ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 948 คนใหม่เข้างาน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 948 คนใหม่เข้างาน
ตอนที่ 948 คนใหม่เข้างาน
บนกระจกตาของกรีนปรากฏใบหน้างดงามเกินคำบรรยาย แต่ก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ ราวกับความฝันอันน่าหลงใหลที่ไม่อาจจับต้อง
ลูเมี่ยนกลับคืนสู่ร่างชายตามเดิม สายตาจับจ้องไปยังจอภาพอีกครั้ง
ผ่านไปสักพัก กรีนกล่าวด้วยความทึ่ง
“ตอนดูเอกสารจากแผนกบุคคล ผมคิดว่าอายุ 22 มีลูกชายเจ็ดขวบ นับเป็นมารดาที่เหมาะแก่การมีลูกด้วย คุ้มค่าแก่การพัฒนาความสัมพันธ์…ไม่คิดเลยว่า หึๆ…สมแล้วที่เป็นบุตรแห่งเทพ”
คิดไม่ถึงว่า การไม่ปลอมแปลงประวัติจะมีข้อดีแบบนี้ด้วย…ก่อนหน้านี้ใครจะไปนึกถึง…ลูเมี่ยนจำใจต้องยอมรับว่า มีบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของ ‘นักวางแผน’
ทันใดนั้น กรีนก็ลุกขึ้น เดินออกจากห้องควบคุม
เพียงไม่กี่วินาที กล้องวงจรปิดในห้องก็กลับมาทำงานตามปกติ
ไม่นานนัก ยามที่ไปขับถ่ายก็เดินโซเซกลับมา นั่งลงข้างลูเมี่ยน
เขาถามเสียงเบา
“หัวหน้าไม่ได้มาใช่ไหม?”
เขาหมายถึงหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยที่สอง สวี่ซินหยาง
“ไม่มา” ลูเมี่ยนตอบอย่างจริงใจ
ขณะเดียวกัน เขาเสริมในใจ
หัวหน้าไม่ได้มาจริงๆ แต่ผู้อำนวยการมา
ทันใดนั้นเอง มือถือของลูเมี่ยนก็สั่นหนึ่งครั้ง
เขาเอี้ยวตัว หันหลังให้เพื่อนร่วมงาน หยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างแนบเนียน ปลดล็อกแล้วตรวจสอบ
สิ่งที่ทำให้มือถือสั่นคือ คำขอเป็นเพื่อนในวีแชตจาก ‘กรีนแห่งบริษัทอินทิส’
หลังตอบรับ เขาถือโอกาสดูโมเมนต์ของกรีน
โพสต์ล่าสุดของผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัยแห่งอินทิสคือ
“ลูกสำคัญกว่าเงิน ทายาทสำคัญกว่างาน”
มีภาพประกอบเก้าภาพ แต่ละภาพเป็นเด็กคนละคนกัน
ลูเมี่ยนเลื่อนดูอย่างรวดเร็ว พบว่าโมเมนต์ของกรีนมีธีมเดียว คือแชร์เรื่องลูกๆ
“สมแล้วที่เป็นผู้ถูกเลือกโดยองค์มารดา…จิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลอนุรักษนิยมเกิน ให้กรีนมีลูกแค่เก้าคน…คงเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปกติของแดนฝัน…” ลูเมี่ยนล็อกหน้าจอ เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ครุ่นคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากเส้นสายกรีนอย่างไร
เขาวางแผนว่า ครั้งหน้าจะถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงผู้บังคับบัญชาที่กำลังประเมินผลงาน ว่าในอนาคตอันใกล้จะทำอะไรบ้าง ทำได้ดีแค่ไหน
……………
ชั้น 10 แผนกบริหารของบริษัทอินทิส ในห้องทำงานเล็กๆ
ฟรังก้าตามพนักงานแผนกบุคคลมาพบรองหัวหน้าแผนกบริหาร จางชิ่ง หนึ่งในกรรมการสัมภาษณ์เมื่อคราวก่อน
จางชิ่งมองสำรวจฟรังก้าหลายครั้ง รู้สึกประทับใจอยู่บ้าง ซึ่งเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับตอนสัมภาษณ์
เขาได้แต่บอกตัวเองว่า อีกฝ่ายรูปร่างดีจริง เหมาะกับการแต่งตัวแบบนี้
ขณะรู้สึกประทับใจ จางชิ่งก็เริ่มปวดหัว
เขากังวลว่าพนักงานใหม่ลั่วฝูจะหลงตน หรือวางเป้าหมายไปยังประธานฮวง จึงได้แต่ภาวนาให้เธอตั้งใจทำงานโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเขา
คิดถึงตรงนี้ จางชิ่งอดถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้
นี่คือสภาวะประจำวันของเขา ทุกวันต้องเผชิญกับสาวสวยหลายสไตล์ ในฐานะผู้ชาย เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกแปรปรวน แรงกระหายผันผวน แต่เมื่อนึกถึงว่า สาวสวยเหล่านี้อาจมีสักคนกลายเป็นภรรยาน้อยของประธานฮวง เขาก็ต้องยับยั้งชั่งใจ ไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ซึ่งพวกสาวๆ ก็มักจะทะเลาะกันเองเสมอ วิ่งมาร้องไห้ฟ้องในห้องทำงานของตน จนต้องใช้พลังงานมหาศาลเพื่อไกล่เกลี่ย
เรื่องพวกนี้ทำให้เขาเหนื่อยทั้งกายใจในทุกวัน รู้สึกเหมือนจิตใจเหี่ยวแห้งไปแล้ว
ให้ตาย…หลังจากจางชิ่งพึมพำในใจ ก็เริ่มอธิบายงานประจำ รวมถึงข้อควรระวังให้ฟรังก้าฟังตามขั้นตอน จากนั้นก็กล่าวปิดท้าย
“ผมจะหาพนักงานเก่ามาสอนงานคุณ โดยที่นั่งของคุณก็จะจัดให้อยู่ใกล้ๆ คนสอนงาน”
ฟรังก้าพูดอย่างกระตือรือร้น
“ขอพี่เลี้ยงเป็นโรแซนได้ไหม? ฉันพักอยู่ใกล้เธอ เรารู้จักกันมาก่อน และเธอช่วยให้ฉันมีหวังกับบริษัทนี้”
ก่อนเริ่มงาน ฟรังก้าคิดไว้แล้วว่า จะสร้างภาพลักษณ์แบบใดในบริษัทอินทิส – คนไม่มีเล่ห์เหลี่ยม จริงใจ และร่าเริง บางครั้งก็พูดไม่ยั้งปาก
เธอรู้สึกเพียงว่า แค่ไม่ต้องใช้สมองคิดมาก ทำตัวเหมือนในชีวิตประจำวัน เธอก็สวมบทบาทนี้ได้ดี
จางชิ่งพยักหน้ารับ สีหน้าผ่อนคลายลง
“ตกลง”
เขาลุกขึ้นยืน พาฟรังก้าออกจากห้องทำงานเล็ก แนะนำเธอให้รู้จักพนักงานอื่นในแผนกบริหาร
ฟรังก้าเห็นผู้หญิงสวยหลายคน ทุกคนพยายามโดดเด่นด้วยลักษณะเฉพาะตัว มีทั้งสไตล์สดใส โฉบเฉี่ยว และแนวใสบริสุทธิ์ ราวกับดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง
ผู้หญิงเหล่านี้เมื่อเห็นฟรังก้าครั้งแรก ต่างก็ระแวดระวัง แต่พอสายตาตกลงบนใบหน้าเธอ หลังจากจ้องประเมินสักพักก็ผ่อนคลายลง
บางคนทักทายแบบขอไปที หยิบกระจกแต่งหน้าของตัวเอง บางคนทักทายอย่างกระตือรือร้น คิดจะโยนงานบางส่วนให้พนักงานใหม่คนนี้ทำ
ฟรังก้าเคยบริหารหางเครื่องจำนวนมาก จึงไม่เคอะเขินกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพียงเดินตามจางชิ่งไปรอบแผนกอย่างเป็นธรรมชาติและเหมาะสม
จางชิ่งเห็นดังนั้นก็พยักหน้าเบาๆ
ทำงานมาสามปีจริงๆ…ผลประเมินจากงานก่อนก็ดีมาก…
อา…หลังจากเห็นสาวสวยระดับดาราหลายคนแบบนี้ เธอคงไม่เกิดความคิดเลยเถิดแล้วกระมัง?
ฟรังก้าสังเกตเห็นว่า พนักงานแผนกบริหารที่ทำงานจริงจังมีประมาณครึ่งหนึ่ง รวมถึงสาวสวยหน้าตาโดดเด่นหลายคน บางคนมาเพราะอยากได้เงินเดือนสูงของบริษัทอินทิส ไม่ได้สนใจประธานฮวง ไม่ได้หวังความโปรดปราน เพียงแค่อยากพัฒนาตัวเองในวงการงาน มากกว่าเป็นเมียน้อย บางคนก็พยายามสร้างภาพหญิงทำงานเก่ง หวังว่าประธานฮวงอาจชอบสไตล์นี้
หลังพาฟรังก้ารู้จักพนักงานแผนกบริหารแล้ว จางชิ่งหยุดตรงโต๊ะของโรแซน แล้วพูดพลางพยักหน้า
“อา…ตอนนี้ท่านเอย์กำลังต้อนรับแขกสำคัญ ไม่อยู่ที่บริษัท เดี๋ยวค่อยพาเธอไปพบทีหลัง”
ท่านเอย์คือรองประธานกลุ่มอินทิส ดูแลฝ่ายบริหารและธุรกิจ ชื่อเอ็ดเวิร์ด
ต้อนรับแขกสำคัญ? ซาราธที่เอกสารของอาร์คาน่าใหญ่กล่าวถึงน่ะหรือ? เขาน่าจะเป็นลูกน้องราชันสวรรค์ ที่กำลังแย่งชิงร่างของโลกิอยู่ เทวทูตเส้นทางนักทำนาย…ฟรังก้าครุ่นคิดพลางตอบจางชิ่งสั้นๆ
เธอนั่งลงตรงโต๊ะทำงานที่ไม่ไกลจากโรแซน เก็บขาทั้งสองไว้ใต้โต๊ะ
นี่ทำให้หญิงสาวรู้สึกปลอดภัยขึ้น ความอับอายเล็กๆ เริ่มจางหายไป
หลังจางชิ่งลับสายตา ฟรังก้าก็นั่งมองไปรอบๆ แผนกบริหารที่สว่างและสะอาด พลางถอนหายใจรำพัน
“นี่สินะ พนักงานออฟฟิศ?”
ช่วงที่เธอข้ามมิติมา แล้วใช้ชีวิตด้วยเงินเก็บของร่างเดิม เธอทราบดีว่าไม่อาจนั่งกินนอนกินไปได้ตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมมีทักษะแบบใด ทั้งยังไม่มีวุฒิการศึกษา ได้แต่หางานบริกร หรือคนงานในครัว แต่เพราะทนไม่ได้กับนิสัยพ่อค้า ไม่ยอมทำของปลอมหรือหลอกคนบริสุทธิ์ ทำได้ไม่กี่วันก็ถูกไล่ออกทั้งสมัครใจและไม่สมัครใจ แทบไม่มีงานไหนอยู่ครบเดือน บางครั้งเกือบถูกซ้อม
ตามความคิดของหญิงสาว นั่นไม่ต่างจากการฝึกงาน หรืองานพิเศษช่วงปิดเทอมตอนเรียนมหาวิทยาลัย
เวลานี้จึงเป็นการทำงานอย่างจริงจังครั้งแรก แถมยังเป็นในเมืองแดนฝัน ซึ่งคล้ายกับโลกเดิมของเธอมาก
ระหว่างมองไปรอบๆ ฟรังก้าเห็นภาพวาดบนโต๊ะของโรแซน
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบทันที
“ภาพในบ้านโรแซนถูกเก็บกวาดหมดแล้วก็จริง แต่ที่นี่ยังมี…”
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฟรังก้าตัดสินใจเดินไปทางโต๊ะของโรแซน ดึงภาพทั้งหมดที่ดึงออกได้ ส่วนที่ดึงไม่ออกก็โยนทิ้งถังขยะพร้อมกับสิ่งของที่ประกบอยู่
เมื่อจัดการเสร็จ เธอรู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมอง จึงรีบหันหลังกลับ และเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง กำลังยืนอยู่ตรงทางเดินใกล้กับโต๊ะของโรแซน
ชายคนนั้นสวมแว่นตาเลนส์เปล่า เสื้อเชิ้ตลายตารางสามสี หน้าตาค่อนข้างหล่อ โครงคางชัดเจน
ไม่ใช่ใครนอกจากโจวหมิงรุ่ย
บัดซบ…เจอมิสเตอร์ฟูลในร่างแดนฝันจนได้…เมื่อเห็นโจวหมิงรุ่ยทำหน้าสงสัย ฟรังก้ารีบอธิบายว่า
“โรแซนให้ฉันช่วยจัดการน่ะ”
โจวหมิงรุ่ยมองภาพและของในถังขยะ พูดเหมือนพูดกับตัวเองว่า
“โรแซนสั่งให้ทิ้งหรือ?”
เขาแอบกวาดตามองส้นรองเท้าของฟรังก้า พลางพึมพำในใจ
ส้นเตี้ยแค่นี้ แต่สูงกว่าเราอีก…
ฟรังก้าพยักหน้าซ้ำๆ
“ใช่ค่ะ”
โจวหมิงรุ่ยละสายตา ยิ้มสุภาพว่า
“โรแซนไปไหน? ผมมีธุระกับเธอ”
“ไปติดต่องานที่แผนกการค้าต่างประเทศ” ฟรังก้าทวนคำจางชิ่ง
“งั้นหรือ…” โจวหมิงรุ่ยถามต่อ “คุณย้ายมาจากแผนกอื่นหรือ? ผมไม่เคยเห็นคุณเลย”
“ฉันเพิ่งเข้าทำงาน” ฟรังก้าตอบตรงๆ
เห็นสายตาโจวหมิงรุ่ยเหลือบไปทางโต๊ะของโรแซน ฟรังก้าข่มความตื่นเต้น ยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติว่า
“ฉันกับโรแซนเป็นเพื่อนบ้านกัน ก่อนเธอไปทำธุระ ได้บอกให้ฉันช่วยทิ้งภาพวาดพวกนี้ เพราะเธอไม่ต้องการแล้ว”
“ไม่ต้องการแล้ว…” โจวหมิงรุ่ยทวนเบาๆ แล้วถามเหมือนเพื่อนร่วมงาน “โรแซนแนะนำคุณเข้าทำงานหรือ?”
“เปล่า” ฟรังก้าตอบอย่างภูมิใจ “ฉันใช้ความสามารถตัวเอง”
จากนั้น หญิงสาวพูดเชิงล้อเล่น
“คงเพราะช่วงนี้แผนกบริหารงานเยอะ ต้องการคนที่ทำงานได้จริงๆ มากขึ้น”
เธอไม่อยากให้ร่างแดนฝันของมิสเตอร์ฟูลคิดว่าตนเป็นผู้หญิงวัตถุนิยม
โจวหมิงรุ่ยชวนคุยอีกสองสามประโยค ก่อนออกจากแผนกบริหาร กลับไปยังฝั่งตรงข้าม
ฟรังก้านั่งลงกลับที่เดิม แอบถอนหายใจโล่งอก
ดีที่เราผ่านการฝึกกับนางมารดำมานาน มิสเตอร์ฟูล…เอ่อ…โจวหมิงรุ่ย คงไม่เห็นว่าเราตื่นเต้นนิดๆ กระมัง?
ไม่แปลกที่จะตื่นเต้น ก็เล่นถูกจับได้ว่ากำลังทิ้งของเพื่อนร่วมงานลับหลัง…
……………
แผนกรักษาความปลอดภัย
ลูเมี่ยนถือโอกาสตอนมาเข้าห้องน้ำ หยิบมือถือออกมา กดเข้ากล่องข้อความกับแอนเดอร์สัน·ฮู้ด
หน้าแชตยังคงค้างอยู่ที่ข้อความทักทายแรกเริ่ม
……………………………………………………..