ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 939 ‘ไวรัส’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 939 ‘ไวรัส’
ตอนที่ 939 ‘ไวรัส’
จินนาละจากหน้าต่าง กลับมานั่งโซฟา เก็บเรื่องโรแซนไว้ในส่วนลึกของความคิด
วันนี้ หากการสัมภาษณ์ราบรื่น ลูเมี่ยนหรือฟรังก้าจะย้ายมาอยู่กับเธอ ทีมจะทำงานเป็นคู่ ลุดวิกเป็นเพียงส่วนเสริมชั่วคราว
จินนาบางครั้งหวังให้เป็นลูเมี่ยน บางครั้งภาวนาให้เป็นฟรังก้า ในเมืองแห่งความฝันนี้ เธออยากอยู่กับฟรังก้ามากขึ้น ให้กำลังใจ ดูแล แสดงว่าเธอสำคัญ ให้ฟรังก้ารู้สึกว่าเป็นที่ต้องการ ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
ในเรื่องนี้ แม้จินนาไม่เคยคุยกับลูเมี่ยนตรงๆ แต่เธอรู้สึกว่าทั้งคู่มีความเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด พฤติกรรมประจำวันหลายอย่างคล้ายกันมาก
ท่ามกลางความคิดสับสน จินนาอดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้
“ความจริงแล้ว ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ให้ลูเมี่ยนกับฟรังก้าอยู่ที่นี่ด้วยกัน”
แบบนี้ฟรังก้าจะรู้สึกเป็นที่ต้องการ ลูเมี่ยนก็ได้ทำอะไรมากขึ้น ส่วนเธอเองก็คงอดไม่ได้เหมือนสองวันนี้ ที่จะสงสัยว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน ทำอะไรด้วยกัน มีความสนิทสนมหรือไม่ และมีพัฒนาการทางความรู้สึกอย่างไรบ้าง
สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด ไม่สบายใจ และทำให้โอสถ ‘ทุกข์ระทม’ ของเธอถูกย่อยไปอีกนิด
ในแง่การทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด เพราะมีลุดวิกอยู่ จินนาย่อยโอสถได้รวดเร็ว อีกไม่นานก็จะเสร็จสมบูรณ์ แต่ในด้านความเจ็บปวดของตัวเอง เธอยังมีหนทางอีกไกลที่ต้องเดิน
เธอพึมพำกับตัวเอง
“จินตนาการและความหวาดระแวงทำให้เจ็บปวด และกัดกร่อนจิตใจมากกว่าความเป็นจริง”
นี่คือกฎการสวมบทบาทที่เธอสรุปไว้ ซึ่งละเอียดกว่า ‘ทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด’ และ ‘ทำให้ตัวเองเจ็บปวด’ หากเธอเป็น ‘นางมาร’ ชั่วร้าย ก็อาจเลือกเป้าหมาย แสดงตัวปกติกับเขา แต่ในรายละเอียดกลับทำให้ภรรยาหรือแฟนสาวของเขาเกิดความหวาดระแวง ไม่สบายใจ ‘งอแงไร้เหตุผล’ จนทั้งคู่ตกลงสู่นรกแห่งความเจ็บปวด
แน่นอน เธอก็หวังให้ความสัมพันธ์ระหว่างลูเมี่ยนกับฟรังก้าดีขึ้น หวังว่าพวกเขาจะไถ่บาปให้กันได้บ้าง
เธอยินดีให้เป็นเช่นนั้น แค่ไม่อยากให้ขาดเธอไป
จินนารวบรวมความคิด ปลดล็อกโทรศัพท์ เข้าไปที่แกลเลอรีรูปภาพ
เธอมองภาพสเก็ตช์ที่โรแซนส่งมาเมื่อวาน คลิกขยาย แล้วกดปุ่ม ‘ลบ’
เธอคิดว่าการเก็บภาพวาดของ ‘จิตรกร’ ไว้ในโทรศัพท์เป็นความเสี่ยงอย่างมาก
เมื่อวานเธอไม่ลบเพราะอยากดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย และเธอไม่สามารถระวังภาพในโทรศัพท์ได้ตลอด ยังมีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ติดต่อลูเมี่ยน ฟรังก้า อ็องโตนี และคนอื่นๆ อีก!
หลังลบรูปแล้ว จินนาเล่นโทรศัพท์ ดูทั้งข่าวฮิต นิยาย วิดีโอตลก โพสต์ช้อปปิ้ง และอื่นๆ
เวลาผ่านไปรวดเร็ว จินนายืดหลังเล็กน้อย บิดขี้เกียจโดยไม่ขยับมือ
เธอรู้สึกว่าถึงเวลาส่งข้อความถึงฟรังก้า ถามไถ่สถานการณ์ทางนั้นได้แล้ว แต่ก่อนอื่น เธอต้องตรวจสอบโทรศัพท์อย่างระมัดระวัง ดูว่ามีแอปฯ แปลกๆ หรือสถานะผิดปกติหรือไม่
ทันใดนั้น สายตาของจินนาก็หยุดนิ่ง
เธอพบว่าในแกลเลอรีที่ยังไม่ได้ออก ภาพสเก็ตช์ของโรแซนยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม สมจริงมีชีวิตชีวา มุมปากยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย!
ในขณะนั้น จินนาเกิดความไม่แน่ใจ
นี่เราลบไปแล้วหรือยัง?
เราได้รับอิทธิพลแล้ว จนเกิดภาพหลอนหรือ?
จินนารีบทำใจให้สงบ แล้วลบรูปนั้นอีกครั้งอย่างใจเย็น
ต่อมา เธอจับตาดูแกลเลอรี ดูว่าภาพสเก็ตช์ของโรแซนจะโผล่ขึ้นมาอีกหรือไม่
ผ่านไปสักพัก หน้าจอโทรศัพท์ดับลงเอง จินนารีบยื่นมือไปกดให้สว่างอีกครั้ง
ภาพที่มีสเก็ตช์ของโรแซนปรากฏขึ้นอีก ในตำแหน่งเดิม
จินนาแน่ใจแล้วว่ามีปัญหา แต่ไม่รู้วิธีแก้ไข กระทั่งไม่กล้าใช้โทรศัพท์เข้าเน็ตค้นหาวิธีจัดการ
ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงกริ่งประตู
จินนาสะดุ้งเฮือก ย่างเท้าไร้เสียงไปที่หลังประตู มองผ่านตาแมวออกไป
เธอเห็นลูเมี่ยนและฟรังก้า
จินนาถอนใจโล่งอก เปิดประตูต้อนรับ
ในกระบวนการนี้ เธอยังคงระแวดระวังอยู่บ้าง จนกระทั่งลูเมี่ยนและฟรังก้าปรากฏตัวมีชีวิตชีวาตรงหน้า และลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของเธอไม่ได้ส่งสัญญาณเตือน
“มีเรื่องพอดีเลย” จินนากดเสียงพูด
ฟรังก้าแสดงสีหน้าห่วงใยทันที ขณะสอดบัตรผ่านประตูลงกระเป๋ากางเกงหลวม เดินเข้าห้อง แล้วถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เรื่องอะไร?”
ลิฟต์ที่สวนเต๋อชวงต้องใช้บัตร เจ้าของห้องให้มาสองใบ จินนาเก็บหนึ่งใบ ให้ฟรังก้าและคนอื่นๆ อีกหนึ่งใบ
หลังจากลูเมี่ยนปิดประตู สร้าง ‘ขวดเสกสรร’ ขึ้นปกคลุม จินนาก็เล่าเรื่องของโรแซนอย่างละเอียดครบถ้วน
สุดท้ายเธอกล่าว
“ฉันจำได้ว่า ‘ผู้ชำระ’ เคยบอกว่า เพื่อนร่วมงานของพวกเขาเคยพบจิตรกรที่รับการบำบัดทางจิต จิตรกรคนนั้นมักพูดว่า ตัวเองออกจากร่างในรูปกายดาราทุกคืน เข้าสู่มิติคล้ายโลกวิญญาณแต่ก็แตกต่างออกไป ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดและศัตรูที่พยายามใช้มิติดังกล่าวบุกรุกโลกแห่งความจริง เพื่อปกป้องความสงบของย่านที่ตนอาศัย”
“เรื่องนี้คล้ายกับสิ่งที่ฉันเห็นเมื่อกายดาราออกไปตอนหลับมาก”
“เธอหมายความว่า การที่โรแซนปกป้องหมู่บ้านอาจเป็นเพียงอีกด้านหนึ่งของมลทินพรสินะ?” ฟรังก้าเข้าใจสิ่งที่จินนาต้องการสื่อ
จินนา ‘อืม’ ออกมา
“นี่คือสิ่งที่ฉันเคยคาดเดา แต่หลังจากคุยกับโรแซน และฟังเธอเล่าถึงสัตว์ประหลาดพวกนั้นโดยมีกายดาราของฉันอยู่ข้างๆ ด้วย ฉันรู้สึกว่าเธอมีความเชื่อและอุดมคติเรื่อง ‘การปกป้อง’ ซึ่งน่าจะมาจากการรับรู้และความคาดหวังจากจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูล”
“คุณหมายความว่า การปกป้องของโรแซน ไม่ใช่แค่ข้อเรียกร้องของพลังพรในลำดับใดลำดับหนึ่ง แต่เป็นการแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์และเจตจำนงของเธอ เป็นผลจากการต่อสู้ระหว่างจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลกับเทพมารจาก ‘ชุมนุมวาดฝัน’?” ลูเมี่ยนนึกถึงตัวเอง ดวงตาเป็นประกายวาบ
จินนาพยักหน้า
“สิ่งที่ฉันกังวลคือ หากการสืบสวนของเราไปกระตุ้นโรแซน เธออาจถูกมลทินครอบงำโดยสมบูรณ์ และตกสู่นรก ซึ่งอาจเป็นสัญลักษณ์แทนความพ่ายแพ้ของมิสเตอร์ฟูล ในเหตุการณ์เล็ก ความพ่ายแพ้นี้อาจดูเล็กน้อย แต่หากสะสมมากเข้า อาจทำให้ตาชั่งเอียงโดยไม่อาจหวนกลับ”
ลูเมี่ยนเห็นด้วย
“สิ่งแรกที่เราต้องทำคือลบรูปถ่ายนั่น”
“ใช่ ถ้าปล่อยให้มันอยู่ในโทรศัพท์ ก็จะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ไม่รู้ว่าตู้มต้ามตอนไหน” ฟรังก้ารับโทรศัพท์จากจินนา พยายามจัดการอยู่พักหนึ่ง แต่ภาพวาดตัวเองของโรแซนก็ปรากฏขึ้นอีกอย่างดื้อรั้น
นี่ทำให้ฟรังก้าขมวดคิ้ว
“จะต้องใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสแบบตายตกไปตามกันจริงหรือ?”
ลูเมี่ยนชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ ยื่นมือแตะเปิดรูปภาพนั้น เตรียมจะเข้าไปในหน้าจอโดยตรง เข้าสู่โลกหลังหน้าจอ เพื่อดูว่าจะพบภาพสเก็ตช์ตัวเองของโรแซนได้ไหม และทำลายมันทิ้ง ทั้งในแง่ทางกายภาพและทางศาสตร์เร้นลับพร้อมกัน
ฟรังก้ารีบห้ามเขาไว้
“อย่าเพิ่งรีบ ถึงคุณจะเข้าโลกหน่วยความจำของโทรศัพท์ผ่านหน้าจอได้จริง นั่นก็เท่ากับเผชิญหน้ากับภาพวาดตัวเองของโรแซนโดยตรง เธออาจรับรู้ได้ง่าย ถูกกระตุ้น และยืนยันว่าพวกเรามีปัญหา”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้าก็ยิ้มออกมา
“คุณไม่ได้เพิ่มสเตียโน่เป็นเพื่อนในวีแชตหรอกหรือ? เขาเป็นภาพสะท้อนของคนใหญ่คนโตในวิหารไอน้ำ ชื่อในวีแชตมีคำว่า ‘เทคโนโลยีสารสนเทศ’ แถมยังเรียนต่อในมหาวิทยาลัย เขาอาจรู้วิธีลบไวรัสศาสตร์เร้นลับตัวนี้”
“จะลองถามดู” ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
เขายกเลิก ‘ขวดเสกสรร’ แล้วให้จินนาส่งรูปภาพวาดตัวเองของโรแซน มายังวีแชตของเขา
จากนั้น เขาส่งข้อความถึงสเตียโน่
“ช่วยหน่อยได้ไหม? โทรศัพท์ผมติดไวรัสแปลกๆ”
เพียงสิบกว่าวินาที สเตียโน่เจ้าของชื่อ ‘พลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ’ ก็ตอบกลับมา
“ส่งภาพหน้าจอให้ฉันดูหน่อย”
“ตอบเร็วดี…แสดงว่าเขาสนใจเรื่องแบบนี้มากเลยสินะ?” ฟรังก้าพึมพำ
ลูเมี่ยนเปิดรูปภาพนั้น ขอให้ฟรังก้าช่วยถ่ายภาพหน้าจอ แล้วส่งให้สเตียโน่
“เป็นรูปนี้ ลบยังไงก็ไม่หาย พอลบแล้วมันก็โผล่ขึ้นมาเอง”
ผ่านไปสักพัก ‘พลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ’ ส่งไฟล์บีบอัดมา
“ข้างในมีโปรแกรมเล็กๆ คุณใช้มันโหลดรูปนั้นแล้วลบ ปัญหาก็จะหมดไป”
มีวิธีแก้ปัญหาจริงหรือ? ขณะที่ฟรังก้าและจินนาคิดคล้ายกัน ลูเมี่ยนทำตามคำแนะนำ ค่อยๆ แตกไฟล์ และปล่อยโปรแกรมเล็กชื่อ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ออกมา
เขาเปิดโปรแกรมเล็กนั่น ใช้มันโหลดภาพสเก็ตช์ของโรแซน แล้วกดปุ่ม ‘ลบ’ ที่มีในตัว
ลูเมี่ยนกดออกจากโปรแกรม ล็อกโทรศัพท์สองวินาที แล้วเปิดมันอีกครั้ง
เขาพบว่ารูปดังกล่าวในอัลบั้ม หายไปโดยไร้ร่องรอย ไม่หวนกลับมาอีก
หลังลองซ้ำหลายครั้ง ลูเมี่ยนก็ส่งไฟล์บีบอัดให้จินนา
จินนาลบภาพสเก็ตช์ของโรแซนได้สำเร็จเช่นกัน ไม่เห็นมันแอบกลับมาในอัลบั้มอีก
“เป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเลย…” ฟรังก้ามองไปที่ ‘พลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ’ ในวีแชตของลูเมี่ยน พลางเอ่ยด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง
ลูเมี่ยนใช้การป้อนเสียงขอบคุณสเตียโน่
‘พลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ’ ตอบกลับ
“ไวรัสชนิดนี้น่าวิจัยมาก ถ้ามีปัญหาคล้ายกันอีก ก็ถามฉันได้เสมอเลยนะ”
ถามได้เฉพาะเรื่องแบบนี้หรือ? ลูเมี่ยนส่งสติกเกอร์พยักหน้าหลายครั้งไป
จนถึงตอนนี้ จินนาจึงผ่อนคลายลง
ทันใดนั้น ฟรังก้า ‘ฮึ่ม’ เสียงหนึ่งแล้วพูด
“ในสังคมสมัยใหม่ ไม่สิ ในเมืองแห่งความฝัน ลำดับและพลังวิเศษบางอย่าง กลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากขึ้น แถมยังป้องกันได้ยากขึ้น…”
“จากเรื่องของโรแซน ภาพวาดของ ‘จิตรกร’ ที่แฝงพลังวิเศษ รูปถ่ายที่ตรงกับภาพนั่นก็จะแฝงความผิดปกติด้วย และถ้าแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต ถูกคนนับพันนับหมื่นเห็น ดาวน์โหลด จะน่ากลัวแค่ไหนกัน…”
“ในโลกหน้าจอก่อนหน้านี้ ก็เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอในความจริงเหมือนกัน”
ไม่รอให้ลูเมี่ยนและจินนาตอบ ฟรังก้าเกิดความคิดประหลาด
“ไวรัสคอมพิวเตอร์ ไวรัสมือถือก็เป็นไวรัสเหมือนกัน…‘นางมาร’ จะควบคุมได้ไหม?”
“น่าจะไม่ได้…แต่ผู้วิเศษในเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’ ที่ถึงลำดับสูง ต้องควบคุมได้แน่”
……………………………………………………..