ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 944 ‘ชาแมน’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 944 ‘ชาแมน’
ตอนที่ 944 ‘ชาแมน’
จินนาถามพลางเหลือบมองฟรังก้า
ฟรังก้าพยักหน้ารับแผ่วเบา
โรแซนนึกถึงอดีต อารมณ์สงบลงหลายส่วน
“สามครั้ง”
“ครั้งแรกเมื่อไร ที่ไหน?” จินนาถามอย่างเป็นมิตร
โรแซนมองตึกรามเลือนรางรอบตัว เห็นหน้าต่างกระจกส่องแสงวูบวาบใต้แสงสลัวของพายุที่หยุดนิ่ง
“ที่ล็อบบี้คอนโด วันดีคืนดีก็มีตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติปรากฏ ข้างในมีเครื่องดื่มสวยงาม ฉันสุ่มได้…”
เห็นโรแซนชะงักไป ฟรังก้าที่ลอยตัวอยู่หน้าตึก ตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า สีหน้าร้อนรนอยากถามต่อ
ด้านข้างเธอมีวิญญาณผู้อยู่อาศัยหลายดวงล่องลอย บางคนใส่แว่น บางคนสวมนาฬิกาสวยงาม บางคนมีเครื่องประดับระยิบระยับบนเสื้อผ้า
จินนาคว้าแขนฟรังก้า ส่งสายตาบอกให้อย่ารีบร้อน แล้วถามเสียงนุ่ม
“สุ่มได้อะไร?”
“ชาแมน” โรแซนบอกชื่อเครื่องดื่มขวดนั้น
“ชาแมน…มันให้พลังแบบไหน?” จินนาถามเหมือนชวนคุยเล่น
โรแซนดูมีอารมณ์ฮึกเหิมขึ้นมา
“มันช่วยให้ฉันเลือกพื้นที่ ตั้งโทเท็ม จัดพิธีกรรมยึดครองพื้นที่ แล้วสื่อสารกับฟ้าดิน สายน้ำ ต้นไม้ รวมถึงสิ่งมีชีวิตในบริเวณใกล้เคียงได้ ยืมพลังวิญญาณจากพวกเขา เพื่อใช้เวทมนตร์แบบต่างๆ”
ทรงพลังมาก…เหนือกว่าลำดับ 9 ทั้งหมดที่เรารู้จัก คงเทียบเท่าลำดับ 7 ของบางเส้นทางได้เลย…จินนาคิดด้วยความทึ่ง
เธอถามอย่างสงสัย
“ชาแมนต้องสู้ในถิ่นของตัวเองเท่านั้น เปลี่ยนสนามรบไม่ได้หรือ?”
“เปลี่ยนได้ แต่ต้องใช้ขั้นตอนซับซ้อนและเวลานาน สักสามวัน” โรแซนอธิบายอย่างกระตือรือร้น “ถ้าออกนอกถิ่นพลัง ‘ชาแมน’ จะเสื่อมถอยเร็วมาก ยิ่งห่างจากดินแดนเท่าไร พลังยิ่งอ่อนลงเท่านั้น”
ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก…ถิ่นของตัวเอง คือรูปแบบหนึ่งของอำนาจเชิงอาณาเขตสินะ? จินนาถามต่อ
“ที่คุณปกป้องบาเรีย ไม่ให้พวกสัตว์ประหลาดบุกเข้ามา เป็นเพราะพวกมันจะทำลายถิ่นของคุณหรือ?”
“ก็ส่วนหนึ่ง” โรแซนถอนใจ “อีกส่วนหนึ่ง พลังของ ‘ชาแมน’ ช่วยให้ฉันรับรู้ถึงมิติต่างๆ รวมถึงโลกเบื้องบน ช่วยให้จิตของฉันสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้ วิญญาณของฉันก็เลยถูกพวกสัตว์ประหลาดสังเกตเห็น กลายเป็นเป้าหมายการบุกรุก”
“มิติที่พวกคุณกำลังอยู่ คือมิติพิเศษอันเกิดจากการผสานโลกจิตของฉัน เข้ากับแนวคิดเรื่องอาณาเขตของ ‘ชาแมน’ รวมถึงโลกวิญญาณที่ตรงกับสวนเต๋อชวง พวกสัตว์ประหลาดต้องการใช้ที่นี่เป็นสะพานบุกโลกจริง พยายามรุกรานจิตใจของฉัน หากบาเรียแตก วิญญาณของฉันก็จะถูกควบคุม หรือแม้แต่ถูกแทนที่”
ลำดับ 9 มีความเสี่ยงสูงขนาดนี้เชียว? ถึงว่า ‘ชาแมน’ ทรงพลังนัก…ที่หมู่บ้านซินหงไม่มีเรื่องแบบนี้ แต่สวนเต๋อชวงมี เพราะที่นี่มี ‘ชาแมน’ อาศัยอยู่…‘ชาแมน’ เปรียบเสมือนประภาคารให้พวกสัตว์ประหลาดบุกโลกจริงสินะ? จินนาเข้าใจพื้นฐานของลำดับ ‘ชาแมน’ คร่าวๆ แล้ว
โรแซนเสริมด้วยรอยยิ้มจิกกัดตัวเอง
“ฉันไม่ได้เป็นแค่ ‘ชาแมน’ แล้ว ตอนนี้ถึงบาเรียถูกทำลาย ก็ไม่กระทบอะไรกับฉัน”
“ปัญหาเดียวคือ คนในสวนเต๋อชวงทั้งหมดจะถูกฆ่าในความฝัน ถูกฉีกท้อง ควักเครื่องใน…”
พูดไปพูดมา โรแซนก็เงียบลง
ผ่านไปหลายวินาที เธอพึมพำว่า
“นี่เป็นเรื่องที่ฉันก่อขึ้น ฉันต้องรับผิดชอบ…”
“ถ้ามันไม่ใช่ปัญหาที่คุณก่อ แล้วคุณเจอสถานการณ์แบบนี้ คุณจะเลือกปกป้องบาเรียแทนผู้วิเศษคนก่อนที่หนีไปตอนคับขันไหม?” จินนาใช้คำถาม เพื่อเสริมความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับการปกป้องของโรแซน
ริมฝีปากโรแซนขยับแผ่วเบา
“ฉันไม่รู้…อาจจะทำ…น่าจะทำ…”
จินนาไม่ได้บังคับให้โรแซนตอบชัดเจน ถามด้วยความห่วงใย
“คุณต้องปกป้องบาเรียทุกคืน กลางวันยังต้องทำงาน เหนื่อยเกินไปไหม?”
“ไม่หรอก ลองคิดว่าที่นี่เป็นโลกจิตหรือแดนฝันของฉัน การยุ่งในความฝันไม่กระทบการพักผ่อนของร่างกาย กลางวันแค่งีบเพิ่มก็พอ” โรแซนยิ้ม
สภาวะนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นตัวเอกในนิยายหรือการ์ตูน กลางคืนช่วยเหลือมนุษยชาติในโลกอีกมิติ กลางวันก็ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนต่อไป
จินนากับฟรังก้าสบตากันแล้วถาม
“เครื่องดื่มขวดที่สองชื่ออะไร สุ่มจากตู้อัตโนมัติเหมือนกันไหม?”
“ขวดที่สองที่ฉันดื่มคือ ‘นักข่าว’” โรแซนเล่า “ครั้งหนึ่งฉันบาดเจ็บตอนปกป้องบาเรีย พอตื่นมาเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ ไอหนักมาก จึงลาป่วยไปโรงพยาบาลมู่ซู หมอสั่งยาน้ำแก้ไอ แต่ร้านยากลับให้เครื่องดื่ม ‘นักข่าว’ ตอนนั้นฉันรู้สึกว่านี่คือเครื่องดื่มต่อจาก ‘ชาแมน’ เลยไม่ได้บอกว่าได้ยาผิด…”
“หลังจากนั้น ฉันดื่ม ‘นักข่าว’ อีกครั้ง แต่เป็นของปลอม ในกลุ่มเครื่องดื่มพวกนั้น มีแค่ ‘นักกระตุ้น’ ที่ให้โจวหมิงรุ่ยที่เป็นของจริง…ฉันไม่ควรฟังเสียงนั้นเลย…”
พูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าโรแซนเริ่มบิดเบี้ยว ดูเหมือนจะเสียใจมาก
จินนาไม่ได้ถามถึงที่มาของเสียง แต่เปลี่ยนไปคุยเรื่องที่ไม่อ่อนไหว
“พลังของ ‘นักข่าว’ คืออะไร?”
“สังเกตการณ์ สืบสวน และขุดคุ้ยความจริงของโลก ทั้งยังมีความเร็วอันน่าทึ่ง” โรแซนอารมณ์ดิ่งอีกครั้ง พูดอ้อมแอ้มไม่ชัดเจน ไม่ได้ยกตัวอย่าง
เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นปิดหู พูดเหมือนกำลังละเมอ
“หลังดื่ม ‘นักข่าว’ ฉันรู้สึกแปลกไป เริ่มเกลียดโลกนี้ เกลียดทุกอย่างที่ไม่เป็นดั่งใจ ฉันอยากให้มันระเบิด อยากเปลี่ยนทุกสิ่งให้เป็นไปตามจินตนาการของฉัน”
“การจะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ ต้องอ้อนวอนความช่วยเหลือจากความจริงของโลก จากโลกความจริงที่อยู่เหนือกว่า…”
“แล้วฉันก็ได้ยินเสียงนั้น…”
จินนาเม้มปาก เปลี่ยนเรื่อง
“หลัง ‘นักข่าว’ คือ ‘จิตรกร’ แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”
“หลัง ‘จิตรกร’ น่าจะเป็น ‘คนรักวรรณกรรม’ ผู้เชี่ยวชาญจินตนาการ ฉันยังสุ่มมันไม่ได้…” โรแซนตอบสั้นกระชับ ก่อนกระชากผมตัวเอง “เสียงนั้นทำให้ฉันกลายเป็นคนชั่วร้าย ดุร้าย โหดเหี้ยม…”
พูดไปพลาง โรแซนก็ระเบิดอารมณ์ ร้องตะโกนอย่างปวดร้าวราวอกจะแตก
“ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้! ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น!”
ดวงตาของเธอหลั่งหยาดน้ำตาใสระยับลงมาทีละหยด
จินนาเห็นดังนั้นจึงลอยเข้าใกล้ พูดเสียงนุ่มนวล
“ฉันทราบดีว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น”
“คนแบบนั้นคงไม่ยอมเฝ้าอยู่ข้างบาเรีย ขัดขวางมิให้สัตว์ประหลาดบุกสวนเต๋อชวง สังหารผู้ใหญ่และเด็ก…”
“ไม่ สัตว์ประหลาดพวกนี้ส่วนใหญ่ฉันวาดขึ้นมาเอง แต่ก่อนพวกมันไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนี้…” โรแซนยังคงกล่าวโทษตัวเองอย่างเจ็บปวด
เธอฉีกคอเสื้อเชิ้ต ราวกับกำลังขาดอากาศหายใจ
จินนาเดินมายืนตรงหน้าแล้วพูดต่อ
“ทุกคนล้วนเคยทำผิด จุดต่างระหว่างคนดีกับคนเลวคือ คนดีรู้จักชดเชยความผิด…”
ทันใดนั้น โรแซนเงยหน้าขึ้น
กระดุมเสื้อสองเม็ดบนถูกปลด ภาพวาดจากบริเวณคอถึงหน้าอกปรากฏชัดเจน
ภาพวาดดูคล้ายรอยสัก เป็นดอกไม้สดใสหลากสีสัน
ดอกไม้พลันขยายใหญ่ แผ่กลีบในรูปเงาลวง ภายในเต็มไปด้วยฟันแหลมคมหนาแน่น มีหนองซ่อนอยู่
กลิ่นมองไม่เห็นที่มันแผ่มาตลอด ผสมกับร่างจริงที่ปรากฏ ส่งผลให้จินนาชะงักงัน มึนหัวจนควบคุมร่างไม่ได้
ดอกไม้ยักษ์พุ่งห่อหุ้มร่างจินนาทันที
พอเห็นดังนั้น โรแซนยิ้มเย็นเยียบ พลางพึมพำเงียบงัน
“ไอ้โง่นั่นทำให้พวกแกลดความระแวงได้จริงๆ…”
ทันใดนั้นเอง เสียงเพล้งดังขึ้น คล้ายกระจกวิเศษแตกละเอียด
สีหน้าโรแซนแปรเปลี่ยน เตรียมโจมตีฟรังก้าและหาจินนาตัวจริง แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวถูกแช่แข็ง
ท่ามกลางอาการติดขัด กายดาราเธอจางหายไปกะทันหัน หลุดพ้นจากมิติแห่งนี้
ในโลกความจริง ห้อง 1502
ฟรังก้ายืนอยู่ข้างเตียง แทงมีดเย็นเยียบปักไหล่โรแซนที่กำลังหลับ
เธอแยกตัวจากมิติคล้ายโลกวิญญาณนานแล้ว ตั้งแต่ที่โรแซนบอกว่าดื่มเครื่องดื่มนั่นสามครั้ง
ภาพสะท้อนของเธอทั้งก่อนและหลัง เป็นฝีมือจินนาที่ใช้กระจกวิเศษ อาศัยหน้าต่างกระจกและเลนส์แว่นตา รวมถึงวัตถุคล้ายกระจกอื่นๆ สร้างและควบคุมการแสดง!
เมื่อพบว่าสภาพจิตใจโรแซนไม่มั่นคง แถมยังเคยคิดร้ายกับโจวหมิงรุ่ย ฟรังก้ากับจินนาจึงเริ่มแผนสำรอง คนหนึ่งสร้างภาพลวงถ่วงเวลา อีกคนกลับสู่โลกจริงหาร่างโรแซน ควบคุมตัวเธอถึงราก!
ซึ่งอาจขจัดความเสี่ยงที่จะถูกเตะออกจากแดนฝันได้ด้วย
หลังแทงโรแซนด้วยมีดเย็นเยียบ ฟรังก้ารีบโทรหาอ็องโตนี
“มาที่สวนเต๋อชวง ตึก 5 ห้อง 1502 ด่วน…อยากให้รักษาคนที่บุคลิกเปลี่ยนไปพราะมลทิน”
“อย่าลืมพาลุดวิกมาด้วย”
แม้แผนเดิมคือ จินนา ฟรังก้า และลูเมี่ยน อ็องโตนี แต่ละกลุ่มแยกทำงาน ติดต่อกันน้อยที่สุด ลบประวัติแชตและการโทรด้วย ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ แต่ยามคับขันก็ต้องยืดหยุ่น บัดนี้คนที่รักษาโรแซนและไว้ใจได้มีแค่อ็องโตนี
แน่นอน ฟรังก้าหรือจินนาอาจใช้ ‘เสน่หา’ ซ้ำๆ จนโรแซนหลงรักตนชั่วคราว ยอมทำตามคำสั่ง จนบุคลิกแปรเปลี่ยนซ้อนทับ เพื่อควบคุมความมั่นคงทางจิต แต่เมื่อมีทางเลือกอื่น ไม่จำเป็นต้องบิดเบือนถึงขนาดนั้น อาจเกิดผลลัพธ์ ‘โรคหาย แต่คนไข้ตาย’ เอาได้
หลังอ็องโตนีตอบว่า ‘รับทราบ’ ฟรังก้าก็โล่งอก ปล่อยเส้นใยแมงมุมล่องหนพันรัดโรแซนที่พยายามตื่น
ถัดมา เธอปลดยางรัดผม ปล่อยเส้นผมไหลดุจน้ำตก ยืดยาวพิสดาร สัมผัสกับร่างของโรแซน
สัมผัสดังกล่าวทำให้เกิดความแข็งทื่อราวกับกลายเป็นหิน
……………………………………………………..