ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 941 ‘พบกันอีกครั้ง’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 941 ‘พบกันอีกครั้ง’
ตอนที่ 941 ‘พบกันอีกครั้ง’
นั่นคือสิ่งที่ดูราวกับมนุษย์ ติดอยู่บนร่างนกฮูก ดวงตากลมเต็มวง ม่านตาสีน้ำตาลอ่อน ภายในเต็มไปด้วยความชั่วร้ายที่ไม่ปิดบัง
ทุกคนที่สบตาคู่นี้ จะเกิดความสับสนทางความคิด อารมณ์ตึงเครียด และความกลัวในจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งชั่วร้ายครึ่งนกฮูกครึ่งมนุษย์กระพือปีก พร้อมกลิ่นคาวเหม็นพุ่งเข้าหาจินนาและฟรังก้าบนเตียง
มันอ้าปาก พ่นคลื่นเสียงที่แทบจะกลายเป็นของแข็ง
คลื่นเสียงสัมผัสกับ ‘นางมาร’ ทั้งสอง ทะลุผ่านร่าง กระทบผ้าปูที่นอน แล้วกระจายออกไปทุกทิศทาง
บนเตียงว่างเปล่า หน้าจอแอร์ กระจกโต๊ะข้างเตียง กระจกสีเข้มบนบานเลื่อนตู้เสื้อผ้า ต่างเปล่งแสงสลัวไร้เสียง
ด้านหลังสิ่งชั่วร้ายครึ่งมนุษย์ครึ่งนกฮูก ฟรังก้ากระโจนขึ้น กำมีดเย็นเยียบที่แทบมองไม่เห็น พุ่งแทงเป้าหมายเร็วดั่งสายลม
มีดสามคมโปร่งใสฝังร่างสิ่งชั่วร้ายอย่างแม่นยำ ทำให้มันแข็งทื่อทันที ราวกับถูกแช่แข็ง
ณ ประตูห้อง จินนาปรากฏกาย ในมือถือกระจก สะท้อนภาพศัตรูที่เคลื่อนไหวติดขัด
มืออีกข้างจุดเพลิงทมิฬเงียบงัน พลางลูบผ่านผิวกระจกอย่างเร็วรี่
สิ่งชั่วร้ายครึ่งมนุษย์ครึ่งนกฮูก ลุกเป็นเพลิงทมิฬแปลกประหลาดจากในสู่นอก แต่ด้วยฤทธิ์ ‘มีดเย็นเยียบ’ มันแทบส่งเสียงครวญครางไม่ได้
ไม่นาน สิ่งชั่วร้ายไหม้วอดเหลือเพียงเถ้าถ่าน
“สิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณ…” ฟรังก้ารู้ว่า ‘เพลิงทมิฬ’ ของนางมารพุ่งเป้าที่พลังวิญญาณและชีวิต ยากที่จะแผดเผาวัตถุจับต้องได้
เธอร่อนลงมาอย่างเบาสบาย ไร้น้ำหนักดุจขนนก
จินนาเอ่ยเสียงต่ำรัวเร็ว
“นี่คือมอร์น่า สัตว์ประหลาดในภาพสีน้ำมันของโรแซน และเป็นผู้บุกรุกที่โรแซนกำลังต่อสู้อยู่”
“การทดสอบเชิงรุกของโรแซน?” ฟรังก้าเอ่ยไม่ลังเล “ไปห้องโรแซนเดี๋ยวนี้ ควบคุมตัวเธอไว้โดยเร็ว ไม่อย่างนั้น พวกเราอาจถูกเตะออกจากแดนฝัน”
เห็นได้ชัดว่าจินนานึกถึงประเด็นนี้เช่นกัน จึงพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าว
เธอคิดว่าโรแซนอาจไม่ได้อยู่ในห้อง แต่อยู่ที่บาเรียโปร่งแสง และกังวลว่าหากไร้การพิทักษ์ของโรแซน ผู้บุกรุกจะทะลวงแนวป้องกันเข้ามา แล้วก่อโศกนาฏกรรม
ฟรังก้าไม่พูดเยิ่นเย้อ พยักหน้าแผ่วเบา มุดไปยังอีกด้านของม่าน เปิดหน้าต่างห้องนอนใหญ่ แล้วกระโดดลงไปทันที มุ่งสู่ชั้น 15
เธอไม่ได้ใช้เครื่องรางน้ำแข็ง ไม่ผ่านทางโลกในกระจก เพราะคิดว่าการสำรวจครั้งก่อนของจินนา ถูกโรแซนสังเกตเห็นเข้าแล้ว แม้ยังระบุไม่ได้ว่าผู้สำรวจเป็นใคร แต่ก็น่าจะมีกับดักวางเตรียมไว้
ร่างฟรังก้าเบาหวิวดุจขนนก แต่ไม่ถูกลมพัดออกนอกวิถี ร่อนลงบนขอบหน้าต่างห้องโรแซนอย่างแม่นยำ แทรกน้ำแข็งให้เกาะตัวเป็นแผ่นบางงัดหน้าต่างเปิด
เธอไม่รีบปีนเข้าไป อาศัยแสงใกล้รุ่งสาง สำรวจสถานการณ์ในห้องอย่างรวดเร็ว
บนเตียงไม่มีคน ทุกที่แขวนเต็มไปด้วยภาพหลากหลายเนื้อหา
“ซ่อนตัวอยู่?” ฟรังก้าหยิบกระจกบานหนึ่งจากกระเป๋านักเดินทาง
เธอจะทำนายระดับอันตราย แล้วใช้กระจกทั้งด้านในและนอก สร้างภาพลวงตัวเอง ลองล่อให้โรแซนโจมตีก่อน
ในพื้นที่คล้ายโลกวิญญาณที่ห่อหุ้มด้วยพายุแข็งตัว กายดาราของจินนาเพิ่งปรากฏ ก็มองไปยังบาเรียโปร่งแสงใกล้ความมืดลึกล้ำทันที
ตรงนั้นไม่มีโรแซน
มอร์น่าและสิ่งมีชีวิตประหลาดกำลังโจมตีบาเรีย ทำให้มันบางลงเรื่อยๆ ส่งผลให้พายุแข็งตัวมีแนวโน้มจะสลายตัว
จินนามองไปรอบๆ เหลียวขึ้นเหลียวลง ก็ยังไม่พบเงาร่างโรแซน
เธอถอนหายใจแผ่วเบา ล่องไปยังจุดที่สัตว์ประหลาดโจมตีดุเดือด รวบรวมเพลิงทมิฬชั่วร้ายและแท่งน้ำแข็งใสเป็นประกายไว้รอบกาย ปล่อยให้พุ่งออกไป พิชิตผู้บุกรุกได้ไม่น้อย
หลังจินนายืนหยัดอยู่สิบห้านาที เหล่าสัตว์ประหลาดต่างถอยร่นเข้าไปในความมืดลึก การโจมตีถูกผลักดันกลับไปอย่างสิ้นเชิง
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา ทั้งพายุแข็งตัว วิญญาณล่องลอย และสิ่งก่อสร้างเลือนราง ล้วนจางหายไปทั้งหมด
กายดาราของจินนากลับคืนสู่ร่างเดิม
จนกระทั่งฟ้าสาง
ฟรังก้ากลับมาแล้ว บอกจินนาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ไม่พบโรแซน เธอซ่อนตัว หรือไม่ก็ชิงหนีไปก่อนแล้ว”
“จะซ่อนอยู่ในภาพใดภาพหนึ่งหรือเปล่า?” จินนาเสนอความเป็นไปได้อย่างว่องไว
ฟรังก้าส่ายหน้า
“ฉันตรวจทุกภาพแล้ว ไม่มีภาพไหนมีเงาคนเพิ่ม แต่ภาพวาดตัวเองที่เธอพูดถึงกลับหายไป”
“มีภาพหนึ่งเป็นสะพาน ทอดจากหน้าผาไม่ไกล ภายในภาพ ข้ามเหนือหุบเหวดำมืดที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง ไปยังหน้าผาอีกแห่งที่อยู่ไกลออกไป ตรงนั้นมีป่าดำแห่งหนึ่ง”
“ฉันสงสัยว่าโรแซนเข้าไปในภาพ ข้ามสะพานหนีเข้าป่าดำ ก็เลยตามไปไม่ได้ และมีลางสังหรณ์อันตรายอย่างแรงกล้า ภาพนั้นน่าจะไม่ใช่ฝีมือโรแซนเอง”
จินนาเตรียมจะพูดบางสิ่ง ก็พลันฉุกคิดได้ว่า
“พวกเรายังไม่ถูกเตะออกจากแดนฝัน!”
“และไม่ได้ถูกจำกัดด้วย” ฟรังก้าคอยสังเกตเรื่องนี้มาตลอด
เธอพูดอย่างครุ่นคิด
“โรแซนได้รับมลทินจากเทพมารของ ‘ชุมนุมวาดฝัน’ ไม่ได้ถูกควบคุมโดยราชันสวรรค์ เทพมารเหล่านั้นอาจช่วยราชันสวรรค์บ้าง แต่แน่นอนว่ามีความคิดและแผนการของตัวเอง ไม่ได้ช่วยราชันสวรรค์ทุกเรื่อง”
“พระองค์ต้องการให้พวกเราอยู่ในแดนฝันต่อไป เพื่อถ่วงเวลาราชันสวรรค์เมื่อจำเป็น จึงปิดบังเรื่องนี้หรือ?”
“นั่นคือสิ่งที่ลูเมี่ยนบอกไว้ บางครั้งเทพมารกับราชันสวรรค์ก็มีจุดยืนตรงกัน บางครั้งก็ไม่” จินนาพยักหน้าเห็นด้วย แล้วเสริมว่า “อาจเป็นเพราะโรแซนยังไม่ได้รับมลทินเต็มที่นัก ยังไม่ตกต่ำถึงขีดสุด จึงเลือกจัดการปัญหาของพวกเราเอง โดยไม่บอกเทพมารนั้น”
“การดิ้นรนและต่อต้านสินะ…” ฟรังก้าถอนหายใจ “พวกเรารอดูสถานการณ์อีกสักหน่อยก็แล้วกัน”
รอไปกว่าชั่วโมง สอง ‘นางมาร’ เห็นโรแซนในชุดพนักงานบริหารของกลุ่มอินทิส เดินออกจากตึกที่ห้าไปทำงานตามปกติ ราวกับเรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน
ส่วนฟรังก้ากับจินนายังไม่ถูกเตะออกจากแดนฝัน และไม่ได้ถูกจำกัดใดๆ
“เธอน่าจะหลบเข้าไปในภาพที่มีสะพานนั่นแหละ” ฟรังก้าละสายตา พยักหน้าเบาๆ “ฮึ่ม! ฉันจะส่งข้อความบอกลูเมี่ยนให้รู้เรื่องเมื่อคืน รวมถึงบอกความเสี่ยงที่พวกเราอาจถูกเตะออกจากแดนฝัน”
“แบบนั้นจะทำให้เขาถูกเตะออกไปด้วยหรือเปล่า?” จินนากังวลว่า การติดต่อตอนนี้อาจทิ้งความเสี่ยงไว้
ฟรังก้าหัวเราะเบาๆ
“ก็มีโปรแกรมเล็กๆ ที่สเตียโน่ให้มาไม่ใช่หรือ? ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ นั่นไง”
“ฉันคิดว่าข้อความในวีแชตก็เป็นข้อมูล น่าจะทำลายได้เหมือนกัน ไม่ทิ้งร่องรอย ฉันทำลายข้อความที่ส่งไป ลูเมี่ยนก็ทำลายข้อความที่ได้รับ”
“แม้ไม่แน่ใจว่า จะหลบพ้นการตามรอยของราชันสวรรค์ได้อย่างชะงักงัน แต่ควรลองทดสอบดู เพราะถ้าได้ผลจริง ต่อไปเราจะมีช่องทางขยับตัวในบางเรื่องมากขึ้น”
จินนาครุ่นคิดครู่หนึ่ง
“ตกลง”
ฟรังก้ารีบแต่งข้อความในวีแชตทันที เล่ารายละเอียดทั้งการทดสอบของโรแซน การรับมือของตนและจินนา และพัฒนาการต่อมา สุดท้ายเตือนลูเมี่ยนให้ใช้ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ลบประวัติแชต
……………
ณ ทางเข้าตึกเทคโนโลยี
ลูเมี่ยนที่มารายงานตัว ยืนอยู่ในโถง อ่านข้อความจากฟรังก้าอย่างไม่มีพิรุธ
จากนั้น เขาเลี้ยวไปห้องน้ำชั้นหนึ่ง เข้าฝั่งชาย หาห้องกั้นแล้วใช้ ‘ขวดเสกสรร’
ถัดมา เขายกโทรศัพท์จ่อปากแล้วกระซิบ
“พวกคุณลองทดสอบเสี่ยงๆ ได้เลย ฟรังก้าก็พยายามมาทำงานให้เร็วขึ้น ติดต่อโจวหมิงรุ่ย”
“พวกเราไม่อาจฝากความหวังทั้งหมดไว้กับการดิ้นรนของโรแซน หรือความเห็นแก่ตัวของคนจาก ‘ชุมนุมวาดฝัน’ บางที ผ่านไปครึ่งวันหรือหนึ่งวัน พวกเขาอาจเปลี่ยนใจ พวกคุณต้องทดสอบให้เต็มที่ก่อนถึงเวลานั้น เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการเข้าแดนฝันครั้งที่สองและสาม”
หลังส่งข้อความ ลูเมี่ยนรอสิบกว่าวินาทีจึงเปิด ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ เลือกประวัติแชตกับฟรังก้าและจินนา แล้วกดลบ
จัดการเสร็จ เขาหยุดใช้ ‘ขวดเสกสรร’ ขึ้นลิฟต์ไปยังแผนกความปลอดภัยของกลุ่มอินทิสที่ชั้น 13
เมื่อจัดการเอกสารเสร็จ เขาถูกนำเข้าห้องทำงานของหัวหน้าแผนก
ห้องทำงานใหญ่มาก เทียบเท่ายิมส่วนตัว มีพื้นที่สำหรับฝึกมวย
หัวหน้าแผนกความปลอดภัยเป็นชาวต่างชาติ ผมดำตาฟ้า รูปร่างปานกลาง กล้ามไม่ได้ใหญ่โต แต่ดูมีพละกำลัง
เขาชื่อกรีน ตามที่ไพ่อาร์คาน่าใหญ่แนะนำ เป็นหนึ่งในสี่อัศวินแห่งวิวรณ์ที่เคยติดตามจักรพรรดิโรซายล์และได้รับความไว้วางใจมากที่สุด เขาตายเร็ว ไม่ทันเห็นจักรพรรดิสร้างความยิ่งใหญ่ นี่คือรูปลักษณ์ในความฝันของเขา
“คุณเคยฝึกกังฟูหรือ?” กรีนถามด้วยสำเนียงท้องถิ่นที่ไม่ชัด
“ใช่” ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างจริงใจ
“งั้นเรามาสู้กันสักยก” กรีนชี้ไปยังโซนชกมวยอีกด้านของห้อง
ลูเมี่ยนที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นชุดยาม ไม่ปฏิเสธ เดินเข้าสนามอย่างกระตือรือร้น รอกรีนตามมา
กรีนถอดสูทบาง พับแขนเสื้อ เข้ามายืนตรงหน้าลูเมี่ยน
ทันใด เขาชกหมัดออกมา เกิดเสียงลมดังหวือ
ลูเมี่ยนดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ราวกับคาดการณ์ไว้ ก้าวถอยข้างหนึ่งก้าว หลบหมัดไปได้
เขากระตุกหลังและเอว พุ่งเข้าประชิดกรีนทันที ใช้ทั้งข้อศอก หมัด เข่า และปลายเท้า โจมตีต่อเนื่องราวพายุบุแคม
กรีนกอดการ์ด ป้องกันอย่างมั่นคง ไม่ถูกการโจมตีที่เร็วแต่ขาดพลังของลูเมี่ยนทำลายแนวป้องกัน
ปัง ปัง ปัง! หลังจากโจมตีอย่างบ้าคลั่งหลายสิบวินาที ลูเมี่ยนถอยออก หอบหายใจ ยกมือยอมแพ้
“ผมหมดแรงแล้ว”
แน่นอนว่าเขาไม่อาจทำงานวันแรกแล้วเอาชนะบอสของแผนกได้ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องมารยาท แต่เขากังวลว่าการแสดงพลังต่อสู้ จะเปิดเผยว่าตัวเองคือผู้วิเศษ
“ไม่เลว” กรีนพยักหน้า
เขาเดินตรงไปทางโต๊ะทำงาน
ขณะเดินสวนกับลูเมี่ยน กรีนลดเสียงลง ราวกับไม่ต้องการให้คนอื่นในห้องได้ยิน
“ฝากทักทายมารดาด้วย”
มารดา…รูม่านตาของลูเมี่ยนขยายกว้างทันที
กรีนรีบเสริมเสียงเบา
“ผมจำคุณได้แล้ว บุตรแห่งเทพผู้ทรงเกียรติ”
……………………………………………………..