปทำงาน เพราะการสืบเสาะต้องค่อยเป็นค่อยไป เธอต้องแน่ใจก่อนว่าการติดต่อกับโรแซนเมื่อเย็นวาน จะนำมาซึ่งการจับจ้องจากราชันสวรรค์หรือไม่ หรือจะเรียกความสนใจจากฝ่ายตรงข้ามหรือเปล่า
หลังรอหนึ่งวันหนึ่งคืน ตอนนี้เธอมั่นใจเบื้องต้นแล้วว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงสามารถติดต่อและสืบเสาะได้ลึกซึ้งกว่าเดิม
จินนาไม่ได้ออกจากพื้นที่มืดเลือนรางหลังกระจก แต่มองผ่านกระจกที่แข็งและเย็นเฉียบ สำรวจสภาพในบ้านของโรแซน
บ้านหลังนี้เป็นแบบหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น รูปแบบเหมือนห้องที่เธอเช่า และตำแหน่งที่เธออยู่คือหน้าต่างกระจกห้องนั่งเล่น โดยกำลังจมอยู่ในความมืดยามราตรี
เธอเห็นกระดานวาดรูป ผ้าใบ กระดาษ จานสี หลอดสี พู่กันหลายชนิด และมีดปาดสีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป บนผนังแขวนภาพมากมาย ทั้งภาพสีน้ำมันเข้มข้นจัดจ้าน ภาพสเก็ตช์ดินสอ และภาพทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำสไตล์จีนขาวดำ
สายตาของจินนาหยุดชะงักทันทีที่ภาพสีน้ำมันภาพหนึ่ง
ภาพนั้นวาดเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดครึ่งคนครึ่งงู ท่อนบนเป็นสตรีงดงาม ท่อนล่างเป็นงูใหญ่ที่มีเกล็ดเหมือนจริง
“สัตว์ประหลาดที่เห็นเมื่อคืน…” จินนารู้สึกใจกระตุก เธอค่อยๆ แยกแยะภาพวาดอื่นๆ ที่บรรยายสิ่งมีชีวิตประหลาด ซึ่งล้วนเป็นผู้บุกรุกที่เธอเห็นเมื่อคืนตอนที่กายดาราออกเที่ยว ในพื้นที่ ‘โลกวิญญาณ’ ที่ถักทอจากจิตวิญญาณ
เกือบจะในเวลาเดียวกัน เธอพบว่าภาพเหล่านี้มีองค์ประกอบร่วมกันอย่างหนึ่ง
สิ่งมีชีวิตประหลาดทั้งหมด ถูกขังอยู่ในกรงที่ทำจากซี่เหล็ก
นี่หมายถึงอะไร? เป็นสัญลักษณ์ว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้ ถูกกีดกันออกไปจากโลก? คล้ายกับฉากที่เราเห็นเมื่อคืนตอนกายดาราออกเที่ยว…กรงขังแบบซี่เหล็กเป็นฝีมือวาดของโรแซน ส่วนสัตว์ประหลาดมาจากมือคนอื่น? หรือโรแซนวาดสัตว์ประหลาดพวกนี้แล้วขังพวกมันไว้? จินนากำลังครุ่นคิดอย่างจริงจัง สายตาตกไปที่ภาพสเก็ตช์ภาพหนึ่ง
นั่นคือภาพวาดตัวเองของโรแซน ใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตามีชีวิตชีวา มีเสน่ห์มาก
ด้วยเหตุผลบางประการ จินนารู้สึกว่าโรแซนในภาพวาดตัวเอง กำลังจ้องมองห้องนั่งเล่นอันมืดมิดอย่างตั้งใจ
นี่ทำให้เธอล้มเลิกความคิดที่จะออกจากหน้าต่างกระจก เพื่อเข้าไปในห้องจริงๆ
ขณะที่จินนากำลังสังเกตอยู่ ล็อกลายนิ้วมือที่ประตูส่งเสียงดัง โรแซนที่ถือกระเป๋าสีขาวกลับมาบ้านแล้ว
หลังวางกระเป๋าบนโต๊ะอาหาร โรแซนเดินฝีเท้าเบาไปที่ภาพสเก็ตช์ตัวเอง มองดูสองสามวินาที
จากนั้น เธอหยิบพู่กันขึ้นมา จุ่มสีเงินเล็กน้อย แล้วเดินไปทางหน้าต่างห้องนั่งเล่น
จินนาถอยหลังไปก่อนประตูบ้านจะเปิด ทำให้กระจกที่สะท้อนความมืด กลับคืนสู่สภาพปกติ
โรแซนเพ่งมองกระจกหน้าต่างครู่หนึ่ง ยกพู่กันขึ้น แล้ววาดบานประตูง่ายๆ บนผิวกระจก
จินนาที่อยู่หลังกระจกเห็นพื้นผิวกระจกแข็งเรืองแสงสีเงิน กลายเป็นประตูประหลาดที่เชื่อมระหว่างโลกจริงกับโลกในกระจก
เธอรีบทิ้ง ‘เพลิงทมิฬ’ ของ ‘นางมาร’ ไว้สองสามกลุ่ม แผดเผาร่องรอยที่เหลือ แล้วเดินทางผ่านอุโมงค์มืดสลัวกลับห้องเช่า ปีนออกจากกระจก
ในตำแหน่งซ่อนตัวเดิมของจินนา ประตูสีเงินที่ดูไม่สมจริงถูกผลักเปิด โรแซนเดินเข้ามาในมิติหลังกระจก
เด็กสาวในชุดกระโปรงยาวสบายๆ สีหน้าหม่นหมอง มองไปรอบๆ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใด
โรแซนมองอุโมงค์กระจกที่ทอดยาวเหมือนใยแมงมุม นึกไม่ออกว่าจะวาดสิ่งใดเพื่อใช้ประโยชน์จากมัน
ผ่านไปสองสามนาที เธอถอยออกจากหลังกระจก ลบประตูสีเงินที่วาดบนผิวกระจกออก
…………
ตึกชั้น 23 ห้องเลขที่ 3
จินนานั่งบนโซฟา พูดกับตัวเองเงียบๆ
“โรแซนเป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘จิตรกร’ จริงๆ…องค์ที่ ‘ชุมนุมวาดฝัน’ บูชาก็แทรกซึมพลังเข้ามาด้วยหรือ?”
“พระองค์อยู่ที่โรงพยาบาลมู่ซู หรือมีฐานที่มั่นเอง?”
“พระองค์มอบพลังให้โรแซนเพื่อควบคุมเพื่อนร่วมงานของโจวหมิงรุ่ย และเข้าถึงภาพในแดนฝันของมิสเตอร์ฟูลหรือ?”
พอคิดถึงตรงนี้ โทรศัพท์ที่จินนาวางบนโต๊ะกาแฟก็สั่นครืดๆ
จินนาหยิบดู เป็นข้อความและรูปที่โรแซนส่งมา
เด็กสาวที่ใช้ชื่อวีแชต ‘ทุกวันอยากไปพักผ่อน’ ส่งข้อความพร้อมอีโมจิยิ้ม
“นี่ผลงานฉัน ลองดูสิ”
รูปนั้นคือภาพสเก็ตช์เหมือนตัวเอง ซึ่งจินนาเคยเห็นในบ้านโรแซนก่อนหน้า
จินนาเปิดรูปดู ทันใดนั้นก็รู้สึกหลอนว่า โรแซนมีชีวิตขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์
หัวใจหญิงสาวกระตุกวูบ รีบวางโทรศัพท์บนโต๊ะกาแฟโดยไม่ล็อกหน้าจอ
จากนั้น เธอลุกขึ้น เดินไปห้องน้ำ ปิดประตู
พอจินนานั่งลงบนโถส้วม เธอก็มองกระจกล้างหน้าทันที
หญิงสาวใช้กระจกวิเศษของ ‘นางมาร’ กับกระจกบนโต๊ะกาแฟ แอบดูโทรศัพท์ตัวเอง
ไม่กี่วินาทีต่อมา จินนาเห็นภาพสเก็ตช์บนหน้าจอมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย โรแซนที่ถูกวาดด้วยเส้นดินสอลองยื่นมือออกมานอกหน้าจอแล้วดึงกลับ
นึกแล้วเชียว…จินนากดชักโครก ล้างมือในเสียงน้ำซ่า แล้วออกจากห้องน้ำ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้ง ปิดรูปภาพ ตอบข้อความให้โรแซนด้วยเสียงแปลงเป็นข้อความ
“วาดได้เหมือนมากเลยล่ะ!”
เมื่อคืนเธอไม่ได้เปิดดูโมเมนต์ของโรแซน เพราะตั้งค่าเป็น ‘แชตเท่านั้น’
“อยากให้ฉันวาดภาพสเก็ตช์ให้คุณไหม?” โรแซนตอบกลับคำชมอย่างรวดเร็ว
ฉันไม่กล้าให้พวก ‘จิตรกร’ วาดหรอก…จินนาพึมพำเงียบงัน แล้วตอบด้วยเสียงแปลงเป็นข้อความ
“ไม่ต้อง…ไม่ต้องหรอก”
เธอรีบเปลี่ยนหัวข้อทันที
“พูดไปคุณอาจไม่เชื่อ เมื่อคืนฉันฝันแปลกมาก ในฝันมีคุณด้วย”
“คุณเหมือนกำลังปกป้องหมู่บ้าน ต่อสู้กับฝูงสัตว์ประหลาด ส่วนพวกเราช่วยอะไรไม่ได้เลย”
หากเป็นผู้ชายพูดแบบนี้กับเธอ จินนาคงคิดว่าถูกจีบแน่ๆ และรู้สึกว่าความสัมพันธ์ยังตื้นเกินไปสำหรับคำพูดกำกวมเช่นนี้ แต่ตอนนี้ เธอแค่อาศัยความเป็นผู้หญิงเหมือนกัน จึงกล้าหยั่งเชิงถามไป
“ฉันสร้างความประทับใจให้คุณลึกซึ้งขนาดนั้นเชียว?” โรแซนส่งอีโมจิ ‘ภูมิใจ’ มา
ผ่านไปสองสามวินาที เธอส่งข้อความที่สอง
“ความฝันของคุณมหัศจรรย์มาก ฉันดีใจที่ในฝันของคุณ ฉันได้สวมบทบาทแบบนั้น ทางนี้ดีใจมากๆ เลยละ”
จินนากำลังจะตอบกลับ โรแซนก็ส่งข้อความที่สามมา
“เพราะพ่อของฉันเป็นผู้พิทักษ์ตัวจริง เพื่อนร่วมงานของเขาก็เหมือนกัน”
จินนานึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของโรแซนทันที
ในความเป็นจริง พ่อของโรแซนเป็น ‘เหยี่ยวราตรี’ ของศาสนจักรเทพธิดารัตติกาล เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในคดีศาสตร์เร้นลับ ส่วนเพื่อนร่วมงานของพ่อเขา มีทั้งสารวัตรเติ้งที่เป็นหัวหน้าทีม ‘เหยี่ยวราตรี’ ชื่อเติ้งเอิน, คุณนายดาลีย์คู่หมั้นของสารวัตรเติ้ง, ลุงนีลล์จากตำรวจสากล และคนอื่นๆ พวกเขาล้วนเสียชีวิตจากหายนะของพลังวิเศษ แต่ก็ได้ปกป้องเมืองที่รับผิดชอบไว้
“หนึ่งในร่างอวตารของมิสเตอร์ฟูลคือไคลน์·โมเร็ตติ สมาชิกทีม ‘เหยี่ยวราตรี’ ในสมัยนั้น…ตอนที่มิสเตอร์ฟูลถักทอภาพในแดนฝันด้วยจิตใต้สำนึก จึงเพิ่มภูมิหลังแบบนี้ให้โรแซน ทำให้เธอเคารพและฝักใฝ่การปกป้องสินะ?”
“แม้ตอนนี้โรแซนจะถูกเทพมารจาก ‘ชุมนุมวาดฝัน’ มีอิทธิพลแล้ว ได้รับพรอันเหนือจริง แต่ความยึดมั่นในการปกป้องจากส่วนลึกของหัวใจ ยังไม่ถูกมลทินลบไปหมด? นี่คือสาเหตุของพฤติกรรมขัดแย้งหลายอย่างของเธอในปัจจุบัน?”
“ในขณะที่วาดสิ่งมีชีวิตประหลาด อยากให้มันเป็นจริง แต่กลับสร้างกรงขังให้ผู้บุกรุกเหล่านี้…ขณะสร้างสัตว์ประหลาดไม่หยุด แต่กลับยืนเฝ้าที่บาเรีย ไม่ให้พวกมันเข้ามา…”
“กำลังจะบอกว่า จิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลที่ฉายให้โรแซน กำลังต่อต้านมลทินของเทพมารจาก ‘ชุมนุมวาดฝัน’ ได้ไหม?”
“ถ้าเป็นแบบนั้น ในความหมายบางอย่าง นี่ก็คือการต่อสู้ระหว่างเศษเสี้ยวจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลกับเทพมารจาก ‘ชุมนุมวาดฝัน’…” จินนาเข้าใจกระจ่างขึ้น พลางคิดว่าจะตอบโรแซนอย่างไรดี
ผ่านไปกว่าสิบวินาที เธอพูดผ่านการแปลงเสียงเป็นข้อความ
“คุณเคยวาดภาพธีมเกี่ยวกับการปกป้องไหม?”
ยี่สิบสามสิบนาทีต่อมาโรแซนจึงตอบกลับ
“ยังไม่เคย”
“ล้มเหลว”
ในเมื่อยังไม่เคย แล้วทำไมจะล้มเหลวล่ะ? คำตอบช่างขัดแย้งกันเหลือเกิน…ม่านตาของจินนาค้างนิ่งกะทันหัน
……………………………………………………..