ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 940 ชำระหนี้
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 940 ชำระหนี้
ตอนที่ 940 ชำระหนี้
ลูเมี่ยนและจินนาเข้าใจความรู้สึกของฟรังก้าเป็นอย่างดี
ทั้งคู่เคยพบ ‘ภูต’ ซึ่งเป็นผู้วิเศษระดับสูงในเส้นทาง ‘จิตรกร’ แต่ไม่เคยคิดว่าเพียงภาพถ่ายที่ส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ก็สามารถมีพลังเหนือธรรมชาติน่ากลัวได้
“อืม” จินนาพยักหน้า “เราต้องคิดล่วงหน้าว่า ผู้วิเศษต่างเส้นทางจะทำอะไรในแดนฝันที่โลกจริงทำไม่ได้ และวางแผนรับมือเอาไว้”
แม้แดนฝันจะจำกัดพลังวิเศษให้อยู่แค่ลำดับ 7 แต่คุณสมบัติเฉพาะ และกลไกสังคมของมัน ก็เปิดโอกาสให้เกิดความเป็นไปได้เกินกว่าที่คาดคิด
แน่นอน ลูเมี่ยนและคณะเคยถกเบื้องต้นถึงพลังวิเศษจากเส้นทาง ‘นางมาร’ และ ‘นักล่า’ ที่อาจมีปฏิกิริยาพิเศษกับแดนฝัน แต่ยังไม่ได้วิเคราะห์ลึกถึงผลจากเส้นทางอื่นๆ
ข้อสรุปปัจจุบันของพวกเขาคือ
เส้นทาง ‘นักล่า’ และ ‘นางมาร’ ที่เป็นตัวแทนของ ‘ภัยพิบัติ’ สามารถใช้ประโยชน์จากแดนฝันได้โดย ‘อาศัยวัตถุกระจกที่มีอยู่ทั่วไป เพื่อสร้างวงกตกระจกได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้กระจกวิเศษหลากรูปแบบ’ และ ‘ใช้หน้าจอเป็นสื่อกลางเข้าสู่มิติพิเศษ เช่น โลกจอภาพที่เข้าถึงไม่ได้ หรือไม่เคยมีมาก่อน’
ส่วนการใช้ในทางที่ผิดมีมากกว่า ตามคำของฟรังก้าคือ เป็นการกระทำผิดอาญาร้ายแรง ซึ่งมีระวางโทษหนัก เช่น ‘ใช้อินเทอร์เน็ตล่อลวงผู้คน แพร่กระจายสุขสม’ ‘การจุดระเบิดก๊าซเพื่อเพิ่มพลังทำลายของนักวางเพลิง’ ‘อาศัยพื้นที่ตึกหนาแน่นแพร่โรคได้ดีและเร็วขึ้น’ ฯลฯ
การใช้ประโยชน์ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และในชีวิตประจำวันมีอีกมากมายนับไม่ถ้วน
หลังถกเรื่องนี้สักพัก ลูเมี่ยนบอกจินนา
“ช่วงนี้ ฟรังก้าจะพักที่นี่ ลั่วฝูต้องคอยจับตาดูตอนกลางวันในฐานะเพื่อนร่วมงาน”
“ได้ทำงานกับบริษัทอินทิสแล้วหรือ?” จินนาถามฟรังก้าอย่างยินดี ราวกับรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว
ฟรังก้ายิ้ม แกล้งทำเฉยๆ
“แน่นอน”
เธอเล่ารายละเอียดทั้งหมดว่าเตรียมแผนอย่างไร และเปลี่ยนแผนอย่างไร เมื่อเห็นว่ามิสฮวงก็มาร่วมสัมภาษณ์
ฟรังก้าตอบอย่างภูมิใจ
“ฉันได้เวลาสามวันเพื่อจัดการธุระ ส่วนลูเมี่ยนต้องไปรายงานตัวพรุ่งนี้”
มาดามจัสติสกำหนดตัวตนให้ฟรังก้าเป็นพนักงานออฟฟิศวัย 25 ปี ทำงานมา 3 ปี เปลี่ยนสายงานทันทีหลังเรียนจบ ไม่ได้ทำงานในสาขาที่เรียน
ก่อนหน้านี้ ฟรังก้ากังวลว่าประวัติการทำงานในเรซูเม่ อาจมีปัญหาเพราะแต่งขึ้น ต่อมาเมื่อเธอแกล้งเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติโทรไปสอบถาม กลับพบว่ามีคนชื่อลั่วฝูอยู่จริงๆ และได้รับการประเมินคล้ายกับตัวเธอมาก
สิ่งนี้ทำให้เธอสงสัยว่า บริษัทดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงลับๆ กับตัวตนในความฝันของมาดามจัสติสและอาร์คาน่าใหญ่คนอื่น หรือไม่ก็ มาดามจัสติสอาจใช้พลังทอความฝัน ฝังตัวตนไว้ล่วงหน้าก่อนถูกขับออก เมื่อยืนยันผู้ได้รับเหรียญทองนำโชคทั้งห้าแล้ว จึงใช้วิธีการที่ยากลำบากและเสียเวลา เพื่อเปลี่ยนชื่อและลักษณะภายนอก
“มีอะไรที่ต้องเตรียมไหม?” คำถามนี้ของจินนา แท้จริงคือการถามว่าเธอจะช่วยอะไรได้บ้าง
สีหน้าฟรังก้าทรุดลงทันที
“ต้องซื้อชุดกระโปรง ถุงน่อง รองเท้าส้นสูง…”
เธอดื่มโอสถ ‘แม่มด’ มานานแล้ว แค่เคยใส่กางเกงทรงกระโปรงเท่านั้น ไม่เคยใส่กระโปรงจริงๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น
“กฎการแต่งกาย” ลูเมี่ยนช่วยอธิบายสั้นๆ
จินนาเข้าใจความอึดอัดของฟรังก้า ดวงตากระตุกเล็กน้อยก่อนพูด
“เธอลืมเทคนิคการสวมบทบาทแล้วหรือ ลืมการสวมบทบาทที่เคยทำมาก่อนนี้ไปแล้ว?”
“นี่ก็เป็นการสวมบทบาทเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้ทำเพื่อย่อยโอสถ แต่เพื่อเข้าใกล้ภาพสะท้อนในแดนฝันของมิสเตอร์ฟูล เพื่อต่อกรกับพวกลูกน้องราชันสวรรค์และสาวกเทพมาร ที่แฝงตัวอยู่รอบตัวเขา ทำลายแผนการของพวกนั้น”
“จำไว้ เธอแค่กำลังสวมบทบาท”
อันที่จริง ฟรังก้าตัดสินใจแล้ว ตอนนี้แค่กำลังหาเหตุผลเพิ่มให้ตัวเอง จึงถูกจินนา ‘กระตุ้น’ สำเร็จไม่ยากเย็น สีหน้าผ่อนคลายลงหลายส่วน
จินนามองหน้าเธอพลางอมยิ้ม
“งั้นเธอใส่เสื้อผ้าแบบไหน ฉันก็จะใส่แบบนั้น ทุกคนเหมือนกัน ก็จะไม่อายไม่อึดอัดแล้ว”
ดวงตาฟรังก้าวาววับทันที
“ตกลง!”
ในเมื่อตัดสินใจทนกับเสื้อผ้าสตรีแล้ว การมีความสุขเพิ่มจากคำชมก็ถือว่าไม่เลว
ลูเมี่ยนไม่แทรกบทสนทนา ปล่อยให้ฟรังก้ากับจินนาคุยกันไป กลัวว่าถ้าตัวเองเข้าไปยุ่ง ก็จะต้องสัญญาทำอะไรคล้ายๆ กัน
เขาดูเวลาบนมือถือแล้วพูดกับ ‘นางมาร’ ทั้งสอง
“ถึงเราจะไม่ได้เผชิญหน้ากับภาพสเก็ตช์ตัวเองของโรแซนโดยตรง แต่การลบรูปแบบนั้นได้ ก็ดูน่าสงสัยพออยู่แล้ว ถ้าโรแซนรู้ว่ารูปหาย เธออาจจะลองทดสอบเพิ่ม หรือทำอะไรรุนแรงขึ้น พวกคุณต้องระวังตัว”
“ใช่…ฉันก็คิดถึงเรื่องนั้นเหมือนกัน” ฟรังก้าและจินนาตอบเกือบพร้อมกัน
ลูเมี่ยนโบกมือแล้วหันหลังจากไป
เมื่อเขาไปแล้ว ฟรังก้าทิ้งตัวลงบนโซฟา ยิ้มอย่างผ่อนคลายให้จินนา
“พรุ่งนี้เราไปซื้อเสื้อผ้ากัน มีเงินแล้ว เงินรางวัลลอตเตอรี่ขึ้นแล้ว!”
จินนาได้ยินแล้วถอนหายใจโล่งอกอย่างชัดเจน
เธอคิดก่อนเสนอว่า
“เอาไปจ่ายหนี้เงินกู้ก้อนเล็กๆ ให้หมดก่อนดีไหม?”
เธอเคยเห็นคนกู้เงินนอกระบบในเขตสวนพฤกษศาสตร์และเขตตลาดคนซื่อ ต้องจบชีวิตอย่างน่าอนาถ ซ้ำยังลากครอบครัวและคนที่รักลงเหวไปด้วย ตั้งแต่เข้ามาในแดนฝัน เธอจึงหวาดระแวงกับการกู้เงินจำนวนน้อยอยู่เสมอ
“ฉันยังอยากเก็บเงินไปเช่าของดีๆ ที่ร้านชำซิงเมิ่งอยู่นะ…” ฟรังก้าลังเลสองวินาทีแล้วพูด “ก็ได้…จ่ายหนี้ก่อน น่าจะช่วยเพิ่มวงเงินด้วย พอถึงจุดสำคัญที่ต้องทุ่มสุดตัว อาจมีประโยชน์กับเรา”
เธอเองก่อนข้ามมิติ ก็เคยเห็นคนกู้เงินก้อนเล็กแล้วชีวิตพังมาไม่น้อย
ตอนนี้เธอเป็นผู้วิเศษมากประสบการณ์ เมื่อรู้ว่าใช้เงินเช่ากระจกวิเศษอาโรเดสได้ ก็เข้าใจว่าในแดนฝัน เงินคือสัญลักษณ์แทนทรัพยากรอันมีค่า ‘การต่อสู้’ ระหว่างการขึ้นเงินรางวัลล่าสุด ยิ่งยืนยันข้อสันนิษฐานนี้
จากมุมดังกล่าว การเป็นหนี้เงินกู้ก้อนเล็กตลอดเวลา ย่อมเต็มไปด้วยความเสี่ยง แม้ใช้รับมือฉุกเฉินระยะสั้นได้ แต่การปล่อยทิ้งนานโดยไม่ชำระ หรือพึ่งพามันในการดำรงชีวิต ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก
จินนานั่งลงบนโซฟา กระตุ้นให้ฟรังก้าชำระคืนเงินกู้ออนไลน์ทันที และโอนเงินให้เพื่อนแต่ละคนเพื่อชำระหนี้
“เหลือแค่หนึ่งแสนสองหมื่นกว่าแล้ว…” ฟรังก้าถอนหายใจ
จินนาเปลี่ยนเรื่อง ทั้งสองคุยกันเรื่อยเปื่อยถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา แบ่งปันความรู้สึกในชีวิตประจำวัน
สุดท้าย จินนาอดไม่ได้ที่จะถาม
“แล้วเราจะปลุกมิสเตอร์ฟูลกันยังไง?”
คำถามนี้ พวกเขาคุยกันหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีแนวทางเบื้องต้น ได้แต่สังเกตและติดต่อก่อน แล้วค่อยหาเบาะแสและแรงบันดาลใจ
ฟรังก้าส่ายหัว ‘เฮ้อ’ ออกมา
“ไม่รู้สิ วิธีที่ลองได้ พวกแถวหน้าก็ลองหมดแล้ว ทั้งเตือนถึงพลังวิเศษต่อหน้า ทั้งถ่ายหนังที่อิงจากประสบการณ์ของทุกร่างอวตาร หวังกระตุ้นความทรงจำของเขา…ลองหมดแล้ว ไม่มีผลอะไร ซ้ำยังถูกเตะออกจากแดนฝันอย่างไว…”
เมื่อก่อนเธอไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า หนังที่ถ่ายคือ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’
“พวกแถวหน้าดูเหมือนยังไม่เคยลองบอกความจริงกับโจวหมิงรุ่ยตรงๆ…” จินนานึกย้อน
“จะได้ผลหรือไม่ ก็ยังไม่แน่ แต่ถูกเตะออกจากแดนฝันเร็วจี๋แน่นอน” ฟรังก้าหัวเราะเยาะตัวเอง “แต่ถ้าจำนวนครั้งเข้าแดนฝันยังเหลือพอ ก็แยกคนหนึ่งให้ไปลองได้อยู่นะ”
พอตกดึก สอง ‘นางมาร’ อาบน้ำแต่งตัวขึ้นเตียง ต่างคนต่างครองหมอนใบหนึ่ง
พวกเธอคุยกันถึงวิธีรับมือการทดสอบ ซึ่งโรแซนอาจทำต่อไป จึงไม่พูดอะไรมาก มองตากันครั้งหนึ่ง แล้วต่างดึงผ้าห่มของตน ปิดตาลงในความเย็นสบายจากแอร์ด้วยความเข้าใจกันดี
วิธีทำน้ำแข็งเพื่อความเย็น ง่ายดายเสียจนผู้สอดแนมไม่สังเกตเห็นว่า พวกเธอมีพลังวิเศษ
…………
จินนาออกท่องเที่ยวด้วยกายดาราอีกครั้ง เห็นร่างวิญญาณมากมายเดินเตร็ดเตร่ เห็นตึกรามอันพร่าเลือน เห็นพายุที่หยุดนิ่ง และเห็นบาเรียโปร่งแสง
เธอไม่รีบไปตรวจสอบโรแซน แต่คงสภาพตาไร้ประกาย สายตาเลื่อนลอย เดินวนเวียนไปมาตามแรงดึงของพลังวิญญาณ
ระหว่างนี้ เธอเห็นฟรังก้า ซึ่งอยู่ในสภาพคล้ายคลึงกัน
ในที่สุด ร่างของจินนาก็หันไปทางบาเรียโปร่งแสง ซึ่งอยู่ติดกับความมืดอันล้ำลึก
ที่นั่นไม่มีใครอยู่เลย
ไม่มีโรแซน ที่เคยต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่พยายามบุกรุก!
จินนาใจหายวาบ แต่ยังรักษาสภาพเดิมไว้ ท่องเที่ยวกายดาราต่อไป
ผ่านไปสักพัก สายตาเธอเลื่อนขึ้นโดยปริยาย มองเห็นโรแซน
โรแซนสวมชุดกางเกงกระโปรงสีน้ำตาลอ่อน ลอยตัวอยู่สูง จ้องเธอกับฟรังก้าด้วยสายตาลึกล้ำ โดยไม่รู้ว่ามองมานานแค่ไหน
จิตใจจินนาตึงเครียดทันที อาศัยฝีมือการแสดง ไม่เผยความผิดปกติออกไป ฟรังก้าก็เป็นธรรมชาติเช่นกัน
หลังจากจ้องมองอยู่นาน โรแซนบินไปทางฝั่งที่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดพยายามบุกรุก ข้ามบาเรียโปร่งแสง หยุดยั้งการโจมตีของศัตรู ผลักพวกมันกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า
ฟรังก้าและจินนาไม่ได้ผ่อนคลาย ประหนึ่งตัวประกอบที่เป็นฉากหลัง ทุ่มเททำซ้ำการเคลื่อนไหวง่ายๆ และพฤติกรรมไม่เป็นระเบียบ
ทันใดนั้น ทั้งสองเกิดลางสังหรณ์อันตรายพร้อมกัน จึงตื่นจากภาวะหลับใหลทันที
พวกเธอได้กลิ่นคาวเหม็นเน่าจนน่าคลื่นไส้ พร้อมสังเกตเห็นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่หนึ่ง กำลังจ้องพวกตนจากความมืดที่ติดเพดาน
ในความมืดมิด ปีกคู่หนึ่งปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาล คล้ายปีกนกฮูกยักษ์ ได้สยายออกมา
……………………………………………………..