ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 951 ทุกสิ่งยังเป็นปกติ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 951 ทุกสิ่งยังเป็นปกติ
ตอนที่ 951 ทุกสิ่งยังเป็นปกติ
ลูเมี่ยนหันกลับไปมองลุงหวังกับลุงติงที่มีผ้าพันแผลสีขาวพันรอบร่าง พิจารณาสภาพและรายละเอียดโดยรอบอย่างจริงจัง
“รบกวนอย่าส่งเสียงรบกวนคนไข้นะคะ” พยาบาลที่พาพวกลูเมี่ยนเข้ามาในห้องคนไข้เอ่ยกำชับ ก่อนเดินออกไปยังสถานีพยาบาล
ขณะนั้น คนไข้ที่น่าจะเป็นลุงติง ได้รับอิทธิพลจากบทสนทนาระหว่างญาติกับสวี่ซินหยาง จึงค่อยๆ ลืมตาตื่น
ท่ามกลางผ้าพันแผลสีขาว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของลุงติงดูมืดกว่าปกติมาก ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะโฟกัสได้
ลูเมี่ยนไม่พบความผิดปกติที่ควรสนใจ
สวี่ซินหยางเดินไปถึงข้างเตียง ทักทายลุงติง
ลุงติงดูไม่มีเรี่ยวแรง พูดคุยอย่างงัวเงีย
ลูเมี่ยนฟังอยู่สักยี่สิบสามสิบวินาที แล้วมองลุงหวังที่ยังหลับใหล ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังออกมาถึงประตูห้องคนไข้อย่างเงียบงัน
เขารีบสำรวจข้อมูลแพทย์และพยาบาลที่ติดอยู่นอกห้อง
“แพทย์ผู้รักษา ฮวงผู่ต๋า”
“พยาบาลผู้ดูแล ฉีฟาง”
จากรูปถ่ายเห็นได้ว่า ฉีฟางคือพยาบาลคนเมื่อครู่ ที่พาพวกลูเมี่ยนมาถึงห้องคนไข้
ชื่อที่ไม่เคยมีในข้อมูล…รูปแบบชื่อเป็นแบบ ‘คนท้องถิ่น’ ของแดนฝัน ไม่เหมือน ‘คนนอก’…ดูไม่มีอะไรผิดปกติ…ลูเมี่ยนกลับเข้าห้องคนไข้ ทักทายลุงติงและญาติทั้งสองตามหัวหน้าสวี่ซินหยาง
พวกเขาไม่อยู่นานนัก เพื่อไม่รบกวนการพักผ่อนของคนไข้
ขณะเดินผ่านโถงทางเดิน ผ่านสถานีพยาบาล มุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ ลูเมี่ยนมองสำรวจกระดานประชาสัมพันธ์บนผนังทั้งสองด้านอย่างไม่ใส่ใจนัก
ด้านหนึ่งแนะนำผลงานวิทยาศาสตร์ รวมถึงข้อมูลโรคและการบาดเจ็บ อีกด้านเป็นประวัติย่อของแพทย์และพยาบาลทุกคนในแผนก แบ่งเป็นหลายแถว
สายตาของลูเมี่ยนตรึงอยู่กับรูปถ่ายบนสุด
คำแนะนำเกี่ยวกับเธอคือ
“โรลังด์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล…”
ปฏิกิริยาแรกของลูเมี่ยนคือ ‘นี่มันนามสกุลของฟรังก้าไม่ใช่หรือ’ แล้วหลังของเขาก็พลันเย็นวาบ เกือบสะดุ้ง
เขานึกถึงอีกหนึ่งโรลังด์
ได้ยินครั้งแรกระหว่างสืบสวนพิธีบูชาทะเล ณ ท่าเรือซานตาในอาณาจักรเฟเนพ็อต
นายหญิงโรลังด์แห่งศาสนจักร ‘พระแม่ธรณี’!
นี่เทียบเท่ากับสันตะปาปา เทียบเท่าพระสังฆราชของศาสนาจารีตอื่นๆ!
เส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ มีลำดับ ‘แพทย์’ โรลังด์ซึ่งเป็นนายหญิงของศาสนาพระแม่ธรณี ก็อาจเป็นเทวทูตของเส้นทางนี้ เทียบเท่าหนึ่งในแพทย์ที่เก่งกาจที่สุดบนโลกความจริง การที่ภาพสะท้อนในแดนฝันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าแผนกศัลยกรรมใหญ่ ย่อมมีคุณสมบัติเพียงพอ และสอดคล้องกับการรับรู้ในจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูล…แต่ปัญหาคือ ที่นี่คือโรงพยาบาลมู่ซู…ลูเมี่ยนละสายตากลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าไม่เปลี่ยนแปลงขณะเดินตามสวี่ซินหยางไปยังประตูแผนก
เขาจำได้ว่า ข้อมูลของอาร์คาน่าใหญ่ไม่ได้ระบุว่าโรลังด์มีภาพสะท้อนในแดนฝันด้วย
เป็นเพราะไม่รู้ หรือคิดว่าไม่สำคัญ จึงเป็นเพียง NPC ธรรมดา? การที่โรลังด์เป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมู่ซูเกิดจากจิตใต้สำนึกในความฝันของมิสเตอร์ฟูล แทนความเข้าใจบางอย่างของเขา หรือภาพสะท้อนในความฝันของโรลังด์ถูกองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ใช้ประโยชน์ เนื่องจากอยู่บนเส้นทางเดียวกัน? หรือนี่คือหนึ่งใน ‘ผลงาน’ ของโรงพยาบาลมู่ซู?
ถ้านายหญิงโรลังด์เป็นรองผู้อำนวยการ แล้วผู้อำนวยการเป็นใคร?
ลูเมี่ยนคิดว่าเรื่องนี้ต้องรายงานให้อาร์คาน่าใหญ่ทราบแล้ว
สิ่งนี้ไม่ขัดกับความคิดที่เขาจะ ‘ลองทดสอบ’ ด้วยตัวเองก่อน แล้วรอรับผลกระทบ เขากังวลว่าหากภาพสะท้อนในความฝันมีปัญหา อาจส่งผลต่อนายหญิงโรลังด์ในโลกจริง จึงอยากเตือนอาร์คาน่าใหญ่ไว้สักคำ
เมื่อออกจากแผนก ลูเมี่ยนถามด้วยความอยากรู้
“พี่สวี่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมู่ซูชื่ออะไรครับ? ทำไมผมไม่เคยเห็นข่าวของเขาเลย”
สวี่ซินหยางเดินเข้าโถงลิฟต์ นึกอยู่สักครู่แล้วเอ่ยตอบ
“แปลกจัง…ประหลาดมาก ผมเองก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน”
“ผมรู้แค่ว่า ประธานฮวงเคยมีความสัมพันธ์อันดีกับโรงพยาบาลนี้ เคยบริจาคเงินให้พวกเขาไม่น้อย ช่วยพวกเขาสร้างโรงพยาบาลขึ้นมา”
เงิน…ไม่น้อย…บริจาค…ลูเมี่ยนคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นสิ่งที่จักรพรรดิโรซายล์ทำตอนที่ยังมีมลทินจาก ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ อยู่
นี่ทำให้โรงพยาบาลมู่ซูร่ำรวยด้านทรัพยากร ดูไม่ค่อยกังวลเรื่อง ‘เงินทอง’ ต่างจากโรงแรมหรูของ ‘ชุมนุมวาดฝัน’ ที่ยังต้องบีบคั้นผู้ได้รับพรและศาสนิกชน เพื่อการตกแต่ง
ขณะรอลิฟต์ที่เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า ลุงเซียหันมาถามสวี่ซินหยาง
“หัวหน้าสวี่ คุณคิดว่าลุงหวังกับลุงติง จะฟื้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม? เมื่อก่อนพวกเขาเจ๋งมากเลยนะ”
“คุณได้จ้องตำแหน่งเผื่อพวกเขาไว้ไหม?” สวี่ซินหยางถามพร้อมรอยยิ้ม
ในกลุ่มบริษัทอินทิส แผนกรักษาความปลอดภัยไม่ได้มีแค่ยาม แต่มีบอดี้การ์ดตัวจริง รับผิดชอบปกป้องครอบครัวประธานฮวงและแขกวีไอพี ให้บริการดูแลงานแสดงอัญมณี โบราณวัตถุ การซื้อขายอาวุธที่จัดโดยบริษัทในกลุ่ม รวมทั้งปกป้องเหมืองแร่สำคัญโดยร่วมมือกับกองกำลังท้องถิ่น
ลุงหวังและลุงติงเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เงินเดือนสูงกว่ายามธรรมดามาก หากไปทำงานนอกพื้นที่ยังมีเงินเพิ่มอีก
“ผมขอตัวดีกว่า เสี่ยงไม่ได้หรอก ไม่มีฝีมือด้วย” ลุงเซียโบกมือไปมา หน้าตาตกใจ
สวี่ซินหยางมองไปทางลูเมี่ยน ยิ้มแล้วพูดว่า
“เดิมที ผมตั้งใจจะขอคนแก่อายุห้าหกสิบ ใครจะรู้ว่าฝ่ายบุคคลจะส่งคนหนุ่มอายุน้อยมาให้ โชคดีที่ผู้อำนวยการกรีนพึงพอใจ”
“ทำไมต้องหาคนแก่อายุห้าหกสิบล่ะ?” ลุงเซียถามแทนลูเมี่ยน ซึ่งดูอายุแค่สามสี่สิบ
สวี่ซินหยางหัวเราะ ‘ฮะฮะ’ แล้วพูดว่า
“ยามเป็นงานบริการ พวกคุณยังหนุ่มเกินไป ไม่ฉลาดพอ ทั้งยังเสียหน้าไม่เป็น ไม่รู้จักอ้อนวอน”
“ลองคิดดู ถ้าพวกคุณมีปัญหากับพนักงานในตึก ใครจะกล้านอนลงกับพื้น กุมอกร้องโอดโอย ร้องว่าหายใจไม่ออกบ้าง? คนแก่อายุห้าหกสิบไม่กังวล กล้านอน กล้าร้อง กล้าขู่เรียกเงิน แล้วพนักงานอีกฝ่ายจะกล้าเอาจริงต่อไหม? บ้านมีคนแก่หนึ่งคน เหมือนมีขุมทรัพย์!”
ลูเมี่ยนฟังออกแล้ว สวี่ซินหยางกำลังตำหนิเขา คิดว่าการที่เขามาทำงานวันแรกแล้วมีปัญหากับคนอื่น แสดงว่าไม่มีประสบการณ์
เสี่ยวจ้าวไม่เข้าใจความหมายแฝง จึงถามอย่างงุนงง
“แล้วทำไมไม่หาคนอายุเจ็ดสิบปีขึ้นไปเลยล่ะ?”
“แล้วถ้าป่วยจริงขณะทำงานจะทำไง?” สวี่ซินหยางพูดอย่างหงุดหงิดใส่เสี่ยวจ้าว “เงินประธานฮวงไม่ใช่เงินของคุณสินะ?”
เสี่ยวจ้าวหัวเราะคิกคัก ไม่โต้แย้ง
ในที่สุดลิฟต์ก็มาหยุดที่ชั้นของพวกเขา ด้านในมีคนอัดแน่นแล้ว
เมื่อเข้าไปในลิฟต์ และมันเริ่มเคลื่อนตัวลงอย่างเชื่องช้า ลูเมี่ยนรู้สึกราวกับพวกตนกำลังจมลงสู่ก้นทะเลมืดมิด
สิ่งนี้คือภาพหลอนจากพลังวิญญาณของเขา
ภาพหลอนหายไปเร็ว เพราะลิฟต์หยุดที่ชั้นถัดไป
ระหว่างที่ลิฟต์เคลื่อนหยุดไม่หยุด ลุงเซียพึมพำ
“หนาวแฮะ แอร์แรงเกินไปหรือเปล่านะ…”
ตอนขึ้นลิฟต์ทีแรก คุณไม่ได้พูดแบบนี้…เป็นเพราะเรากำลังลงลึก กำลังเข้าใกล้ชั้นใต้ดินหรือ? ลูเมี่ยนครุ่นคิดขณะสังเกตคนอื่นในลิฟต์ เห็นว่าทุกคนมีสีหน้าซีดจากความเย็นและลมแอร์
นอกจากนั้นก็ ไม่มีอะไรผิดปกติ
เมื่อลิฟต์หยุดชั้น 1 ลูเมี่ยนรู้สึกเหมือนกำลังจะร่วงลง คล้ายตกจากที่สูง สัญชาตญาณทำให้เขารีบก้าวออกมา
ความรู้สึกแอร์เย็นเกินไป อันตรธานหายในบัดดล
ลูเมี่ยนยกมือบีบจมูก ตามพวกสวี่ซินหยางเดินไปทางประตูใหญ่โรงพยาบาลมู่ซู
เมื่อสักครู่ เขาได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
ออกจากตึกโรงพยาบาล แสงแดดที่อ่อนลงจากเดิม นำพาความรู้สึกเจิดจ้าและบริสุทธิ์มาในทันที
“เพราะงี้ไง ผมเลยเกลียดโรงพยาบาล” ลุงเซียพึมพำ
ลูเมี่ยนหันตัวครึ่งหนึ่ง มองไปยังห้องโถงที่คนเดินพลุกพล่าน พลางสรุปในใจ
“มีรายละเอียดบางอย่างผิดปกติ แต่หมอ พยาบาล และคนไข้ส่วนใหญ่ดูไม่มีปัญหา…”
“ถ้าทุกคนมีปัญหา เมืองนี้คงมีมลทินถึงขั้นไหนต่อไหนแล้ว จิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลต้องแสดงปฏิกิริยาแน่…”
ขณะความคิดแล่นปราด ลูเมี่ยนพลันเห็นใบหน้าหนึ่ง ติดอยู่บนหน้าต่างกระจกชั้น 12
ใบหน้านั้นพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวเป็นเส้นๆ เหลือเพียงดวงตา รูจมูก และปากที่ไม่ถูกปิด
เขาดูเหมือนจะเห็นลูเมี่ยนด้วย เริ่มดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แล้วถูกกระชากออกจากหน้าต่างอย่างแรง ราวกับมีใครหลายคนกำลังดึงเขาจากด้านหลัง
ลูเมี่ยนยังไม่ทันตอบสนอง อีกฝ่ายก็หายไปแล้ว
แต่ลูเมี่ยนจำเขาได้
ทางนั้นคือลุงหวัง ผู้นอนหลับตลอดตอนที่พวกตนไปเยี่ยมไข้
ลูเมี่ยนหันกลับมา แสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไร
หากไม่ใช่เพราะคืนพรุ่งนี้ต้องไปหาแอนเดอร์สัน เขาคงอยากบุกไปชั้น 12 ตอนนี้เลย เพื่อช่วยเหลือลุงหวัง ดูว่าจะเกิดอะไรผิดปกติ และเกิดความเปลี่ยนแปลงใดบ้าง
สำหรับลูเมี่ยน เรื่องนี้ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ควรทำหลังจากทำการทดลองส่วนใหญ่เสร็จแล้ว
…………
ภายในร้านหม้อไฟเครื่องในวัว
สวี่ซินหยางจองห้องใหญ่ จัดไว้สองโต๊ะ ถือเหล้าขาวและเบียร์ ยิ้มพูดกับลูเมี่ยน
“ดื่มได้ไหม?”
“นิดหน่อยครับ” ลูเมี่ยนตอบอย่างเกร็งๆ
“ดื่มได้ก็พอ นิสัยการดื่มคือนิสัยการทำงาน มารยาทดื่มคือนิสัยใจคอ คนไม่ดื่มเข้ากับหน่วยรักษาความปลอดภัยที่สองของเราไม่ได้” สวี่ซินหยางชี้ไปทางลูกน้องรอบๆ “ยกเว้นคนเข้าเวร คนถูกส่งไปข้างนอก คนนอนโรงพยาบาล คนลาพัก ทุกคนมากันหมดแล้ว ทำตัวดีๆ ด้วยล่ะ”
ลูเมี่ยนเคยได้ยินฟรังก้าเล่าว่า งานเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่ของบริษัท มักเป็นการทดสอบความเชื่อฟัง และกดดันคนใหม่ให้รู้จักเชื่อฟัง โดยการดื่มเหล้าเป็นวิธีที่พบบ่อยที่สุด
“ผ…ผมจะพยายามครับ” ลูเมี่ยนฝืนยิ้มด้วยสีหน้าหนักอึ้ง
สองชั่วโมงต่อมา ท่ามกลางขวดเหล้านานาชนิดวางเต็มโต๊ะและมุมห้อง ลูเมี่ยนถือขวดเหล้ากลั่น ยิ้มกว้างพลางพูดกับสวี่ซินหยาง
“หัวหน้าสวี่ ดื่มสิ ทำไมไม่ดื่มแล้วล่ะ?”
“มา…เรามาดื่มที่เหลือให้หมด”
สวี่ซินหยางหน้าซีดขาว พูดติดอ่าง
“ม…ไม่ดื่มแล้ว เดี๋ยว! เดี๋ยวกลับบ้านผมยังต้องทำ…ทำการบ้านอีก”
รอบตัวเขา ลุงเซีย เสี่ยวจ้าว และคนอื่นๆ บ้างก็นอนคว่ำอยู่ข้างโต๊ะ หรือขดตัวอยู่ตามมุมห้อง หลับสนิทไปแล้ว บางคนเพิ่งอาเจียนกลับมาจากห้องน้ำ เดินโซซัดโซเซ บางคนรวมกลุ่มกัน พูดจาพล่ามไม่หยุด บางคนนั่งเงียบ ไม่ขยับเขยื้อน…
……………………………………………………..